ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 896 ผู้ชมตกตะลึง!
บทที่ 896 ผู้ชมตกตะลึง!
ณ ตอนนั้น
ผู้ปลุกพลังทุกคนที่มารวมกันที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ จักรพรรดิเทวะยุทธ์หรือเหล่าผู้มีพรสวรรค์วัยเยาว์ ทุกคนล้วนแข็งทื่อกันไปชั่วขณะ ทุกสายตาจังจ้องไปยังชื่อที่เพิ่งสลักบนศิลาวิถีสวรรค์ด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
ทั่วทั้งโลกดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปในทันที ผู้คนบนโลกอีกนับไม่ถ้วนต่างงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
ทุกคนอ้ำอึ้งกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า…ไม่เพียงแค่อ้ำอึ้ง แต่ถึงขั้นตกใจกันหมดเลย!
อันดับหนึ่งของศิลาวิถีสวรรค์?
“นี่ฉัน… กำลังเห็นอะไรอยู่น่ะ?”
“จากดินแดนของพวกเรา มีผู้มีพรสวรรค์ได้อันดับหนึ่งในศิลาวิถีสวรรค์งั้นเหรอ?”
มันยากที่จะรับรู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว
ในท้ายที่สุด จะมีก็แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่ได้สติกลับมากันก่อน
เขามองไปยังแสงสว่างที่ส่องประกายออกมาจากแท่งศิลาที่สูงนับหมื่นเมตร แสงที่ส่องอยู่บนฟากฟ้าประดุจกำลังฉายชื่อของผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งกลับไปยังทุกช่วงเวลา ราวกับตะโกนเสียงนี้ให้ทุกคนได้ทราบ
ในฐานะที่เป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่ง เขาอยู่ในสภาวะจิตที่นิ่งสงบ แม้ฟ้าถล่มก็ไม่คิดจะเปลี่ยนสีหน้าแต่อย่างใด แต่ ณ เวลานั้น ยามที่ได้เห็นชื่อที่ลอยมากับแสงก็ถึงกับตกใจ สามารถบอกได้เลยว่าความตกใจของเขามันใหญ่ขนาดไหน
ไม่เพียงแต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้นี้
อันที่จริง ตอนนี้ผู้ปลุกพลังที่อยู่ในฐานะผู้รับชม ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งกันขนาดไหน ทุกคนล้วนตะลึงงันกับสิ่งที่เห็นนี้กันหมด
มันใช้เวลานานกว่าที่พวกเขาจะได้สติกลับคืนมากันทีละนิด ๆ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มตระหนักได้ถึงหัวใจของตนเองที่กำลังสั่นสะท้าน พวกเขางุนงงสับสน ราวกับอยู่ในความฝัน
ฉันเป็นใคร?
แล้วฉันอยู่ที่ไหน?
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
สมองของทุกคนต่างว่างเปล่า มีเพียงความคิดสามข้อนี้ที่วนเวียนอยู่ในหัวเท่านั้น
ไม่แปลกใจที่พวกเขาจะงุนงง เพราะภาพที่ปรากฏต่อหน้านั้นเหนือความคาดหมายจริง ๆ
“ที่หนึ่ง!”
“ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของศิลาวิถีสวรรค์!”
“ในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ มีผู้มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่ด้วยงั้นเหรอ!?”
“ใครคือฉู่โม่วกันน่ะ? จิ่วลี่ยังอยู่อันดับแค่เก้าสิบเจ็ด แต่คนคนนี้กลับได้อันดับหนึ่ง น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
“ด้วยพลังขนาดนี้ เขาต้องโด่งดังมากแท้ ๆ แต่ทำไมฉันกลับไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยล่ะ?”
“ฉู่โม่วคือใครน่ะ?”
“ฉันไม่สนหรอกว่าคือใคร แค่อยากจะรู้ว่านี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?”
“หรือว่านี่ฉันยังอยู่ในช่วงของการฝึกตนแล้วเผชิญหน้ากับมารร้ายหรือไงน่ะ? ทำไมฉันถึงได้เห็นภาพน่าตกใจแบบนี้ได้?”
ทุกคนต่างก็สงสัยถึงความจริงแท้ของสิ่งนี้
อย่างไรเสียจะสลักนามลงบนศิลาวิถีสวรรค์ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของชื่อนั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์เหนือทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลเท่านั้น
ใครก็ตามที่ได้รับการสลักชื่อบนแผ่นศิลา เขาก็จะมีชื่อเสียงตลอดไป ต่อให้จะผ่านไปนานนับปี ชื่อของพวกเขาก็จะไม่มีวันเสื่อมสลาย คนคนนั้นจะกลายเป็นผู้อหังการแห่งจักรวาลที่โดดเด่นในยุคสมัยและมีโอกาสที่จะเป็นอมตะ
เช่นเดียวกับจิ่วลี่
ผู้ที่อยู่ในอันดับ 97!
เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้อยู่ในการจับตามอง และในสายตาของเหล่าราชันย์เทวะยุทธ์มากมาย มันเป็นไปได้ที่จิ่วลี่จะกลายเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้ในอนาคตเช่นกัน เผลอ ๆ เขาอาจจะไปได้ถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์เลยก็ได้
เพียงแค่ติดอันดับก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนตกตะลึงได้แล้ว
ด้วยเหตุนี้…
ภายใต้สายตาที่มองมา ยามที่ชื่อของอันดับหนึ่งบนศิลาวิถีสวรรค์ปรากฏขึ้น จะไม่ให้ทุกคนตกตะลึงได้อย่างไร?
อย่างไรลำพังเพียงไต่ขึ้นไปถึงอันดับที่เก้าสิบเจ็ดได้ ยังได้รับโอกาสมากมายถึงเพียงนี้
แล้วผู้ที่ได้อันดับหนึ่งต้องมีศักยภาพระดับไหนกัน?
…
ยานรบของตระกูลหนี่เค่อ
ขณะนั้น ประมุขตระกูลหนี่เค่อผิง หนี่เค่อปู้ และสมาชิกตระกูลคนอื่น ๆ ต่างชะงักหยุดนิ่งกัน พวกเขามองชื่อที่ปรากฏบนศิลาวิถีสวรรค์ ณ ตอนนี้ ด้วยสีหน้าหวาดกลัวจนยากที่จะปกปิด
“ค…คุณฉู่… เป็น… อันดับหนึ่ง?”
“นี่มัน… เป็นไปได้ยังไงกัน!?”
“เฮือก!”
หนี่เค่อปู้นั้นตกตะลึงไปโดยสมบูรณ์
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
คนผู้นี้เป็นอันดับหนึ่งบนศิลาวิถีสวรรค์
สิ่งนี้ค่อนข้างจะเกินจินตนาการของใครหลายคน บางทีผู้ปลุกพลังทั่วไปหรือกองกำลังขนาดเล็กอาจจะไม่เข้าใจได้ชัดเจนนัก แต่ในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดสายตรงของตระกูลเก่าแก่เช่นเขา ที่ซึ่งอยู่ภายใต้ตระกูลที่มีประวัติศาสตร์มากว่าพันปี
เขาเข้าใจถึงจักรวาลนี้เป็นอย่างดี เข้าใจถึงเผ่าพันธุ์นับหมื่นพัน และรับรู้ถึงการมีอยู่ของเหล่าคนที่ทรงพลังจำนวนนับไม่ถ้วนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับสูงอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถสลักชื่อไว้บนศิลาวิถีสวรรค์ได้ ทว่า ฉู่โม่วกลับได้อันดับหนึ่ง
นั่นหมายถึง ในจักรวาลที่ยิ่งใหญ่นี้ เขาเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นอันดับหนึ่ง และจะต้องถูกกล่าวถึงต่อไปในบรรดาคนรุ่นใหม่
หนี่เค่อปู้รู้ว่าคุณฉู่นั้นแข็งแกร่งเอาเสียมาก ๆ
เขาได้เห็นกับตาถึงความสามารถและพรสวรรค์อันมากมายของคุณฉู่ ที่แม้แต่ลูกชายของหอการค้าจูหยวนยังไม่อาจจะเทียบเคียงได้
แต่…
เขาก็ไม่คาดคิดว่าคุณฉู่นั้นจะแข็งแกร่งขนาดนี้
เป็นอันดับหนึ่งบนศิลาวิถีสวรรค์!
อันดับหนึ่งท่ามกลางเผ่าพันธุ์จำนวนมากในจักรวาลนี้!
เทียบกับความตกตะลึงของหนี่เค่อปู้ ประมุขตระกูลอย่างหนี่เค่อผิงดูจะตกใจเสียยิ่งกว่า
ตั้งแต่แรก มันเพียงเพราะข้อเสนอของหนี่เค่อลู่กับตัวเขาเองที่มองอีกฝ่ายเป็นหนุ่มไฟแรงและมีท่าทีสง่างาม เขาประทับใจเด็กหนุ่มคนนี้ก็เลยเชิญมาเป็นแขกพิเศษ และจ่ายค่าตอบแทนให้ในราคาสูง
แต่เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย
ไม่คิดว่าความสามารถของแขกตระกูลเขานั้นจะวิเศษถึงเพียงนี้!
เริ่มตั้งแต่ที่เขาสามารถเอาชนะลูกชายคนโตของหอการค้าจูหยวนได้ รวมถึงผู้มีพรสวรรค์อีกมากมายในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ และในตอนนี้ ต่อหน้าศิลาวิถีสวรรค์ เขาก็ได้แสดงถึงเกียรติยศอันสูงสุด ชิงอันดับหนึ่งและก้าวข้ามผู้มีพรสวรรค์จากทุกเผ่าพันธุ์ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันไปได้!
ด้วยความสามารถระดับนี้…
หนี่เค่อผิงรู้สึกอ้ำอึ้งและไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายได้เลย เขาอยากจะหาคำชื่นชมออกมาจากในสมอง แต่เพราะตอนนี้ในสมองของเขามันปั่นป่วนไปหมด เลยไม่รู้จะใช้คำพูดไหนดี
ในท้ายที่สุด เขาก็ทำได้เพียงอุทานออกมา “น่าเกรงขามจริง ๆ!”
…
“ฉู่โม่ว คนที่ได้อันดับหนึ่งนี่จะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ!”
ในฟากฟ้าประกายดาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยทะเลแห่งขุมพลังกำลังซัดผ่านไปมา
จิ่วลี่ผู้ที่ถูกคุ้มกันไว้ท่ามกลางเหล่าผู้อาวุโส มองไปยังแสงระยิบระยับจากศิลาวิถีสวรรค์ที่กำลังสะท้อนชื่อของผู้ที่อยู่อันดับหนึ่งกลับไปยังอดีตและปัจจุบัน ดวงตาของเขาอดไม่ได้ที่จะแสดงความตกใจออกมา
เขาไม่ได้รู้สึกอะไรที่ฉู่โม่วสามารถเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาวิถีสวรรค์ได้
เขาเพียงตื่นเต้น…
อย่างไรเขาเองก็รู้จักตนเองดี รู้ถึงความสามารถของตน ที่ต่อให้ตนจะสามารถดึงแสงศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าสามพันดวง แต่ก็ยังอยู่ในอันดับที่ 97 ดังนั้นการที่สามารถเป็นอับดับที่หนึ่งได้ จำนวนแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบครองจะต้องมากจนน่าเหลือเชื่อแน่ ๆ
ชายหนุ่มเพียงแค่สงสัย เขาอยากจะรู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนคนนี้จะน่ากลัวขนาดไหน
อยากจะรู้ถึงความห่างชั้นระหว่างตัวเขาและอีกฝ่าย
คิดได้ดังนั้น
เจ้าตัวจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปดูศิลาวิถีสวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้า
แต่มันน่าเสียดายที่ตอนนี้ แสงศักดิ์สิทธิ์มันได้แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศ สะท้อนกังวานไปทั่วทั้งจักรวาล แสงสีทองสว่างจ้าไปทั่วทั้งบริเวณ และกฎเกณฑ์แห่งเต๋าก็ผกผันกันมั่วซั่วไปหมด สิ่งเหล่านี้บดบังทัศนวิสัยของเขา จนทำให้เขาไม่อาจจะมองเห็นเจ้าของชื่อได้อย่างชัดเจน
‘หลังจากที่เขาออกมาแล้ว พวกเราจะต้องรีบไปทำความรู้จักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันให้เร็วที่สุด’
‘กับคนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ความรู้ในเรื่องพลังแห่งกฎเกณฑ์ของเขาจะต้องเหนือกว่าที่ฉันคิดไว้แน่ ๆ ถ้าฉันได้เรียนรู้อะไรจากเขามาบ้าง มันจะต้องเป็นผลดีกับฉันอยู่มากอย่างแน่นอน!’
จิ่วลี่คิดกับตนเอง
ผู้มีพรสวรรค์อีกหลายคนก็คิดเช่นเดียวกับเขา
อย่างไรเสีย
ผู้ปลุกพลังทุกคนต่างก็เป็นอัจฉริยะ
การเป็นผู้มีพรสวรรค์นั้นมากด้วยเกียรติยศ แต่เขาจะแข็งกระด้างและไม่ยอมก้มต่ำก็ต่อเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อยู่เหนือระดับที่ตนเองรับมือได้ หากรู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีหรือเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า พวกเขาก็จะรีบเปลี่ยนท่าทีและความคิดทันที
เพราะฉะนั้นเหล่าผู้มีพรสวรรค์ ณ ที่แห่งนี้ จึงอยากจะรู้ว่าทำไมฉู่โม่วถึงเป็นอันดับหนึ่งได้ในศิลาวิถีสวรรค์มากกว่า นอกจากนี้พวกเขาก็หวังว่าจะได้เรียนรู้จากอีกฝ่ายไปด้วย
แน่นอน…
ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังทุกคนที่จะคิดเช่นนี้ เพราะมันก็ยังมีบางส่วนที่ไม่สามารถยับยั้งความอิจฉาและไม่ยอมรับในใจของตนเองได้