ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 992 ช่วงชิงและล่าสมบัติ
บทที่ 992 ช่วงชิงและล่าสมบัติ
ฉู่โม่วพลันค้นพบว่าเขาได้ละเลยปัญหาที่สำคัญที่สุดไป
นั่นก็คือเหล่าผู้ปลุกพลังที่ออกมาจากเขตแดนลับ!
พูดตามหลักการแล้ว …มีขุมทรัพย์มากมายอยู่ข้างในเขตแดนลับตำหนักหยก แม้แต่อวิ๋นเหอผู้ขาดรากฐานพลังในตอนแรก หลังจากที่ได้เข้าไป แค่อยู่ในพื้นที่นั้น ก็ทำให้โชคชะตาของเขาเปลี่ยนแปลงไปจนเลื่อนขั้นพลังได้
แต่กลับไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับราชันย์เทวะยุทธ์หรือแม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่เข้าไปในเขตแดนลับตำหนักหยกเลยแม้แต่น้อย
หากจะบอกว่าพวกเขาตายไปแล้วก็คงไม่สมเหตุสมผลนัก
แต่หากยังไม่ตาย พวกเขาก็ไม่น่าจะหายตัวไปจากจักรวาลและอย่างน้อยก็ควรจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง
แต่จนถึงตอนนี้ ผู้ปลุกพลังทุกคนที่เข้าไปในเขตแดนลับนั้น โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไปในตำหนักและบ่อน้ำโบราณ ต่างก็จากหายไปอย่างเงียบเชียบ
แม้แต่คนที่ฉู่โม่วรู้จักก็ด้วย
หนี่เค่อเต๋อจากตระกูลหนี่เค่อ!
เขาคือหนึ่งในผู้ปลุกพลังที่เข้าไปในเขตแดนลับ และยังเป็นสมาชิกในกลุ่มสำรวจตำหนักและบ่อน้ำโบราณด้วย นั่นคือเหตุผลที่ฉู่โม่วซ่อนตัวอยู่ในตระกูลหนี่เค่อมาตั้งแต่แรก
แต่หลังจากที่ออกเดินทางมาเป็นเวลานาน
จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลามากกว่าแสนปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดส่งกลับมา
นี่มันประหลาดเกินไป!
ตามข้อมูลที่เขาได้มาจากตำหนักไหมหยก จักรพรรดิเทวะยุทธ์สิบหกคนได้เข้าไปข้างในพื้นที่ของตำหนัก และแปดคนในนั้นลงไปสำรวจในบ่อน้ำโบราณ พวกเขามองเห็นเพียงโลกอันกว้างใหญ่ แล้วจึงมองเห็นดวงตายักษ์ หลังจากนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์เจ็ดคนพลันสิ้นใจ และมีเพียงคนเดียวที่หลบหนีมาได้ด้วยอาการสาหัส
ส่วนเหล่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่เข้าไปข้างในตำหนักทั้งหมดแปดคน
วินาทีหลังจากที่ก้าวเข้าไป พวกเขาก็มองเห็นภาพลวงตาที่มีสามหัวและหกแขน ทำให้พวกเขาเสียสติในทันทีและจะไม่ออกมาจนกว่าจะตื่นกลับมาอีกครั้ง
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่เข้าไปในบ่อน้ำโบราณสิ้นใจหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและหนีรอดมาได้ แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์แปดคนที่เข้าไปในตำหนักนั้นแค่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากเขตแดนลับ จิตวิญญาณของพวกเขาได้รับความเสียหายและอายุก็ลดลงมหาศาล แล้วกลับออกมาตาม ๆ กัน
เมื่อฉู่โม่วได้เห็นข้อมูลเหล่านี้ เขาก็คิดอะไรไม่ออกและได้แต่ยืนตัวสั่น
จักรพรรดินีไท่หยินบอกว่าจะเข้าไปข้างในตำหนักไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตำหนักนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าบ่อน้ำโบราณที่ถูกตรวจสอบโดยจักรพรรดิเทวะยุทธ์แปดคนเสียอีก
แต่บ่อน้ำโบราณก็สังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไปถึงเจ็ดคน ส่วนอีกคนหนึ่งก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะหลบหนีออกมาได้ จากนั้นก็สิ้นใจไม่นานหลังจากนั้น เรียกได้ว่าถูกกำจัดหมดทั้งกองทัพเลยทีเดียว
แต่ในตำหนักที่จักรพรรดินีไท่หยินพูดถึงนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้างในหรือข้างนอก จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทุกคนต่างก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่กลับได้รับความเสียหายทางจิตวิญญาณและสูญเสียพลังชีวิตไปแทน
แล้วจะโทษเขาได้อย่างไรกัน?
เป็นใครก็ต้องกลัวไม่ใช่รึไง?!
เมื่อคิดดูดี ๆ แล้ว พวกเขาก็หายจากตามกันไป…
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้
ฉู่โม่วดูลูกแก้วสีแดงตรงหน้าและครุ่นคิด แล้วจึงหันไปมองอณูโกลาหลที่ลอยอยู่รอบ ๆ และพึมพำว่า “จักรพรรดิเทวะยุทธ์แปดคนนั้นที่รอดออกมาจากตำหนัก… ไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไปแล้ว!”
ใช่แล้ว!
ฉู่โม่วพลันนึกถึงดวงวิญญาณดุร้ายที่ถูกผนึกอยู่ข้างในลูกแก้วสีแดง
หรือว่าเหตุผลที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์แปดคนออกมาได้อย่างปลอดภัยจะเป็นเพราะจิตวิญญาณถูกดึงออกมาและใส่เอาไว้ในลูกแก้วสีแดง ส่วนร่างกายเนื้อของพวกเขา… ก็ถูกแทนที่ด้วยตัวตนอื่นเหรอ?!
ไม่อย่างนั้น… สิ่งนี้ก็ยากเกินกว่าจะอธิบายได้
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่แค่การคาดเดามั่วของฉู่โม่ว
ต้องรู้ด้วยว่า… ตามบันทึกของตำหนักไหมหยก จักรพรรดิเทวะยุทธ์แปดคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ!
‘มีความเป็นไปได้สูงที่การยึดร่างกายเพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน แล้วการปรับตัวเข้ากับร่างกายของจักรพรรดิเทวะยุทธ์พวกนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์ งั้นจิตวิญญาณก็คงจะเสียหาย’
‘ส่วนที่หายตัวไปหลังจากยึดครองร่างกายได้ อาจเป็นเพราะกำลังดำเนินแผนการบางอย่างอยู่’
‘แต่…’
‘หลังจากที่ยึดร่างไปได้ พวกมันคิดจะทำอะไรนะ?’
สายตาของฉู่โม่วเคร่งเครียดยิ่งขึ้นขณะที่ครุ่นคิดอยู่เงียบ ๆ
หากมันคือการยึดครองร่างจริง ๆ ก็จะต้องมีเจตนาบางอย่างในการนำร่างของเหล่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ออกไปจากเขตแดนลับ
แต่หลังจากที่ผ่านมากว่าหลายแสนล้านปี ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักพัก ฉู่โม่วก็เก็บความคิดยุ่งเหยิงเอาไว้ลึก ๆ ในใจ ตอนนี้เขามาถึงข้างในเขตแดนลับแล้ว และในไม่ช้าก็จะได้พบเบาะแสเพิ่มเติมตรงหน้าตำหนักและบ่อน้ำโบราณ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เก็บลูกแก้วสีแดงเอาไว้และตามปลาตัวน้อยไปยังเป้าหมายต่อไป
ระหว่างทาง เขาเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่า แต่ฉู่โม่วก็สังหารพวกมันจนหมดด้วยแสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณ แล้วจึงเก็บลูกแก้วสีแดงทั้งหมดมา
อีกราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากที่ฉู่โม่วเก็บลูกแก้วสีแดงมามากกว่าห้าสิบลูก รวมไปถึงลูกแก้วสีแดงของสัตว์อสูรที่เสี่ยวอวี๋บอกว่าเทียบได้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ด้วยเช่นกัน แล้วเขาก็ออกมาจากพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยอณูโกลาหลได้ในที่สุด
เมื่อมองไปรอบ ๆ เขาก็เห็นว่าพื้นที่ภายนอกเขตอณูโกลาหลนั้นเป็นพื้นที่รกร้างอันกว้างใหญ่ มันเต็มไปด้วยภูเขาสูงและป่าโบราณ โดยมีกลิ่นอายหลากหลายชนิดพัดพาอยู่รอบ ๆ
การยืนอยู่ที่นี่รู้สึกเหมือนกับได้ย้อนเวลานับปีไม่ถ้วนกลับไปยังยุคโบราณ
“นี่น่ะเหรอ โฉมหน้าที่แท้จริงของเขตแดนลับตำหนักหยก?”
ฉู่โม่วตรวจสอบทั่วทุกทิศทางด้วยพลังจิต สัมผัสกาลเวลา และสัมผัสห้วงมิติ แม้แต่กายาทวิเนตรก็ถูกขยายออกไปตรวจสอบจนทั่วโลกแปลกประหลาดใบนี้
ทันใดนั้น ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่หลายร้อยล้านไมล์ถูกสะท้อนบนทะเลจิตวิญญาณ
ภูเขาและภูมิศาสตร์นั้นชัดเจนราวกับลายมือ
หลังจากมาถึงที่นี่ ฉู่โม่วยังไม่พบตำหนักและบ่อน้ำโบราณที่ตามหา
แต่เขาก็ไม่ได้ประหลาดใจ
เขตแดนลับนี้มีขนาดมหึมา แม้จะเทียบกับวงโคจรดวงดาวก็ยังยากจะมีได้
เพื่อตามหาทิศทาง ฉู่โม่วปล่อยนกล่าสมบัติหรือเจ้านกซื่อบื้อออกมา แล้วจึงส่งมันไปตามหาสมบัติ
เขามาถึงยังเขตแดนลับแห่งนี้แล้ว
ตามหาสมบัติก่อนคงจะดีกว่า และในขณะเดียวกัน เขาก็จะได้สำรวจโลกแปลกประหลาดใบนี้และค่อย ๆ มุ่งหน้าลึกเข้าไปก็ได้
แน่นอนว่า…
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาที่ปลอดภัยเพื่อดูดซับอัญมณีแก่นโกลาหล
“นายท่านวางใจได้เลย!”
นกล่าสมบัติรู้จักเสี่ยวอวี๋อยู่แล้ว และเมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายแหวกว่ายในอากาศและควบแน่นดาวเหนือวายุเหมันต์ได้ มันก็รู้สึกว่าสถานะของตัวเองกำลังสั่นคลอน มันจึงมุ่งมั่นที่จะตามหาสมบัติให้จงได้
ให้เจ้าของได้รู้ถึงตำแหน่งของตัวเองและในขณะเดียวกันก็ทำให้สัตว์เลี้ยงที่เพิ่งจะมาถึงรู้ว่ามันไม่ใช่แค่หมาแมวโง่ ๆ ที่จะมาแทนที่ได้
ช่วงเวลาหลังจากนั้น…
เจ้านกซื่อบื้อทำงานอย่างหนักและตามหาสมบัติอย่างบ้าคลั่ง
แล้วมันก็ค้นพบสมบัติหายากแห่งสวรรค์และโลกมากมายชิ้นแล้วชิ้นเล่า แล้วยังไม่มีสมบัติจากต่างแดนอยู่เลย
ฉู่โม่วเองก็ประหลาดใจไม่น้อยและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านกซื่อบื้อตัวนี้
แต่อย่างไรแล้วสิ่งนี้ก็คือเรื่องที่ดี และเขาก็ยินดีที่ได้เห็นมันประสบความสำเร็จ
ในพริบตาเดียว ชายหนุ่มก็เตร็ดเตร่ไปในเขตแดนลับมากว่าครึ่งเดือน และสิ่งที่ได้รับก็น่าตกตะลึงยิ่งกว่าเก่า ในหมู่สมบัติเหล่านั้น มีบางชิ้นที่หากปรากฏตัวขึ้นในโลกภายนอก สิ่งนี้จะต้องทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์หลายคนบ้าคลั่งแน่นอน
แต่ที่นี่เพราะเขตแดนลับตำหนักหยกไม่ได้ถูกเปิดมาเป็นเวลานาน สมบัติส่วนมากจึงเติบโตได้อย่างปลอดภัย และด้วยการสำรวจของนกล่าสมบัติ ฉู่โม่วจึงได้สมบัติมาชิ้นแล้วชิ้นเล่า
วันนี้ฉู่โม่วมาถึงยังหุบเขาแห่งหนึ่งและได้รับสมบัติข้างใน
เขาหยุดเจ้านกซื่อบื้อที่อยากจะล่าสมบัติต่อเอาไว้และเริ่มสำรวจพื้นที่โดยรอบ
“เอาละ ตอนนี้พอก่อน ฉันจะไปฝึกฝนสักพัก นายก็ไปพักผ่อนได้แล้ว”
ชายหนุ่มกล่าว