ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 966 พลังพุ่งขึ้น!
‘ถึงฉันจะเพิ่งกลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ แต่เพราะมีรากฐานการฝึกฝนที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว พอพัฒนาขึ้นในตอนนี้ ฉันจึงระเบิดพลังทั้งหมดได้ เรียกได้ว่าผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์’
‘อีกอย่าง อสนีบาตคงกระพันก็พัฒนาขึ้นด้วย ตอนนี้มันเลื่อนไปถึงระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว!’
‘แล้วยังมีปฐมวิญญาณอมตะกับกระบี่สวรรค์ต้าหลัวที่ฟันผลวิถีได้ ด้วยพลังของฉันในตอนนี้ ผู้ปลุกพลังทั่วไปในระดับเดียวกันก็รับการโจมตีของฉันไม่ได้แม้แต่หมัดเดียว!’
‘แม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับสูงก็ไม่ได้ต่างกันมาก!’
‘ส่วนจุดสูงสุดของขั้นจักรพรรดิก็อาจจะยากหน่อย แต่ด้วยไพ่ที่ซ่อนเอาไว้ทั้งหมดก็ยังมีโอกาสที่จะสู้ได้’
‘หรือแม้แต่…’
‘ฆ่าได้!’
ภายในเมฆโกลาหล ฉู่โม่วกำลังครุ่นคิดกับตัวเองและแววตาเริ่มเปล่งประกาย
แม้ว่าจะเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับขั้นใหม่
แม้วัดไม่ได้ว่าร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งเพียงไร แต่ฉู่โม่วก็มั่นใจว่าตัวเองสามารถสังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์ในระดับเดียวกันได้แน่นอน
อย่างไรแล้ว เมื่อผสานพรสวรรค์ทั้งหลายเข้าไป
อีกทั้งยังมีอสนีบาตคงกระพันระดับศักดิ์สิทธิ์!
กระบี่สวรรค์ต้าหลัว!
กายาทวิเนตร!
กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์!
รากฐานไร้ที่เปรียบเหล่านี้อาจไม่ได้สำแดงพลังเต็มที่ในระดับขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ แต่หลังจากที่ควบแน่นผลวิถีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ขึ้นมา พลังก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสมบูรณ์ และพรของมันก็ทำให้เขาพัฒนาขึ้นมาถึงจุดที่น่าสะพรึงกลัว
ในขณะเดียวกัน แค่อสนีบาตคงกระพันระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้ผู้ปลุกพลังกวาดล้างผู้ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน หรือต่อสู้ข้ามระดับขั้นได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้มีแค่อสนีบาตคงกระพันระดับศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังมีพรสวรรค์ห้วงเวลาระดับศักดิ์สิทธิ์ และพลังเหนือธรรมชาติอื่น ๆ อีกมากมาย
อย่างเช่นจักรวาลในแขนเสื้อ เนตรทองห้าธาตุ และอื่น ๆ
พวกมันล้วนทรงพลังและมีกฎเกณฑ์อันแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ เขายังมีกระบวนท่าฝึกฝนร่างกายและวิธีการเสริมพลังอีกมากมาย เมื่อพลังระเบิดเต็มที่ พลังเหนือธรรมชาติแบบไหนจะออกมาในที่สุด แม้แต่ฉู่โม่วเองก็ยังไม่อาจคาดเดาได้
‘และนี่ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น!’
‘ถึงผลวิถีแห่งจักรพรรดิเทวะยุทธ์จะเพิ่งถูกสร้างขึ้น ผลวิถีก็ยังเป็นแค่จุดของความสมบูรณ์แบบ พอพลังกายของฉันเพิ่มขึ้นและเข้าใจขั้นจักพรรดิเทวะยุทธ์มากขึ้น พลังกายก็มีแต่จะแข็งแกร่งมากขึ้นและมากขึ้น!’
‘จนถึงตอนนั้น ถึงฉันจะยังเป็นแค่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับต้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับกลางหรือแม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์สูงก็คงจะ… ตายด้วยน้ำมือของฉัน!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเองและตั้งหน้าตั้งตารอ ความคิดมากมายพลุ่งพล่าน ในที่สุดเขาก็ได้สติกลับมา
เมื่อเห็นว่าเมฆโกลาหลรอบกายถูกของเหลวสายฟ้าดูดซึมเข้าไปจนหมดในตอนนี้ ก็เริ่มสงบเงียบในที่สุด
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกอย่างก็จางหายไปหมด
แล้วฉู่โม่วก็เห็นร่างของจักรพรรดิเทวะยุทธ์มากกว่าสิบคนที่อยู่ไกลออกไป
“ยินดีด้วยเพื่อน คุณรอดมาจากเมฆโกลาหลมาได้ อีกทั้งยังควบแน่นผลวิถีแห่งจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ และก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงเพื่อทลวงขั้นพลังได้สำเร็จ!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของชายหนุ่มที่ตื่นขึ้นมา จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่งก็ยิ้มกว้างและกล่าวคำอวยพร
เขาเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้แข็งแกร่งเพราะควบแน่นพื้นฐานทั้งหมดเข้าไปในผลวิถี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์
ดังนั้น ผู้ปลุกพลังทุกคนที่พัฒนาจากขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ไปสู่ขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ล้วนต้องผ่านการเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่แค่พัฒนาการทางพลัง แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงในระดับชีวิตด้วย
หากเป็นผู้ปลุกพลังในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ทั่วไป ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงไร เขาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ บางครั้งพวกเขาอาจขับเคลื่อนเลือดและพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ด้วยซ้ำ
เช่นเดียวกันกับฉู่โม่วก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังอยู่ในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ แม้จะมีรากฐานพลังที่น่าสะพรึง เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ และอย่างมากที่สุดก็คงทำได้แค่ประมือเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ มีแต่จะต้องบอกว่า… อัจฉริยะ!
เขาเป็นอัจฉริยะโดยแท้จริง!
ความแตกต่างในระดับชีวิตของผู้ปลุกพลังนั้น
ในสายตาของผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าผู้ปลุกพลังเบื้องล่างจะทรงพลังและมากพรสวรรค์เพียงไร พวกเขาก็เป็นแค่มดตัวเล็ก ๆ!
เพราะเหตุนี้ จึงมีเพียงเผ่าพันธุ์ที่มีอัจฉริยะและเปี่ยมพรสวรรค์ในจักรวาลเท่านั้นที่จะเข้าสู่การเป็นเผ่าพันธุ์ระดับสูงได้
ไม่อย่างนั้น ถึงเผ่าพันธุ์นั้นจะทรงพลังเพียงไร มีราชันย์เทวะยุทธ์และอัจฉริยะมากมายเพียงไร พวกมันก็ยังเป็นได้แค่เผ่าพันธุ์ระดับกลางและไม่อาจก้าวไปไกลกว่านั้นได้
“ขอบคุณมากครับ!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนอื่น ๆ ก็เริ่มกล่าวแสดงความยินดีคนแล้วคนเล่า ส่วนชายหนุ่มค่อย ๆ ตอบรับทีละคน
และในตอนนั้นเอง จักรพรรดิเทวะยุทธ์สามคนก็เข้าเรื่องหลังจากที่กล่าวยินดี “พวกเรามาจากเผ่าเมดูซ่า คุณดูไม่คุ้นหน้าค่าตาเลย ก่อนหน้านี้ไปฝึกฝนอยู่ที่ไหนมารึ?”
หนึ่งในสามจักรพรรดิเทวะยุทธ์ถามพร้อมคลี่ยิ้ม
จักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าเมดูซ่า!
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นเปล่งออกมา จิตสังหารก็พลุ่งพล่านในหัวใจของฉู่โม่ว
เขาไม่คาดคิดเลยว่า…
หลังจากที่พุ่งจะกลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ จักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าเมดูซ่าจะเข้ามาหาเช่นนี้
“กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริง ๆ!”
‘ฉันเพิ่งจะได้กลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์และเข้าใจความแค้นทั้งหมดนั้นดี อยากทำลายดินแดนเผ่าเมดูซ่าและลบออกจากแผนที่ไปเลย!’
ชายหนุ่มคิดเช่นนั้นอยู่ในใจ…
แต่ตอนนี้มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์หลายคนอยู่ที่นี่ เขาจึงยังไม่ลงมือทำอะไรในทันที แต่รอให้พวกเขาจากไปก่อน แล้วค่อยรอโอกาสที่จะลอบสังหาร
ความคิดมากมายพลุ่งพล่านในหัว แต่แล้วเขาก็ดึงสติกลับมาและกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง “ผมแยกตัวไปฝึกฝนมาตลอด และก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังในกลุ่มกาแล็กซีไฮดราด้วยครับ ผมมาจากกาแล็กซีอื่น”
“เข้าใจแล้วละ”
เมื่อได้ยินดังนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามก็พยักหน้าและลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวมากที่สุดคือฉู่โม่วอาจเป็นอัจฉริยะจากกองกำลังฝ่ายศัตรูในกลุ่มกาแล็กซีไฮดรา หากเป็นเช่นนั้น ก็จะต้องต่อสู้หรือสังหารเขาทันที
แต่ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ มองแค่แวบเดียวก็รู้
ว่าหากต้องปะทะกันจริง ๆ แม้พวกเขาจะกดดันและสังหารชายหนุ่มได้ในที่สุด แต่เผ่าเมดูซ่าก็จะต้องเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน
โชคยังดี…ที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนี้มาจากกลุ่มกาแล็กซีอื่น ซึ่งช่วยลดปัญหาไปได้มากมาย
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น พวกเขายังสืบหาข้อมูลของคนคนนี้เพิ่มเติมได้ หากเขาไม่มีอันตรายใด ๆ ก็อาจจะได้รับเชิญไปยังถิ่นของเผ่าเมดูซ่าและกลายเป็นแขกผู้มีเกียรติก็เป็นได้
หากเป็นเช่นนั้น พลังของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และการปกครองกลุ่มกาแล็กซีไฮดราก็จะง่ายขึ้นด้วย
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามคนก็ดูเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น “เป็นผู้ปลุกพลังจากต่างกลุ่มกาแล็กซีนี่เอง เป็นแขกหายากของพวกเรา”
“คุณก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้สำเร็จที่นี่ พวกเราเผ่าเมดูซ่าขอต้อนรับคุณเป็นแขกของเรา ทำไมไม่ตามพวกเรากลับไปที่เผ่าและรับของขวัญแสดงความยินดีสักหน่อยล่ะ?”
“นั่น…”
ชายหนุ่มทำเป็นครุ่นคิดและลังเล
เมื่อเห็นดังนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าเมดูซ่าทั้งสามคนก็ยิ่งชื่นมื่น
พวกเขาไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะลังเล แต่กลัวเขาจะกล่าวปฏิเสธทันทีเสียมากกว่า เมื่อเห็นท่าทีลังเลของอีกฝ่ายตอนนี้ ก็หมายความว่าอีกฝ่ายย่อมเริ่มสนใจขึ้นมา
จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งจึงพูดว่า “ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก เผ่าเมดูซ่าของเราเป็นกองกำลังผู้ปกครองกลุ่มกาแล็กซีไฮดรา ในเมื่อคุณมาที่นี่ พวกเราก็ควรจะต้อนรับคุณ”
“ใช่แล้ว! คุณเพิ่งจะกลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องฉลอง!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาบ้างในตอนนี้ เขาคือจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ตามล่าสังหารฉู่โม่วเมื่อก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้เขาไม่รู้จักตัวตนปลอมของชายหนุ่มแม้แต่น้อย แล้วยังเอาอกเอาใจเขาอย่างกระตือรือร้น
“…ฟังดูเยี่ยมเลย!”
เมื่อฉู่โม่วเห็นว่าอีกฝ่ายระริกระรี้ยิ่งนัก เขาก็แกล้งทำเป็นเกรงใจและตอบตกลง
แต่ลึกข้างในใจ เขากำลังหัวเราะเยาะเย้ย