Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 280 บัลลังก์ดอกบัวทมิฬ

  1. Home
  2. บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน
  3. บทที่ 280 บัลลังก์ดอกบัวทมิฬ
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ท่ามกลางฟ้าดินที่มืดมิดและรกร้างนี้เต็มไปด้วยพลังลมปราณแห่งหายนะที่กดดันจิตใจผู้คน เมื่อพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆปรากฏขึ้นทีละสายรอบทิศทาง ยิ่งทำให้รู้สึกใจสั่นมากขึ้น

ในช่วงเวลานั้นลูเยี่ยเกิดความรู้สึกว่ามีอันตรายคุกคามอย่างรุนแรงในใจ เขาสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้น พวกมันทั้งหมดกำลัง ‘จ้องมอง’ มาที่ตนเอง!

อีกาหัวขาวร้องเสียงหลง “ท่านยาย หรือจะเป็นพวกตาแก่นั่น?”

“ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ทั้งคน”

หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แววตากลับเย็นชาอย่างที่สุด นางกวาดสายตามองไปรอบกายแล้วเอ่ยว่า “พ่ายแพ้แล้วพาลหรือ?”

เสียงแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง

“พ่ายแพ้อะไรกัน การร่วมมือกันครั้งนี้ของพวกเรามิได้มีเป้าหมายที่เนินจักรพรรดิเบญจธาตุเลยสักนิด”

ห่างออกไปในความมืด แสงสว่างสีทองพลันปรากฏขึ้น ปักษาดุร้ายสีทองที่มีร่างใหญ่โตทะยานผ่านอากาศเข้ามา

“ถูกต้อง พวกเรามาเพื่อสหายหนูลูเยี่ยต่างหาก”

ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าต้นนั้นก็มาด้วย กิ่งก้านนับหมื่นสายไหวดุจดังโซ่ศักดิ์สิทธิ์สีดำนับไม่ถ้วนที่กำลังโบกสะบัดอยู่

นอกจากนี้ไก่ห้าสี เทพวานรทมิฬ งูยักษ์สีเขียว ราชันวิญญาณที่สวมชุดเกราะเก่าคร่ำคร่า รวมถึงสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวอื่นๆก็ปรากฏตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากพยัคฆ์ขาวที่แบกดาบเลือดแล้ว พวกสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวที่เคยปรากฏตัวแถวเทือกเขาเฉียนเฟิงก็มากันครบทุกตัว!

“เจ้าหนู ข้าเตือนเจ้าถูกแล้วใช่หรือไม่?”

ไก่ห้าสีมองไปที่ลูเยี่ยด้วยรอยยิ้ม “หากเจ้าซาบซึ้งใจข้า ก็ลองมาอยู่ข้างกายข้าดูเถิด ข้าจะปกป้องเจ้าจากสายลมและสายฝนเอง!”

ลูเยี่ยยิ้มเล็กน้อย “เรื่องช่วยกำบังลมฝนก็แล้วไป มีโอกาสได้จับท่านไปตุ๋นเป็นซุปไก่สักหม้อนั้นแหละ ถึงจะเป็นการแสดงความซาบซึ้งจากใจข้าได้ดีที่สุด”

ไก่ห้าสีชะงักไปชั่วขณะ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิต

“ยอมได้… ข้าจะรอ!”

บรรยากาศยิ่งกดดัน เหล่าสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวพวกนั้นล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง ปิดเส้นทางถอยของลูเยี่ยและคนอื่นๆจนสิ้น

“ผู้พิทักษ์สุสาน เมื่อออกจากเทือกเขาเฉียนเฟิงแล้ว เจ้าก็สูญเสียที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพียงเจ้าคนเดียวคงปกป้องเด็กน้อยแซ่ลูผู้นั้นไม่ได้หรอก” ราชันวิญญาณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ลูเยี่ยมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนผู้นี้เอาเสียเลย

ก่อนหน้านี้ที่เทือกเขาเฉียนเฟิง ราชันวิญญาณยังคงแสดงออกอย่างสง่างาม ประกาศว่าอยากรับตนเป็นศิษย์สืบทอดวิชาของเขา

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้พิทักษ์สุสานพูดไม่ผิด คนผู้นี้พูดแต่เรื่องเหลวไหลทั้งนั้น!

“ผู้พิทักษ์สุสานยอมแพ้เสียเถอะ เพียงแค่ส่งมอบสหายหนูลูเยี่ยผู้นั้นมา พวกเราก็จะไม่สนใจวาสนาของเนินจักรพรรดิเบญจธาตุอีก”

งูยักษ์สีเขียวเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เลิกพล่ามไร้สาระ ใครขวางทางข้าก็ข้าจะฆ่ามันซะ!”

ผู้พิทักษ์สุสานพลิกฝ่ามือขึ้น อาภรณ์เก่าคร่ำคร่าชิ้นหนึ่งพลันปรากฏออกมา

ยามเมื่อเห็นอาภรณ์ชิ้นนี้ เหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวต่างเผยสีหน้าหวาดระแวง เทพวานรทมิฬแสยะยิ้มเหี้ยม “ทุกท่านหญิงชราน่าตายนี้ปักใจจะกินรวบทุกอย่างเพียงผู้เดียว จะไปเสียเวลาเจรจากับนางทำไม? ลงมือเถิด!”

ตู้ม!

เสียงยังคงกึกก้องเขาก็เป็นฝ่ายลงมือก่อนโดยการเหวี่ยงกระบองสีดำทมิฬขนาดมหึมาฟาดลงมาหมายสยบจากระยะไกล

ผู้พิทักษ์สุสานสะบัดข้อมือเบาๆ อาภรณ์เก่าชิ้นนั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นบัลลังก์ดอกบัวทมิฬขนาดประมาณหนึ่ง

บัลลังก์ดอกบัวทมิฬแผ่พลังกฎเกณฑ์ของมหาวิถีอันลึกลับประหลาด ก่อเกิดเป็นพลังค่ายกลครอบคลุมผู้พิทักษ์สุสาน ลูเยี่ย และอีกาหัวขาวไว้ภายใน

เทพวานรทมิฬฟาดกระบองลงมา ท้องฟ้าหมื่นจั้งถล่มทลายแตกสลาย อานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน

แต่เมื่อกระบองนี้ฟาดลงมากลับไม่สามารถสั่นคลอนบัลลังก์ดอกบัวทมิฬได้แม้แต่น้อย ปัง!!!

เสียงปะทะกึกก้องฟาดังขึ้น กระบองสีดำกลับเป็นฝ่ายถูกดีดสะท้อนกลับไป

ลูเยี่ยหรี่ตามอง

พลังของกระบองนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจจินตนาการได้ เพียงแค่พลังลมปราณนั้นก็สามารถกวาดล้างขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ในโลกมนุษย์ธรรมดาได้หมดสิ้น!

เหลาเกาและเฒ่าจ้าวผู้เป็นถึงมังกรวารีก็ยังไม่อาจต้านทานได้เลย!

ในเวลาเดียวกันผู้พิทักษ์สุสานก็ลงมือ ปลายนิ้วปรากฏเข็มกระดูกหนึ่งเล่มแล้วชี้ไปในอากาศ ตู้ม!

เทพวานรทมิฬประหนึ่งถูกฟ้าผ่าร่างพลันถอยหลังออกไป

ผู้พิทักษ์สุสานเหยียบบัลลังก์ดอกบัวทมิฬพุ่งไปข้างหน้า นางหมายจะฝ่าวงล้อมออกไป!

“หญิงชราเจ้าจะไปน่ะไปได้ แต่ต้องทิ้งสหายหนูลูไว้”

งูยักษ์สีเขียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะอ่อนหวาน แต่ยามลงมือกลับไม่เกรงใจแม้แต่น้อย

นางขดกายชูคอ พ่นพิษเปลวเพลิงสีแดงสว่างเจิดจาสายหนึ่งพุ่งออกมาพร้อมเสียงหวิดหวิว

นั่นแหละคือดาบบินสีแดงเพลิงที่เจาะทะลวงฝ่าห้วงอากาศฟันลงมาอย่างดุดัน

แทบจะในเวลาเดียวกัน สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตัวอื่นๆก็ลงมือพร้อมกัน ปักษาดุร้ายสีทองแปลงกายเป็นชายหนุ่มผู้มีปีกสีทองขนาดมหึมา มือทั้งสองถือค้อนทองทุบลงมาจากฟากฟ้า

ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าสั่นไหวอย่างรุนแรง กิ่งก้านมากมายแผ่ขยายออกไปบดบังท้องฟ้าและดวงตะวัน ปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้า

ไก่ห้าสีหัวเราะเสียงดัง กงล้อสายฟ้าอนธการสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกไป ราชันวิญญาณยกมือคว้าหอกยาวกระดูกสีขาวกระโจนเข้าโจมตี

ในบรรดาผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้น จิตสังหารของเขานั้นรุนแรงที่สุด การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้สวรรค์และพื้นดินสั่นไหว

สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวสิบกว่าตนลงมือพร้อมกัน ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนั้น?

เพียงแค่อานุภาพการทำลายล้างที่ก่อตัวขึ้นก็ทำให้ท้องฟ้าดินบริเวณนี้ตกอยู่ในความปั่นป่วนและการพังทลาย แสงสว่างจากสมบัติล้ำค่าต่างๆพุ่งกระหน่ำฉีกความว่างเปล่าออกเป็นรอยแยกนับไม่ถ้วน

เคล็ดวิชาลับทั้งหลายระเบิดออกมาอย่างรุนแรงกวาดไปทั่วทั้งฟ้าดินในชั่วพริบตาเดียว

ผู้พิทักษ์สุสานถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากทุกทิศทาง ตู้มม!

บัลลังก์ดอกบัวทมิฬสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงภายใต้การโจมตีของพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้บัลลังก์ดอกบัวทมิฬเปรียบเสมือนเรือน้อยลำหนึ่งที่ลอยอยู่ในทะเลบ้าคลั่ง

มีโอกาสที่จะพลิกคว่ำลงได้ทุกเมื่อ

ลูเยี่ยรู้สึกเจ็บแปลบที่ดวงตา ในสายตามีแต่ภาพเหตุการณ์วันสิ้นโลก ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดการต่อสู้ใดๆได้เลย

การต่อสู้ในระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาในตอนนี้จะสามารถสอดส่องได้ เขาเพียงแต่รู้สึกได้ว่าบัลลังก์ดอกบัวทมิฬกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับตกลงไปในหลุมโคลนที่กำลังปั่นป่วน

ทว่าภายในใจของลูเยี่ยกลับไม่มีความหวาดกลัวหรือลนลานเท่าใดนัก การต่อสู้ระดับยอดฝีมือเช่นนี้เขาเคยประสบพบเจอมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

และในศึก ‘เทือกเขาเฉียนเฟิง’ ครั้งก่อน ลูเยี่ยเคยได้เห็นการต่อสู้ที่น่ากลัวและเหลือเชื่อยิ่งกว่านี้เสียอีก ในตอนนั้นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวอย่างเทพวานรทมิฬเหล่านี้แม้จะเข้าร่วมแต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย

ก่อนที่การต่อสู้จะปะทุขึ้น พวกเขาถูกขับไล่ออกจากสนามรบไปเสียก่อนแล้ว

เพราะในตอนนั้นเคยมีบุคคลลึกลับหกคนที่ข้ามกำแพงมิติเวลามาปรากฏตัว

ซึ่งบุคคลลึกลับหกคนนั้นเพียงคนเดียวก็สามารถกำจัดสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวพวกนั้นได้อยางง่ายดาย

แต่บุคคลลึกลับหกคนนั้นในที่สุดก็ถูกชายในอาภรณ์สีเขียวมองว่าเป็นเพียงมดปลวกและถูกกำจัดอย่างง่ายดาย!

แน่นอนปัจจุบันมีเพียงลูเยี่ยคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงรักษาความทรงจำของการต่อสู้ครั้งนั้นไว้

และเพราะประสบการณ์เช่นนี้ เมื่อเทียบกับการต่อสู้ตรงหน้าลูเยี่ยจะตกใจได้อย่างไร?

และต้องกล่าวถึงว่าผู้พิทักษ์สุสานยิ่งแข็งแกร่งกว่า!

เพียงตัวคนเดียวนางต้านทานการโจมตีล้อมจากสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวกว่าสิบตนได้!

ทว่าเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ของผู้พิทักษ์สุสานไม่สู้ดีนัก

ลูเยี่ยมองออกว่าสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นพูดไม่ผิด เมื่อออกจากเทือกเขาเฉียนเฟิงผู้พิทักษ์สุสานได้สูญเสียที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไป

จึงถูกปิดล้อมจนตกอยู่ในสภาวะลำบากเช่นนี้

ลูเยี่ยยังจำได้ว่าผู้พิทักษ์สุสานแต่เดิมเคยอาศัย ‘ค่ายกลสังหารสุสานดาบ’ บนเทือกเขาเฉียนเฟิงเพื่อปลุกเจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวนับหมื่นแสนสายออกมา

หากอยู่บนเทือกเขาเฉียนเฟิงพวกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นย่อมไม่กล้าเป็นศัตรูกับผู้พิทักษ์สุสานโดยง่ายแน!

“ผู้พิทักษ์สุสาน ท่านดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ และอย่าหวังว่าจะพาเด็กน้อยแซ่ลูคนนั้นไปได้!”

เทพวานรทมิฬคำรามเสียงดัง พลังลมปราณของเขาทั้งดุร้ายและแข็งแกร่งราวกับเป็นเทพปีศาจจากยุคบรรพกาล

เขาควงกระบองและฟาดฟันไม่หยุด ความแข็งแกร่งนั้นช่างเกินบรรยาย

พวกสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวอื่นๆก็ใช้พลังเต็มที่เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการเสียเวลา ต้องการจะกดดันผู้พิทักษ์สุสานให้ได้อยางถึงที่สุด

“ก็แค่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเท่านั้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกเจ้ามีความกล้าพอที่จะเสี่ยงชีวิตกับข้าหรือไม่!”

ทันใดนั้นผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

ตู้ม! ฟ้าดินสั่นสะเทือน

ร่างของผู้พิทักษ์สุสานพลันปะทุเปลวเพลิงมหาศาลพุ่งทะยานสู่ฟ้าสาดแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งสิบสทิศ

เจตจำนงดาบที่ทำให้ใจคนสั่นสะเทือนก็ถาโถมออกมาจากบัลลังก์ดอกบัวทมิฬในชวงเวลานี้เช่นกัน

เพียงแค่ดาบเดียวก็ฟันเทพวานรทมิฬจนบาดเจ็บสาหัสเซกระเด็นออกไป

เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด บนร่างอันใหญ่โตปรากฏบาดแผลที่มีเลือดไหลนองราวกับน้ำตก

และในขณะนั้นเอง วงล้อมที่ปิดตายก็ปรากฏรอยแยกออกมาช่องหนึ่ง!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 280 บัลลังก์ดอกบัวทมิฬ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย