ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 908 ร่ำรวย
บทที่ 908 ร่ำรวย
“แก… เป็นใคร…”
ริมฝีปากของชายชรานั้นเหมือนจะพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเขานั้นแผ่วเบาเอามาก ๆ ชนิดที่ไม่สามารถพูดให้จบประโยคด้วยซ้ำ
เขารู้สึกว่าพลังชีวิตในร่างกายหายไปอย่างรวดเร็ว ความกลัวกัดกินจิตใจนั้นไว้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตอนนี้…
ชายชราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ด้วยว่าทำไม จู่ ๆ เขาก็โดนซุ่มโจมตีโดยที่ไม่เห็นแม้กระทั่งอีกฝ่าย ชายชราเบิกตากว้างเพื่อพยายามมองหาตัวศัตรูที่อาจจะหลบซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่สามารถตรวจพบได้เลย
ท้ายที่สุด…
ชายชราก็ไม่เหลือความแข็งแกร่งพอจะรั้งตนเองไว้ ร่างของเขาล้มลงไปกับพื้น แววตาค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับลมหายใจที่อ่อนแอลงราวกับตายไปแล้ว
ในมิติที่ห่างไกลออกไป…
ฉู่โม่วผู้ที่เห็นทุกอย่างด้วยตาของตนเอง ไม่ได้เปิดเผยตัว เพียงมองด้วยความเยาะเย้ยภายในดวงตา
ถึงแม้ว่าในสายตาของคนนอก ราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้จะได้ตายลงไปแล้ว
แต่ในสายตาของชายหนุ่ม ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะโดนเขาโจมตีไปเต็ม ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะตายในทันที เขายังคงพยายามรักษาลมหายใจไว้ ใช่แล้ว ท่าทีที่ดูเหมือนตายนั้นเป็นเพียงการแสดง
หากผู้ปลุกพลังคนใดหลงกลนี้แล้วกระโจนออกมาจากที่ซ่อน บางทีแผนการของชายชราอาจจะสำเร็จไปแล้ว
ทว่าเพราะนี่เป็นฉู่โม่ว จึงมองแผนการนี้ออกอย่างชัดเจน
และมันก็เป็นอย่างที่คิด
พักหนึ่ง…
ชายชราที่ดูเหมือนจะตายไปแล้วนั้นพลันตัวสั่นขึ้นมา ดวงตาของเขากลับมาอีกครั้ง และเป็นแววตาที่ดูสิ้นหวัง จากนั้นเขาก็ไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป
ครั้งนี้…
เขาตายจริง ๆ
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกโล่งใจ เขาเปิดเผยตัวตนและเดินตรงไปยังเบื้องหน้าชายชรา เก็บสิ่งที่เก็บได้จากร่างนี้ไปให้หมด
สำหรับผู้ปลุกพลังในระดับราชันย์เทวะยุทธ์ คนคนนี้ไม่ได้พกสมบัติล้ำค่าอะไรในถุงเก็บของ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะฝังซ่อนอยู่ในร่างกายของเขาที่สามารถเปิดมิติเพิ่มได้ สิ่งนี้ถือเป็นมิติที่ลึกลับมาก ๆ และเป็นมิติที่ต่อให้เป็นผู้ปลุกพลังในระดับเดียวกันก็ยังยากที่จะหามันเจอ
เพราะงั้น… ต่อให้เขาจะสู้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนอื่นที่แข็งแกร่งกว่าแล้วพ่ายแพ้ไป มันก็เป็นเรื่องยากที่ผู้ชนะจะสามารถชิงเอาทรัพย์สมบัติของคนคนนี้ไปได้
นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์ปกติ มิตินี้จะสูญเสียอณูแห่งชีวิตคอยช่วยรักษาเสถียรภาพเอาไว้เมื่อแกนของมิติตายลงไป เพราะงั้นมันจะค่อย ๆ แตกสลายไปตามกาลเวลา จนกระทั่งท้ายที่สุด สมบัติจำนวนมากมายที่อยู่ภายในก็จะถูกทำลายจากการบีบอัดของมิติไปในที่สุด
แต่สำหรับฉู่โม่ว นี่ไม่ใช่ปัญหา
เขามีพลังแห่งห้วงมิติ และสามารถหาความผกผันของมิติภายในร่างของเป้าหมายได้ และกายาทวิเนตรนี้สามารถมองทะลุภาพมายาได้ ด้วยการผสานกันของพลังทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นมิติที่ซ่อนไว้ขนาดไหน ก็จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
เช่นนั้น…
ในเวลาไม่นาน ฉู่โม่วก็สามารถค้นหามิติที่ซ่อนอยู่ในร่างของชายชราผู้นี้ได้
เมื่อส่งสัมผัสแห่งจิตวิญญาณเข้าไปในสิ่งนั้น แล้วเขาก็พบว่า มีสมบัติแห่งโลกและสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนและวัตถุดิบสำหรับการฝึกฝนอีกมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใน
มองไปโดยรอบ
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปรผันอย่างน่ากลัวแผ่กระจายออกมาจากทุกหนทุกแห่ง
ยาครอบจักรวาล กระบวนท่าฝึกยุทธ์!
วัตถุดิบการฝึกฝน และอาวุธวิเศษ!
…
จำนวนของมันมีมากและมูลค่าเองก็มหาศาล แม้แต่ฉู่โม่วเองก็ยังอดอ้ำอึ้งไปพักใหญ่ ๆ ไม่ได้
เขากวาดตามองของแต่ละชิ้น ๆ
อันดับแรกเลย ยาวิเศษทั้งหลาย ซึ่งแต่ละชิ้นเองก็มีคุณภาพสูงกันทั้งหมด พวกมันปลดปล่อยความแปรผันในพลังจิตวิญญาณออกมาอย่างแก่กล้า นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรวิญญาณหายากอีกจำนวนมากที่ปล่อยพลังจิตวิญญาณออกมาจนต้องตกตะลึง
นี่ยังไม่พูดถึง วัตถุดิบฝึกฝนเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ นานาที่กองสูงเป็นภูเขาจนแทบจะไม่เห็นยอดนั่นด้วย
ไหนจะเป็นพวกอาวุธวิเศษหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางพลังแห่งกฎเกณฑ์ กลิ่นอายของพวกมันรุนแรง และสามารถบอกได้เลยว่าแค่มองสิ่งเหล่านี้ก็รู้สึกถึงความไม่ธรรมดาแล้ว
ฉู่โม่วสร้างห้องเก็บของขึ้นมา
เหล่ายาวิเศษและวัตถุดิบสำหรับฝึกฝนที่มีหลายประเภทและมีมากมายจนยากที่จะจำแนกแยกมูลค่า เขามองมันแล้วปล่อยผ่านไป
ความสนใจของฉู่โม่วนั้นตกมาอยู่กับอาวุธวิเศษ หินหยกและหญ้าวิญญาณ
อาวุธวิเศษในที่นี่ ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่พวกมันทุกชิ้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่ค่อนข้างดี บางอย่างก็เทียบเท่ากับกระบี่ทมิฬของเขาได้เลย
หินหยกที่อยู่ข้าง ๆ นั้นก็มีมากมายจนกองเป็นภูเขา ปริมาณของมันอย่างน้อยก็น่าจะมีหลายพันล้านอยู่
หญ้าวิญญาณและวัตถุศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างถูกเก็บไว้ในกล่องหยก ซึ่งมีพลังจิตวิญญาณอันแรงกล้าและอัดแน่น พวกมันมีคุณสมบัติทางด้านการรักษาและมีอณูแห่งชีวิตผันผวนอยู่ภายใน
คำนวณคร่าว ๆ จากปริมาณสมบัติที่เข้าตา พวกมันน่าจะมีมูลค่าสูงถึงหมื่นล้านเลย!
ในด้านของปริมาณ ฉู่โม่วไม่รู้แน่ชัด แต่สิ่งที่เขามั่นใจคือ มันน่าจะไม่ต่ำกว่าหมื่นห้าพันล้านหินหยกแน่นอน!
“สมแล้วที่อยู่มาอย่างยาวนานในฐานะราชันย์เทวะยุทธ์ คนคนนี้ร่ำรวยจริง ๆ!”
ฉู่โม่วโพล่งออกมาอย่างตกใจ
เหมือนคำที่มีคนเคยพูดไว้ว่า ม้าที่ไร้หญ้าก็จะไม่อ้วน
ก่อนหน้าที่เขาจะมายังดาราจักรอสรพิษสวรรค์ เขานั้นแอบขาดแคลนวัตถุดิบในการฝึกฝนอยู่เล็กน้อย แต่ด้วยความจริงชายหนุ่มสามารถขุดเอาหินหยกมาจากในเขตแดนเมฆาครามได้เป็นจำนวนมาก มันก็ทำให้เขาสามารถซื้อวัตถุดิบสำหรับฝึกฝนเป็นจำนวนมากได้ และเติมเต็มในสิ่งที่ขาดจนกลายเป็นล้นได้ในตอนนั้น
ตอนนี้เขาได้สมบัติที่เก็บมาชั่วชีวิตของราชันย์เทวะยุทธ์ผู้ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่มากี่ปีแล้ว มันก็ทำให้สมบัติในตัวของเขามีเยอะขึ้นมากกว่าเดิมอีกในทันที
“นี่แค่คนแรกนะ”
“ที่นี่ยังมีราชันย์เทวะยุทธ์อยู่อีกตั้งหกคน!”
“ยังไม่รวมถึงสมบัติหลวงของราชวงศ์จันทราเลือดอีก หากฉันได้มันมาทั้งหมดละก็ ฉันเดาว่ามูลค่าทรัพย์สินในตัวฉัน แม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ก็ไม่อาจจะเทียบเท่าได้แน่ ๆ!”
ฉู่โม่วคาดหวังไว้
เขานำเอาสมบัติทุกอย่างในนี้ใส่เข้าไปในมิติพกพา รวมถึงนำหญ้าวิญญาณกับเหล่าพืชวิญญาณต้นอื่น ๆ มาปลูกไว้ในโลกบนฝ่ามือด้วย จากนั้นก็ฝังวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์ลงไปในพื้นดินเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับรากฐานเส้นชีพจรดิน
รอจนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสิ้น
ฉู่โม่วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วออกจากที่นี่ไป
“ถึงเวลาหาคนต่อไปแล้ว!”
…
ที่มิติเหนือท้องฟ้า ชายชราที่มีใบหน้าแก่ชรากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ไปพลางอาบแสงที่ส่องประกายลงมาจากท้องฟ้า
แสงสว่างที่เขาอาบอยู่นี่เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกและสวรรค์ที่ค่อนข้างแปลกประหลาดมากเลยทีเดียว แม้ว่ามันจะปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ปริมาณของมันก็มีไม่มากนัก ยามที่ใช้มันบ่มเพาะในแต่ละครั้ง จะได้พลังเพิ่มมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่หนึ่งในกระบวนการฝึกวิชาของเขานั้นจำเป็นต้องใช้แสงประหลาดนี้ และเขาก็ใช้เวลาอยู่กับการกระทำแบบนี้มาร่วมหมื่นปีแล้ว
วันเวลาผ่านมายาวนั้น…
แต่สำหรับราชันย์เทวะยุทธ์แล้ว ถึงแม้ว่าเวลานับหมื่นปีนี้จะถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ได้ยาวนานเกินไป เมื่อไหร่ที่เขาสำเร็จวิชานี้ มันก็คุ้มค่าที่จะยอมทุ่มทุน
ยิ่งไปกว่านั้น
วรยุทธ์ของเขานั้นเกือบจะสมบูรณ์แล้ว
อิงจากการคาดการณ์ของเขา อีกไม่กี่ร้อยปีเป็นอย่างมาก เขาจะต้องสำเร็จกระบวนท่าวิชานี้แน่นอน
ดังนั้นมันเลยทำให้เขาค่อนข้างที่จะอารมณ์ดีมากเลยทีเดียว
ตอนนั้นเอง
ชายชรากำลังฝึกฝนอย่างเอื่อยเฉื่อย เขาหยิบเอาหม้อที่มีของเหลวหยกขึ้นมาจิบดื่มด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ
แต่แล้ววินาทีนั้น
ซู่ม!
ภายในมิติ เสียงบางสิ่งบางอย่างก็ดังขึ้นเบา ๆ
ท่าทีของชายชราแข็งทื่อไปในทันใด แต่ก่อนที่เขาจะได้สติ มิติของเขาก็เกิดเสียงดังกังวานราวกับสายฟ้าที่ฟาดอยู่ในโลกจนดังไปทั่ว
พร้อมกันนั้น
เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่ากลัวที่ไม่อาจจะสามารถหาคำมาอธิบายได้พุ่งตรงเข้ามาหาซึ่งหน้า
ฟุ่บ!
หลังเสียงอื้ออึง ร่างของชายชราสั่นเทาและแข็งค้างอยู่กลางอากาศ
ของเหลวที่อยู่ในแก้วไม่อาจจะถูกรักษาไว้ได้ มันหกออกมา จากนั้นก็ถูกทำลายสลายเป็นละอองด้วยกลิ่นอายแหลมคมที่ห้อมล้อมร่างของเขาเอาไว้ตอนนี้
“แก… เป็นใคร…”
ชายชราเปิดปากพูดอย่างยากลำบาก เขาอยากจะรู้ว่าใครเป็นคนโจมตีเขา แต่ก่อนที่จะได้พูดจบ กลิ่นอายที่แข็งแกร่งเหล่านี้ก็เพิ่มปริมาณอีกครั้ง มันพุ่งเข้าใส่ร่างของชายชรา ฉีกร่างนั้นออกเป็นชิ้น ๆ และเข้าโจมตีชิ้นส่วนร่างของเขาต่อด้วยพลังจิตวิญญาณก่อนจะสลายหายไป