Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 761-762

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 761-762
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 761 ต้นกำเนิดของมรรคา
เจียงฉางเซิงมองไปที่ฤทธาจารย์

ฤทธาจารย์สวมเสื้อคลุมดำตัวโคร่ง เส้นผมยาวดังกังวลยังคงกระเซอะกระเซิง แม้จะไม่มีความน่ากลัวเหมือนตอนอยู่กลางเมฆเคราะห์ภัย แต่ในตัวเขาก็ยังแผ่พลังที่ชายตามองทุกสรรพสิ่งออกมา

ฤทธาจารย์มองเจียงฉางเซิงพลางพูดเสียงเนิบช้า

“สหายเรียนมหาวิชาหวนคืนเอกภาพได้ ข้าชื่นชมยิ่งนัก วิถีเซียนในตอนนี้ก็พัฒนาไปได้ไกลมาก ข้าต้องยอมรับเลยว่าในด้านการพัฒนาวิถีบำเพ็ญนั้นข้าสู้เจ้าไม่ได้”

“เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่าขอแค่วันนี้ตัวเองแข็งแกร่งพอ เอาชนะศัตรูทั้งหมดได้ก็จะฟื้นฟูวิถีเซียนได้อย่างราบรื่น”

พูดถึงช่วงท้าย น้ำเสียงของเขาก็มีความห่อเหี่ยวอยู่เล็กน้อย

เจียงฉางเซิงอดถามมิได้

“ถ้าอย่างนั้นเหตุใดสหายถึงยังเดินบนเส้นทางเก่าล่ะ”

“วิถีเซียนมหาฤทธิ์ในตอนนี้ไม่มีเกณฑ์การรับลูกศิษย์ ไม่มีการคัดเลือก แค่อยากเข้าก็ได้เข้า ดูเหมือนจะยุติธรรม แต่ก็เป็นการรวมผู้มีบาปกรรมหนักไว้ด้วยเช่นกัน มิหนำซ้ำสรรพชีวิตกับภูตมรรคาอยู่รวมกันจะต้องเกิดปัญหาแน่ และยังมีความแค้นระหว่างเผ่าพันธุ์และวิถีบำเพ็ญต่างกันที่ต้องได้รับการแก้ไข”

ด้วยวิถีเซียนเคยรับมรรคาอัจฉริยะกับยอดอัศจรรย์เข้ามา ปรากฏว่าทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่ในระหว่างนั้น ลัทธิบุญบารมีส่วนใหญ่เช่น แดนสวรรค์ ลัทธิมรรคา และลัทธิพุทธ ต่างก็ต้องพยายามกันอย่างมาก

เจียงฉางเซิงไม่เคยคิดเลยว่าที่วิถีเซียนมีวันนี้ได้เพราะคุณความดีของเขา เขาเป็นเพียงผู้พิทักษ์วิถีเซียน ผู้ที่ผลักดันวิถีเซียนอย่างแท้จริงก็คือทุกสรรพสิ่ง

ความหมายของตัวตนวิถีบำเพ็ญก็คือการส่งต่อ ซึ่งการส่งต่อก็ไม่ใช่สิ่งที่คนคนเดียวจะทำสำเร็จได้

“ข้าไม่ได้จะสร้างวิถีบำเพ็ญขึ้นมาใหม่ ถึงอย่างไรพันมหาโลกาในตอนนี้ก็มีวิถีเซียนอยู่แล้ว และข้าเองก็พอใจในวิถีเซียนของเจ้ามาก”

ฤทธาจารย์ตอบกลับ คำตอบนี้ไม่เกินความคาดหมายของเจียงฉางเซิง เขาคิดว่าด้วยนิสัยของฤทธาจารย์ จะต้องอยากแก้แค้นอย่างแน่นอน

ฤทธาจารย์จ้องเจียงฉางเซิงเขม็ง

“เจ้าประจักษ์รู้หรือไม่ว่า เจตจำนงมรรคาเกิดขึ้นมาได้อย่างไร”

เจียงฉางเซิงส่ายหน้า

ฤทธาจารย์เอ่ยเนิบ ๆ

“ความจริงแล้วพันมหาโลกาเกิดขึ้นจากตัวตนท่านหนึ่ง ก็เหมือนกับที่พวกเราสร้างโลกขึ้นมานั่นเอง เพียงแต่ว่าเขาสร้างโลก สร้างทุกอย่างที่เรารู้จัก ข้าเรียกเขาเป็นการชั่วคราวว่ามรรคา”

“ในยุคที่ไม่มีโลก ไม่มีจักรวาล ไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีอะไรเลย ข้าเองก็ไม่อาจนิยามความหมายของยุคเช่นนั้นได้”

เจียงฉางเซิงได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้น

“ยุคกำเนิดฟ้าหรือ”

เขาเคยเห็นกระบวนการสร้างพันมหาโลกาในทวนปฐมนิพพาน มรรกาน่าจะเป็นเงาร่างแสงสีขาวนั้น เขาจำได้ว่าหลังจากที่สร้างพันมหาโลกาขึ้นมา เงาร่างแสงสีขาวนั้นยังแบ่งออกเป็นสามเงาร่างมรรคา หนึ่งในนั้นเขาก็เคยเจอมาแล้ว… กำเนิดทัณฑ์!

นั่นคือตัวตนลึกลับที่ปรากฏกายขึ้นในตอนที่พวกท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนกับมังกรจู่หลงทำลายมหามรรคา

มรรคาหรือ…

เจียงฉางเซิงนึกไปถึงเงาร่างแสงสีขาวนั้น ถ้าเขาคือตัวตนยุคแรกสุดจริงๆ อยู่ในมิติที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย น่าจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เกรงว่าตัวเขาเองก็คงจะหาความหมายของการดำรงอยู่ไม่พบ ดังนั้นถึงได้สร้างพันมหาโลกาขึ้นมาและแปลงกายเป็นมหามรรคา

เพียงแต่ว่า หากมรรคาคือตัวตนแรกสุด แล้วมรรคาที่ว่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

มีจุดเริ่มต้น มีจุดสิ้นสุด คำกล่าวเช่นนี้เหมือนจะไม่มีหลักฐานอ้างอิงที่แน่นอนเลย ผู้แข็งแกร่งอย่างเจียงฉางเซิงยังผลักดันทุกอย่างไปข้างหน้าไม่ได้ เขารวมถึงทุกสิ่งที่เรารู้จักเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เกิดขึ้นมาด้วยเหตุใด จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งอยู่ที่ใดกันแน่

“กำเนิดฟ้าหรือ นั่นเป็นเพียงยุคหนึ่งในอดีตเท่านั้น ยังห่างไกลจากยุคที่สร้างพันมหาโลกามาก ในยุคสร้างพันมหาโลกาก็คือกำเนิดฟ้าก่อนหน้าข้า วิถีเซียนเคยเกิดขึ้นมาแล้วกี่ครั้งข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่เจ้าก็น่าจะได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งแล้ว”

“ตัววิถีเซียนครอบคลุมมรรคาจำนวนมาก สามพันมหามรรคาล้วนมีมรรคาที่คล้ายกันอยู่ในวิถีเซียน ข้าเดาว่าวิถีเซียนคือวิถีบำเพ็ญแรกของพันมหาโลกา”

ฤทธาจารย์พูดจบก็ทำหน้าเคลิ้ม

เจียงฉางเซิงยังตกใจในคำพูดของเขา แต่เมื่อลองคิดดูก็สมเหตุสมผลเช่นกัน วิถีเซียนยุคโบราณที่มรรคาจารย์ลึกลับก่อตั้งขึ้นไม่ใช่จุดต้นกำเนิดของวิถีเซียน เพียงแต่ว่าเขาก็ไม่แน่ใจว่าต้องย้อนกลับไปกี่ปี บางทีอาจจะไกลจนใช้หน่วยเวลาของสิ่งมีชีวิตมาวัดค่ามิได้

“พันมหาโลกาขยายตัวอยู่ตลอด พันมหาโลกาหลังจากนี้จะมีแต่ขยายใหญ่มากขึ้น ดังนั้นพวกที่ตายไปแล้วก็ไม่แน่ว่าจะแข็งแกร่งกว่าข้าเสมอไป แต่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ เมื่อเผชิญหน้ากับเจตจำนงมรรคาก็มีจุดจบเดียวคือความตายเท่านั้น”

ศพฤทธาจารย์ถอนหายใจ ถอนหายใจให้กับอดีตและถอนหายใจให้กับชะตากรรมของตัวเอง

เจียงฉางเซิงถาม

“เหตุใดเจ้าถึงรู้เรื่องพวกนี้กัน”

ฤทธาจารย์ตอบกลับ

“ในตอนที่เจ้าเผชิญหน้ากับเจตจำนงมรรคา มันจะให้เจ้าได้เห็นต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง ให้เจ้าสำนึกได้ว่าไม่ควรปฏิเสธทุกสิ่งที่มรรคามอบให้ ให้เจ้าต้องตายอยู่ท่ามกลางความรู้สึกเสียใจ”

เจียงฉางเซิงเกิดความสงสัยขึ้นมา เหตุใดฤทธาจารย์ถึงยังไม่สลายหายไป เหตุใดจึงถูกกักขังอยู่กลางเคราะห์ลัทธินี้ รวมถึงมรรคาจารย์ลึกลับ เหตุใดศพของเขาถึงยังอยู่

เจียงฉางเซิงเหมือนจะคาดเดาความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง

ฤทธาจารย์กล่าวต่อ

“ข้าจะบอกทุกอย่างกับเจ้า ไม่ใช่แค่วันนี้ให้เจ้าได้เข้าใจเจตจำนงมหามรรคา แต่ข้ายังหวังด้วยว่าเจ้าจะมองเห็นชะตากรรม ไม่ใช่ว่าความพยายามทุกอย่างจะมีประโยชน์เสมอไป บางทีพวกเราก็ไม่ควรต่อต้านเจตจำนงมหามรรคา วิถีเซียนไม่ได้มีแค่การต่อต้านมหามรรคาเพียงหนทางเดียวเท่านั้น”

เจียงฉางเซิงหน้านิ่งไร้ความรู้สึก ทำเพียงแค่จ้องมองเขา ห้วงสุญญตาก้าวสู่ความเงียบงัน

ฤทธาจารย์ก็จ้องมองเจียงฉางเซิงเช่นกัน แววตาของทั้งคู่ดูคล้ายกันเล็กน้อยในเวลานี้ เฉยชาเหมือนกัน ผ่านไปครู่ใหญ่

“แล้วหากมหามรรคาไม่ยอมรับวิถีเซียนกับข้า เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร”

เจียงฉางเซิงเอ่ยถาม เขาชูมือขวาขึ้นช้าๆ ทวนปฐมนิพพานปรากฏขึ้นข้างมือ

เสื้อคลุมดำของฤทธาจารย์พองลมขึ้นมาเล็กน้อย อันน่าดันกำลังก่อตัวพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

“ส่งมอบมรรคาสวรรค์ใหม่ให้มรรคาควบคุม ข้าจะช่วยเจ้าสังหารประมุขสามพันมรรคา เขาเป็นเพียงร่างแยก เจตจำนงมหามรรคาเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่ถูกเก็บมาเลี้ยงก็เท่านั้น เขาไม่มีคุณสมบัติปกครองพันมหาโลกา!”

ฤทธาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในคำพูดแฝงเร้นไว้ด้วยความเคียดแค้นต่อประมุขสามพันมรรคา

มือขวาของเจียงฉางเซิงคว้าที่ทวนปฐมนิพพานก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ฤทธาจารย์ น่าเสียดายที่เราพบกันอีกครั้งกลับมีวิถีที่ต่างกัน แต่ในเมื่อวิถีต่างกันเช่นนั้นก็ถือเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน บางทีการยอมศิโรราบต่อมหามรรคาอาจจะทำให้มีชีวิตรอดได้นานขึ้น แต่นี่ไม่ใช่เส้นทางที่ข้าจะเดิน”

พูดจบ เขาก็เคลื่อนย้ายพริบตามาอยู่ตรงหน้าฤทธาจารย์

ฤทธาจารย์เบิกตาโตด้วยความตกใจ เร็วมาก!

ผู้แข็งแกร่งอย่างฤทธาจารย์ยังตั้งตัวไม่ทัน เขาแผ่เจตจำนงมรรคาของตนออกมาทันที

เจียงฉางเซิงก็เช่นเดียวกัน ขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาลมีพลังเจตจำนงมรรคาขององค์เจตจำนงมรรคาอยู่เช่นกัน เขาจึงใช้เจตจำนงมรรคาแผ่คลุมทั่วดินแดนวิถีเซียน

เจตจำนงมรรคาที่แข็งแกร่งทั้งสองปะทะกัน เจียงฉางเซิงฝืนลากฤทธาจารย์เข้าไปในดินแดนที่เขาสร้างขึ้น เพราะการต่อสู้ที่นี่จะไม่ทำอันตรายกับพันมหาโลกา

องค์เจตจำนงมรรคานั้นแข็งแกร่งมากเกินไป พวกเขากลัวว่าพลังของตนจะสร้างความเสียหายให้กับพันมหาโลกาอย่างไม่อาจแก้ไขได้ กลัวว่าจะถูกมหามรรคาลงทัณฑ์

ฤทธาจารย์ก็เป็นเช่นเดียวกัน เขาไม่ได้ขัดขืนเลย ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในห้วงสุญญตาสีม่วง

เส้นผมยาวของฤทธาจารย์ดุจเปลวเพลิงพลิ้วไหว เสื้อคลุมดำตัวโคร่งถูกกายเนื้อที่แข็งแกร่งดันจนแทบจะปริแตก เจียงฉางเซิงเบิกดวงเนตรแห่งมหามรรคา แรงกดดันที่แผ่มาจากพลังอาคมเกิดการปะทุขึ้น กดดันให้ฤทธาจารย์ต้องระเบิดพลังของตัวเองเช่นกัน

ทั้งสองคนเริ่มห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด

ฤทธาจารย์เป็นมรรคาจารย์ของวิถีเซียนยุคก่อน ย่อมไม่ยอมแพ้ให้กับชนรุ่นหลัง

ส่วนเจียงฉางเซิงมีเพียงแค่ไฟโทสะในความคิดของเขา ฤทธาจารย์ไม่ควรเป็นเช่นนี้เลย

พลังของทั้งคู่เหนือกว่าขีดจำกัดขององค์เจตจำนงมรรคา ฤทธาจารย์แอบตกใจอยู่ภายใน เขาคาดเดาไว้แต่แรกแล้วว่าชนรุ่นหลังผู้นี้แข็งแกร่งมาก ไม่อย่างนั้นก็คงจะกดดันจนภูตมรรคาของเขากับมรรคาจารย์ด้านมืดไม่มีกำลังโต้ตอบกลับไม่ได้ แต่เขาก็ไม่นึกเลยว่าหลังจากที่เขาทุ่มกำลังทั้งหมดแล้วจะยังเอาชนะชนรุ่นหลังผู้นี้ไม่ได้

สุดท้ายก็เป็นฤทธาจารย์ที่ลงมือก่อน ผู้ลงมือก่อนก็เท่ากับแพ้ไปก้าวหนึ่งแล้ว

ตึง!

ทั้งสองคนปะทะกัน พลังอาคมก่อเป็นคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวสะเทือนมิติสีม่วง เจียงฉางเซิงกดทวนใส่ฤทธาจารย์จนจิตวิญญาณสั่นสะท้าน เลือดลมที่หลอมรวมเป็นจิตมรรคานั้นกำลังสั่นไหวราวกับจะแตกสลายไปได้ทุกเมื่อ

ฤทธาจารย์ยกมือใช้มหาวิชาหวนคืนเอกภาพ หลังถูกเจียงฉางเซิงใช้มหาวิชาหวนคืนเอกภาพลบล้างกันแล้ว เขาก็ชกกำปั้นปล่อยอัสนีสวรรค์ออกไป

เจียงฉางเซิงคร้านจะสำแดงอภินิหารแล้ว เขาใช้ทวนปฐมนิพพานกวาดไปทั้งหมด ตั้งแต่ที่ได้ทวนปฐมนิพพานมา เขาก็ไม่ต้องสำแดงอภินิหารใดกับศัตรูอีก ตัวของทวนปฐมนิพพานก็เป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งอย่างหนึ่งอยู่แล้ว

ทันทีที่ทวนแทงออกไป อัสนีสวรรค์ทั้งหลายก็ถูกสูบไปทั้งหมด ก่อนจะระเบิดออกด้วยรูปแบบของนิพพาน สลายเป็นอัสนีสีม่วงจำนวนมากโถมเข้าใส่ฤทธาจารย์ นี่คืออัสนีสวรรค์อนธการ

ฤทธาจารย์ผู้ตระหนักรู้มหามรรคาแห่งอัสนี ถูกอัสนีสวรรค์อนธการผ่าด้วยความเจ็บปวดถึงที่สุด ครานี้เขาโกรธจัดแล้ว

“ดีมาก วันนี้ก็ให้เป็นศึกตัดสินระหว่างมรรคาจารย์กันไปเลย!”

ฤทธาจารย์คำรามด้วยความโกรธ เสื้อคลุมดำฉีกขาดเหลือเพียงเข็มขัดกับกางเกงขายาว เผยครึ่งท่อนบนที่ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง สายฟ้าสีดำพาดผ่านกายเนื้อของเขา แม้แต่ดวงตาทั้งสองข้างยังปล่อยอัสนีสวรรค์สีดำออกมา มองคราแรกเขาดูราวกับอยู่ท่ามกลางเพลิงทมิฬ แปลงกายเป็นความมืดมิด

เขาพลันมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเจียงฉางเซิง เจียงฉางเซิงยกทวนขึ้นปัดป้อง

อัสนีสวรรค์สีดำระเบิดออก มิติสีม่วงแตกเป็นเสี่ยงๆ พายุแห่งมหามรรคาที่เหนือจินตนาการพัดพวกเขาไปยังมิติที่ไม่รู้จัก

เจียงฉางเซิงกับฤทธาจารย์ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งคู่ต่อสู้ระยะประชิด ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยอำนาจมรรคา ฤทธาจารย์ไม่ใช่แค่ต่อสู้ระยะประชิด อภินิหารของเขาไม่ต้องใช้กายเนื้อสำแดง แค่ใช้จิตก็เป็นไปได้ตามใจนึก ขณะที่ต่อสู้อยู่นั้น ยังมีอภินิหารและวิชานับไม่ถ้วนกระหน่ำใส่เจียงฉางเซิงไม่ยั้ง

ร่างกายของเจียงฉางเซิงก็ไม่ได้เปราะบาง เขามีกายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาล แต่ไม่ว่าระดับความแข็งแกร่งของเลือดลมหรือกายเนื้อก็ยังด้อยกว่าฤทธาจารย์เล็กน้อย

ทั้งสองคนพลันดิ่งลงสู่พื้นที่นี่เป็นโลกอันเวิ้งว้าง การปะทะกันอีกครั้งของทั้งคู่ทำให้แผ่นดินพังทลาย หินหนืดใต้ดินปะทุขึ้นฟ้า แทบจะชั่วพริบตาเดียว เจียงฉางเซิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตอยู่ไกลๆ อีกทั้งยังมีจำนวนไม่น้อย

ที่นี่ไม่ใช่มิติเจตจำนงมรรคาหรือ

เจียงฉางเซิงเกิดสนใจในตัวของฤทธาจารย์มากขึ้นไปอีก เขาถือทวนด้วยมือข้างเดียวก็สยบฤทธาจารย์ได้อย่างง่ายดาย

ฟ้าดินพังทลายลงไม่หยุด ทั้งคู่เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ ไม่ว่าโลกใดก็รับพลังของพวกเขาไม่ไหว พวกเขาแค่ปะทะกันครั้งเดียวก็ทำลายล้างโลกได้แล้ว เมื่อโลกหลายต่อหลายใบพังพินาศลง พลังของฤทธาจารย์กลับเพิ่มขึ้น รูปร่างของเขาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ทุกครั้งจะสูงขึ้นเป็นหมื่นเท่า

เจียงฉางเซิงพลันชูมือซ้ายขึ้น ใช้ฝ่ามือพิฆาตโลกันตร์ ฝ่ามือหนึ่งทะลุหน้าอกของฤทธาจารย์ ไม่มีเลือดสาดกระเซ็น ฝ่ามือนี้เจาะหน้าอกของฤทธาจารย์ที่สูงนับสิบล้านจั้งเป็นรูใหญ่แบบที่ไม่อาจฟื้นฟูได้

ฤทธาจารย์ถูกอัดกระเด็นลอยออกไป ชนกับมิติแตกกระจาย ก่อนจะตกลงไปในทะเลสีเข้ม

เจียงฉางเซิงยืนอยู่บนผิวทะเล โลกมืดครึ้ม เมฆอัสนีคำราม พายุฝนกระหน่ำใส่ทะเลสวรรค์ ฤทธาจารย์ร่างยักษ์ตกลงไปก็เกิดคลื่นทะเลสวรรค์ขึ้น สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกสารทิศ

เจียงฉางเซิงแอบรู้สึกว่าทะเลแห่งนี้แปลกๆ เพราะเขาใช้จิตของขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาลกวาดออกไปก็ยังมองไม่เห็นขอบเขต ราวกับว่าเป็นพันมหาโลกา

==========================================================
ตอนที่ 762 เข็มเทพโกลาหล
มหาสมุทรสีเข้มไหลเชี่ยวกราก ฤทธาจารย์ที่ตกลงไปในนั้นอยู่ตรงก้นทะเลลึก มองไม่เห็นเงาร่างของเขา แต่พลังอันน่าสะพรึงกลัวของเขากำลังเพิ่มขึ้นไม่หยุด

เจียงฉางเซิงรู้สึกได้ว่าฤทธาจารย์กำลังฟื้นฟูพลังตอนที่อยู่ในจิตหวนสดับหลักคำสอนกลับมา จุดนี้ไม่ได้ทำให้เขาตื่นตระหนกเลย ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้เขารู้สึกชื่นชมมาก

เจียงฉางเซิงในตอนนี้ก็พัฒนาขึ้นมากแล้วเช่นกัน ตั้งแต่ที่กุยหลีฝึกมหามรรคาอนธการ มหามรรคาอนธการก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเขาก็เป็นเช่นเดียวกัน ตอนนี้ตบะของเขาเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา พลังอาคมอันไร้ขีดจำกัดทำให้มีความมั่นใจที่จะรับมือกับทุกสิ่งได้

เจียงฉางเซิงถือทวนปฐมนิพพานยืนอยู่เหนือทะเลลึกไร้ขอบเขต พายุฝนไม่อาจสั่นคลอนตัวเขาได้ แสงสีทองทั่วทั้งตัวสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์

ตูม!

มังกรดำมหึมาทะยานขึ้นมาคิดจะกลืนกินเจียงฉางเซิง เจียงฉางเซิงเบิกดวงเนตรแห่งมหามรรคา พลังที่แก่กล้าทำลายล้างมันไป

จากนั้นฤทธาจารย์ก็อ้อมรัศมีเทพมหามรรคามาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ฤทธาจารย์ในตอนนี้สูงแค่ร้อยจั้ง หน้าอกมีรูใหญ่น่าพรั่นพรึงยิ่งนัก กายเนื้อของเขาส่วนลง แต่พลังที่แฝงเร้นของเขา กลับน่ากลัวยิ่งกว่า กำปั้นหนึ่งชกเข้ามา ยังไม่ทันโดนเจียงฉางเซิง พลังที่มองไม่เห็นก็กระแทกเจียงฉางเซิงถอยออกไปแล้ว

ฤทธาจารย์ฉวยโอกาสไล่ต้อน หมัดเท้าดุจดังพายุกระแทกใส่ตัวเจียงฉางเซิงผ่านอากาศ ทำให้เจียงฉางเซิงถอยออกไปทีละนิด

นี่คือมหามรรคาแห่งมหาฤทธิ์ของเขาหรือ เจียงฉางเซิงแอบประหลาดใจ พลังกำปั้นไร้รูปนี้ผนึกห้วงสุญญตารอบตัวเขา ขณะเดียวกันก็ยังมีอำนาจที่ทำลายล้างมหามรรคาได้ เป็นอภินิหารที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! อภินิหารที่ทั้งผนึกและทำอันตรายได้เช่นนี้คือการใช้กำลังทลายหมื่นวิชา!

ขนาดกายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลที่แข็งแกร่ง ก็ยังรับพลังอหังการเช่นนี้ไม่ไหวอยู่บ้าง แต่เจียงฉางเซิงไม่ใช่ผู้ฝึกกายเพียงอย่างเดียว นัยน์ตาเขาเพ่งรวมเป็นสมาธิ ทวนปฐมนิพพานยิงแสงสีเงินสว่างไสวออกมา พลังที่แก่กล้าขวางฤทธาจารย์เอาไว้

“ขีดจำกัดของเจ้ามีแค่นี้หรือ”

เจียงฉางเซิงถามด้วยสีหน้าไร้คลื่นอารมณ์ เพราะเห็นแก่หน้ำใจที่ถ่ายทอดวิชาให้ในจิตหวนสดับหลักคำสอน เขาจึงตั้งใจจะไว้ชีวิตฤทธาจารย์ แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็อยากจะให้ฤทธาจารย์ทุ่มสุดตัวเสียก่อน มาถึงระดับขั้นอย่างพวกเขาก็สังหารกันเองได้ยากมากแล้ว

แต่เจียงฉางเซิงยังมีวิชาฟ้าดินสิ้นสลาย ดัชนีมรรคาพิฆาตโลกา และฝ่ามือพิฆาตโลกันตร์ อภินิหารทั้งสามชนิดนี้มีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเขาเองก็ยังสงสัยว่าอภินิหารทั้งสามชนิดนี้ไม่ใช่ของพันมหาโลกา

ฤทธาจารย์หยุดมือ เขาจ้องมองเจียงฉางเซิงตาเขม็ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“มรรคาจารย์ เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะกดดันข้าได้ถึงเพียงนี้”

เจียงฉางเซิงเงียบไปไม่ได้โต้ตอบอะไร

ฤทธาจารย์พลันเผยรอยยิ้ม

“เจ้าคงจะประหลาดใจอยู่สินะว่าที่นี่คือที่ใด… ที่นี่คือดินแดนกำเนิดฟ้าที่เจ้าเอ่ยถึงก่อนหน้านี้!”

เจียงฉางเซิงได้ยินเช่นนั้นก็คิ้วขมวด

ดินแดนกำเนิดฟ้าจะเป็นทะเลไปได้อย่างไรกัน

“ข้ารู้แจ้งมหามรรคาไม่น้อย นอกจากมหามรรคาที่สร้างเองแล้ว ข้ายังมีความชำนาญในด้านมิติเวลาและมรรคาอัสนีมากที่สุด ในระหว่างการต่อสู้ของเรานั้น เจ้ากับข้าได้ข้ามยุคสมัยมาหลายหมื่นยุค มาถึงยุคกำเนิดฟ้าที่ยังไม่มีฟ้าดินอยู่ ที่นี่คือห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า ทุกสรรพสิ่งของพันมหาโลกากำเนิดขึ้นกลางทะเลข้างใต้แห่งนี้”

ฤทธาจารย์พูดด้วยความโอหังอวดดี ในขณะที่เอ่ยถึงความชำนาญด้านมิติเวลาของตัวเองนั้น เขาดูภูมิใจเป็นอย่างมาก สามารถรวบรวมมรรคาจารย์ทั้งสิบเจ็ดคนในช่วงเวลาที่ต่างกันได้นั้น ความชำนาญด้านมิติเวลาของเขาก็นับว่าสุดยอดจริงๆ อย่างน้อยในด้านนี้เจียงฉางเซิงก็ยังไม่เจอใครที่แข็งแกร่งกว่าเขาเลย

เจียงฉางเซิงถาม

“เจ้าพาข้ามาที่นี่คงไม่ใช่แค่เพื่อคุยโวโออวดเพียงอย่างเดียวหรอกกระมัง”

ฤทธาจารย์ยกมือขวาขึ้น รอยยิ้มมีความดื้อรั้นมากขึ้น

“มรรคาจารย์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคืนชีพขึ้นมาได้อย่างไร ข้าแปรเปลี่ยนวิญญาณของข้าเป็นหลายพันหลายหมื่นดวง กระจายไปในยุคสมัยที่ต่างกัน ภูตมรรคาตนนั้นเพิ่งกำเนิดขึ้นมาก็ถูกดวงวิญญาณดวงหนึ่งของข้าสิงสถิตร่าง และเมื่อข้ารวมดวงวิญญาณทั้งหมดครบแล้ว เจ้าจะได้พบข้าในตัวตนที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

เจียงฉางเซิงหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย เขาเอ่ยถามต่อ

“เจ้าพูดเช่นนี้ไม่คิดว่าจะพูดเร็วไปหน่อยหรือ ข้ารู้สึกว่าเจ้ามีศักยภาพพอที่จะสังหารข้า บาดแผลที่หน้าอกข้าก็เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ในเมื่อเจ้าไม่ยอมสังหารข้า ข้าก็ย่อมไม่สังหารเจ้าเช่นกัน เจ้าพูดถูก วิถีต่างกัน ต่างคนต่างเดินจะดีกว่า ข้ายอมรับว่าข้ากลัวจริงๆ แต่ข้าก็ยังไม่ถึงขนาดยอมเป็นสุนัขรับใช้มหามรรคาหรอกนะ”

ฤทธาจารย์ตอบกลับ พลังทั่วทั้งตัวเขาพลันหายไป เขายกมือซ้ายขึ้นกวาดขึ้นไปด้านบน ห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าเบื้องล่างก็จมลงไป เกิดเป็นน้ำวนน่าหวาดกลัวที่แผ่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ส่วนลึกของน้ำวนนั้นยังมีแสงสีแดงขยับวูบไหวอยู่

เจียงฉางเซิงก้มมองแสงสีแดงนั้นพลางรู้สึกประหลาดใจ เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่เคยพบมาก่อน และยังไม่ใช่มหามรรคาด้วย

“นี่ก็คือเข็มเทพกำเนิดฟ้า สามารถเรียกห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าได้ แต่หากทำเช่นนี้ มหามรรคาจะส่งผลสะท้อนกลับใส่เจ้าน่ากลัวยิ่งขึ้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็อย่าใช้โดยเด็ดขาด”

ฤทธาจารย์พูดอย่างจริงจัง

เข็มเทพกำเนิดฟ้า เจียงฉางเซิงหรี่ตาแคบลง นี่คืออดีต การเรียกสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่แล้วไปยังอนาคต เรื่องเช่นนี้ทำได้อย่างไรกัน

ในอดีต เจียงฉางเซิงย้ายโลกของวิถีเซียนยุคโบราณก็ถูกผลสะท้อนกลับของกรรมอย่างรุนแรง กระดูกมรรคาชิ้นนั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังผนึกอยู่ที่แดนสวรรค์ ถูกผลสะท้อนกลับของกรรมก็ยังไล่ไม่ไป เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าการเรียกห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าออกมาจะต้องตอบแทนไปในราคาเท่าใด

ฤทธาจารย์ตอบกลับ

“ห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าคงอยู่มาโดยตลอด มิได้หายไป ที่ในภายหลังพันมหาโลกาไม่มีห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าก็เพราะห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าซ่อนตัวอยู่ก็เท่านั้น ซ่อนอยู่ในเข็มเทพกำเนิดฟ้า เมื่อไม่มีห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า จักรวาลของพันมหาโลกาถึงได้กำเนิดขึ้น ห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าก็เรียกได้ว่าถูกมหามรรคาทอดทิ้งเช่นกัน หากไม่มีเข็มเทพกำเนิดฟ้า ไม่ช้าก็เร็ว ห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าจะถูกทำลายหายไป”

“ขอถามได้หรือไม่ว่าเข็มเทพกำเนิดฟ้าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร”

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ในระหว่างการข้ามมิติเวลา ข้าเห็นเพียงเข็มอันหนึ่งตกลงมาจากบนสุดของพันมหาโลกา ตกลงไปในห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า จากนั้นใช้เวลานานไม่รู้กี่ปีในการดูดซับห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า จากนั้นถึงได้เกิดเป็นห้วงสุญญตากำเนิดฟ้า ปราณวิญญาณมหามรรคาอุดมสมบูรณ์นั้น”

“จะใช้เจตจำนงมหามรรคาหรือไม่”

“ไม่มีทาง หลังจากที่ข้าพบเข็มเทพกำเนิดฟ้าก็เคยลองใช้แล้ว ปรากฏว่าถูกผลสะท้อนกลับจากมหามรรคา เกือบจะต้องตายอยู่ระหว่างการฝึกบำเพ็ญแล้ว”

เมื่อเอ่ยถึงผลสะท้อนกลับจากมหามรรคาในตอนนั้น ฤทธาจารย์ก็ยังหนาวสั่นขึ้นมา เผยสีหน้าที่ซับซ้อนเช่นนี้เป็นครั้งแรก เจียงฉางเซิงจ้องแสงสีแดงที่ก้นทะเลลึก ลังเลว่าจะยอมรับหรือไม่

ฤทธาจารย์ยิ้ม

“ถ้าไม่รับก็ปล่อยไว้ก่อนเถอะ ข้าพาเจ้ามาที่นี่ รอเจ้ารู้แจ้งมหามรรคามิติเวลาก่อน เตรียมตัวพร้อมแล้วค่อยรับก็ได้”

เจียงฉางเซิงถาม

“ตั้งแต่ตอนอดีตจนถึงตอนนี้ มีแค่เจ้ากับข้าหรือที่มายังที่นี่”

ฤทธาจารย์ส่ายหน้า เขาเหมือนนึกถึงอะไรบางอย่าง แววตาเปลี่ยนเป็นกลัดกลุ้มไม่ได้พูดอะไรมาก บรรยากาศแปลกไปเล็กน้อย

เมื่อถูกฤทธาจารย์ขัด เจียงฉางเซิงก็ไม่อยากสู้ต่อแล้วเช่นกัน ศึกนี้มากพอที่จะให้เขาได้รางวัลรอดชีวิตแล้ว พอคิดได้ดังนั้น เขาก็หายไปกลางอากาศ เขากระโดดออกจากมิติเวลานับไม่ถ้วน กลับไปยังยุคสมัยของเขา

ตอนนี้เขามาปรากฏตัวอยู่ที่ที่พบกับฤทธาจารย์ ก้มหน้ามองดินแดนวิถีเซียน ทุกอย่างยังคงเงียบสงบมาก ไม่เกิดผลกระทบจากการมาเยือนของฤทธาจารย์เลย

ศึกกับฤทธาจารย์ทำให้เขารู้สึกถึงอกถึงใจมาก ไม่ได้ต่อสู้อย่างเต็มที่เช่นนี้มานานมากแล้ว ส่วนเข็มเทพกำเนิดฟ้า เขาก็ไม่ต้องคิดเลย หนึ่งคือเขาไม่เชื่อใจฤทธาจารย์ แล้วสองคือเขาไม่ต้องการ ก็เหมือนกับที่เขาสร้างหม้อนิรันดร์กาลขึ้นมาเพื่อวางแผนเล่นงานมรรคาจารย์ด้านมืด มหามรรคาก็อาจใช้อุบายบางอย่างเช่นกัน เขาจึงต้องระมัดระวังไว้

เขาเดินหนึ่งก้าวก็กลับมาถึงตำหนักเมฆาม่วง จากนั้นนั่งลงบนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา และถือโอกาสเฝ้าระวังฤทธาจารย์บุกมาอีกครั้ง ทว่าเขาก็ไม่ได้รางวัลรอดชีวิต จุดนี้แสดงว่าฤทธาจารย์ไม่ได้มีจิตสังหารต่อเขา และยังแสดงให้เห็นว่าคำพูดเหล่านั้นของฤทธาจารย์เชื่อถือได้

เจียงฉางเซิงถอนหายใจ

มู่หลิงลั่วลืมตาขึ้นถาม

“ท่านถอนหายใจด้วยเหตุใดรึ”

เจียงฉางเซิงตอบเสียงเบา

“ถอนหายใจให้กับชะตากรรม หลังจากที่ทุกชีวิตรู้ชะตากรรมของตนเองก็ต้องต่อสู้กับชะตากรรม จากนั้นหมอบอยู่ใต้ชะตากรรม”

เมื่อนึกไปถึงความฮึกเหิมที่ชายตามองทุกสรรพสิ่งของฤทธาจารย์ในจิตหวนสดับหลักคำสอน แล้วนึกไปถึงฤทธาจารย์ที่ก้มหัวให้กับเจตจำนงมหามรรคาแล้ว เจียงฉางเซิงก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาในใจ ก่อนจะนึกย้อนไปหาคู่ต่อสู้ในอดีต ใครบ้างที่ไม่พยายามเพื่อเอาชีวิตรอด แล้วใครที่ได้หัวเราะเป็นคนสุดท้ายจริงๆ บ้าง

“วิถีเซียนจะต่อสู้กับชะตากรรมไปกับท่าน ต่อให้วิถีเซียนยอมแพ้ ข้าก็จะไม่ยอมแพ้ ท่านทำอะไรข้าก็จะทำสิ่งนั้นด้วยเจ้าค่ะ”

มู่หลิงลั่วพูดอย่างจริงจัง นางที่รู้แจ้งมรรคาแห่งโชคชะตาได้สัมผัสถึงชะตากรรมลึกซึ้งที่สุด ก็เพราะยิ่งลึกซึ้งนั้นเอง นางถึงยำเกรงมหันตภัยในความมืดมิดมากขึ้น ทุกสรรพสิ่งล้วนมีมหันตภัยของตนเอง หนีไม่พ้น ไม่มีที่สิ้นสุด

เจียงฉางเซิงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจ

ในตอนที่เกิดมาในภพนี้ ภายในใจเขารู้สึกโดดเดี่ยวมากเพราะเขาถูกทิ้งมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ในเส้นทางบำเพ็ญนี้ เขาได้รับอะไรมากมาย สหายเก่ายังอยู่กันครบ และยังมีทุกคนที่ศรัทธาในตัวเขา วิถีของข้าไม่เดียวดาย ไยจะต้องกลัวชะตากรรมเล่า เจียงฉางเซิงยกมุมปาก คิดเช่นนี้อยู่ในใจ

เขากับมู่หลิงลั่วพูดคุยกันสักครู่ก็เริ่มรู้แจ้งมรรคาของตนเอง ในช่วงเวลาต่อมาไม่มีศัตรูที่แข็งแกร่งมาก่อกวนวิถีเซียนอีก มหามรรคาอนธการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมีผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากมาเยือน นี่ทำให้เจียงฉางเซิงมองเห็นความหวังที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เมื่อมหามรรคาอนธการเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เขาก็จะก้าวข้ามขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาลไปยังขั้นพลังที่สูงขึ้นได้ แล้วชาววิถีเซียนก็จะมีโอกาสก้าวสู่ขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาลได้

เวลาผันผ่านไป เมื่อพันมหาโลกาเกิดความทุกข์ยาก วิถีเซียนก็หยุดแผ่ขยาย แต่ด้วยอาณาเขตที่กว้างขวางอยู่แล้ว จึงทำให้วิถีเซียนยังคงทะยานขึ้นต่อไปได้ ล้านปีต่อมา วิถีเซียนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขงเซวียบรรลุขั้นพรหมเซียนทอง เขาท้าสู้กับเจาลัทธิมรรคาและจบลงด้วยชัยชนะ ทำให้ทุกสรรพชีวิตนึกไปถึงตำนานที่ถูกลืมเลือนกับอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งมรรคาสวรรค์ในอดีตผู้นี้

ในที่สุด ผู้มีมหาโชคชะตาที่เคยฝึกบำเพ็ญที่ตำหนักเมฆาม่วงก็มีชื่อเสียงสั่นสะเทือนวิถีเซียนสักที หลังจากกลับมาถึงแดนเซียนพรหมไป่เฉียว เขาก็ได้รับเทือกเขาแห่งหนึ่งก่อนจะก่อตั้งสถานบำเพ็ญขึ้นมา

แดนเซียนพรหมในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นแผ่นดินทองคำ ไม่ใช่ว่าจะสร้างสถานบำเพ็ญที่แดนเซียนพรหมก็จะสร้างได้ แน่นอนว่าจะมีโอกาสชนกับสถานบำเพ็ญและลัทธิอื่นได้ง่ายมาก ผู้ที่ลงหลักปักฐานที่แดนเซียนพรหมได้นั้น ส่วนใหญ่จะต้องมีเส้นสายใหญ่โต

สำหรับทุกสรรพชีวิตแล้ว โชคชะตามรรคาสวรรค์กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ซึ่งแดนเซียนพรหมได้กลายเป็นโลกที่อยู่สูงสุดของวิถีเซียน แม้แต่แดนสวรรค์ก็ยังย้ายแท่นเห็นสู่เบื้องบนออกไป ตั้งแต่ที่เทศนาที่มหาพิภพจิตจร แแดนเซียนพรหมก็ไม่ได้สนใจในพันมหาโลกามากเท่าเดิมแล้ว

ทุกลัทธิต่างก็กำลังศึกษาหลักมรรคา เริ่มเดินบนเส้นทางของมหามรรคาอนธการ พวกเขาพบว่าการฝึกฝนตามมรรคาจารย์เริ่มจะไม่ถูกกฎเกณฑ์มหามรรคาพันธนาการแล้ว นี่ยิ่งทำให้พวกเขาดำดิ่งลึกลงไปจนถอนตัวไม่ขึ้น

ในวันนี้เอง จักรพรรดิสวรรค์มาขอพบเจียงฉางเซิงอย่างที่หาดูได้ยาก บิดากับบุตรเริ่มพูดคุยถึงเรื่องเก่าๆ บรรยากาศดูอบอุ่น

เจียงฉางเซิงรู้อยู่แล้วว่าเขามาด้วยเรื่องใด แต่ก็แสร้งไม่ถาม ทำให้จักรพรรดิสวรรค์อึดอัดใจยิ่งนัก รอยยิ้มก็เริ่มจะแห้งขึ้นมาทีละนิด

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 761-762"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย