ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 893 ผู้ถูกเลือกจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่า!
บทที่ 893 ผู้ถูกเลือกจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่า!
ครืน!
ผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลโจ่วเอ๋อร์มีความสุขมากในเวลานี้ แต่ยังมีอัจฉริยะอีกคนที่โดดเด่นไม่แพ้กัน
แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ห่อหุ้มอัจฉริยะหนุ่มคนนั้นยิ่งเจิดจ้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รูปร่างของเขาสูงใหญ่ กล้ามเนื้อเป็นมัดและอัดแน่นไปด้วยพลังที่พร้อมจะระเบิดตลอดเวลา ภายในพลุ่งพล่านไปด้วยพลังงานและเลือดที่ทรงพลัง
ภายใต้การห่อหุ้มของแสงศักดิ์สิทธิ์ เขาสามารถสร้างเงาร่างมังกรที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าทั้งหมด
โดยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เขาดึงดูดได้นั้นมีมากถึงเจ็ดร้อยดวง ซึ่งเป็นจำนวนที่มหาศาล ยิ่งเมื่อพวกมันรวมตัวกันก็กลายเป็นดั่งสายธารที่ไหลเชี่ยว
ดูคล้ายกับพลังสวรรค์และโลกกำลังถูกชักนำ เกิดเป็นเสียงกลองสวรรค์ระเบิดดังขึ้น มิหนำซ้ำยังมีพลังวิถีและพลังกฎเกณฑ์นับไม่ถ้วนที่ปรากฏขึ้นอย่างมหาศาล
ฉากดังกล่าวดึงดูดความสนใจจากผู้ปลุกพลังทั้งหมดทันที
“เฮือก! เขาดึงดูดแสงศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าเจ็ดร้อยดวง!”
“นี่คืออัจฉริยะรุ่นเยาว์จากตระกูลหมู่ตานไม่ใช่หรือ? น่าเหลือเชื่อยิ่งนักที่เขาดึงดูดแสงศักดิ์สิทธิ์ได้มากมายขนาดนี้!”
“ตระกูลหมู่ตานโดดเด่นเรื่องบ่มเพาะกายเนื้อ พวกเขาทั้งถือตัวและมีฝีมือที่ยากจะหาใครเทียบได้ แต่ก็มีจุดอ่อนในด้านบ่มเพาะพลังปฐมวิญญาณ… ศิลาวิถีสวรรค์ทำการทดสอบพลังโดยรวมไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่นึกเลยว่าอัจฉริยะหนุ่มของตระกูลหมู่ตานจะได้รับการยอมรับเช่นนี้ เดาออกเลยว่าการที่เขาสามารถดึงดูดแสงศักดิ์สิทธิ์ได้มากมายก็แสดงให้เห็นว่าเขาเชี่ยวชาญในด้านการบ่มเพาะพลังปฐมวิญญาณเช่นกัน!”
“มีแสงศักดิ์สิทธิ์มากกว่าเจ็ดร้อยดวง เท่ากับว่านี่คือผู้ปลุกพลังที่ได้รับพรมากที่สุดในบรรดาผู้ปลุกพลังที่มาเข้าร่วม!”
“เหลือเชื่อมาก!”
“ตระกูลหมู่ตานเก็บงำฝีมือได้มิดชิดจริง ๆ!”
ผู้ชมหลายคนอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา
มีข่าวลือว่าตระกูลหมู่ตานสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์ยักษา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านบ่มเพาะกายเนื้อ และมีความแข็งแกร่งที่หาตัวจับได้ยาก
แต่พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญในด้านบ่มเพาะพลังปฐมวิญญาณแม้แต่น้อย
ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้ ตระกูลหมู่ตานจะมีคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะพลังปฐมวิญญาณด้วย ไม่เคยได้ยินข่าวเหล่านี้มาก่อนเลย
โดยเพื่อที่จะซ่อนตัวอัจฉริยะผู้นี้ เขาถึงกับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการต่อสู้ศึกระหว่างอัจฉริยะครั้งก่อน
วิธีการปกปิดเช่นนี้ ทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งหลายคนมองข้ามเขาไป
ในขณะนี้ผู้ปลุกพลังหลายคนจึงอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่เขา
อย่างไรก็ตาม ทางด้านผู้อาวุโสของตระกูลหมู่ตานกลับมีท่าทางตื่นเต้นไม่น้อย
พวกเขาเชี่ยวชาญในการบ่มเพาะกายเนื้อ จนสามารถขึ้นเป็นกองกำลังระดับสูงแห่งกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์ได้ แต่เนื่องจากมีความอ่อนแอด้านพลังปฐมวิญญาณจึงยังเทียบกับกองกำลังอื่น ๆ ไม่ได้
ทว่าต่อมามีอัจฉริยะคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในตระกูล ซึ่งค่อนข้างมีพรสวรรค์ทางด้านพลังปฐมวิญญาณ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจฝึกฝนเขาเป็นพิเศษและปกปิดเป็นความลับตลอดมา เพื่อให้เขาเติบโตอย่างไร้ปัญหาและไม่โดดเด่นจนเกินไป
โดยเมื่อไม่นานมานี้…
อัจฉริยะหนุ่มผู้นี้ได้บ่มเพาะมาถึงจุดสูงสุดของขั้นผู้ปลุกพลังแล้ว มันจึงถึงเวลาแล้วที่เขาจะออกไปท่องโลกกว้าง ดังนั้นเมื่อทราบข่าวเกี่ยวกับการปรากฏของศิลาวิถีสวรรค์ เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมการทดสอบทันที
แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์มากถึงเจ็ดร้อยดวง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจจริง ๆ
ช่วงเวลานี้ ผู้อาวุโสตระกูลทั้งหมดจึงกำลังมีความสุข บางคนก็กระโดดโลดเต้น
ทว่า…
ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
ครืน!
ทันใดนั้นก็เกิดการสั่นสะเทือนในห้วงมิติไม่ไกลออกไป ผู้คนนับไม่ถ้วนจึงมองติดตามไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเห็นสายธารแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมากกว่าอัจฉริยะหนุ่มจากตระกูลหมู่ตาน แสงมากมายกำลังหลั่งไหลไปสู่อัจฉริยะอีกคน
มันเข้าห่อหุ้มทั่วตัวของเขา จนทำให้ร่างนั้นเกือบจะดูโปร่งแสงราวกับหยก มันปกคลุมเป็นกลุ่มเมฆสว่างไสวเหนือท้องฟ้า ส่องสว่างห่างออกไปไกลหลายล้านปีแสง
เหนือศีรษะของเขามีเงาร่างวิญญาณที่มีหัวเป็นมนุษย์และท่อนล่างที่เป็นงูปรากฏออกมา ทันใดนั้นมันก็คำรามสะท้านไปทั่วโลกด้วยรัศมีอันน่าตกตะลึง
“เขาคืออัจฉริยะหนุ่มจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่า!”
“เขาได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์มากกว่าพันดวง!”
“เฮือก! นี่มันน่าเหลือเชื่อมาก!”
“แสงศักดิ์สิทธิ์นับพันเลยเหรอ น่ากลัวมาก!”
“มีข่าวลือว่าหากผู้ปลุกพลังคนใดสามารถได้รับพรจากแสงศักดิ์สิทธิ์ถึงพันดวง เขาจะสามารถได้รับพรพิเศษบางอย่าง หรืออาจได้รับพลังโชคชะตามหาศาล แม้แต่สมบัติสวรรค์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติและสมบัติอื่น ๆ ยังไงก็แล้วแต่ มันจะเป็นผลประโยชน์ที่น่าตกใจอย่างแน่นอน!”
“สมควรแล้วที่เป็นถึงความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เขามีความแข็งแกร่งสมกับชื่อเสียงเผ่าพันธุ์จริง ๆ!”
“น่าอิจฉายิ่งนัก!”
หลายคนรู้สึกตกใจและอุทานออกมา
มีแสงศักดิ์สิทธิ์นับพันดวง แม้เทียบกับอัจฉริยะจากตระกูลหมู่ตานแล้วจะมากกว่าเพียงสามร้อยดวงเท่านั้น
แต่เนื่องจากมีแสงศักดิ์สิทธิ์กว่าพันดวงได้มาบรรจบกัน เขาจึงได้รับพรพิเศษบางอย่าง ซึ่งลือกันว่ามันอาจจะเป็นพรระดับสูงสุด
แล้วแบบนี้ ใครเล่าจะไม่อิจฉา?
“ฉันอยากจะรู้นักว่าเขามีพลังโชคชะตามากขนาดไหน!”
หลายคนอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ
ในกลุ่มคนดู…
ฉู่โม่วกำลังเฝ้าดูอยู่เช่นกัน ภายใต้การจ้องมองนั้น เขาเห็นอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่ากำลังนั่งสมาธิอยู่
โดยมีหมอกสีทองที่ก่อตัวจากพลังโชคชะตาเหนือศีรษะของเขา มันพุ่งขึ้นราวกับวังวนทะเล รวมถึงพลังโชคชะตามหาศาลที่กำลังถูกดึงดูดมาจากความว่างเปล่าลงสู่ตัวเขา
จากนั้นมันก็ค่อย ๆ ถูกควบแน่นกลายเป็นเงาร่างของอสรพิษแห่งโชคลาภ
ถึงแม้จะยังไม่เป็นรูปร่างที่ชัดเจนก็ตาม
แต่ควรรู้ไว้ว่า…
ในตอนแรก ฉู่โม่วเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอัจฉริยะหนุ่มจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่าสามารถควบแน่นเงาร่างนี้ได้เพียงหยาบ ๆ เท่านั้น แต่ตอนนี้เขาได้ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ในการควบแน่นเงาร่างจนกระทั่งมันเปลี่ยนเป็นรูปร่างอสรพิษที่สมบูรณ์ได้
ซึ่งหากคำนวณตามปริมาณ
พลังโชคชะตาที่เขาได้รับในครั้งนี้มันมากกว่าของเดิมหลายเท่าตัว
‘หากไม่มีอุบัติเหตุบนเส้นทางบ่มเพาะ ในอนาคตเขาจะมีโอกาสได้ตำแหน่งอันดับสูง ๆ ในศึกระหว่างอัจฉริยะอย่างแน่นอน!’
‘แม้จะเทียบกับคนอื่นในห้วงจักรวาลอันยิ่งใหญ่ เขาก็ถือว่าไม่ด้อยไปกว่าใคร!’
ฉู่โม่วครุ่นคิดกับตัวเอง
ในมุมมองของฉู่โม่ว เขาเข้าใจดีว่าผู้ที่สามารถควบแน่นเงาร่างแห่งโชคชะตาได้ จะต้องมีพลังโชคชะตาที่มากมายและแข็งแกร่งเพียงใด
แม้ในตอนนี้อัจฉริยะหนุ่มจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่าจะยังไม่โด่งดัง แต่หลังจากวันนี้ไป ชื่อเสียงของเขาจะแผ่ขยายไปทั้งกลุ่มสัมพันธมิตรอย่างแน่นอน เขาจะกลายเป็นมังกรที่ทะยานสู่ท้องฟ้า
เพียงแต่…
“เกรงว่าเขาคงจะไม่มีชีวิตอยู่ถึงวันนั้น!”
ฉู่โม่วเย้ยหยัน
ครั้งหนึ่งเขาเคยฆ่าตูเจ๋อเอ้อร์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดสายตรงจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่า ดังนั้นเขาจึงมีความคับข้องใจกับเผ่าพันธุ์นี้มาอย่างยาวนาน และอีกฝ่ายก็คงไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ มันคงเป็นเรื่องของเวลาก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้พบกัน
หากเขาเพียงนั่งดูและปล่อยอัจฉริยะผู้นี้เติบโต ก็เท่ากับเสริมเขี้ยวเล็บให้เผ่าพันธุ์เมดูซ่ามีพลังมากขึ้น
จะเป็นการดีกว่าที่เขาจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
อีกทางหนึ่ง มันยังถือว่าเป็นการทำให้ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าอ่อนแอลงด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าเรื่องที่สำคัญกว่านั้น คือพลังโชคชะตาของอัจฉริยะผู้นี้
เขาถือเป็นผู้ปลุกพลังที่มีพลังโชคชะตาที่ดีที่สุดเท่าที่ฉู่โม่วเคยเห็นมา นับตั้งแต่ที่เขาได้รับตราผนึกเมฆายืดอายุ แม้ว่าเขาจะเคยพบผู้ปลุกพลังมามากมาย แต่ก็ยังเทียบกับคนผู้นี้ไม่ได้
ดังนั้นตอนนี้เมื่อได้พบแล้ว ก็ไม่อาจปล่อยให้เขามีชีวิตรอดไปได้
‘ทว่า…’
‘ในขณะนี้ บริเวณด้านหน้าของศิลาวิถีสวรรค์มีผู้ยิ่งใหญ่กำลังดูอยู่มากมาย ดังนั้นจึงไม่สามารถลงมือในตอนนี้ได้!’
‘หลังจากเรื่องนี้จบลง ฉันค่อยวางแผนจัดการกับเขา!’
ฉู่โม่วหมายหัวอัจฉริยะผู้นี้ไว้ในใจ
ในเวลาต่อมา…
นอกจากนั้นยังมีอัจฉริยะอีกหลายคนที่มีความสามารถ
ในหมู่พวกเขา มีหลายคนที่ได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยดวง ทำให้พลังโชคชะตาของพวกเขาดีขึ้นมากเช่นกัน
ฉู่โม่วก็ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา เขาหมายหัวอัจฉริยะเหล่านี้ทีละคน โดยวางแผนปล้นโชคชะตาทั้งหมดของพวกเขาหลังจากกลับไป
หลังจากนั้นไม่นาน
ผู้ปลุกพลังกลุ่มนี้ก็ดูดซับแสงศักดิ์สิทธิ์เสร็จเรียบร้อย จึงถอยกลับไปที่กลุ่มทีละคน
ผู้ปลุกพลังอีกกลุ่มหนึ่งกำลังรอเข้าไปทดสอบเช่นกัน
โดยในบรรดาผู้ปลุกพลังกลุ่มนี้ก็มีฉู่โม่วอยู่ด้วย