Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 276 การตระหนักรู้อย่างฉับพลัน

  1. Home
  2. บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน
  3. บทที่ 276 การตระหนักรู้อย่างฉับพลัน
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

เพียงดาบเดียวผลแพ้ชนะปรากฏชัด

ผู้คนที่อยู่นอกสนามประลองต่างรู้สึกตกใจ แม้การต่อสู้ยังไม่จบสิ้น แต่เพียงแค่ผลลัพธ์ที่ปรากฏจากดาบเดียวนี้ก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตะลึงแก่ทุกคน

พยัคฆ์ขาวมองด้วยสายตาซับซ้อน แม้เขาเคยกล่าวไว้อย่างตรงไปตรงมาว่าหวังให้ไป๋เสวียนอีพบกับความพ่ายแพ้เพื่อใช้ลับคมจิตใจของเขา

แต่เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าจริงๆ ในใจก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้วใครเล่าจะหวังให้ความโดดเด่นของคนรุ่นหลังของตนถูกคนอื่นกดข่มลง?

ไม่ใช่เพียงพยัคฆ์ขาว แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหลายในที่นั้นก็ยากจะยอมรับได้

ถึงอย่างไรลูเยี่ยเป็น ‘คนนอก’ เป็นเด็กหนุ่มที่มาจากโลกของมนุษย์ธรรมดา

เมื่อเทียบกันแล้ว พวกเขาย่อมปรารถนาจะเห็นไป๋เสวียนอีเป็นฝ่ายชนะเสียมากกว่า!

แม้แต่ไก่หกสีก็ยังถอนหายใจกล่าวว่า “หลานเอ๋ยเห็นหรือยัง ขนาดไป๋เสวียนอียังตกเป็นรองเจ้า แพไปก็ไม่ถือว่าเสียหน้าแล้ว”

จีคุนเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว

“ท่านบรรพชน ท่านจะเลิก ‘ปลอบใจ’ ข้าแบบนี้ได้หรือไม่?”

“ท่านยาย ท่านใต้เท้าของข้าเก่งใช่หรือไม่?”

อีกาหัวขาวเชิดหน้าชูตาอย่างภาคภูมิใจ

ผู้พิทักษ์สุสานดวงตาเปล่งประกายแห่งรอยยิ้ม “เก่งมาก เขาคือผู้ฝึกดาบขอบเขตแท่นทองคำที่เก่งที่สุดที่ข้าเคยพบในชีวิต”

อีกาหัวขาวไม่ได้เข้าใจถึงน้ำหนักที่แท้จริงในคำพูดของผู้พิทักษ์สุสาน

ในเขตหวงห้ามลึกลับที่หก ผู้พิทักษ์สุสานเป็นผู้มีตัวตนที่พิเศษอย่างยิ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางคอยปกป้องเทือกเขาเฉียนเฟิง

สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ในที่นี้ หากนับตามอาวุโสแล้วยังถือเป็นเพียง ‘รุ่นเยาว์’ ต่อหน้านางเท่านั้น!

คำว่า ‘ไม่เคยพบเจอในชีวิตของนาง’ ย่อมหมายความว่า ในช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมาผู้ฝึกตนทั้งหมดที่นางเคยพบเจอในขอบเขตแท่นทองคำยังไม่มีใครเทียบเท่าลูเยี่ยได้เลย!

คำประเมินเช่นนี้ย่อมมีน้ำหนักที่แตกต่างออกไป

บนสนามประลองไป๋เสวียนอีไม่ได้ปล่อยให้คำวิพากษ์วิจารณ์ภายนอกมาสั่นคลอนตนเอง

เขายังคงมีสีหน้านิ่งสงบ เจตจำนงยังคงแน่วแน่มั่นคงดังเดิม

แม้ว่าก่อนหน้านี้อาจจะถูกกดข่มจนถอยร่นไปถึงเก้าก้าว ทว่าเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ในขณะนี้เขายังคงอยู่ในสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ภายในใจของเขากลับไม่สงบเลย

“มาอีก!”

ดวงตาลึกล้ำของลูเยี่ยเปล่งประกายแห่งการต่อสู้ “ข้ามองออกว่าเจ้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มี”

ไป๋เสวียนอีจ้องมองลูเยี่ยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ก็ดี”

ดาบก่อนหน้านี้เป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาสามารถแสดงออกมาได้ภายใต้การกดข่มพลังบำเพ็ญขอบเขตแท่นทองคำ แต่ในฐานะผู้ฝึกดาบจะหลบหนีได้อย่างไร?

สิ่งที่เขาถวิลหาคือหนึ่งความพ่ายแพ้ ไม่ใช่การเอ่ยปากยอมแพ้เองเสียแต่ต้นตู้ม!

การต่อสู้ครั้งใหญ่เริ่มอีกครั้ง เมื่อเทียบกับความดุเดือดครั้งก่อน การปะทะกันครั้งนี้มีรสชาติของความโหดร้ายทารุณมากขึ้น

ไป๋เสวียนอีไม่ออมมืออีกต่อไป ทุ่มเทสุดความสามารถ ปราณดาบของเขาพุ่งพล่านอย่างยิ่งใหญ่

สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดคือเขาได้หลอมรวมวิถีดาบของตนกับเจตจำนงดาบสามสิบเก้าชนิดที่แตกต่างกันไว้ในร่างเดียว ทำให้เขามีกระบวนท่าและวิธีรับมือที่หลากหลายยิ่งนักในการต่อสู้ นอกจากนี้เขายังสามารถโจมตีแบบไม่คาดคิด ทำให้ลูเยี่ยไม่สามารถคาดเดาความสามารถทั้งหมดของเขาได้

ส่วนลูเยี่ยนั้นจมดิ่งลงสู่การต่อสู้ไปเนิ่นนานแล้วจนลืมเลือนทุกสิ่งอย่างสิ้นเชิง

นับตั้งแต่เริ่มฝึกฝนมานี้เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้

คู่ต่อสู้ที่ทำให้เขาได้ลงมืออย่างสะใจ ทุ่มเทกายใจทั้งหมดจมดิ่งสู่การต่อสู้ ช่างสนุกสนานยิ่งนัก!

ในการต่อสู้นี้ ความเข้าใจและการรับรู้ของลูเยี่ยที่มีต่อเจตจำนงดาบชิงซวี่ก็เปลี่ยนแปลงไป บังเกิดความตระหนักรู้ใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมาย ปราณดาบที่เขาฟันออกไปก็มีพลานุภาพรุนแรงและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ตัวลูเยี่ยเองกลับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ เข้าสู่สภาวะที่ลืมเลือนทั้งตนเองและสรรพสิ่ง

ชั่วครู่ต่อมาไป๋เสวียนอีถูกกระแทกจนถอยร่นไปอีกครั้ง ผมยาวกระเซอะกระเซิง พลังเลือดลมพลุ่งพล่านอย่างหนัก รอยแผลจากดาบปรากฏบนเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์

“เข้ามาอีก!”

ลูเยี่ยหัวเราะยาวก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปโจมตีด้วยดาบ กลิ่นอายทั่วร่างเต็มไปด้วยความห้าวหาญและทะนงองอาจถึงขีดสุด

“ลูเยี่ยผู้นี้ถึงกับเข้าสู่สภาวะตระหนักรู้อันลึกลับในระหว่างการต่อสู้เชียวหรือ!”

ในขณะนั้นโครงกระดูกที่สวมชุดเกราะเก่าแก่ก็เอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน

ก่อนหน้านี้สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตนนี้เอาแต่นิ่งเงียบมาโดยตลอด จับตาดูการต่อสู้ด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่เคยปริปากสนทนากับผู้ใดหรือแสดงความเห็นใดๆ เลย

แต่เมื่อเขาเอ่ยปาก สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวหลายตนในที่นั้นต่างใจสั่นสะท้าน แววตาแปรเปลี่ยนไปทันที

ตระหนักรู้ในระหว่างการต่อสู้หรือ?

ลูเยี่ยผู้นั้นถึงกับท้าทายสวรรค์ถึงขั้นนี้เชียวหรือ?

ไม่มีใครสงสัยในการตัดสินของ ‘โครงกระดูก’ ตนนั้น

เพราะอีกฝ่ายคือ ‘ราชันวิญญาณ’ ที่มีความพิเศษที่สุดในเขตหวงห้ามลึกลับที่หก!

หากกล่าวถึงเรื่องวิถีการฝึกฝนวิญญาณแล้วละก็ ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงเขาได้เลย!

“การตระหนักรู้อย่างฉับพลัน…”

ผู้พิทักษ์สุสานมีแววตาซับซ้อน “ไป๋เสวียนอีเพียงแค่แสวงหาความพ่ายแพ้เพื่อลับคมตนเอง ทว่าสหายหนูลูเยี่ยก็ถือเอาการประลองดาบครั้งนี้เป็นการฝึกฝนเสียอย่างนั้นหรือ?”

ภายใต้สายตาของทุกคน สถานการณ์การต่อสู้ในสนามประลองค่ายกลต้องห้ามกำลังเปลี่ยนแปลงไป

กระบวนท่าโจมตีของไป๋เสวียนอีเริ่มถูกกดข่มลงทีละน้อยและถูกกระแทกจนถอยร่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่การโจมตีของลูเยี่ยกลับคมกล้าขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบไว้อย่างสมบูรณ์!

“ไป๋เสวียนอีใกล้จะต้านทานไม่ไหวแล้ว”

ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเกือบจะพร้อมๆ กัน

อย่างที่คาดไว้ไม่นานนักไป๋เสวียนอีก็ถูกโจมตีอย่างหนักจนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง!

และนับตั้งแตขณะนี้เป็นต้นไป ไป๋เสวียนอีตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดันอย่างสมบูรณ์

บนร่างกายเริ่มปรากฏบาดแผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!

อาภรณ์สีขาวดุจหิมะนั่นบัดนี้เริ่มถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานของโลหิต!

“พยัคฆ์ขาวคราวนี้เจ้าสมใจแล้วใช่หรือไม่?”

มีผู้หนึ่งเอ่ยถามขึ้น พยัคฆ์ขาวมีแววตาลึกล้ำและสงบนิ่ง “รอจนกว่าจะตัดสินแพ้ชนะได้ เสวียนอีเด็กน้อยผู้นั้นคงจะยินดียิ่งกว่าข้าเสียอีก”

ทุกคนต่างตกตะลึง พ่ายแพ้แล้วจะยิ่งดีใจงั้นหรือ?

“ผู้พิทักษ์สุสาน ท่านไปหาสหายหนูลูเยี่ยผู้นี้มาจากที่ใดกัน?”

มีคนอดไม่ไหวที่จะสอบถามถึงที่มาของลูเยี่ย

“โลกมนุษย์ช่างแร้นแค้นยิ่งนัก เปรียบดังดินแดนที่ถูกมหาวิถีทอดทิ้ง เหตุใดถึงได้ให้กำเนิดตัวประหลาดเช่นนี้ออกมาได้?”

“จริงด้วย ดาบที่ลูเยี่ยครอบครองนี่หากอยู่ในเขตหวงห้ามลึกลับที่หกก็นับเป็นมหาวิถีชั้นสูงสุดที่น่าสะพรึงกลัวไร้ขอบเขต จะเป็นไปได้อย่างไรที่โลกมนุษย์จะมีอยู่ได้?”

เหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นต่างไม่เข้าใจ เริ่มบังเกิดความสนใจใคร่อย่างแรงกล้าในตัวลูเยี่ย

บนร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้เห็นได้ชัดว่ามีความผิดปกติอย่างยิ่ง!

ผู้พิทักษ์สุสานกล่าวว่า “สหายหนูลูเยี่ยมาจากโลกมนุษย์จริงๆ ส่วนคำถามของพวกเจ้านั้นข้าก็ไม่รู้และไม่อาจตอบได้เช่นกัน”

ทุกคนต่างตกตะลึง

แม้แต่ผู้พิทักษ์สุสานก็ไม่ทราบความลับที่อยู่ในตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้หรือ?

ตู้ม!

เสียงดังสนั่นมาจากสนามประลองค่ายกลต้องห้าม ดึงดูดความสนใจของทุกคนไปในทันที

กลับเห็นไป๋เสวียนอีถูกปราบลงในชั่วขณะนี้

เจตจำนงดาบทั้งร่างถูกกดข่มอย่างสิ้นเชิง เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น อาภรณ์สีขาวถูกย้อมเป็นสีโลหิต

เบื้องหน้าของเขาลูเยี่ยในอาภรณ์สีดำยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น บนร่างของเขาปรากฏมหาวิถีสีเขียว เจตจำนงดาบ ลอยละล่องสูงส่งและลึกลับยากหยั่งถึง

เมื่อเปรียบเทียบกัน ผลแพ้ชนะแจ้งชัดอย่างยิ่ง!

ทุกคนต่างตกตะลึงจนนิ่งค้างไปไม่อาจปริปากเอ่ยคำใดออกมาได้

ไป๋เสวียนอีพ่ายแพ้แล้ว!

จวบจนถึงวินาทีสุดท้ายก็ไม่มีปาฏิหาริย์การพลิกผันเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย!

และลูเยี่ยผู้แข็งแกร่งจนกระทั่งวินาทีที่ได้รับชัยชนะเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว!

บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลม ผู้คนนอกสนามประลองต่างพูดอะไรไม่ออกเหม่อลอยอยู่เป็นเวลานาน

ในสนามประลองลูเยี่ยกล่าวว่า “ยังสู้ไหวหรือไม่?”

น้ำเสียงของเขายังคงเจือด้วยความรู้สึกอยากจะสู้ต่อไป

เพราะจนกระทั่งขณะนี้เขาเพิ่งจะตื่นจากภาวะตระหนักรู้อัน ‘ลืมเลือนตนเอง’ นั้นได้

และเพิ่งจะได้ตระหนักว่าในชั่วเวลาที่ไม่รู้ตัวนั้นไป๋เสวียนอีได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงใด!

ไป๋เสวียนอีค่อยๆพยุงกายยืนขึ้นแล้วกล่าวว่า “ข้าแพ้แล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ต่อ”

แววตาของเขาสงบนิ่งไม่อาจมองเห็นความโศกเศร้าหรือความผิดหวังใดๆบนใบหน้าได้เลย

ยามที่เขามองตรงไปยังลูเยี่ย แววตาจึงเริ่มปรากฏความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย

มีทั้งความชื่นชมและความสงสัยใคร่รู้

“ล่วงเกินแล้ว”

ลูเยี่ยเก็บเจตจำนงดาบและพลังปราณทั้งหมดแล้วประสานมือคารวะ

เขาย่อมรู้ดีว่าหากพูดถึงพลังบำเพ็ญที่แท้จริง อีกฝ่ายนั้นสูงกว่าตนไม่รู้กี่เท่า

และการได้ประลองกับผู้ฝึกดาบเช่นนี้ในขอบเขตเดียวกันย่อมถือเป็นการขัดเกลาฝีมือที่หาได้ยากยิ่งนัก!

ไป๋เสวียนอีประสานมือคารวะตอบเช่นกัน “วิถีดาบของข้ามีนามว่า ‘เฟิง’ ฝึกเจตจำนงดาบดั่งดวงดารา แสวงหาหนทางสู่จุดสูงสุด ไม่ทราบว่าวิถีดาบที่สหายเต๋าลูฝึกฝนอยู่นั้นคือวิถีดาบอันใดกัน?”

ท่าทีของไป๋เสวียนอีแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าพลังบำเพ็ญจะสูงกว่าลูเยี่ยมากมาย แต่ในยามนี้เขากลับปฏิบัติต่อลูเยี่ยด้วยมารยาทแบบคนรุ่นเดียวกัน

ทุกคนต่างพากันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 276 การตระหนักรู้อย่างฉับพลัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย