ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 915 ตามหาเปลวเพลิงแห่งสวรรค์และโลก!
บทที่ 915 ตามหาเปลวเพลิงแห่งสวรรค์และโลก!
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
ครืน!
รัศมีอันน่าพรั่นพรึงระเบิดออกมาจากตัวฉู่โม่ว พร้อมกับพลังของวิถีกระบี่นับไม่ถ้วนที่เพิ่มขึ้นภายในร่างกายอย่างฉับพลัน รวมถึงทักษะในวิถีกระบี่มากมายที่เขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนก็ถูกดูดซับเข้ามาทั้งหมด
ในเวลาเดียวกัน กลิ่นอายเจตจำนงกระบี่ในร่างก็ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเช่นกัน
นั่นหมายความว่า กายากระบี่เทวะระดับราชันย์ได้เลื่อนเป็นระดับตะวันแล้ว!
“ต้องเสียเวลาหลายวันกว่าจะดื่มน้ำเลี้ยงจากต้นซากุระสวรรค์ทั้งเจ็ดหมื่นลิตรหมด ในที่สุดพรสวรรค์และกายเนื้อโดยรวมก็แข็งแกร่งขึ้น!”
ฉู่โม่วพลันลืมตาขึ้นและถอนหายใจยาวด้วยความพึงพอใจ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลของตัวเองอีกครั้ง ก็เห็นว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากเมื่อก่อน
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพันระดับเทวะ (กฎเกณฑ์มายา) , กายาทวิเนตรระดับเทวะ, กายาวิญญาณห้าธาตุระดับตะวัน, กายากระบี่เทวะระดับตะวัน]
[พรสวรรค์ : ห้วงเวลาระดับศักดิ์สิทธิ์, เพลงหมัดระดับศักดิ์สิทธิ์, แรงโน้มถ่วงระดับศักดิ์สิทธิ์ ห้วงมิติระดับเทวะ, วิชากระบี่ระดับเทวะ, เล่นแร่แปรธาตุระดับเทวะ, ห้วงวิญญาณระดับเทวะ, ธาตุแสงระดับเทวะ, ธาตุมืดระดับเทวะ, พลังฝ่ามือระดับตะวัน, ธาตุลมระดับเทวะ, พลังเนตรระดับตะวัน, ห้วงวิญญาณระดับตะวัน, ห้วงกำเนิดใหม่ระดับตะวัน, ควบคุมสัตว์อสูรระดับตะวัน…]
สามพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์!
หกพรสวรรค์ระดับเทวะ!
ส่วนที่เหลือเป็นระดับตะวันทั้งหมด
หากบุคคลภายนอกรู้ถึงเรื่องพรสวรรค์อันมากมายเช่นนี้ พวกเขาจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
การยกระดับพรสวรรค์ทั้งหมดไปเป็นระดับตะวัน แม้จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจนน่าตกใจ แต่ก็ถือว่าพัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นกัน
ที่เด่นชัดที่สุดก็คือกายากระบี่เทวะระดับราชันย์
กายากระบี่เทวะเดิมทีเป็นเพียงระดับราชันย์ แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นระดับตะวันแล้ว
มันยังช่วยขยายความเข้าใจในวิถีกระบี่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เขาสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ในขณะเดียวกันวิถีกระบี่ที่เขาสำแดงออกมาก็จะทรงพลังยิ่งขึ้น
โดยตอนนี้ วิถีกระบี่ยังคงเป็นพลังโจมตีที่สำคัญที่สุดของฉู่โม่วในการต่อสู้กับศัตรู ดังนั้นการยกระดับพรสวรรค์กายากระบี่เทวะ จึงทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นไปโดยปริยาย
“ถ้าฉันได้ต่อสู้กับบรรพชนแห่งราชวงศ์จันทราเลือดอีกครั้ง ด้วยระดับพลังวิถีกระบี่ในตอนนี้ บางทีฉันอาจรับมือกับเขาได้อยู่หลายกระบวน!”
ฉู่โม่วครุ่นคิดกับตัวเอง
แม้ผลลัพธ์การต่อสู้อาจจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเขา
แต่อย่างน้อยที่สุด ในตอนนี้เขาก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
นอกจากนั้น พรสวรรค์แรงโน้มถ่วงยังพัฒนาขึ้นอีกระดับ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมากเช่นกัน
หากเปิดใช้งานมันในตอนนี้ ก็อาจสำแดงพลังแรงดึงดูดได้เกือบ 100 เท่าทันที แม้อีกฝ่ายจะเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ระดับสูงสุด ก็ยังไม่สามารถต่อต้านมันได้ ซึ่งหากใช้งานร่วมกันกับพรสวรรค์อื่น ๆ อย่างพลังห้วงมิติและห้วงเวลา ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยากที่จะจินตนาการได้เลย
สำหรับพรสวรรค์พลังเนตรและห้วงวิญญาณ ทั้งสองนี้เป็นพรสวรรค์เสริมที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาทางตรง โดยพรสวรรค์พลังเนตรมักจะถูกใช้ร่วมกับพลังกายาทวิเนตรในบางครั้งบางคราวเท่านั้น
แม้ตอนนี้มันจะเลื่อนเป็นระดับตะวันแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมาก
ถึงอย่างนั้นพรสวรรค์ห้วงวิญญาณนั้นก็ค่อนข้างยอดเยี่ยม
ซึ่งตอนนี้มันเลื่อนเป็นระดับตะวันแล้ว มันสามารถทำให้ราชันย์เทวะยุทธ์สับสนได้ และไม่ว่าจะใช้เค้นหาข้อมูลหรือต่อสู้กับศัตรูก็สามารถช่วยเหลือได้มากเช่นกัน
เช่นเดียวกับพรสวรรค์ควบคุมสัตว์อสูร
หลังจากมันเลื่อนขั้นเป็นระดับตะวัน สัตว์อสูรที่เขาสามารถควบคุมได้ก็อยู่ในระดับที่สูงขึ้นเช่นกัน ถ้าเขาเปิดใช้งาน มันจะสามารถควบคุมฝูงสัตว์ดุร้ายจำนวนมหาศาลได้
แน่นอนว่า…
นั่นเป็นเพียงหนึ่งในพลังของพรสวรรค์ควบคุมสัตว์อสูรเท่านั้น
ในความคิดของฉู่โม่ว
วิธีที่ดีที่สุดที่จะใช้พรสวรรค์นี้ก็คือการควบคุมฝูงสัตว์อสูรให้ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา ซึ่งสามารถใช้มันเข้าไปยังสถานที่อันตรายที่มีสัตว์อสูรจำนวนมาก หรือแม้แต่ใช้มันค้นหาสมบัติก็ได้เช่นกัน
สรุปคือหากใช้อย่างเหมาะสมก็ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว
มาถึงพรสวรรค์สุดท้าย
นั่นก็คือพรสวรรค์ห้วงกำเนิดใหม่!
ตั้งแต่ฉู่โม่วได้รับพรสวรรค์นี้มา เขายังไม่เคยมีโอกาสได้ใช้มันเลย
ความจริงแล้ว พรสวรรค์ห้วงกำเนิดใหม่เป็นพรสวรรค์แฝงแบบสุ่ม ซึ่งจะแสดงผลก็ต่อเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ระดับของมันต่ำเกินไป โอกาสที่พลังของมันจะแสดงผลจึงยังน้อยมากเช่นกัน
แต่หลังจากพรสวรรค์ห้วงกำเนิดใหม่ถูกเลื่อนขึ้นเป็นระดับตะวัน ฉู่โม่วก็สามารถสัมผัสพลังที่แฝงอยู่ได้ในทันที
พรสวรรค์นี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง!
แต่มันเปลี่ยนไปอย่างไร ชายหนุ่มก็ไม่สามารถอธิบายได้
เขามีความรู้สึกคลุมเครือว่าต้องตกอยู่ในสถานการณ์บางอย่างหรืออยู่ในสถานที่เฉพาะ จึงจะสามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
“หงเพลิงที่อยู่ในกองไฟและการถือกำเนิดใหม่”
“บางที…”
“ฉันควรจะไปยังสถานที่แห่งสวรรค์และโลก ที่เป็นที่สถิตของเปลวไฟแปลก ๆ มันอาจจะทำให้พรสวรรค์ห้วงกำเนิดใหม่แสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปได้!”
ฉู่โม่วบ่นพึมพำ
ทำทุกอย่างที่ใจคิด
ด้วยพรสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นถึงขีดสุดในตอนนี้ นับว่าการเก็บตัวบ่มเพาะครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นคงถึงเวลาที่เขาต้องออกไปข้างนอกบ้างแล้ว อาจจะไปตามหาสถานที่ที่มีเปลวไฟแปลก ๆ สถิตอยู่ หรือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตของธาตุไฟ
แน่นอนว่า…
สถานที่เฉพาะแบบนั้นมันไม่ได้หาพบง่าย ๆ อยู่แล้ว
หากค้นหาด้วยตัวเองก็อาจต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินใจไปที่ตำหนักไหมหยกเพื่อสืบหาข้อมูล
ตำหนักไหมหยกเป็นสถานที่ที่ค้นหาข้อมูลได้ดีที่สุด
แม้ว่าค่าธรรมเนียมจะค่อนข้างแพง
แต่สำหรับฉู่โม่วที่เพิ่งปล้นราชวงศ์และกวาดหินหยกมาหลายแสนล้านก้อน เรื่องเงินจึงไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อย
หลายวันต่อมา
ฉู่โม่วมาถึงตำหนักไหมหยกสาขาย่อยบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในเขตอำนาจของจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์
หลังจากจ่ายเงินไปจำนวนมาก ชายหนุ่มจึงได้รับข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
“มีสถานที่สิบหกแห่งที่เต็มไปด้วยธาตุไฟบริสุทธิ์อันรุนแรง มีสถานที่สามแห่งที่มีเปลวไฟปริศนา!”
ฉู่โม่วอ่านข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด
มีสถานที่สิบหกแห่งที่มีธาตุไฟบริสุทธิ์ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วเขตอำนาจของจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์ โดยสถานที่ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากเขาเพียงสองวัน
เพียงแต่
ตามบันทึกข้างต้น มีสถานที่สามแห่งที่มีธาตุไฟพิเศษ ซึ่งเป็นระดับสูงมาก ซึ่งมันถูกปกป้องจากตัวตนระดับเทพเจ้าทั้งสามแห่งเลย ส่วนสถานที่อื่น ๆ ก็มีระดับเปลวไฟที่ด้อยกว่า
แค่ราชันย์เทวะยุทธ์ไม่คณนามือเขาหรอก!
ชายหนุ่มตัดสินใจได้ทันที
พรสวรรค์ห้วงกำเนิดใหม่จะยิ่งรุนแรงขึ้นหากอยู่ใกล้ธาตุไฟระดับสูง
สิ่งที่จำเป็นคือต้องเป็นเปลวไฟบริสุทธิ์ที่เกิดจากพลังแห่งสวรรค์และโลก
แม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ เพราะมันเป็นเรื่องยากมากที่จะปลุกพลังห้วงกำเนิดใหม่ให้สำเร็จ
สำหรับสถานที่ที่ปกป้องโดยเทพเจ้าเพียงสามคน ฉู่โม่วไม่มีความลังเล
เป็นไปได้ว่าสถานที่เหล่านี้จะได้รับการปกป้องจากเทพเจ้าหลายคน แต่ก็ไม่ยากที่จะเข้าไป เพียงแต่ในการปลุกพลังห้วงกำเนิดใหม่จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจไปดึงดูดความสนใจของเทพเจ้าหลายคนได้
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา คงเป็นเรื่องยากที่จะรับมือกับเทพเจ้าหลายคนพร้อมกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังถูกหมายหัวจากจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์และเผ่าพันธุ์เมดูซ่า จึงต้องไปที่นั่นอย่างเงียบเชียบที่สุด ไม่อย่างนั้นก็เป็นเพียงการฆ่าตัวตายเท่านั้น
“พุ่งเป้าไปที่เปลวไฟประหลาดทั้งสามแห่งนี้!”
ฉู่โม่วมุ่งความสนใจไปยังสถานที่ที่เป็นที่สถิตของเปลวไฟประหลาด
แห่งแรกมันถูกปกป้องจากตัวตนระดับเทพเจ้า
โดยเปลวไฟนี้เรียกว่า เพลิงเทวะหยกพฤกษา ถือกำเนิดจากการผสมผสานระหว่างธาตุไม้กับธาตุไฟที่พิเศษยิ่งโดยนักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งเทพเจ้าคนนี้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่มีชื่อเสียงมาก
มีข่าวลือว่าเขาใช้เวลากว่าแสนปีในการค้นหาเปลวไฟนี้ก่อนที่จะผสานและสร้างมันขึ้นมาได้
คงเป็นเรื่องยากที่ชายหนุ่มจะเข้าถึงมันได้
เปลวไฟแห่งที่สองเรียกว่า เพลิงเทวะบงกชครามซึ่งสถิตอยู่ในเขตปกครองของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เป็นสมบัติล้ำค่าและอยู่ในดินแดนของบรรพบุรุษตระกูล
ฉู่โม่วก็ไม่มีโอกาสเข้าถึงมันเช่นกัน
ส่วนเปลวไฟประหลาดแห่งสุดท้ายนี้…