ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 818 วิชาแปลงวิญญาณเป็นกระบี่ นี่ไม่ใช่การเดินเข้าหาความตายด้วยตนเองหรือ?
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 818 วิชาแปลงวิญญาณเป็นกระบี่ นี่ไม่ใช่การเดินเข้าหาความตายด้วยตนเองหรือ?
“ที่นี่มีผู้พิทักษ์สามคน และเจ้าเป็นหนึ่งในนั้น รับหน้าที่ดูแลทางเข้า อีกทั้งเจ้ายังมีฉายาว่ากระบี่ยอดน้ำแข็ง ใช้เคล็ดวิชาธาตุน้ำแข็งที่ลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง” ลู่เฉินกล่าวบอกที่มาของฝ่ายตรงข้ามทีละข้อ
ใบหน้าของกระบี่ยอดน้ำแข็งเย็นชา ราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำค้างแข็ง พร้อมจ้องมองไปทสงลู่เฉิน “ใครเป็นคนบอกข้อมูลนี้แก่เจ้า?”
“เจ้าคิดว่าเป็นใครล่ะ?”ลู่เฉินยิ้มมองกระบี่ยอดน้ำแข็ง
กระบี่ยอดน้ำแข็งกล่าวด้วยท่าทีหนักแน่น “คนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดเผยข้อมูล มิเช่นนั้นจะถูกแรงสะท้อนย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง”
“เรื่องนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” ลู่เฉินยิ้มพลางมองกระบี่ยอดน้ำแข็ง
กระบี่ยอดน้ำแข็งเรียกกระบี่น้ำแข็ง ขึ้นมาในมืออีกครั้งทันที “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมบอก ข้าก็จะจัดการเจ้าให้เสร็จ แล้วค่อยดักจับวิญญาณของเจ้าไว้ จากนั้นจะค่อย ๆ บีบบังคับสอบถามเจ้าทีละข้อ”
พูดจบ กระบี่น้ำแข็งเล่มนั้นก็พุ่งทะลุผ่าน ชั้นน้ำแข็งราวกับเงา แล้วกระหน่ำลงไปบนวิญญาณของลู่เฉิน
กระบี่ยอดน้ำแข็งคิดว่าจะสามารถดักจับ วิญญาณของลู่เฉินได้อย่างง่ายดาย แต่ไม่ได้คาดคิดเลยว่ากระบี่น้ำแข็งนั้น จะทะลุผ่านเงาวิญญาณสายฟ้าของลู่เฉินราวกับเงา โดยไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ แก่ลู่เฉินเลยแม้แต่น้อย
คราวนี้กระบี่ยอดน้ำแข็งถึงกับงุนงง พร้อมจ้องมองลู่เฉิน แล้วถามว่า “เหตุใดเจ้าถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
“เพราะวิญญาณของข้า ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะหยั่งรู้ได้” ลู่เฉินพูดจบก็คืนสู่ร่าง ‘เงาวิญญาณมนุษย์’ แล้วปลดปล่อยเปลวไฟสิบสามดวงออกมา
เปลวเพลิงเหล่านั้นละลาย ชั้นน้ำแข็งลงในพริบตา
กระบี่ยอดน้ำแข็งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เจ้าทำลายเคล็ดวิชาเยือกแข็ง ของข้าได้อย่างไร?”
“เปลวไฟของข้านั้นไม่ธรรมดา การที่สามารถทำลายได้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก” ลู่เฉินยิ้มมองดูเขา
กระบี่ยอดน้ำแข็งไม่ยอมเชื่อ และคิดจะใช้น้ำแข็งกักขังลู่เฉินอีกครั้ง แต่คราวนี้ชายหนุ่มรวมเปลวไฟ ทั้งสิบสามดวงเข้าด้วยกัน จนก่อตัวเป็นเปลวไฟดวงใหญ่ แล้วปลดปล่อยออกไป
ตูม!
มันกระแทกร่างของกระบี่ยอดน้ำแข็งอย่างหนักหน่วง
กระบี่ยอดน้ำแข็งถูกแรงกระแทกดันจนถอยหลังออกไป ทว่าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด เพราะชั้น ‘น้ำค้างแข็ง’ ที่ปกคลุมร่างกายของเขานั้น มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก ประกอบกับรากวิญญาณของเขา ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงถึงสามรอบแล้ว จึงมีพลังลมปราณคอยหนุนเสริมการป้องกันของเขาอยู่
ดังนั้นหลังจากกระบี่ยอดน้ำแข็ง ถอยหลังไปสองสามก้าว ก็หันมาจ้องมองลู่เฉินด้วยแววตาเยือกเย็น “เด็กน้อย เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำร้ายข้าได้หรือ?”
ลู่เฉินต้องยอมรับด้วยความจริงใจว่า “เก่งมาก”
ในขณะนั้นเอง ผู้คนบริเวณใกล้เคียงต่างได้ยินเสียง กระแทกอันทรงพลังเมื่อครู่ จึงพากันรีบมุ่งหน้ามายังที่นี่ เพราะต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
และเมื่อพวกเขาเห็นลู่เฉิน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอยู่ที่นี่ ก็ต่างพากันแสดงความสงสัยอย่างเห็นได้ชัด
บางคนงุนงงว่า “เด็กคนนี้เข้ามาได้อย่างไรกัน?”
“นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นก็คือหน่วยข่าวกรอง ไม่มีข่าวสารแม้แต่น้อยเลยหรือ?”
“คราวนี้หน่วยข่าวกรองต้องเดือดร้อนแน่” บางคนพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย
ทว่าก็ยังมีบางคนที่ไม่เข้าใจ และถามขึ้นมาว่า “เหตุใดหัวหน้าเจี้ยนไม่จับตัวเขาไว้ล่ะ?”
กระบี่ยอดน้ำแข็งกวาดสายตาเยือกเย็นไปยังผู้พูด “พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่อยากหรือ?”
ทุกคนต่างสงสัยว่ากระบี่ยอดน้ำแข็ง หมายความว่าอะไร จึงมีคนถามขึ้นว่า “หัวหน้าเจี้ยน เป็นเพราะ…?”
“เพราะข้าสู้เขาไม่ได้!” กระบี่ยอดน้ำแข็งไม่อาจปฏิเสธความจริงได้
“อะไรนะ?”
ผู้คนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะน่าเกรงขามถึงเพียงนี้
แต่บางคนก็ยังสงสัย “แค่ขั้นหลอมแก่นแท้จะเก่งกาจ ถึงขนาดนั้นได้อย่างไร?”
“ถูกต้อง ขั้นหลอมแก่นแท้จะแกร่งกล้า ได้ขนาดนั้นเลยหรือ?”
ผู้คนต่างรู้สึกว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เชื่อว่า คนที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ จะมีความสามารถมากมายนัก
และเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่เชื่อ กระบี่ยอดน้ำแข็งจึงกล่าวด้วยสายตาเย็นชาว่า “หากไม่เชื่อ พวกเจ้าก็ลองไปประลองดูเองเถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น ก็มีคนอยากลองขึ้นมาจริง ๆ
ทันใดนั้นมีคนหยิบกระบี่ขึ้นมา แล้วโจมตีตรงไปยังทิศทางของลู่เฉิน แต่ชายหนุ่มก็หลบหลีกกระบี่นั้นได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็จ้องมองพวกเขาพลางยิ้มกว้าง “พวกเจ้าจะมาพร้อมกัน หรือจะทยอยมาทีละคน?”
พวกเขาต่างงุนงง เพราะไม่คาดว่าลู่เฉินจะหลบหลีกการโจมตี ของยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนได้ง่ายดายเช่นนี้
ไม่เพียงเท่านั้น ความโอหังของลู่เฉินยังทำให้ พวกเขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
จึงมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งรุมเข้าโจมตีลู่เฉิน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะรุมล้อมอย่างไร ก็ไม่อาจทำอะไรลู่เฉินได้เลย กลับกัน ลู่เฉินสั่งเงาสายฟ้าออกมา แล้วปล่อยพายุสายฟ้านับไม่ถ้วน กระหน่ำลงมาทันที
สายฟ้าเหล่านั้นได้ทำให้ ผู้คนมากมายบาดเจ็บในพริบตา
ขณะนั้นผู้คนจึงเข้าใจว่าลู่เฉินไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนกระบี่ยอดน้ำแข็ง หันไปกล่าวกับผู้คนเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าถอยออกไปก่อน”
ผู้คนต่างถอยออกไป แต่ทุกคนต่างใจร้อน และบางคนยังตะโกนบอกกระบี่ยอดน้ำแข็งว่า “หัวหน้าเจี้ยน ท่านต้องจัดการมันให้ดี ๆ นะ!”
“หัวหน้าเจี้ยน รีบจัดการมันซะ ไม่อย่างนั้นถ้านายท่านรู้เข้า พวกเราตายแน่”
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่ต้องการ ให้เรื่องที่ลู่เฉินปรากฏตัวอยู่ที่นี่ รั่วไหลไปถึงหูนายท่านของพวกเขา
สำหรับกระบี่ยอดน้ำแข็งเอง เขาเองก็ไม่ต้องการเช่นกัน จึงขมวดคิ้วแล้วฟาดกระบี่ลงมา ในชั่วพริบตาถัดมา เกล็ดหิมะนับไม่ถ้วนโปรยปรายลงมา โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ลู่เฉิน
เมื่อเกล็ดหิมะเหล่านั้นกำลังจะปกคลุมลู่เฉิน เปลวไฟบนร่างกายของชายหนุ่มก็ลุกโชนขึ้นมา ทำให้เกล็ดหิมะเหล่านั้นไม่อาจทำอะไรข้าได้เลย
ผู้คนต่างตะลึงงัน และพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
กระบี่ยอดน้ำแข็งมองลู่เฉิน ด้วยสายตาเย็นชาครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวว่า “เจ้าหนู หากเจ้าบอกข้าตอนนี้ว่ามาที่นี่ได้อย่างไร ข้าอาจจะยังละเว้นชีวิตเจ้าไว้ มิฉะนั้นหากข้าต้องนำไม้ตายออกมา เจ้าจะพบจุดจบอย่างแน่นอน”
“โอ้? ยังมีไม้ตายอีกหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
กระบี่ยอดน้ำแข็งกล่าวอย่างเยือกเย็น “แน่นอน”
ลู่เฉินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “งั้นก็เข้ามาเลย ข้าอยากดูว่าไม้ตายของเจ้าคืออะไร”
ผู้คนอื่น ๆ เองต่างก็อยากรู้ว่ากระบี่ยอดน้ำแข็ง จะนำไม้ตายอะไรออกมา ส่วนกระบี่ยอดน้ำแข็งถูกบีบจนจนมุม จึงจำต้องนำ ‘กระบี่น้ำแข็ง’ ของตนออกมา แล้วกลืนมันลงไป
เมื่อเห็นกระบี่น้ำแข็งถูกกลืนลงไปในชั่วพริบตา ทุกคนต่างตกตะลึง
บางคนถึงกับพูดขึ้นมาว่า “เกิดอะไรขึ้นกัน?”
“หัวหน้าเจี้ยน คิดจะใช้ท่านั้นแล้ว”
“ท่าไหน?”
“วิชาแปลงวิญญาณเป็นกระบี่!”
“อะไรนะ?”
ทุกคนต่างตื่นตระหนก และในขณะนั้นเอง ร่างของกระบี่ยอดน้ำแข็ง ก็ค่อย ๆ กลายเป็นร่างกึ่งโปร่งใส แล้วแปรสภาพเป็นรูปร่างของกระบี่ พร้อมพุ่งทะลุร่างของลู่เฉินในชั่วพริบตา ราวกับจะเจาะทะลุร่างกายของชายหนุ่มให้แหลกสลาย
หากลู่เฉินไม่ได้มีสายตาและฝีมือที่ว่องไว พร้อมรีบใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าวิญญาณ แปลงกายเป็นเปลี่ยนเป็นเงาก่อน ตอนนี้ร่างกายคงพินาศไปแล้ว
ทว่าผู้คนเหล่านั้นต่างตะลึงงัน บ้างก็ร้องขึ้นมาด้วยความไม่เชื่อว่า “นี่… เกิดอะไรขึ้นกัน?”
กระบี่ยอดน้ำแข็งไม่คิดเลยว่า แม้แปลงวิญญาณเป็นกระบี่แล้ว ทว่าก็ยังไม่สามารถทำร้ายลู่เฉินได้ สีหน้าจึงดูน่าเกลียดขึ้นมาทันที “บ้าเอ๊ย!”
กระบี่ยอดน้ำแข็งกลายเป็นเงาร่างในชั่วพริบตา แล้วบุกเข้าสู่ร่างที่เปลี่ยนเป็นเงาของลู่เฉิน แล้วดำดิ่งเข้าสู่จิตสำนึกของชายหนุ่ม
ทุกคนต่างสงสัยใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกัน
ทว่าขณะนี้ ภายในจิตสำนึกของลู่เฉิน ร่างของกระบี่ยอดน้ำแข็ง ได้แปรสภาพกลายเป็นเงากระบี่ จากนั้นเงากระบี่นั้นก็ปลดปล่อยเงากระบี่นับไม่ถ้วนออกมา พวกมันล่องลอยไปทั่วทุกทิศ ราวกับจะทำลายวิญญาณของลู่เฉินให้แหลกสลาย
ลู่เฉินยกยิ้มขมขื่น “ข้ากำลังกังวลอยู่ว่าจะจัดการเจ้าอย่างไรดี แต่เจ้ากลับส่งตัวเองมาให้แบบนี้?”
“เด็กน้อย ข้ายอมรับว่าเจ้ามีกลอุบายมาก แต่ที่นี่คือจิตสำนึกของเจ้า”
“แล้วอย่างไร?”
“ข้าจะทำตามใจชอบ จนกว่าจะทำลายจิตสำนึกของเจ้า ให้แหลกเป็นผุยผง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินกลับหัวเราะออกมา “เจ้าพูดเล่นอยู่หรือ?”
“ข้าไม่ได้พูดเล่นกับเจ้า นี่คือความจริง” กระบี่ยอดน้ำแข็งกล่าวอย่างหยิ่งยโส
“งั้นก็ลองดูสิ ข้าอยากเห็นว่าเจ้าจะทำลาย จิตสำนึกของข้าได้อย่างไร” ชายหนุ่มมองกระบี่ยอดน้ำแข็งพลางยิ้มอย่างประหลาด
“งั้นเจ้าจงดูให้ดี!” กระบี่ยอดน้ำแข็งกล่าว ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม