ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 974 สังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์เพิ่มอีกสามคน!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ดวงดาวที่ยิ่งใหญ่จากฟากฟ้าในผืนภาพร่วงหล่นลงมาเฉกเช่นอุกกาบาต ทุกดวงล้วนมีพลังศักดิ์สิทธิ์ห่อหุ้มไว้จนมีพลังทำลายล้างเพิ่มขึ้นมากมาย และกำลังพุ่งตรงมาหาฉู่โม่ว
ไม่ว่าจะหนีอย่างไร
มิติก็จะแตกสลาย โลกก็จบสิ้น ทุกสิ่งกลายเป็นเพียงผงธุลีเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังระดับนี้ พลังที่อัดแน่นอยู่ในดาวแต่ละดวง มากพอที่จะนำความหายนะมาสู่ดาวดวงอื่นได้ด้วยการชนครั้งเดียว มันทำลายสวรรค์ทั้งเก้าและโลกทั้งสิบ พลังระดับนี้อยู่เหนือการคาดเดามาก
ด้วยพลังนี้เอง
แม้อีกฝ่ายจะเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์เหมือนกัน พวกเขาก็ไม่กล้าต่อต้าน
แต่ฉู่โม่วกลับไม่แสดงแม้กระทั่งความกลัวบนใบหน้า ตอนนั้น เขาเพิ่งจะสังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไปหนึ่งคน รอบกายจึงยังเปี่ยมด้วยพลังอันล้นทะลักและคลื่นความน่ากลัวที่ไม่มีใครต้านไหว ด้วยกลิ่นอายเหล่านี้ มันยิ่งใหญ่ราวกับว่าเขาสามารถสังหารทุกสิ่งมีชีวิตได้เพียงแค่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกไป
ระหว่างโลกและสวรรค์
แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่างไปทั่ว พลังแห่งกฎเกณฑ์มากมายปรากฏขึ้น เผยให้เห็นถึงภาพปรากฏการณ์จำนวนมากอย่างคาดไม่ถึง
พลังอันล้นเหลือที่กระจายไปทั่วทั้งร่าง สามารถทำให้ผู้ที่สัมผัสได้มองเห็นภาพของเหล่าเทพสวรรค์และปีศาจมากมายร้องคำรามขณะห้ำหั่นกัน รวมไปถึงมีสิ่งมีชีวิตอีกนับล้านพันที่ต้องล้มตายวนเวียนอยู่ในหัว
“เข้ามาเลย!”
ฉู่โม่วไม่เกรงกลัวสิ่งใด ร่างกายของเขาเติมเต็มด้วยพลังปราณ เลือดและพลังศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับเทพเจ้าสงครามผู้ล่มสวรรค์ทั้งเก้า สายฟ้าที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมา ปะทะเข้ากับดวงดาราที่อยู่รอบข้างสลายกลายเป็นฝุ่นผง
ณ ตอนนี้ ชายหนุ่มไม่ต่างอะไรกับเทพยุคบรรพกาลผู้ควบคุมสายฟ้าได้ เขามีพลังไร้ขีดจำกัด และเป็นดั่งตัวตนที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องยอมก้มหัวบูชาในยามที่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ฉู่โม่วกำลังทะยานขึ้นไปในอากาศ ไม่ว่าเขาจะผ่านไปที่ไหน ดวงดาวขนาดใหญ่ก็จะแตกสลายไปตาม ๆ กัน และในสถานที่ที่ห่างไกล ลึกเข้าไปในฟากฟ้าประกายดาว ภาพอันงดงามของแสงดาวระยิบระยับก็ส่องสว่างให้เห็นเป็นนิจ
ทว่าภายใต้ความสวยงามนี้ กลับเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเหี้ยมโหด
“ตายซะ ฉู่โม่ว!”
ถือโอกาสที่น่าจะได้เปรียบนี้ จักรพรรดิเทวะยุทธ์สามคนก็พุ่งเข้าใส่เขา ทั้งสามปลดปล่อยพลังอันมหาศาลราวกับเป็นเฮือกสุดท้ายเพื่อดึงพลังสูงสุดของตนเองมาใช้ พลังที่ทัดเทียมได้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับสุดยอด
เช่นเดิม ฉู่โม่วไม่ได้เกรงกลัวใด ๆ ทั่วทั้งร่างของเขาอาบไว้ด้วยเลือดที่พลุกพล่าน เขารับมือกับสามจักรพรรดิเทวะยุทธ์ด้วยตัวคนเดียว
ทั้งสามคนสู้กันจนกระทั่งฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ โลกแตกสลายเป็นชิ้น ๆ กาแล็คซีถูกทลายจนไม่เหลืออะไร ทั่วทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์ล้วนต้องสั่นสะเทือนภายใต้พลังที่น่าเกรงกลัวนี้ และตราบเท่าที่สายตามองเห็น ทุกหนแห่งถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวาย ราวกับว่าจุดจบของชีวิตกำลังจะมาในไม่ช้า
ด้วยภาพที่น่ากลัวนี้ ก็ทำให้ผู้ปลุกพลังจากดาราจักรใกล้เคียงรับรู้ได้
ไม่รู้ว่าต้องเป็นพลังที่น่ากลัวและลึกลับขนาดไหนที่เล็ดลอดออกไป ทำให้พวกเขาหันกลับมาจับตามองเหตุการณ์ที่น่ากลัวนี้
ทุกคนรับรู้ถึงสิ่งนี้
การต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิเทวะยุทธ์ในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ และลูกหลงที่ลอยมากระทบพวกเขาจนโลกทั้งใบสั่นสะเทือน สิ่งนี้นับเป็นภัยคุกคามระดับย่อม ๆ ได้แล้ว
พลังของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เหล่านี้ที่กระจายออกไปยังดาราจักรข้างเคียงเป็นสิ่งที่น่ากลัว พวกเขาไม่อาจปล่อยปละละเลยไปได้จนต้องส่งผู้แข็งแกร่งของพวกตนมาจับตาดู
ดินแดนแห่งบรรพชนเผ่าเมดูซ่า
ณ ตอนนั้นมันล่มสลายจนไม่มีชิ้นดีแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงซากปรักหักพัง
แต่ถึงอย่างนั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสี่ก็ยังคงสู้กันอยู่
เวลาไม่นานหลังจากนั้นหนึ่งในสี่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เริ่มชุ่มเลือด เลือดสีทองปริมาณมหาศาลหลั่งไหลจากร่างของพวกเขาและบดขยี้มิติที่ซ่อนอยู่
ตอนนี้ จักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าเมดูซ่าเริ่มเหนื่อยหอบ ผิดกับฉู่โม่วที่ยังคงแข็งแรงดี พวกเขาไม่เพียงต้องรับการโจมตีที่รุนแรงมากมาย แต่สภาพของพวกเขาตอนนี้ย่ำแย่ลงมาก
“ตายซะ!”
ฉู่โม่วตะโกนเสียงดังแล้วไม่พูดอะไรอีก
อีกาสามขาทองคำปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับนำสายลมอันน่าเกรงขามพัดพาไปทั่วทุกทิศ พลังอันยิ่งใหญ่ยากจะเปรียบเองก็กระจายตัวไปทั่วทุกหนแห่ง
หลังจากนั้น ทะเลเพลิงอันร้อนระอุก็ลุกท่วม เปลวเพลิงทองคำแห่งมหาสุริยันโชติช่วงสว่างไสวแต่กลับน่ากลัว ไม่ว่าที่แห่งใดที่มันได้เผาไหม้ ทุกอย่างจะมอดมลายในพริบตา จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามคนนี้ก็เช่นกัน พวกเขาถูกเผา จนกลายเป็นมนุษย์เพลิงในทันที
แต่เพราะพลังที่แข็งแกร่ง ถึงแม้พวกเขาจะหนีออกไปไม่ได้ แต่มันก็ช่วยทำให้พวกเขายังแบกรับพลังทำลายของเปลวเพลิงสีทองนี้ได้อยู่
ทว่ากระบี่ทมิฬของฉู่โม่วก็ถูกชักขึ้นมาฟาดฟันเป็นแนวยาว ด้วยปราณกระบี่ที่พุ่งผ่านเปลวเพลิงสีทอง มันหล่อหลอมพลังนั้นให้กล้าแกร่งและหายไปในห้วงมิติ ก่อนที่จะปรากฏขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสะบั้นผลวิถีของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่งไปอย่างเฉียบคม
ท่าทีของคนคนนั้นพลันเปลี่ยนไป จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้หนึ่งรับรู้ได้ว่าผลวิถีของตัวเองถูกทำลายไปแล้ว ถึงแม้เขาจะตกตะลึง แต่ยังคงเคลื่อนไหวรวดเร็วอยู่ เขากำหมัดแน่นแล้วตอบโต้สวนกลับไป
ทันใดนั้น …ภาพมายาที่น่ากลัวก็ปรากฏขึ้น มันเป็นภาพมายาของบรรพชนเผ่าเมดูซ่า ณ ตอนนั้น มันเป็นทางเข้าของกาแล็กซีที่มีความสูงกว่าร้อยกิโลเมตร เพียงเสี้ยวพริบตา ทุกสิ่งก็พร้อมจะแตกสลาย
แรงกดดันอันมหาศาลกระจายไปทั่วทุกแห่ง ราวกับว่าจะสยบทุกสิ่งมีชีวิตในฟากฟ้าเอาไว้
แต่ขณะนั้น
“มีทักษะแค่น้อยนิด แต่กล้ามาแสดงต่อหน้าจักรพรรดิอสูรงั้นเหรอ!”
ฉู่โม่วพ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็น อีกาสามขาทองคำเชิดหน้าขึ้นแล้วกู่ร้อง ขนของมันลอยล่องไปทั่วเช่นเดียวกับพลังของจอมจักรพรรดิอสูรที่กระจายไปในอวกาศเช่นกัน ความยิ่งใหญ่นี้มากพอจะสยบยุคสมัย ขจัดทุกสิ่งและทำให้ทุก ๆ อย่างรู้สึกว่าตนเหมือนมดจนไม่กล้าต่อกร
พริบตาเดียว…
ความยิ่งใหญ่ของบรรพชนแห่งเผ่าเมดูซ่าก็ต้องแตกพ่าย ภาพมายาที่สร้างมาเสมือนไปเจอกับศัตรูที่ไม่อาจก้าวข้าม มันแสดงสีหน้าหวาดกลัว
วินาทีต่อมา มันก็ระเบิดเสียงดัง
“อะไรกัน!?”
ภาพที่เกิดขึ้นทำเอาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
ถึงแม้บรรพชนเผ่าเมดูซ่าจะไม่ใช่ตัวตนระดับสูงที่สุด แต่การมีอยู่ของเขาก็น่ากลัวมาตั้งแต่อดีตกาล พวกเขาแสดงแสนยานุภาพจนได้รับมาซึ่งชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่
แต่ตอนนี้…
เขากลับมาหวาดกลัวจนร่างมายาระเบิดหายไปเพียงเพราะได้ยินเสียงร้องของอีกาอสูรสามขาที่ไม่รู้จักที่มาที่ไปเท่านั้นน่ะหรือ?
อสูรตนนี้เป็นตัวอะไรกันแน่?
เบื้องหลังของมันคืออะไร!?
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามรวมถึงบรรพชนเผ่าเมดูซ่าล้วนตกใจและเริ่มไม่มั่นคง
แต่ตอนนั้น ฉู่โม่วก็เข้ามาอีกครั้งพร้อมกระบี่
คมมีดในมือทั้งคมและไร้เทียมทาน
พลังและอำนาจอันสูงส่งดูเหมือนเขาจะกำลังนำพายุคสมัยใหม่มา
จักรพรรดิเทวะยุทธ์เหล่านี้ตระหนักได้ถึงพลังอันน่ากลัว พวกเขารีบตั้งตัวและพยายามป้องกันตัวเอง ยามที่แบมือ กระดองเต่าชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันแปรสภาพกลายเป็นโล่ป้องกันที่กล้าแกร่งและมีขนาดใหญ่กว่าแสนกิโลเมตรในชั่วพริบตา ด้วยความหนาของมัน แม้แต่ห้วงมิติยังไม่อาจบดเบียดได้และกลายเป็นฝ่ายถูกทำลายในที่สุด
นี่เป็นสมบัติของสวรรค์และโลกที่เขาได้ครอบครองเอาไว้เป็นของตัวเอง ซึ่งมีพลังป้องกันสูงระดับสุดยอด
สำหรับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั่วไป แม้จะทุ่มพลังสุดตัว ก็ยังทลายเกราะป้องกันนี้ได้ยาก
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคมกระบี่ที่พุ่งมา เกราะป้องกันที่เกิดจากกระดองเต่านี้ก็ร้าวและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในขณะที่คมกระบี่นั้นยังคงไม่หมดพลัง
“เป็นไปไม่ได้!?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งหลายล้วนตาเบิกโพลง
สมบัติของเขาถือเป็นสิ่งที่วิเศษมาก ๆ มันทั้งหายากแล้วก็สร้างขึ้นจากวัตถุศักดิ์สิทธิ์ มีพลังป้องกันที่เหนือคำบรรยาย ต่อให้เผชิญหน้ากับจักรพรรดิเทวะยุทธ์มากมายจากทั่วทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์ นอกเสียจากเป็นบรรพชนของเผ่าพันธุ์นั้น ๆ ก็ไม่มีใครสามารถทะลวงพลังป้องกันของมันเข้ามาได้
ตลอดมาสิ่งนี้คอยช่วยชีวิตเขาจากความตายที่เข้ามาได้ตลอด
ทว่าตอนนี้สมบัติชิ้นนี้กลับถูกทำลายด้วยคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาเนี่ยนะ!?
ฉัวะ!
ขณะที่สถานการณ์กำลังน่าตกตะลึง คมกระบี่ดังกล่าวก็พุ่งทะลุร่างของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่งเต็ม ๆ และระเบิดออกในวินาทีต่อมา ทำให้เลือดกลายเป็นละอองสีทองและสลายหายไป
ทว่าไม่นานนัก จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนั้นก็รวมร่างแล้วกลับมาอีกครั้ง
แต่…
ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร ฉู่โม่วก็วาดกระบี่เป็นแนวนอน ทุกครั้งที่ร่างนั้นพยายามรวมเข้าหากันใหม่ เขาก็จะถูกคมกระบี่ตัดขาดจนร่างสลายไป หลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งมีเสียง ‘แกร๊ก’ ผลวิถีของเขาแตกและทำให้เขามีสีหน้าตกใจกลัว
“ฉู่โม่ว!”
“แกมันสมควรตาย!”
บรรพชนเผ่าเมดูซ่าโกรธขึ้นหน้า เขาระเบิดความเศร้าโศกออกมา
“น่ารำคาญน่า”
ฉู่โม่วพ่นลมหายใจเยือกเย็น ไม่สนใจบรรพชนผู้นั้นและตรงเข้าไปหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่ง
ในเวลาไม่นาน…
เขาก็ไล่ตามและต่อสู้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนน้น ไม่ว่าบรรพชนเผ่าเมดูซ่าจะเข้ามาขัดขวางขนาดไหน หรือพยายามช่วยพรรคพวกของตัวเอง ฉู่โม่วก็ไม่สนใจ
จนท้ายที่สุด เมื่อมีโอกาส จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งก็พ่ายไปตาม ๆ กัน
ในตอนนี้ ทั้งเผ่าเมดูซ่า เหลือเพียงท่านบรรพชนเพียงคนเดียวแล้ว!