ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 899 บัญชาสวรรค์ จักรพรรดิแห่งโชคชะตา
บทที่ 899 บัญชาสวรรค์ จักรพรรดิแห่งโชคชะตา
ในจักรวาล ทุกเผ่าพันธุ์ฝึกฝนวิทยายุทธ์ต่างมีผู้มีพรสวรรค์ซ่อนอยู่ หลังจากที่ฝึกฝนไปจนถึงจุดสูงสุด พวกเขาต่างก็มีสุดยอดพลังเหนือธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ
พวกเขากระทั่งสร้างพลังแห่งกฎเกณฑ์ได้เพียงเอ่ยปากด้วยอำนาจแห่งวิถีสวรรค์ และฝีมือก็ลึกลับเหนือความคาดหมาย ราวกับว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์และโลกอยู่ในกาย ทำให้มีพละกำลังเหนือยิ่งกว่าที่จะจินตนาการได้
แต่กระบวนท่าของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรียกลมฝน หรือเคลื่อนภูเขาลงไปในมหาสมุทร หรือกระทั่งวาจาเปี่ยมอำนาจสวรรค์และพลังแห่งกฎเกณฑ์ พวกมันก็ยังเป็นแค่การโคจรอณูแห่งชีวิตของโลกด้วยเลือดและพลังอันยิ่งใหญ่ของตัวเองเพื่อนำไปใช้เป็นกระบวนท่าในการโจมตี
แต่เพราะระดับขั้นสูงมาก เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ปลุกพลังทั่วไปทั้งหลาย มันจึงดูลึกลับเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับเหล่าผู้แข็งแกร่งในขั้นครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์หรือขั้นมหาเทวะยุทธ์ แค่เสี้ยวความคิดเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงสีของโลกได้ และแม้แต่การสังหารก็ง่ายดาย มันกระทั่งมีแววของโลกในฝันที่จะยืนยงไปอีกนับปีไม่ถ้วน
ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะพลังที่แข็งแกร่งเกินไปจำเป็นต้องพึ่งพาสภาพแวดล้อมโดยรอบ
แต่…
หากอณูแห่งชีวิตในสวรรค์และโลกบางเบาหรือขาดแคลน ผู้ปลุกพลังก็ไม่สามารถใช้อณูแห่งชีวิตของโลกภายนอกได้ แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะแทบไม่เกิดขึ้นในสวรรค์และโลก และกระบวนท่ามากมายที่พวกเขาใช้ก็จะใช้อณูแห่งชีวิตในร่างกายจนหมด
แต่ในตอนนั้น การจะใช้พลังที่แข็งแกร่งก็ยากอย่างถึงที่สุด
แน่นอนว่า…
มีบางกระบวนท่าที่ไม่จำเป็นต้องใช้อณูแห่งชีวิตช่วยเหลือ แม้แต่ในสถานที่ที่ขาดอณูแห่งชีวิต มันก็ยังสัมฤทธิผลได้ แต่ผู้ใช้ก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจในกฎเกณฑ์อย่างลึกซึ้ง
แต่กระบวนท่าเช่นนี้ก็ไม่ได้อยู่ภายในขอบเขตของผู้ปลุกพลังทั่วไป
แม้แต่… ผู้แข็งแกร่งอย่างราชันย์เทวะยุทธ์ก็ไม่อาจเอื้อมถึง
อย่างไรแล้ว มันก็อยู่ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า และผู้นั้นแทบจะต้องไปถึงวิถีสวรรค์ที่แท้จริงให้ได้ หากคว้ามันมาได้สำเร็จ ก็หมายความเขาผู้นั้นคว้าพลังแห่งวิถีมาแล้ว
ตัวตนแบบนั้น…
ถือว่าเกินกว่าจินตนาการของผู้คนทั่วไปแล้ว!
มันไปถึงจุดที่เหนือยิ่งกว่าจะจินตนาการได้ หากจะพูดว่าตัวตนนั้นคือหนึ่งเดียวในโลกใบนี้ก็คงไม่เกินจริง
จังหวะเต๋าและกฎเกณฑ์ที่ว่านี้แทบจะเป็นเหมือนของเล่นตรงหน้าพวกเขา และสามารถควบคุมได้ดั่งใจหวัง
และในตอนนี้ โชคชะตาที่ฉู่โม่วได้รับมาจากศิลาวิถีสวรรค์และพลังศักดิ์สิทธิ์ข้างในนั้น คล้ายคลึงกับกระบวนท่าที่ผู้แข็งแกร่งในตำนานเหล่านั้นเชี่ยวชาญทีเดียว
“บัญชาสวรรค์ทองคำจักรพรรดิหยก!”
นี่คือกระบวนท่าที่ปรากฏขึ้นในคฤหาสน์สีม่วงของฉู่โม่ว
มันคือพลังเหนือธรรมชาติที่คล้ายกับคำพูด แต่ก็แตกต่างไปจากของผู้แข็งแกร่งทั่วไปที่พึ่งพาการใช้เลือดและพลังศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองเพื่อเคลื่อนอณูแห่งชีวิตของสวรรค์และโลก
สิ่งที่เรียกว่าบัญชาสวรรค์ทองคำจักรพรรดิหยกนี้
บัญชาสวรรค์คือคำสั่งจากจักรพรรดิแห่งสวรรค์
บัญชาสวรรค์ทองคำจักรพรรดิหยกนั้น ดังที่กล่าวไว้ในชื่อ มันคือหนังสือที่บันทึกคำบัญชาของจักรพรรดิแห่งสวรรค์ มันเต็มไปด้วยหลักการอันลึกซึ้ง หากฝึกฝนกระบวนท่านี้ก็จะเป็นเหมือนกับจักรพรรดิแห่งสวรรค์ได้ เมื่อเชี่ยวชาญแล้วก็จะสามารถควบคุมและกำหนดทิศทางของทุกเหตุการณ์ได้
และกระบวนท่านี้ก็ใช้ผ่านคำพูด
ในคฤหาสน์สีม่วงของฉู่โม่ว อักขระทองคำเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่พลังของกระบวนท่า แต่ยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์เหนือคำบรรยายด้วย หากเข้าใจความหมายของมันอย่างถ่องแท้ก็แปลว่าเข้าใจกระบวนท่านี้เป็นอย่างดีแล้ว
“กระบวนท่านี้น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
“นี่มันน่าเหลือเชื่อ!”
ในตอนนี้ แม้แต่ฉู่โม่วก็ยังต้องอ้าปากค้าง
เขาต้องตกตะลึงในเจตจำนงและพละกำลังของกระบวนท่านี้
เขาจดจ่ออยู่กับมันและสัมผัสอย่างชัดเจนว่าในอักขระทองคำเหล่านี้ แต่ละอักขระนั้นซับซ้อนและยากที่จะเข้าใจได้ มันเต็มไปด้วยหลักการขั้นสุดยอด และแต่ละอักขระศักดิ์สิทธิ์ก็มีพลังศักดิ์สิทธิ์เหนือคำบรรยาย
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
อักขระศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ต่างก็เก็บซ่อนกระแสของโลกเอาไว้ราวกับว่าแต่ละคำคือตัวแทนของวิถี และนั่นก็เป็นเพราะบัญชาสวรรค์ทองคำจักรพรรดิหยกนี้สามารถใช้มันเคลื่อน สี่ทิศเพื่อเรียกทุกปรากฏการณ์ออกมาได้ นำไปสู่การปลดปล่อยพลังแห่งคำพูดที่ตามมาด้วยกฎเกณฑ์
“เมื่อมาถึงเรื่องพลังและความลึกลับ กระบวนท่านี้ถือว่าดีที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเจอมาในชีวิตนี้แล้ว”
“แต่…”
“เพราะแบบนี้ การจะเข้าใจมันให้ละเอียดเลยยากไปด้วย”
“ด้วยพลังกับระดับขั้นของฉันตอนนี้ คงจะยากเกินกว่าจะเข้าใจมันได้”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วเล็กน้อยและคิดอยู่ในใจ
เขาพยายามใช้พลังจิตวิญญาณเจาะทะลวงเข้าไปและศึกษามัน
แต่ใครจะไปคิดว่าทันทีที่คิดเช่นนั้น เขาก็ต้องรู้สึกวิงเวียนศีรษะจนอยากจะอาเจียนออกมา
ต้องรู้ด้วยว่า
ด้วยความเข้าใจในปัจจุบันของฉู่โม่ว ประกอบกับแผ่นศิลารู้แจ้งและแท่นประทับรู้แจ้งในมือ แม้แต่กระบวนท่าลับเปิดสวรรค์ก็สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย แต่ในตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับบัญชาสวรรค์ทองคำจักรพรรดิหยก เขากลับรู้สึกว่าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
พยัคฆ์ร้ายนั้นมองแค่เพียงแวบเดียวก็ดูออก
เห็นได้ชัดว่าการจะฝึกฝนกระบวนท่านี้ยากลำบากขนาดไหน
แต่
เมื่อลองคิดพิจารณาดูอีกครั้ง
ยิ่งฝึกฝนยากเท่าไร กระบวนท่านั้นก็ยิ่งทรงพลัง แม้ว่าเขาจะลงมือฝึกฝนหลังจากที่พัฒนาระดับขั้นหรือความเข้าใจมากขึ้นแล้ว ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องฝึกฝนกระบวนท่านี้จนเชี่ยวชาญได้แน่
ในตอนนั้น แค่เพียงคำพูดเดียว ทุกปรากฏการณ์บนโลกก็จะตอบสนองตามต้องการ และได้รับความช่วยเหลือจากทิศทั้งสี่ นั่นมันภาพแบบไหนกัน?
แค่คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตั้งตารอที่จะฝึกฝนมันอย่างใจจดใจจ่อ
…
หลังจากที่กำจัดความคิดรบกวนออกไป ฉู่โม่วก็ได้สติกลับมา
ในตอนนี้ ชายหนุ่มหลอมรวมแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเข้าไปแล้ว แต่เขายังไม่ได้ย่อยมันจนหมดและยังเหลือแสงศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนสะสมอยู่ในร่างกาย
แต่ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ก็ยังฝึกฝนไม่เสร็จ และฉู่โม่วเองก็อยากกลับไปพัฒนาระดับพลังต่อ เขาจึงไม่ได้ฝึกฝนต่อและวางแผนที่จะออกไปแทน
แต่เมื่อเขาลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมาทันที
มันคือสุดยอดพลังและความอหังการ
ในหมู่พวกเขา มีสุดยอดตัวตนในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์และจักรพรรดิเทวะยุทธ์อยู่
และในสายตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยอารมณ์อันสลับซับซ้อน ทั้งความอิจฉา ริษยา ตกตะลึง ไม่พอใจ สงสัย และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงความโลภด้วยเช่นกัน เขาชนะเป็นอันดับที่หนึ่งในศิลาวิถีสวรรค์คราวนี้ และได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์มากมายเข้าไปในร่างกาย ประกอบกับโชคชะตาของเขา แน่นอนว่าผู้ปลุกพลังคนอื่นย่อมทนมองอยู่เฉย ๆ ไม่ได้
ในหมู่คนเหล่านี้ ฉู่โม่วสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าคนที่ละโมบที่สุดอยู่ในเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
‘ตูเจ๋อหลิน…’
‘เขามุ่งจิตสังหารมาที่ฉัน’
หัวใจของฉู่โม่วเต้นแรงขึ้น
ตูเจ๋อหลินคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่นปัจจุบันในเผ่าพันธุ์เมดูซ่า ด้วยพละกำลังและพรสวรรค์อันโดดเด่น
แต่ในตอนนี้ ในสายตาที่เขามองมานั้นเฉียบคมและเต็มไปด้วยเจตนาร้าย
‘เขาอิจฉาเพราะฉันแย่งความสนใจมา หรือว่าเขาอยากได้โชคชะตาของฉันกันนะ?’
‘หรือว่า… ทั้งสองอย่าง?’
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มไม่ได้กังวลเรื่องเจตสังหารของตูเจ๋อหลินเลยสักนิด แม้ว่าศัตรูจะแข็งแกร่ง เขาก็มั่นใจว่าตนเองจะสามารถรับมือได้
นอกจากนี้ เขาเองก็มีจิตสังหารต่อตูเจ๋อหลินด้วยเช่นกัน
‘เจ้าโง่ตูเจ๋อ เจ้าบ้านั่น…’
ไม่ช้าก็เร็ว ฉู่โม่วก็จะต้องต่อสู้กับเผ่าพันธุ์เมดูซ่า หากตูเจ๋อหลินถูกสังหาร มันก็จะเป็นความเสียหายแสนสาหัสสำหรับเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
แต่ในตอนนี้ ผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าก็อยู่ที่นี่ด้วย
หากฉู่โม่วเคลื่อนไหวในตอนนี้ เขาก็ไม่มั่นใจนักว่าจะสามารถหลบหนีไปได้!