ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 887 รอยแตกมิติเหนือท้องฟ้า!
บทที่ 887 รอยแตกมิติเหนือท้องฟ้า!
ในขณะที่ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจ ทันใดนั้น ผู้เฒ่าเยว่เต๋อซึ่งกำลังหลับตาเพื่อสัมผัสอะไรบางอย่างก็พลันลืมตาขึ้น
“ผู้เฒ่าเยว่เต๋อ เป็นยังไงบ้าง”
ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนคะยั้นคะยอถาม คนอื่น ๆ จึงหันมาสนใจเช่นกัน
“ครั้งนี้ฉันไม่สามารถระบุถึงสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงได้ แต่ว่า…” ผู้เฒ่าเยว่เต๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย และพูดพึมพำ “ฉันกลับรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติ”
ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ฉันไม่สามารถบอกนายได้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่ฉันแค่รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกแปลก… มันกวนใจฉันตลอดเวลา”
ชายชราพยายามอธิบายอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่รู้จะต้องพูดว่าอย่างไร จึงจะสามารถบรรยายความรู้สึกในใจได้อย่างถูกต้อง
การแสดงออกเช่นนี้ทำให้คนรอบข้างมองด้วยความสับสนและตกใจทันที
“หยุดก่อน!”
“ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ หยุดยานอวกาศเดี๋ยวนี้ ขอฉันตรวจสอบให้แน่ใจก่อน!”
ทันทีที่ชายชราแสดงความรู้สึกไม่สบายใจนี้ออกมา
ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงออกคำสั่ง “หยุดเครื่องซะ!”
ลูกเรือคนอื่น ๆ ไม่คัดค้าน พวกเขาทั้งหมดรีบดำเนินการหยุดยานอวกาศ
อันที่จริง ความรู้สึกของผู้เฒ่าเยว่เต๋อนั้นไม่มีที่มา และอาจเรียกได้ว่าไร้สาระด้วยซ้ำ แต่ทุกคนก็เชื่ออย่างไร้เงื่อนไข
เหตุผลของเรื่องนี้คือแม้ว่าชายชราจะเป็นผู้ปลุกพลังแบบสบาย ๆ แต่เขามีกายเนื้อที่พิเศษยิ่ง เขาสามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายหรือโชคลาภที่กำลังจะมาถึง
คล้ายกับประสงค์จากสวรรค์ …แต่ก็เป็นเพียงความรู้สึกชั่วครู่เท่านั้น
ความสามารถด้านประสาทสัมผัสของชายชรานั้นยอดเยี่ยมมาก แม้พวกเขาทั้งห้าคนจะเป็นเพียงผู้ปลุกพลังธรรมดา แต่ก็รอดชีวิตมาหลายครั้งในการผจญภัยและได้รับสมบัติมากมาย จนตอนนี้พวกเขาทั้งหมดสามารถเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตของมหาเทวะยุทธ์ได้
อาจเรียกได้ว่าไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ตัวเองเติบโตมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ต้องอาศัยอิทธิพลของสำนัก
โดยผู้เฒ่าเยว่เต๋อสมควรได้รับความชอบเหล่านั้นมากที่สุด!
ดังนั้นเมื่อชายชราสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง พวกเขาจึงไม่กล้าสงสัย
ตอนนี้ เรือรบกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทุกคนกำลังมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง สำหรับผู้เฒ่าเยว่เต๋อนั้นทำเพียงรวบรวมสมาธิและหลับตาอีกครั้ง
หลังจากเวลาผ่านไปนาน
ผู้เฒ่าจึงลืมตาขึ้น
ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนถามอย่างรวดเร็ว “เป็นยังไงบ้าง”
“ฉันยังระบุอะไรไม่ได้เช่นเคย แต่ว่า… ฉันเริ่มตื่นกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ”
ผู้เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาราวกับว่าเขากำลังทนรับแรงกดดันอะไรบางอย่างที่ลึกลับน่ากลัว
เมื่อเห็นแบบนั้น สีหน้าของผู้ปลุกพลังวัยกลางคนจึงเปลี่ยนไปอย่างมาก
พวกเขาเคยประสบกับสถานการณ์เช่นนี้ของผู้เฒ่าเยว่เต๋อมาสองครั้ง …โดยสองครั้งนั้นเป็นการเผชิญกับวิกฤตชีวิตและความตายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ เขาจึงตะโกนสั่งอย่างเด็ดขาดว่า “เร็วเข้า รีบหันหัวยานอวกาศกลับไปตามทางที่มาเพื่อล่าถอยก่อน อย่ามัวยืนอึ้ง รีบไปเร็ว!”
“คะ… ครับ!”
ลูกเรือคนอื่นเมื่อเห็นท่าทางที่ผิดปกติจากผู้เฒ่าเยว่เต๋อในขณะนี้ จึงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พวกเขารีบบังคับยานอวกาศเพื่อออกจากที่นี่ทันที
อย่างไรก็ตาม
เสี้ยววินาทีนั้นเอง
คว้าก!
ในห้วงลึกของทะเลดวงดาวอันไกลโพ้น จู่ ๆ ก็เกิดเสียงคำรามอันน่าสยดสยองดังขึ้น ทันใดนั้นทั้งห้วงอวกาศก็สั่นสะท้าน พร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับว่าสวรรค์และโลกกำลังจะพังทลาย
หลายคนจ้องมองไปยังต้นเสียงโดยไม่รู้ตัว และเห็นรอยแตกมิติปรากฏขึ้นในส่วนลึกของทะเลดวงดาว พร้อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนที่พวยพุ่งออกมา ราวกับว่าผืนฟ้ากำลังถูกแยกออก
รอบ ๆ รอยแตกมิติมีแสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนส่องออกมา พร้อมกับพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่แผ่ซ่านไปทั่ว ก่อตัวเป็นห่วงโซ่แห่งกฎเกณฑ์ที่ถักทอกัน กระเพื่อมเป็นแนวยาวระยะทางหลายร้อยล้านกิโลเมตร
ดาวเคราะห์โดยรอบมากมายล้วนระเบิดออกทีละดวงแล้วกลายเป็นฝุ่นผง ราวกับดอกไม้ไฟอันงดงาม มันพร่างพราวและตระการตาไปจนสุดสายตา
ทว่า…
แม้ในขณะนี้ จะไม่มีสิ่งผิดปกติในยานอวกาศ แต่พวกเขาทั้งหมดกลับรู้สึกเย็นเยียบ ขนของพวกเขาลุกชัน หนังศีรษะด้านชา
“นะ… นี่มัน!”
พวกเขาทั้งหมดยืนตัวแข็งทื่อ แววตาและสีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนตกตะลึงกับภาพที่เห็นในขณะนี้
ครืน!
แสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุดกวาดออกมาจากรอยแยกบนท้องฟ้า เสียงดังกึกก้องราวกับฟ้ากำลังรัวกลอง สัมผัสแห่งวิถีอันหนาแน่นและอธิบายไม่ได้ปะทุออกมาประหนึ่งสายธารแห่งสวรรค์
รัศมีที่ลึกลับและน่าพรั่นพรึงจำนวนมหาศาลยังคงปกคลุมและแผ่ขยายออกมาอย่างต่อเนื่อง จนเต็มทะเลดวงดาวในระยะพันล้านกิโลเมตร
ในเวลานี้
แคร่ก!
เกิดเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน ราวกับว่าห้วงมิติถูกทำลาย พร้อมกับแผ่นศิลาโบราณที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากรอยแตกมิติ
แผ่นศิลานี้ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก มันมีขนาดสูงหนึ่งพันจั้ง ส่องประกายสีครามซึ่งเต็มไปด้วยแสงอันวุ่นวายนับไม่ถ้วน และยังมีจารึกศักดิ์สิทธิ์อันลึกลับและหาที่เปรียบไม่ได้ ส่องเป็นประกายสีทองสะท้อนไปถึงสวรรค์ทั้งเกาและโลกทั้งสิบ
“นะ…นี่มันอะไรกัน!”
“ทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์อันน่ากลัวที่แม้แต่ห้วงอวกาศยังแยกออกได้กว้างใหญ่เช่นนี้!”
“มันจะต้องเป็นสมบัติแห่งสวรรค์และโลกที่มีความเป็นมาที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งแน่นอน!”
อย่างไรก็ตาม
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้เอ่ยออกมา ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ตะโกนว่า “ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะรับมือได้…รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!
“ก่อนที่จะมีผู้แข็งแกร่งมาลาดตระเวนเพื่อสำรวจรอยแยกนี้ จงรีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า!
ถ้าช้ากว่านี้ มันจะสายเกินไป!”
ผู้เฒ่าเยว่เต๋อรีบจัดการอารมณ์ตัวเองและกล่าวเตือนเสียงดังเช่นกัน
หลังจากได้ยินเสียงเตือน คนอื่น ๆ ก็พลันได้สติทันที
ดังที่ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนกล่าว
ปรากฏการณ์อันน่าเกรงขามเช่นนี้จะต้องดึงดูดผู้ที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนให้อยากรู้อยากเห็นและจะต้องรีบมาตรวจสอบอย่างแน่นอน
โดยหากผู้ที่แข็งแกร่งเหล่านั้นเห็นว่ามีผู้ปลุกพลังไร้ชื่อเสียงเช่นพวกเขามาถึงที่นี่ก่อน ไม่ว่าจะได้รับสมบัติหรือไม่ ไม่ว่าจะแค่ผ่านมาก็ตาม ผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นจะปฏิบัติต่อพวกเขาโดยไร้เหตุผล และมีความเป็นไปได้สูงที่จะฆ่าผู้คนบนยานทิ้งทั้งหมดทันที
ดังนั้น …หากไม่อยากตาย ก็ต้องใช้โอกาสนี้เพื่อหลบหนีออกไปจากที่นี่ทันที
ครืน!
ยานอวกาศสั่นสะเทือน ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางหมุนกลับ และเร่งความเร็วออกจากที่นั่น
อย่างไรก็ตาม
เมื่อยานบินไปได้ระยะหนึ่งและกำลังจะกระโจนหายไปในห้วงอวกาศ รอยแยกมิติอีกแห่งก็ปรากฏขึ้นบนอวกาศ มือขนาดยักษ์ที่ปกคลุมท้องฟ้าพลันปรากฏขึ้น แล้วออกแรงบีบยานอวกาศ
ด้วยแรงเพียงเล็กน้อย ยานอวกาศก็ระเบิด ผู้ปลุกพลังไร้ชื่อเสียงทั้งห้าที่นั่งอยู่ในนั้นตายลงอย่างไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย
วินาทีถัดมา…
ก็มีร่างหนึ่งเดินออกมาจากรอยแตกมิติ
“ฉันไม่นึกว่าจะมีแมลงสองสามตัวมาถึงที่นี่ก่อน ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายของพวกมัน”
ชายชราชำเลืองมองสถานที่ที่ยานอวกาศถูกทำลาย ก่อนจะพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าการบดขยี้แมลงสองสามตัวจนตายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดอะไรมาก ดังนั้นเขาจึงรีบหันไปมองทะเลดวงดาวเบื้องหน้าที่กำลังแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในระยะไกล
เขามองไปยังแผ่นศิลาขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้น ด้วยแววตาตกตะลึง
“ไม่น่าเชื่อ…”