ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 947 หยาดทองคำแห่งวิถีปรากฏ!
ในเวลาต่อมา ภายใต้การนำทางของนกล่าสมบัติ ฉู่โม่วจึงมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยพลังอณูแห่งชีวิต
แม้จะดูเป็นหุบเขา แต่ก็เป็นเหมือนดินแดนที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาหลายลูกมากกว่า
ภายในหุบเขาแห่งนี้มีพลังอณูแห่งชีวิตที่แข็งแกร่งเล็ดลอดออกมา
“เจ้านาย ที่แห่งนี้เป็นที่ที่ฉันสัมผัสได้ถึงสมบัติล้ำค่าที่มีคุณภาพดีที่สุด!”
นกล่าสมบัติพูดขณะที่เกาะอยู่บนไหล่ของฉู่โม่ว
ชายหนุ่มพลันเพ่งจิตสัมผัสไปยังหุบเขา ในไม่ช้าจึงสังเกตเห็นสมบัติที่อยู่ภายในนั้น
แต่มันเป็นเศษชิ้นส่วนของโลหะที่เติบโตบนผนังหิน ความยาวประมาณสามเมตร มีสีทองเปล่งแสงเจิดจ้า พร้อมกับรัศมีพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่แผ่ออกมา รวมถึงพลังวิถีอันมหาศาลที่เล็ดลอดออกมาด้วยเช่นกัน แม้แต่ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงความลึกล้ำและรัศมีอันโกลาหลที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ ซึ่งน่าตกตะลึงมาก
“นี่คือ… ศิลาโกลาหลไม่ใช่เรอะ?!”
ฉู่โม่วผงะด้วยความตกใจ
ศิลาโกลาหลถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสภาวะที่โหดร้ายอย่างยิ่งในห้วงจักรวาล เนื่องจากพวกมันเต็มไปด้วยพลังกฎเกณฑ์และพลังแห่งความโกลาหล ดังนั้นแต่ละก้อนจึงมีราคาที่แพงมาก
ณ โลกภายนอก
บ่อยครั้งที่ชิ้นส่วนของศิลาโกลาหลขนาดเท่าส่วนสูงคนจะถูกประมูลด้วยราคาหยกปฐมกาลหลายหมื่นล้านหรือแม้แต่หลายแสนล้านก้อน
แต่ศิลาโกลาหลที่ฉู่โม่วพบในเวลานี้กลับมีขนาดประมาณสามเมตร
ซึ่งหากนำไปขาย อาจมีมูลค่าอย่างน้อยสองหรือสามแสนล้านหยกปฐมกาล
“แค่ศิลาโกลาหลชิ้นนี้ชิ้นเดียว ก็แทบจะได้ราคาตั๋วคืนแล้ว!”
“และยังมีสมบัติอีกมากมายในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตนี้ที่รอให้ฉันค้นพบ!”
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะแสดงความตื่นเต้น
เขากำลังจะก้าวไปขุดศิลาโกลาหล
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา “หยุดเดี๋ยวนี้!”
นี่คืออัจฉริยะจากต่างเผ่าพันธุ์ ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะอยู่ในระดับสูงสุดของราชันย์เทวะยุทธ์
เขาเพิ่งมาถึงที่นี่และสังเกตเห็นศิลาโกลาหลก้อนนี้ จึงรู้สึกมีความสุขมาก แต่แล้วก็พบว่าฉู่โม่วกำลังจะขุดมันเช่นกัน ดังนั้นจึงรีบปรากฏตัวและปรามอีกฝ่ายไว้
แต่ฉู่โม่วไม่ได้สนใจและตรงไปที่ศิลาโกลาหลทันที
เมื่อเห็นแบบนั้น
อัจฉริยะจากต่างเผ่าพันธุ์จึงเคลื่อนไหวโจมตีฉู่โม่วทันที ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งไปหาฉู่โม่ว พร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรง
ฉู่โม่วสบถอย่างเย็นชา ทันใดนั้นกระบี่ดาราทมิฬก็ถูกชักออกมาและฟาดฟันออกไป
แสงกระบี่สีดำพุ่งออกไป พร้อมกับความเฉียบคมและเจตจำนงแห่งกระบี่สวรรค์ต้าหลัวที่แฝงกับแสงนั้นยิ่งทวีคูณความน่ากลัวขึ้นไปอีก
เปรี้ยง!
เมื่อปราณกระบี่ปะทะกับแสงศักดิ์สิทธิ์ พลันเกิดคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นทันที
ก่อนจะได้ยินเสียงแคร๊กของแสงศักดิ์สิทธิ์ที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่พลังของแสงกระบี่ยังคงไม่ลดลง กลับพุ่งตรงไปยังร่างของอัจฉริยะทันที สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก ก่อนจะถูกผ่าทั้งร่างปฐมวิญญาณเช่นกัน ร่างของเขาถูกโจมตีด้วยแสงของกระบี่และแตกดับไปตาม ๆ กัน
เมื่อสิ้นเสียงดัง ‘ฉับ’ ในที่สุด อัจฉริยะรายนี้ก็ถูกผ่าร่างด้วยแสงกระบี่ เจตจำนงแห่งกระบี่อันลุกโชนได้ผ่าร่างของอีกฝ่ายเป็นสองท่อนทันที ก่อนจะล้มฟุบกับพื้น และไร้สัญญาณชีพอีกต่อไป
อณูแห่งชีวิตของอีกฝ่ายถูกเจตจำนงกระบี่ทำลายแล้ว
ตายไปแล้ว!
หลังจากฆ่าอีกฝ่าย ฉู่โม่วก็บินมายังศิลาโกลาหลและหยิบมันไปทันที
หาสมบัติต่อไป!
จิตวิญญาณของชายหนุ่มสั่นไหว พร้อมกับนกล่าสมบัติที่ยังคงทำงานต่อไป โดยเธอสัมผัสได้ถึงสมบัติที่มีอยู่อีกมากมาย
ช่วงเวลาต่อมา ฉู่โม่วอาศัยนกล่าสมบัติเพื่อตามหาสมบัติมากมาย แม้ที่เหลือจะไม่มีค่าเท่ากับศิลาโกลาหล แต่พวกมันล้วนเป็นสมบัติที่หายากยิ่งในโลกภายนอก
มีหญ้าวิญญาณมากกว่าสิบชนิดที่มีฤทธิ์เป็นยาอายุวัฒนะซึ่งมีอายุมากกว่าหนึ่งแสนปี
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่วันถัดมา
สมบัติที่ฉู่โม่วเก็บเกี่ยวมาได้จึงมีมากมายหลายสิบอย่าง ซึ่งในแง่ของมูลค่าแล้ว พวกมันมีมูลค่ามากกว่าสองหรือสามเท่าของราคาที่เขาจ่ายไปเป็นค่าบัตรผ่านประตู
แน่นอนว่า ระหว่างนั้นฉู่โม่วก็พบกับอันตรายบางอย่าง เช่น สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากมหาสมุทรอณูแห่งชีวิต แต่ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของชายหนุ่มได้มาถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งแล้ว แม้อีกฝ่ายจะเป็นอัจฉริยะก็ยังรับมือกับเขาไม่ได้
และแม้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะมีพลังมหาศาล แต่ด้วยเหตุผลบางประการ พวกมันจึงใช้พลังเกินกว่าขอบเขตของราชันย์เทวะยุทธ์ไม่ได้ โดยความแข็งแกร่งสูงสุดจะเทียบได้กับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเทวะยุทธ์เท่านั้น
ดังนั้นชายหนุ่มจึงรอดชีวิตมาได้โดยไม่ได้รับอันตราย
ในวันนี้ ฉู่โม่วเพิ่งค้นพบต้นหญ้าวิญญาณ ซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่แฝงอยู่เล็กน้อยเท่านั้น จึงอดส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
“มันมีคุณสมบัติทางยาที่เทียบอายุได้เจ็ดหมื่นปีเท่านั้น ซึ่งค่อนข้างธรรมดา!”
สมบัติที่มีคุณสมบัติทางยาอายุเจ็ดหมื่นปีย่อมถือว่ายอดเยี่ยมไม่น้อย
แต่ต้องรู้ว่าที่นี่คือมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตที่มีพลังมหาศาล การเติบโตที่นี่หนึ่งปีจะเทียบได้กับการเติบโตภายนอกเป็นเวลาหลายปีหรือมากกว่าสิบปี
ที่ผ่านมาจึงแทบจะไม่มีหญ้าวิญญาณใดที่เขาพบแล้วมีสรรพคุณทางยาที่มีอายุน้อยกว่าหนึ่งแสนปีเลย แต่นี่มันธรรมดาเกินไปหากเทียบกับก่อนหน้านี้
แต่ถึงอย่างนั้น ฉู่โม่วก็ยังเก็บมันไว้
เพราะไม่ว่ายุงจะตัวเล็กแค่ไหน มันก็ยังเป็นเนื้ออยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นหญ้าวิญญาณที่มีคุณสมบัติทางยาอายุกว่าเจ็ดหมื่นปี มูลค่าของมันจึงค่อนข้างดี
“มันก็แค่…”
“ไม่รู้ว่าทำไม ยิ่งเข้ามาลึกเท่าไหร่ มูลค่าของสมบัติที่ฉันเจอกลับยิ่งลดลง…”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
เหตุการณ์แบบนี้ในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตแปลกประหลาดมาก
ยิ่งเขาเข้าไปมากเท่าไหร่ ความรู้สึกก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น มูลค่าของสมบัติเหล่านี้ไม่ควรลดลงขนาดนี้!
ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิด ในขณะที่บินไปข้างหน้า
ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง “เจ้านาย ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
ในเวลาเดียวกัน
ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนอย่างรุนแรงจากจิตใต้สำนึกเช่นกัน ไม่ใช่แค่พลังปราณและอณูแห่งชีวิตเท่านั้นที่ปั่นป่วน แต่ยังรวมถึงกลิ่นอายที่วุ่นวายอย่างมาก
“นะ…นี่มัน”
ชายหนุ่มตกตะลึง
แต่ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักว่านี่จะต้องเป็นสมบัติที่หายากมากอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงไม่รอช้า ตัวคนกลายเป็นแสงสีรุ้งและบินไปยังทิศที่คลื่นนั้นซัดมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็มาถึงที่แห่งหนึ่ง
ด้านหน้าของพื้นที่ห่างไกล เป็นสถานที่ซึ่งมีแสงแห่งสวรรค์กำลังเปล่งประกาย พลังแห่งกฎเกณฑฺ์มหาศาลถักทอเกี่ยวพันกัน ก่อให้เกิดรัศมีอันโกลาหลจำนวนมากแผ่ออกมา
ที่บริเวณใจกลาง มีลำแสงส่องออกมาสู่ภายนอกด้วยพลังมิติอันไร้ที่สิ้นสุด และสายธารของเหลวสีทองที่หลั่งไหลลงมา พร้อมกับพลังลึกลับบางอย่าง
“นี่หรือว่า…”
ฉู่โม่วผงะไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับอาการตื่นตกใจ
ในขณะนี้ แสงสีรุ้งกว่าสิบสายพุ่งออกไปทุกทิศทุกทางอย่างพร่างพราว และเผยให้เห็นรูปร่างของสมบัติทีละน้อย
บรรดาอัจฉริยะจากหลายเผ่าพันธุ์ต่างรับรู้ได้ถึงความผันผวนอันรุนแรงนี้
“นะ…นี่มัน!”
“รัศมีโกลาหลที่รุนแรงเช่นนี้ รวมถึงพลังแห่งกฎเกณฑ์มหาศาลที่ปรากฏขึ้น… นี่คือหยาดทองคำแห่งวิถีไม่ใช่หรือ?!”
อัจฉริยะจากหลายเผ่าพันธุ์มองไปที่ของเหลวสีทองในลำแสงด้วยแววตาแห่งความโลภ
“ฉันไม่คาดหวังว่าหยาดทองคำแห่งวิถีจะปรากฏขึ้นเร็วขนาดนี้!”
“หากประเมินจากปริมาณ มันจะช่วยให้ผู้ปลุกพลังอย่างน้อยสองหรือสามคนเลื่อนขั้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้เลย!”
“ตั้งแต่มหาสมุทรอณูแห่งชีวิตเปิด ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่าที่สุด!”
“ฉันขอประกาศล่วงหน้าว่าของเหลวสีทองหนึ่งหยดจากทั้งหมดนี้ต้องเป็นของฉัน แต่ส่วนที่เหลือก็ให้พวกแกต่อสู้แย่งกันเอาเอง อย่ามาขวางทางฉันเด็ดขาด!”
“ฉันก็ขอประกาศล่วงหน้าเช่นกัน ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องมัน อย่าหาว่าฉันหยาบคาย!”
อัจฉริยะจากหลายเผ่าพันธุ์ต่างแย่งกันพูดทีละคน น้ำเสียงของพวกเขาแข็งกร้าวมาก ราวกับถือว่าของเหลวสีทองแห่งพลังวิถีอันยิ่งใหญ่เป็นสมบัติของพวกเขาแล้ว