ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 979 ขู่กรรโชก!
ทันทีที่พวกเขาเปล่งคำเหล่านั้นออกมา
ดาวเคราะห์หมาป่าสวรรค์ทั้งดวงพลันตกอยู่ในความเงียบงัน สีหน้าของผู้ปลุกพลังจำนวนนับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว
ดวงตาของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นความกลัว ราวกับกำลังเห็นผี
“ฉะ…ฉันได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
“จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์ทรงเอ่ยขอโทษคนที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าคนนี้จริง ๆ เหรอ?”
“นะ…นี่…นี่เป็นไปได้ยังไง?!”
“ฉันคงไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม! หรือว่าฉันกำลังฝันอยู่!”
แววตาของผู้ปลุกพลังแต่ละคนเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ราวกับกำลังเห็นผี
พวกเขารู้สึกสับสน
ถึงอย่างไร พวกเขาก็ยังเชื่ออยู่เต็มอกว่าจักรพรรดิหมาป่าสวรรค์ยังคงเหนือกว่า!
เป็นเวลาสักพักหนึ่ง
โดยไม่รู้ว่ามีผู้ปลุกพลังกี่คนที่จิตใจพังทลายไป ทำให้สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย
…
ท่ามกลางความตกใจของผู้ปลุกพลังมากมายที่อยู่เบื้องล่าง
บนท้องฟ้านั้น
หลังจากที่จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์ตรัสจบ เขาก็พลิกฝ่ามือ พร้อมกับสมบัติจำนวนมากมายปรากฏขึ้น
หากมองไปรอบ ๆ
จะพบว่ามีหยกปฐมกาลจำนวนนับไม่ถ้วนที่กองรวมกันเป็นภูเขา และสมบัติชิ้นอื่นอีกมากมายที่ถูกแยกกองกัน ซึ่งกำลังเปล่งประกายอย่างเจิดจ้า
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง
ที่สมบัติมรดกสืบทอดอีกนับสิบชิ้น พร้อมกับยุทธภัณฑ์วิญญาณที่สมบูรณ์แบบห้าชิ้นได้ปรากฏขึ้นอย่างสะดุดตาที่สุด แต่ละชิ้นได้แผ่พลังวิถีออกมา จนรับรู้ได้ทันทีว่าเต็มไปด้วยความพิเศษ
เมื่อเห็นฉากนี้ ฉู่โม่วจึงอดมองด้วยความประหลาดใจไม่ได้
เขาไม่คาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
กลายเป็นว่าอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เสนอมอบสมบัติมากมายแทนคำขอโทษ ทำเอาชายหนุ่มตั้งตัวไม่ทันอยู่ครู่หนึ่ง
แต่ถ้าลองคิดให้รอบคอบก็จะพบว่านี่ถือเป็นเรื่องปกติ
ต้องไม่ลืมว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กับเหล่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งเผ่าเมดูซ่ามา จนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งกลุ่มดาราจักร ซึ่งกองกำลังหลักทั้งหมดล้วนสังเกตเห็นเช่นเดียวกัน
ในเมื่อแม้แต่เผ่าเมดูซ่ายังถูกเขากวาดล้าง
ดังนั้นในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ ก็จะเหลือเพียงกองกำลังที่อ่อนแอกว่าและไม่สามารถต่อต้านชายหนุ่มได้ จึงเป็นสาเหตุให้จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์เลือกที่จะปฏิบัติตัวต่อเขาเช่นนี้
เพียงแต่ว่า… ฉู่โม่วไม่อาจลบเลือนความแค้นและให้อภัยพวกเขาเด็ดขาด
“สหายเต๋า พวกเราต้องขออภัยด้วยใจจริง เราหวังว่าท่านจะรับน้ำใจนี้ไว้และปล่อยพวกเราไป!”
จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์กล่าวอย่างเคร่งขรึม
เมื่อได้ยินแบบนั้น
ฉู่โม่วจึงครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน
เป็นเรื่องจริงที่อาณาจักรหมาป่าสวรรค์เคยไล่ล่าเขา แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนมากนัก
มิหนำซ้ำ จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์ยังนำสมบัติล้ำค่าออกมามากมายเพื่อขอโทษ
สิ่งเหล่านี้ล้ำค่ายิ่งกว่าผลเก็บเกี่ยวที่เขาได้รับจากการกวาดล้างเผ่าเมดูซ่าเสียอีก
จริงอยู่ที่ตอนที่เขาบุกไปฆ่าบรรพชนเผ่าเมดูซ่า จะมีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนในดินแดนนั้น แต่หลังจากการต่อสู้จบลง กลับหลงเหลือเพียงสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่บุบสลายและไม่สมบูรณ์ เพราะสมบัติทั้งหมดได้ถูกทำลายไปในระหว่างการต่อสู้นั่นเอง
ดังนั้น…
การเลือกรับสมบัติเหล่านี้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการต่อสู้เท่านั้น แต่จะทำให้เขาร่ำรวยมากขึ้นด้วย
หลังจากครุ่นคิดมาสักพัก ฉู่โม่วจึงได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว
แต่เขายังไม่ตอบรับในทันที กลับกล่าวว่า “สมบัติเหล่านี้ย่อมแสดงถึงความจริงใจของพวกคุณ แต่มันยังไม่เพียงพอ!”
ทันทีที่กล่าวเช่นนั้นออกไป
จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์พลันยินดีเป็นอย่างยิ่งและแสดงความเขินอายออกมา “สหายเต๋า หากเป็นหยกปฐมกาลหรือหินหยก พวกเรายังพอชดเชยให้ท่านเพิ่มได้ แต่สมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์แบบเหล่านี้ เป็นขีดจำกัดของพวกเราแล้ว ฉันไม่เหลืออะไรที่จะมอบให้ท่านอีกแล้ว!”
“ฉันไม่ได้กำลังพูดถึงสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์แบบ!”
“แต่หมายถึงหยกปฐมกาลกับสมบัติจากสวรรค์และโลกพวกนี้ จำเป็นต้องเพิ่มเป็นสองเท่า! ไม่ว่าระดับคุณภาพอย่างไร หากมีมูลค่าและระดับเท่าเทียมก็ถือว่าได้ทั้งนั้น!”
ฉู่โม่วกระแอมไอเบา ๆ
ยุทธภัณฑ์วิญญาณที่สมบูรณ์แบบไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาแม้แต่น้อย
เพราะไม่ว่าชายหนุ่มจะได้รับมันเพิ่มหรือไม่ ก็คงไม่มีโอกาสใช้งานทั้งหมด และถ้าต้องการแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรสำหรับการบ่มเพาะ ก็ต้องนำไปแลกเปลี่ยนกับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ อยู่ดี
ทว่าหยกปฐมกาลกับสมบัติจากสวรรค์และโลกนั้นแตกต่างกัน
เขาสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เป็นความแข็งแกร่งได้ทันที และยังเพิ่มรากฐานพลังของโลกในฝ่ามือได้ด้วย
ยิ่งปัจจุบัน เขามียักษ์ใหญ่ในโลกบนฝ่ามือสองตัวที่สูบกลืนพลังงานมหาศาลตลอดเวลา เช่นต้นซากุระสวรรค์กับต้นชาแห่งการรู้แจ้ง นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เขาขาดแคลนทรัพยากรอย่างมาก เมื่อมีโอกาสมาถึงเช่นนี้ แทนที่เขาจะฆ่าพวกมันให้สาแก่ใจ สู้เลือกรับสมบัติเหล่านี้ไว้เสียดีกว่า
ทางด้านจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งห้าแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าเขินอายหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ทันที
เพราะแม้ทั่วทั้งจักรวรรดิจะมีผลผลิตทรัพยากรทางธรรมชาติจำนวนมากทุกปี
แต่ก็ยังต้องแจกจ่ายให้กับผู้ปลุกพลังเพื่อบ่มเพาะ ดังนั้นจึงมีเหลืออยู่ไม่มากแล้ว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการนำสิ่งเหล่านี้ออกไปแจกจ่ายจนทำให้ความมั่งคั่งของราชวงศ์หายไปเกือบครึ่งหนึ่ง
ดังนั้นหากยังต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ก็จะเท่ากับทำให้ท้องพระคลังของพวกเขาว่างเปล่าเป็นแน่!
แต่ว่า…
หากเขาไม่ตอบสนองคำเรียกร้องของชายหนุ่มตรงหน้านี้ การต่อสู้ก็จะปะทุขึ้นแน่นอน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์จึงกัดฟันพูดว่า
“ฉันตกลง แต่โปรดให้เวลาพวกเราหน่อย เพราะเราไม่สามารถรวบรวมทรัพยากรมากมายขนาดนั้นได้ในเวลาอันสั้น ขอเวลาสามวันนะครับ!”
“ได้”
ฉู่โม่วพยักหน้า
แต่เขาก็โพล่งขึ้นอีกครั้งว่า “อ๋อ ยังมีเรื่องอื่นอีก… ฉันเคยเป็นแขกของตระกูลหนี่เค่อ พวกเขาใจดีกับฉันมาก ดังนั้นฉันจึงอยากให้อาณาจักรหมาป่าสวรรค์ดูแลพวกเขาแทนฉันในอนาคต”
หลังจากได้ยินคำว่า ‘เรื่องอื่น’ ทีแรก จู่ ๆ หัวใจของจักรพรรดิหมาป่าสวรรค์ก็จมดิ่งลงทันที เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเรียกร้องอะไรเพิ่ม แต่หลังจากพูดจบ คนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ได้ตามที่ท่านขอ!”
“จากนี้ไป ตระกูลหนี่เค่อจะถือว่าเป็นกองกำลังสูงสุดแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ พวกเขาจะมีชีวิตอยู่และตายไปพร้อมกับราชวงศ์ พวกเราจะมอบความมั่งคั่งและเกียรติยศแก่พวกเขา! แบบนี้… เป็นอย่างไรครับ?”
จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์กล่าว
“ดีมาก”
ฉู่โม่วพยักหน้า “ฉันหวังว่าจะพวกคุณจะรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดได้โดยเร็วที่สุด ฉันจะให้เวลาแค่สามวันเท่านั้น”
“สหายเต๋าไม่ต้องกังวล”
จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์พยักหน้า ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับอัจฉริยะทั้งสี่
พวกเขาจำเป็นต้องหารือถึงวิธีการฟื้นฟูสภาพคล่องของทรัพยากรที่สูญเสียไป
เพราะนี่เป็นทรัพยากรที่ต้องเสียเพิ่มเป็นสองเท่า
และทางเดียวที่จะรวบรวมมาได้ทันเวลา ก็คือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน
ในขณะเดียวกัน ฉู่โม่วก็กำลังนั่งฌานอยู่บนท้องฟ้าระหว่างที่พวกเขาปรึกษากัน
เขากำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้รับทรัพยากรมากมายในเร็ว ๆ นี้
“ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ ฉันจะสามารถเก็บตัวบ่มเพาะได้อยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นค่อยนำไปขัดเกลาแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล!”
“หลังจากนั้น… ฉันก็จะกลับไปที่เขตแดนลับตำหนักหยกได้!”
ชายหนุ่มเริ่มวางแผน
เขาสงสัยเกี่ยวกับความลึกลับภายในวิหารและใต้บ่อน้ำมานานแล้ว
แต่ที่นั่นอันตรายเกินไป จนแม้แต่จักรพรรดินีแห่งจันทราก็ยังกำชับเตือนว่าหากต้องการไปที่นั่นก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน
…
สามวันต่อมา
จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์จากไปและกลับมาพร้อมกับทรัพยากรและสมบัติทั้งหมดที่ชายหนุ่มเรียกร้อง
ฉู่โม่วตรวจสอบคร่าว ๆ เพื่อยืนยันว่าปริมาณเท่ากับที่สั่ง เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นจึงวางสมบัติทั้งหมดลงในมิติส่วนตัว
“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันก็จะถือว่าความคับข้องใจระหว่างเราได้จบลงแล้วเช่นกัน!”
“ฉันหวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกในอนาคต!”
“นอกจากนั้น…ก็อย่าลืมดูแลตระกูลหนี่เค่อด้วย บางทีฉันอาจกลับมาที่นี่เป็นครั้งคราวในอนาคต และหากฉันรับรู้พวกเจ้าไม่รักษาสัจจะละก็…”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ ชายหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
“ไม่ต้องกังวลไปสหายเต๋า ฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่างถูกต้องและจะไม่มีวันผิดพลาดเด็ดขาด!”
จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ดีมาก”
ฉู่โม่วพยักหน้า ก่อนหันหลังกลับและจากไปโดยไม่คุยกับจักรพรรดิหมาป่าสวรรค์อีก
เมื่อมองชายหนุ่มจากไปและรอจนลับหายไปจากสัมผัสโดยสิ้นเชิง จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ในที่สุดก็ส่งหายนะนี่ไปได้เสียที!”
จักรพรรดิปาดเหงื่อบนหน้าผาก
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขากังวลกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ และกลับคำหลังจากรับสมบัติไป
โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นคนเชื่อถือได้และไม่กระทำสิ่งที่เขาแอบกังวล
หลังจากพักหายใจหายคอ จักรพรรดิหมาป่าสวรรค์จึงกลับไปเตรียมการสำหรับดูแลตระกูลหนี่เค่อที่อาณาจักร