ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 889 ทุกกองกำลังมาถึง!
บทที่ 889 ทุกกองกำลังมาถึง!
การปรากฏของแผ่นศิลาวิถีสวรรค์ได้สร้างความตกตะลึงให้กับกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์อย่างมาก
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้งจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์หรือแม้แต่กองกำลังต่าง ๆ ของกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์ก็ถูกส่งตัวออกไปทีละคน ๆ รวมถึงกลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดก็เดินทางออกไปพร้อมกับอัจฉริยะที่ถูกคัดเลือกอย่างรีบเร่งสู่จุดหมายด้วยยานอวกาศ หรือฉีกกระชากมิติเพื่อไปยังสถานที่ที่มีแผ่นศิลาปรากฏโดยตรง
ไม่เว้นแม้แต่สัตว์อสูรโบราณบางตัวที่เก็บตัวอยู่อย่างสันโดษจากทุกหนทุกแห่ง ต่างก็พาลูกหลานของพวกมันเดินทางไปด้วยเช่นกัน
ยังมีผู้ปลุกพลังที่ไม่เป็นที่รู้จักหรือกองกำลังขนาดเล็กต่าง ๆ ก็ทำการเคลื่อนไหวเช่นกันหลังจากได้ทราบข่าว
แม้พวกเขาจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่า แผ่นศิลาวิถีสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถเอื้อมถึงก็ตาม แต่ก็ไม่อาจทนต่อความเย้ายวนใจนี้ได้
เพียงแต่…
ถ้าเกิดมีโอกาสล่ะ?
ใครจะไปรู้ได้ จริงไหม?
หากพวกเขาสามารถฝากชื่อไว้บนแผ่นศิลาวิถีสวรรค์ได้จริง ๆ แม้จะได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อย แต่ก็มากเกินฝันแล้ว เพราะมันอาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
ภายใต้สถานการณ์นี้…
ทำให้กลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์ทั้งหมด หรือแม้แต่กลุ่มสัมพันธมิตรอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็เกิดความโกลาหลเช่นกัน
การที่แผ่นศิลาวิถีสวรรค์ปรากฏขึ้นบนโลกอีกครั้ง ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนนับไม่ถ้วนในเวลาอันสั้น
…
ณ ดาราจักรหัตถ์พิชิตฟ้า
เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นดาราจักรที่ห่างไกลที่สุดในเขตปกครองของจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์
โดยปกติเป็นเวลากว่าหลายร้อยหรือหลายพันปีที่ผ่านมา ผู้ปลุกพลังมักไม่ค่อยเดินทางผ่านมาที่นี่ แม้แต่กลุ่มโจรสลัดที่คอยดักซุ่มผู้สัญจรก็ไม่เต็มใจที่จะมาหากินแถวนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากในวันนี้มีเมฆหมอกแห่งสวรรค์บังเกิดขึ้น รวมถึงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจ้าส่องประกายจนปกคลุมทั่วดาราจักรหัตถ์พิชิตฟ้าเป็นรัศมีหลายล้านปีแสง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มิหนำซ้ำในส่วนลึกของแสงเจิดจ้านี้ ยังสามารถมองเห็นแผ่นศิลาที่เปล่งประกายท่ามกลางห้วงอวกาศด้วยแสงสีอันโกลาหล แผ่นผิวศิลาทั้งหมดส่องสว่างและบริสุทธิ์ แผ่กลิ่นอายโบราณและลึกลับ ราวกับหลุดมาจากอดีตอันไกลโพ้นและข้ามผ่านกาลเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด
อีกทั้งยังมีรัศมีแห่งพลังมหาวิถีที่แผ่กระจายออกมา ซึ่งเต็มไปด้วยความลี้ลับไม่รู้จบ
นี่ก็คือแผ่นศิลาวิถีสวรรค์!
ไม่ไกลออกไป ท่ามกลางทะเลดวงดาวอันว่างเปล่า ปรากฏร่างของผู้ปลุกพลังจำนวนนับไม่ถ้วนที่มารวมตัวกัน สัตว์ดุร้ายกู่ร้องจากทุกหนทุกแห่ง ยานรบและยานอวกาศจากกองกำลังต่าง ๆ เริ่มทยอยมาถึง พร้อมกับรอยแตกมิติมากมายที่มีร่างของผู้แข็งแกร่งเดินออกมา
แต่ละคนมีกลิ่นอายที่ลึกล้ำและดูไม่เป็นมิตร
ผู้คนเหล่านี้คือขุมพลังชนชั้นนำแห่งกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นหนึ่งในพวกเขาในช่วงเวลาปกติ แต่ในขณะนี้ กลับเห็นพวกเขาอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้ ทั่วร่างของพวกเขาต่างมีรัศมีอันยิ่งใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงขามเมื่อพบเห็น ราวกับกำลังเผชิญหน้าอยู่กับพลังแห่งสวรรค์และโลกโดยตรง
ตัวตนเหล่านี้ล้วนอยู่ในขอบเขตของจักรพรรดิเทวะยุทธ์และมีหลายคนที่เหนือล้ำยิ่งกว่า นอกจากนี้ ยังมีคนหนุ่มสาวที่ดูเย่อหยิ่ง พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะที่ทรงพลังจากกองกำลังต่าง ๆ ในกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์
ในขณะนี้เมื่อผู้แข็งแกร่งมากมายมารวมตัวกัน ก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดเหนือท้องฟ้า บรรยากาศโดยรอบกำลังปั่นป่วนเนื่องจากการปะทะกันของรัศมีทรงพลังมากมาย ลมและเมฆหมอกจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นฉากลึกลับต่าง ๆ ที่ดูน่ากลัวยิ่งนัก
ไกลออกไปอีกช่วง
พวกเขาทั้งหมดต่างเป็นผู้ปลุกพลังที่มาจากกองกำลังขนาดเล็ก
เมื่อเทียบกับชายที่แข็งแกร่งและบรรดาอัจฉริยะจากกองกำลังชนชั้นนำแล้ว ความแข็งแกร่งและภูมิหลังของพวกเขาโดยรวมจะด้อยกว่ามาก แม้จะมีราชันย์เทวะยุทธ์หรือจักรพรรดิเทวะยุทธ์อยู่ในกลุ่ม แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก
โดยขอบเขตพลังส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นเทวะยุทธ์หรือมหาเทวะยุทธ์ปะปนกันไป และกลิ่นอายพลังก็ยังดูไม่มั่นคงอีกด้วย
เพียงมองแวบเดียวก็สามารถแยกแยะถึงความแตกต่างขนาดใหญ่ระหว่างพวกเขากับผู้ปลุกพลังที่อยู่ในกลุ่มมหาอำนาจได้ทันที
ผู้ปลุกพลังเหล่านี้เข้าใจดีว่าพวกเขาไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการแข่งขันต่อหน้าแผ่นศิลาวิถีสวรรค์มากนัก ซึ่งจุดประสงค์การเข้าร่วมคือเพื่อหาประสบการณ์เท่านั้น ถ้าพวกเขาไม่ติดอันดับก็ไม่เป็นไร เพราะหากพวกเขาโลภเกินไป ก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่
ดังนั้นผู้ปลุกพลังที่ไร้ชื่อเสียงเหล่านี้จึงไม่ได้เข้าใกล้แผ่นศิลาวิถีสวรรค์มากนัก แต่ยืนอยู่รอบนอก เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน แต่เพียงต้องการดึงดูดให้แผ่นศิลาวิถีสวรรค์เหลียวแล เพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์เล็กน้อยบ้างก็เท่านั้น
ช่วงเวลานี้…
กองกำลังของทุกฝ่ายยังมาไม่ถึง แผ่นศิลาวิถีสวรรค์จึงยังไม่แสดงพลังเต็มที่ ดังนั้นกองกำลังที่มาถึงก่อนจึงยังไม่ได้ทำอะไร และทำได้เพียงเฝ้ารออย่างอดทนท่ามกลางห้วงอวกาศ
แผ่นศิลาวิถีสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่จะล้อเล่นได้
หากมีใครกระทำการอย่างบุ่มบ่าม กองกำลังนั้นจะต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่ตามมา และอาจตกเป็นเป้าครหาของสาธารณชนได้
แต่พวกเขาก็ล้วนเป็นกองกำลังโบราณที่สืบทอดมากว่าแสนปีหรือมากกว่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจมารยาทเกี่ยวกับสถานการณ์ดี
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า…
กองกำลังขนาดใหญ่และผู้ปลุกพลังที่ไร้ชื่อเสียงกำลังทยอยมาที่นี่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในบางครั้ง จะได้ยินเสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวเป็นจังหวะ พร้อมกับช่องว่างมิติเหนือท้องฟ้าและปรากฏยานอวกาศหรือรถม้าอันหรูหราที่โผล่ออกมา
ช่วงเวลานี้ กองกำลังทั้งหมดต่างรู้ได้ในทันทีว่านี่คือกองกำลังที่ทรงพลังอีกกลุ่มหนึ่งที่มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์เป็นผู้นำกลุ่ม
นอกเหนือจากนั้น
อัจฉริยะที่ติดตามมาด้วยก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงในกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์ ซึ่งแต่ละคนก็อยู่ภายใต้การคุ้มครองจากผู้อาวุโสในกลุ่ม
เมื่อพวกเขาปรากฏตัวขึ้น ก็เกิดความแตกตื่นไม่น้อย
ต้องไม่ลืมว่า…
ตัวตนเหล่านี้มีสถานะที่แตกต่างจากผู้ปลุกพลังทั่วไปโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นอัจฉริยะรุ่นเยาว์เหล่านี้จึงได้รับความชื่นชมและความเคารพอยู่ไม่น้อย
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ยานอวกาศอีกลำก็มาถึงที่นี่อีกเช่นกัน
เมื่อเทียบกับกองกำลังก่อนหน้า ยานอวกาศลำนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก โดยกองกำลังต่าง ๆ เพียงเหลือบมองแล้วก็หันไปทางอื่น
มีเพียงกองกำลังบางส่วนจากจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์เท่านั้นที่มองเป็นครั้งที่สอง
ยานอวกาศที่มาคราวนี้คือตระกูลหนี่เค่อ!
แม้ว่าเทพเจ้าในตระกูลหนี่เค่อจะยังไม่กลับมาจากการเดินทาง แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นในตอนนี้ตระกูลหนี่เค่อยังถือว่ามีสถานะอันมีเกียรติอยู่ จึงมีผู้ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย
ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีแขกที่ถูกเชื้อเชิญมายังตระกูลหนี่เค่อหลายคน โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามานั้นมีพรสวรรค์มากทีเดียว ซึ่งสามารถเอาชนะบุตรชายคนโตของหอการค้าจูหยวนได้
ครั้งนี้ที่แผ่นศิลาวิถีสวรรค์ปรากฏขึ้น พวกเขาก็อาจมีโอกาสดึงดูดให้แผ่นศิลาวิถีสวรรค์สนใจและได้รับโชคลาภบางอย่างก็เป็นไปได้เช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง…
เมื่อยานอวกาศหยุดนิ่ง บรรดาสมาชิกตระกูลหนี่เค่อที่อยู่บนดาดฟ้าของยาน ต่างมองออกไปรอบ ๆ แล้วอุทานว่า “มีคนมากมายมาถึงที่นี่ก่อนเรา! ฉันว่านี่อาจจะเป็นขุมพลังทั้งหมดของกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์เลยก็ว่าได้!”
สมาชิกรุ่นเยาว์ของตระกูลหนี่เค่อมีท่าทางประหลาดใจ
สำหรับฉู่โม่ว เขาไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ แต่เพียงแค่จับจ้องไปที่แผ่นศิลาวิถีสวรรค์ในระยะไกล
ช่วงเวลาที่เขามาถึงที่นี่
มีความปรารถนาเดียวที่อยู่ในใจของเขา นั่นคือความปรารถนาที่จะฝากชื่อไว้บนแผ่นศิลาวิถีสวรรค์แผ่นนี้!
พลังอณูแห่งชีวิตและเลือดในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นจนเดือดพล่าน ปฐมวิญญาณหรือแม้แต่พรสวรรค์ทั้งหมดก็กระเพื่อมอย่างบ้าคลั่ง มันอยากให้เขาเข้าใกล้เพื่อจะดูดซับรัศมีที่กำลังเปล่งออกมาจากแผ่นศิลาวิถีสวรรค์ตรงหน้านี้
สภาวะเช่นนี้ทำให้สีหน้าของฉู่โม่วเปลี่ยนไป
แต่เขาได้หักห้ามใจและสะกดมันไว้
ถ้าไม่มีใครอยู่ด้วยเขาจะไม่ฝืนยับยั้งตัวเองแม้แต่น้อย ทว่าในขณะนี้ กองกำลังทั้งหมดกำลังจับจ้องอยู่ ซึ่งหากเข้าใกล้จะถูกฆ่าทันทีอย่างแน่นอน
ฉู่โม่วฝืนบังคับตัวเอง และหลังจากนั้นไม่นาน ขณะที่เขากำลังระงับความปรารถนาในใจ
ครืน!
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกึกก้องที่น่าหวาดหวั่นดังมาจากระยะไกล เสียงนี้ดังมาก จนทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งดาราจักร ดวงดาวใกล้เคียงจำนวนมากถูกคลื่นเสียงพัดปลิวเป็นฝุ่นผง แม้แต่ผู้ปลุกพลังบางคนที่มีขั้นพลังไม่สูงมากก็ล้วนแสดงท่าทีเจ็บปวด
“นี่มันพลังอะไรกัน อหังการยิ่งนัก”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
เขารู้สึกถึงพลังงานและเลือดที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ความปรารถนาที่สะกดข่มลงไปเมื่อครู่แทบจะฝืนรั้งไม่อยู่