สามีข้า คือพรานป่า - ตอนที่ 298 ขอตามไปด้วย
ตอนที่ 298 ขอตามไปด้วย
เดิมที่หยุนเถียนเถียนคิดจะให้จางชิงเฟิงช่วยแนะนําเฉินเฉินเรื่องสอบเพียงเล็กน้อย กลับกลายเป็นว่าเขาช่วยทบทวนบทเรียนให้กับเด็กชายมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
อย่างไรก็ตาม บัดนี้จางชิงเฟิงได้กลายเป็นแขกขาประจําของบ้านสกุลหยุนเสียแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหวังดื่มกินเพียงอย่างเดียว บางครั้งก็เขานําของฝากมามอบให้ด้วย
จินเฮ่าเป็นอดีตสหายที่จางชิงเฟิงเคยไว้ใจ เขาเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นชิวไฉ่และอดฉงนไม่ได้ เมื่อเห็นว่าช่วงนี้จางชิงเฟิงมักบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมช่วยทบทวนตําราให้กับตนเช่นเดิม
วันหนึ่งเขาจึงไปดักรอจางชิงเฟิงอยู่หน้าสํานัก
“สหายจาง เดี๋ยวนี้เจ้าเป็นอะไรไป… ทั้งที่พวกเราต่างเป็นเพื่อนกันมาตลอด แล้วไยเจ้าจึงกลายเป็นคนเย็นชาเช่นนี้? เจ้ารังเกียจจะร่วมโต๊ะกับข้าเสียแล้วหรือ?”
แม้จางชิงเฟิงจะนึกรังเกียจชายหน้าซื่อใจคดผู้นี้นัก ทว่าเขาก็ไม่ลืมคําที่แม่นางหยุนเคยกล่าวไว้ว่า… หากพลาดพลั้งทําให้คนชั่วช้าขุ่นเคืองจะเกิดเรื่องใหญ่!
แม้จะรู้สึกชั่งน้ําหน้าเขานัก ทว่าจางชิงเฟิงก็ยังกล่าวด้วยเสียงอันเบา “สหายจน… ข้าเพิ่งได้พบกับเด็กชายผู้หนึ่ง แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังเด็กทว่าเขาเป็นผู้มีมานะยิ่ง เดือนหน้าเขาจะต้องตาม ข้าไปสอบด้วยกันที่อําเภอ พี่สาวของเขาเมตตาข้านัก ดังนั้นข้าจึงต้องคอยชี้แนะเรื่องการสอบให้เขาอีกเสียหน่อย และคงไม่มีเวลาไปกับเจ้าหรอกสหาย!”
จินเฮากะพริบตาถี่ “ไม่มีทางน่า! หลังจากสอบระดับเซียนซื้อแล้ว การสอบระดับเยวี่ยนชื่อของปีนี้ก็จะเริ่มในไม่ช้า เจ้ามีเวลาว่างทว่ากลับเมินข้าไปช่วยเจ้าเด็กนั่นเช่นนั้นหรือ?”
เดิมที่จางชิงเฟิงเคยถูกปั่นหัวด้วยกิริยาร้อยลิ้นเจ้าเล่ห์เช่นนี้ จึงหลงนึกว่าเขาเป็นคนซื่อตรง ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกว่าจินเฮานั้นเป็นคนที่ใจไม่ไส้ระกํา ระรานได้ไม่เว้นแม้แต่เด็ก! แม้ว่าเด็กคนนั้น จะยังไม่ได้ทบทวนตํารามากเช่นเขา ทว่าก็ยังเก่งกาจไม่แพ้เขาเลย
“พี่สาวของเขามีบุญคุณกับข้า… บัดนี้ข้ามีเวลาพอที่จะช่วยชี้แนะน้องชายของนาง เช่นนั้นแล้วจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร? หากยังพอมีเวลาก่อนสอบเยวี่ยนซื้อเสียหน่อยก็ค่อยมาพูดคุยกันเมื่อนั้นเถิด”
จินเฮ่าชักไม่สบอารมณ์ด้วยคิดว่าเจ้าเด็กผู้นั้นไม่อาจสอบผ่านเป็นแน่ การเข้าสอบระดับเซียน ซื้อตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ ดูจะเป็นการสิ้นเปลืองเวลาไปอย่างเสียเปล่าไม่ใช่หรือ? ทว่าเขาก็ยังรอบคอบพอที่จะรู้ว่าจางชิงเฟิงไม่ชอบคนนินทาลับหลัง เขาจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ
“เช่นนั้น… เหตุใดสหายจางจึงไม่พาข้าไปด้วยเล่า! ให้ข้าได้เห็นเสียหน่อยว่าเขาเป็นเด็กเช่นไร ถึงได้หลักแหลมจนสอบเซียนซื้อได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้”
จางชิงเฟิงไม่คิดจะดูถูกผู้ใด แม้การสอบเซียนซื้อจะเป็นเพียงก้าวแรกในการสอบจอหงวน ทว่าหากดูจากผู้เป็นพี่สาวและพี่เขยของเขาแล้ว คงไม่น่าแปลกใจที่เฉินเฉินฉลาดหลักแหลมถึงขั้นจะสอบเยวี่ยนซื้อได้
หากเป็นคนจิตใจดีงามก็คงเป็นการดีที่จะพาไปบ้านสกุนหยุน ทว่าชายผู้นี้เป็นเพียงคนจิตใจโฉดชั่วที่เหน็บมีดไว้คอยแทงหลังผู้อื่นเท่านั้น! จางชิงเฟิงไม่อาจรู้ได้ว่าบุรุษผู้นี้คิดอ่านจะทําสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้นชายโฉดผู้นี้ก็บ่อนทําลายเขามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว หากบังเอิญว่าเขาไปทําร้ายใครสักคนในตระกูลหยุนอีก ก็ต้องนับว่าเป็นความผิดของเขาด้วย
“สหายจิน… ที่ผ่านมาข้ามีเหตุให้ต้องไปที่นั่น ทว่าบัดนี้ข้าไม่อาจพาเจ้าไปที่บ้านสกุลหยุนได้ ที่นั่นมีสตรีอยู่ผู้หนึ่งเราจึงควรระวังในข้อนี้”
ถ้าหากเป็นผู้มีสามัญสํานึกปกติได้ยินคํากล่าวเช่นนี้ ย่อมรู้ดีว่าควรล่าถอยเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธโดยอ้อม ทว่าจินเฮ่าเป็นคนจิตใจชั่วร้ายมากกว่าที่จางชิงเฟิงจะคาดเดาได้ เขารู้สึกหงุดหงิดนักที่จางชิงเฟิงปฏิเสธคําร้องขอของตน
“อาจเป็นไปได้ว่าจางชิงเฟิงกําลังแอบผูกมิตรกับผู้มีอํานาจสักคน เพื่อให้ช่วยเขาในการสอบ ฉะนั้นเมื่อข้าขอตามไปด้วยจึงถูกปฏิเสธเช่นนี้… หากเปิดโปงเขาได้ข้าย่อมกําจัดคู่แข่งได้!” หัวใจโฉดชั่วของจินเฮ่าเกิดความคิดโสมมขึ้นทันที
“สหายจาง…อันสํานวนว่าสี่คาบสมุทรมนุษย์ล้วนน้องพี่ ยิ่งมีมิตรชีวิตก็ยิ่งมีหนทาง ดังนั้น หากเขาเป็นมิตรกับเจ้าแล้วก็เท่ากับเป็นมิตรของข้าผู้นี้ด้วย สหายจางคิดดูถูกว่าข้าเป็นคนเสียสติ ไม่ควรค่าแก่การผูกมิตรอย่างนั้นหรือ?”
จางชิงเฟิงรู้สึกกังวลเล็กน้อย ทว่าไม่อาจหาวิธีปฏิเสธที่ดีกว่านี้ได้แล้ว จึงไม่มีทางเลือกอื่นอกนอกเสียจากพาเขาไปที่บ้านสกุลหยุนด้วย!
หยุนเคอไม่อยู่จึงมีเพียงหยุนเถียนเถียนอยู่บ้าน ด้วยความที่จางชิงเฟิงมาเยี่ยมเยือนอยู่บ่อยครั้ง นางจึงคิดว่าไม่น่ามีผู้ใดอีกแล้ว ที่จะมาเคาะประตูในยามนี้เสียนอกจากเขา
เมื่อนางได้ยินเสียงเคาะประตู แม้ว่าจะยังไม่ได้แต่งหน้าประทินโฉม ทว่านางก็รีบไปเปิดประตูพลางกล่าวตอบรับผู้มาเยือนอย่างจริงใจ “คุณชายจางงั้นหรือ? ข้ามาเปิดประตูแล้ว”
เสียงไพเราะเสนาะโสตดังออกมาราวสายลมแล่นไหลผ่านหุบเขา ทําให้ผู้ที่ได้ฟังรู้สึกชื่นใจอย่างประหลาด จินเฮ่าถึงกับเบิกตาโพลงเพื่อมองหาร่างเจ้าของเสียงนั้น
เมื่อหยุนเสียนเถียนเปิดประตู ดวงหน้างามนั้นก็ปรากฏแก่สายตาของเขา ทําให้จินเฮ่าถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ!
จางชิงเฟิงกล่าวด้วยหน้าตาบูดบึงแกมรําคาญ “แม่นางหยุน ชายผู้นี้คือสหายร่วมชั้นของข้า ที่แรกข้าพยายามปฏิเสธเขา กระนั้นเขาก็ยืนกรานว่าจะมาด้วยจึงยอมพามาดังที่ท่านเห็น”
จินเฮ่าตกอยู่ในภวังค์ของความหลงใหล จนไม่รู้ตัวว่ากําลังถูกมิตรของตนกล่าวเหน็บแนมอยู่
หยุนเสียนเถียนรู้สึกว่านั่นไม่ใช่สายตาของผู้มีจิตชื่นชมทั่วไป หากแต่เป็นการจ้องมองอย่างสัปดน จนชวนให้รู้สึกว่าสายตาเช่นนั้นช่างน่าขยะแขยง!
“คุณชายจางอย่าได้ใส่ใจเลย… ชีวิตของคนเราก็ย่อมมีเหตุเช่นนี้บ้าง ท่านรีบเข้ามาเถิด บัดนี้ น้องชายข้ากําลังรอท่านอย่างใจจดใจจ่อเชียว”
หยุนเถียนเถียนให้แขกเข้ามาตามมารยาท ทว่าก็อดนึกไม่ได้ว่าบุรุษผู้เป็นสุภาพชน อีกทั้งยังซื่อตรงเช่นจางชิงเฟิงจะมีเพื่อนเช่นนี้ได้อย่างไร?
เฉินเฉินที่ได้ยินเสียงพูดคุยจากข้างนอกก็วิ่งออกมาพร้อมความเรียงในมือ พลางพูดอย่างมีความสุข “ท่านพี่ชิงเฟิงมาแล้วหรือ? ท่านช่วยดูความเรียงของข้าทีว่าเป็นเช่นไรบ้าง?”
จางชิงเฟิงยกยิ้มก่อนรับความเรียงนั้นมา ส่วนหยุนเสียนเถียนเดินเข้าครัวไปอย่างสงบ เพื่อเตรียมชงชาสําหรับแขกทั้งสอง
เมื่อนางเดินจากไป จินเฮ่าก็หันกลับมามองเด็กชายตัวน้อยอายุราวเจ็ดแปดขวบตรงหน้า พลางนึกเหยียดหยามในใจ นี่มันเรื่องตลกหรือไรกัน? เจ้าเด็กนี่น่ะหรือที่จะรีบสอบจอหงวนทั้งที่ตัวแค่นี้?”
ส่วนจางซึ่งเพิ่งกลับพิจารณาความเรียงฝีมือของเฉินเฉินอย่างจริงจังนัก แม้ว่ารูปแบบการเขียนจะยังไม่สมบูรณ์แบบ ทว่าก็เป็นผลงานชิ้นเอกที่เห็นได้ชัดว่าผ่านการชี้แนะจากนักปราชญ์แล้ว… เขาพยักหน้าอย่างชื่นชม
“เฉินเฉิน… ความเรียงของเจ้าดีขึ้นเรื่อย ๆ บางทีเจ้าอาจไปไกลกว่าข้าได้ในสักวันเป็นแน่!”