บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 272 กงล้อสายฟ้าอนธการ
วาจาของไก่หกสีนั้นช่างเลวร้ายนัก
แต่เมื่อคิดทบทวนอย่างละเอียดถึงพลังการต่อสู้ที่ลูเยี่ยแสดงออกในการต่อสู้กับจีคุนบรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวหลายตนต่างก็เริ่มรู้สึกกดดันแทน ‘ทายาท’ ของตนเองขึ้นมาบ้างแล้ว
“เจ้าหนุ่มลูเยี่ยเจ้าต้องการพักสักครู่หรือไม่?”
น้ำเสียงของผู้พิทักษ์สุสานเปี่ยมด้วยความเมตตา “การประลองเช่นนี้สามารถพักผ่อนสักครู่แล้วค่อยลงมือต่อได้”
ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
การต่อสู้อย่างต่อเนื่องแบบวนรอบหมายความว่าลูเยี่ยต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้อื่นๆไปเรื่อยๆ
ย่อมมีความไม่ยุติธรรมต่อลูเยี่ยอยู่บ้าง
“ไม่จำเป็น”
ลูเยี่ยส่ายหน้าเขาเพิ่งจะเริ่มอุ่นเครื่องเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ข้าได้ประลองกับสหายเต๋าลูเพื่อตัดสินแพ้ชนะ!”
สิ้นเสียงนั้นชายหนุ่มในชุดคลุมดำผู้มีโครงสร้างกระดูกกายยำสูงใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นในสนามประลองค่ายกลต้องห้าม
หยวนชิงกังทายาทของเทพวานรทมิฬผู้นั้นเขามีพรสวรรค์ล้ำเลิศพละกำลังมหาศาลครอบครอง ‘กายาสายฟ้าอนธการ’ มาแต่กำเนิดมีนิสัยดุร้ายและคลั่งไคล้ในการต่อสู้อย่างยิ่งนัก
“ฟังให้ดีภายในเก้ากระบวนท่าจะต้องรู้ผลแพ้ชนะ!”
ทันทีที่มาถึงสนามประลองหยวนชิงกังก็แสยะยิ้มพลางประกาศกร้าว
เช่นเดียวกับจีคุนหยวนชิงกังก็มีความแข็งแกร่งที่เรียกได้ว่าท้าทายสวรรค์ไม่แพ้กัน
สิ่งที่แตกต่างคือเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาวิถีที่หยวนชิงกังครอบครองนั้นมีความประหลาดและหาได้ยากยิ่งกว่าตู้ม!
เบื้องหลังร่างอันสูงใหญ่ราวหนึ่งจั้งของเขาปรากฏกงล้อแสงสีดำราวกับราตรีอันเป็นนิรันดร์ขึ้นอย่างฉับพลัน
ภายในกงล้อสีดำนั้นมีสายฟ้าพลุ่งพล่านประกายสายฟ้าไหลวนพลังลมปราณแห่งการทำลายล้างแผ่กระจายจนทั่วทั้งสนามประลองตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลกงล้อสายฟ้าอนธการ!
นี่คือเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาวิถีชนิดหนึ่งที่หลอมรวมจากวิถีแห่งอนธการดับสูญและวิถีแห่งสายฟ้าเข้าด้วยกัน
“เก้ากระบวนท่าหรือ?”
ลูเยี่ยหัวเราะ “ข้ากลับหวังว่าเจ้าจะยืนหยัดได้จริงที่จนถึงกระบวนท่าสุดท้ายนะ”
บนร่างเขามีแสงสีเขียวอ่อนของเจตจำนงดาบไหลเวียน
ดูเลือนลอยและลึกลับดึงดูดสายตาทุกคู่ที่อยู่นอกสนามประลอง
“เอาละเริ่มเลย!”
หยวนชิงกังเหยียบเท้าลงหนึ่งครั้งร่างที่สูงราวหนึ่งจั้งพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วแขนขวากำกายาเหวี่ยงขึ้นและซัดหมัดออกไปตรงที่ตู้ม!
กงล้อสายฟ้าอนธการนั้นคำรามหมุนวนแผ่ขยายพลังสายฟ้าสีดำออกมาแล้วหลอมรวมเข้าสู่หมัดนี้ทั้งหมด
เมื่อหมัดนี้ถูกซัดออกไปความมืดมิดก็ถาโถมราวกับคลื่นสายฟ้าประดุจน้ำป่าไหลหลากราวกับทัณฑ์สายฟ้าอนธการ
แขนเสื้อของลูเยี่ยโบกสะบัดเขาประกบนิ้วทั้งสองเข้าด้วยกันเป็นดาบแล้วฟันปราณดาบดูเลือนรางราวกับท้องฟ้าสีเขียวครามอันกว้างใหญ่ออกมาสายหนึ่ง
ท้องฟ้าสีเขียวครามนันแผ่ไปทั่วทุกหนแห่ง
ดังนั้นปราณดาบจึงสามารถเข้าถึงทุกสรรพสิ่ง
ตู้ม!
ความมืดแตกสลายสายฟ้าก็กระจัดกระจายปราณดาบอันทรงพลังนั้นสามารถสั่นสะเทือนร่างของหยวนชิงกังที่สูงกว่าหนึ่งจั้งให้ถอยออกไปได้โดยตรงทว่าหยวนชิงกังกลับระเบิดเสียงหัวเราะ “ลูเยี่ยเจ้าติดกับดักแล้ว!”
แล้วก็เห็นได้ว่าความมืดและสายฟ้าที่กระจัดกระจายนั้นไม่ได้หายไปไหนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายแสงมหาวิถีนับไม่ถ้วนพุ่งมาจากทุกทิศทุกทางโอบล้อมตัวลูเยี่ยทั้งร่างเอาไว้!
“ผนึก!”
หยวนชิงกังตะโกนเสียงดัง
เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นสายฟ้าสีดำมากมายเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นแสงวิถีกงล้อหนึ่งกักขังลูเยี่ยไว้ภายใน!
ฉากที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวจำนวนมากที่อยู่นอกสนามประลองหลายตนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นั่นคือความลึกลับของ “วิถีแห่งอนธการดับสูญ” เฉกเช่นความมืดมิดยามราตรีอันนิรันดร์ซึ่งแทรกซึมไปได้ทุกทิศ
ตราบใดที่หยวนชิงกังยังไม่พ่ายแพ้พลังแห่งความมืดก็จะปกคลุมสนามประลองทั้งหมดเหมือนราตรีมืดมิดพร้อมให้หยวนชิงกังใช้ประโยชน์ได้ทุกเมื่อเพื่อสร้างความได้เปรียบอย่างไม่คาดคิดได้ทุกเมื่อ
เห็นได้ชัดว่าหยวนชิงกังได้รับบทเรียนจากจีคุนมาแล้วตั้งแต่เริ่มลงมือเขาก็ใช้วิชาสังหารสุดยอดโดยไม่เหลือพลังไว้เลย
เทพวานรทมิฬแสดงสีหน้าพึงพอใจในบรรดาทายาทของเขาหยวนชิงกังเป็นผู้โดดเด่นที่สุดยอดเยี่ยมที่สุดและมีศักยภาพที่จะทะยานสู่เส้นทางเซียนได้มากที่สุด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘กายาสายฟ้าอนธการ’ ที่หลอมรวมวิถีแห่งอนธการดับสูญนับได้ว่าเป็นมหาวิถีที่ทะลวงสู่สวรรค์โดยแท้!
ตู้ม!
แทบจะในเวลาเดียวกับที่ลูเยี่ยถูกปิดผนึกหยวนชิงกังก็นำมติทันทีพร้อมกับซัดหมัดที่สองออกมาหมัดนั้นประหนึ่งม่านรัตติกาลพลังราวกับการลงทัณฑ์จากสายฟ้า!
ลูเยี่ยที่ถูกปิดผนึกเปรียบเสมือนถูกขังอยู่ในกระจกบ้านหลังหนึ่งไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยปัง!!!
ผนึกระเบิดแตกกระจายพลังหมัดสาดซัดระเบิดออกมาอย่างรุนแรงภายในสนามประลองค่ายกลต้องห้ามเปลวเพลิงสายฟ้าสีดำนับไม่ถ้วนได้ปะทุออกมา
บรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้บรรดา ‘ทายาท’ ที่เข้าร่วมการประลองครั้งนี้ต่างรู้สึกหวาดหวั่นในใจ
ลูเยี่ยกำลังจะแพ้งั้นหรือ?
ทว่าบรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งมีชีวิตมานานนับปีกลับพากันสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทพวานรทมิฬสีหน้าของเขาหม่นลงทันที
พวกเขามีพลังบำเพ็ญที่ลึกล้ำจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆดังนั้นจึงมองเห็นรายละเอียดการต่อสู้ได้อย่างชัดเจนยามที่หมัดของหยวนชิงกังทำลายผนึกแล้วซัดเข้าที่ร่างของลูเยี่ยกลับถูกป้องกันไว้ได้!
ถูกมือข้างหนึ่งของลูเยี่ยรับหมัดเอาไว้ตรงๆ
พลังหมัดนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวเพียงใดแต่กลับไม่สามารถสั่นคลอนลูเยี่ยได้แม้แต่น้อย!
แม้แต่แขนสักร่างก็ยังไม่ขยับไหวเลยสักนิด!
รอยยิ้มบนใบหน้าของหยวนชิงกังแข็งค้างเขาเริ่มขัดขืนอย่างบ้าคลั่งทุ่มเทกำลังทั้งหมดลงไปที่หมัดนั้นแต่ก็ยังคงถูกมือข้างหนึ่งของลูเยี่ยกดเอาไว้อย่างมั่นคงไม่อาจดิ้นรนให้หลุดพ้นได้!
ในขณะนั้นบรรดา ‘ทายาท’ ที่อยู่นอกสนามประลองต่างเห็นภาพเหตุการณ์นี้ทุกคนล้วนตาเบิกโพลง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
พลังกงล้อสายฟ้าอนธการถึงกับไม่อาจสั่นคลอนลูเยี่ยได้งั้นหรือ?
พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นคนรุ่นเยาว์รุ่นเดียวกับหยวนชิงกังและในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต่างก็เคยได้เห็นความลึกลับและความน่าสะพรึงกลัวของ ‘วิถีแห่งอนธการดับสูญ’ มาแล้ว
แต่ไม่มีใครนึกว่าลูเยี่ยจะสามารถรับมือได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!
“มหาวิถีน่าสนใจไม่น้อยเกือบจะทำให้ข้าบาดเจ็บเสียแล้ว”
ลูเยี่ยกล่าวด้วยความรู้สึกทึ่ง
นี่คือคำพูดที่มาจากใจจริงๆ
หากเปรียบเทียบแค่เคล็ดวิชาลับของมหาวิถีลูเยี่ยคิดว่าตัวเองคงถูกสังหารอย่างไม่ทันตั้งตัวอย่างแน่นอนน่าเสียดายที่แม้รากฐานและพลังของหยวนชิงกังจะท้าทายสวรรค์เพียงใดเมื่อเทียบกับเขาแล้วก็ยังด้อยกว่าอยู่มากนัก
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีอาจสั่นคลอนเขาได้เลยแม้แต่น้อย
“เจ้าบังอาจดูถูกข้าหรือ?”
หยวนชิงกังเดือดดาลพลังสายเลือดปะทุขึ้นกลิ่นอายทั่วร่างพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง
ร่างแท้ของเขาคือ ‘วานรปีศาจ’ มีนิสัยดุร้ายยิ่งโกรธยิ่งมีพลังต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเขาไม่สนใจมือขวาที่ถูกกดไว้และรีบเหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าใส่ศีรษะของลูเยี่ยทันทีหมัดนั้นทรงพลังหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความรุนแรงไร้ขอบเขต
ทว่าสุดท้ายก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งมือที่ลูเยี่ยใช้จับหยวนชิงกังไว้นั้นออกแรงเหวี่ยงขึ้นแล้วฟาดร่างของหยวนชิงกังลงกับพื้นอย่างรุนแรงปัง!!
พื้นสนามประลองค่ายกลต้องห้ามสั่นสะเทือนหยวนชิงกังถูกกระแทกจนหน้าตาปูดบวมเขียวช้ำร่างใหญ่สูงหลายจั้งของเขากระตุกอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวด
ลูเยี่ยคว้าข้อมือของเขาไว้พร้อมกับกดข่มพลังบำเพ็ญและพลังปราณทั้งหมดของเขาเอาไว้
เมื่อหยวนชิงกังคิดจะขัดขืนก็ถูกลูเยี่ยยกขึ้นมาแล้วฟาดลงกับพื้นราวกับกำลังตอกเสาเข็ม
ปัง! ปัง!
หลังจากนั้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนมากมายหยวนชิงกังถูกฟาดลงกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ร่างกายเนื้อหนังฉีกขาดกระดูกหักไม่รู้กี่ท่อนร่างทั้งร่างราวกับกระสอบป่านที่ขาดรุ่งริ่งสภาพช่างน่าอนาถและดูไม่ได้เลย
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวหลายตนเห็นแล้วยังรู้สึกเจ็บแทนหยวนชิงกังเป็นปีศาจที่ดุร้ายที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันลงมือโหดเหี้ยมกระหายการสังหารราวกับคนบ้าคลั่งทว่าเมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มผู้ฝึกดาบอย่างลูเยี่ยผู้นี้แล้วกลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันทีพลังแห่งความดุร้ายเดือดพล่านทั้งหมดนั้นถูกบดขยี้จนพ่ายแพ้ยับเยิน
“หลานเอ๋ยเห็นหรือยังเจ้าหมอนี่สภาพดูอนาถกว่าเจ้าตั้งเยอะ”
ไก่หกสีกล่าวด้วยความสะใจ
จีคุน “…”
ท่านบรรพชนมีที่ไหนปลอบคนแบบนี้กัน?
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตนอื่นๆก็รู้สึกหมดคำพูดเช่นกันปากของไก่หกสีนี่ช่างเจ็บแสบเหลือเกินเทพวานรทมิฬถูกยั่วโทสะจนเดือดดาล “เจ้าไก่ห้าสีเจ้าพูดอะไรของเจ้า?”
ไก่ห้าสีเอ่ยย้อนกลับ “ข้าพูดผิดตรงไหนหรือ?”
“หลานชายเจ้าสิเจ้าเล่ห์นักคิดว่าจะสามารถสังหารลูเยี่ยได้ตั้งแต่เริ่มลงมือเขาก็ถูกลูเยี่ยตอบโต้กลับทันทีหากเขาได้ระมัดระวังกว่านี้สักนิดมีหรือที่จะถูกตีจนมีสภาพเช่นนี้?”
คำพูดนี้แม้จะฟังดูระคายหูแต่ก็มีหลายคนที่เห็นพ้องด้วย
หยวนชิงกังลงมือโดยมิเหลือทางถอยเห็นได้ชัดว่าอยากใช้เคล็ดวิชาลับวิถีแห่งอนธการดับสูญโจมตีอย่างฉับพลันเพื่อคว้าชัยชนะทว่าเขาพ่ายแพ้ก็เพราะความคิดที่จะชนะด้วยการโจมตีแบบไม่คาดคิดนี้เอง!
เทพวานรทมิฬมีสีหน้าไม่สู้ดีนักกำลังจะพูดอะไรบางอย่างทว่าสีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเป็นเพราะในสนามประลองร่างกายของหยวนชิงกังแหลกเหลวแทบจะดูไม่ได้แล้วทว่าเขากลับยังคงกัดฟันแน่นไม่ยอมรับพ่ายแพ้
ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยเลือดในส่วนลึกของรูม่านตาปรากฏเงาจันทร์สีเลือดประหลาดคู่หนึ่งขึ้นมา
เมื่อเห็นภาพนั้นเทพวานรทมิฬก็ตะโกนทันที
“หยุดได้แล้ว! ชิงกังอย่าได้เอาชีวิตเป็นเดิมพันรีบยอมแพ้เสียเถิด!!”