เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 957 มู่หลิงยอมแพ้ (3) ตอนที่ 958 มู่หลิงยอมแพ้ (4)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 957 มู่หลิงยอมแพ้ (3) ตอนที่ 958 มู่หลิงยอมแพ้ (4)
ตอนที่ 957 มู่หลิงยอมแพ้ (3) ตอนที่ 958 มู่หลิงยอมแพ้ (4)
ตอนที่ 957 มู่หลิงยอมแพ้ (3)
“อ้อ ไม่มีอะไรน่าพูด” เฟิงหรูชิงยักไหล่ “ก็แค่เมื่อคืนวานท่านอารองพาข้ามาเดินรอบๆ ที่นี่ ข้าพบว่ายาวิเศษของที่นี่ข้าเคยเห็นในหนังสือมาก่อน”
สายตามู่หลิงฉายแววสงสัย เฟิงหรูชิงเคยเห็นในหนังสือ? ทว่าแม้แต่ปรมาจารย์ทั้งสองยังไม่รู้จัก
“อย่างเช่นเชียนเถิงหลานนี่…”
ตอนเฟิงหรูชิงเอ่ยชื่อเชียนเถิงหลานออกมา ใบหน้าที่ถูกพันเอาไว้ของเฉินชิงเยียนฉายแววตื่นตระหนกและหวาดกลัว นางกำหมัดที่สั่นไหวเอาไว้แน่น ใจสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นางรู้ นางรู้จริงๆ เป็นไปได้อย่างไร…
เฟิงหรูชิงรู้ได้อย่างไร!
“เชียนเถิงหลานรวมกับดอกบัวโลหิตหลิงจือ สามารถทำให้คนสติเลอะเลือนง่วงนอนกระทั่งสมองตาย เพราะพลังของนายผู้เฒ่าค่อนข้างแข็งแกร่ง ดังนั้นเขาใช้พลังวิเศษป้องกันฤทธิ์ยาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ ต้องการทำให้เขาสมองตายจึงเป็นการรอคอยที่ยาวนาน”
พ่อบ้านเพิ่งจะวิ่งเข้ามาจากด้านนอกก็ได้ยินคำพูดของเฟิงหรูชิงเข้า
เขาชะงักไปก่อนจะได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาแก่ชราแทบถลนออกมาความโกรธปรากฏบนใบหน้า
“ในยาที่นายผู้เฒ่าดื่มมีดอกบัวโลหิตหลิงจื่อ! มิน่าทุกครั้งหลังจาก นายผู้เฒ่าดื่มยามักจะง่วงนอน เฉินชิงเยียนที่แท้เป็นเจ้าที่ทำ!”
ในตระกูลมู่นี้ พ่อบ้านนับเป็นคนเดียวที่ช่วยเหลือนายผู้เฒ่า อยู่กับเขาทุกฝีก้าว เป็นคนที่ภักดีมาก
อย่างไรเสียตอนนั้นชีวิตของเขาก็เป็นนายผู้เฒ่าที่ช่วยเอาไว้ นายผู้เฒ่าพาเขากลับมาตระกูลมู่ แล้วยังให้เขาเป็นพ่อบ้านอีก!
มู่หลิงเข้าใจถึงความภักดีและความสำคัญของพ่อบ้านเฒ่าที่มีต่อนายผู้เฒ่า ดังนั้นหลายปีมานี้มู่หลิงจึงได้ให้เขาเป็นพ่อบ้านดังเดิมไม่เคยถอดตำแหน่งเขา
“เจ้าพูดไร้สาระอะไร?” มู่หลิงโกรธจัด
เขาไม่อาจทนให้คนใส่ร้ายเฉินชิงเยียนได้
ตอนที่เขาสู่ขอชิงเยียนก็ได้สัญญากับนางไว้ จะรับผิดชอบนางทั้งชีวิตไม่ให้ใครมารังแกนาง
หากวันนี้ยังปกป้องนางไม่ได้เขายังมีสิทธิ์อะไรไปเป็นผู้ชายของชิงเยียน?
ปึ้ง!
ทันทีที่ชายเสื้อหนานเสียนสะบัดพลังที่แข็งแกร่งก็กระแทกเข้าใส่อกของมู่หลิง เขาถอยหลังไปสองสามก้าว เลือดสดๆ ทะลักออกจากลำคอกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
เฟิงหรูชิงยิ้มตาหยีแล้วเอ่ยต่อ “ส่วนดอกไม้วิญญาณนี่ นอนหลับในตอนกลางวัน ตื่นนอนในตอนกลางคืน มันสามารถดูดพลังวิเศษของคนอื่นทำให้พลังถดถอย”
พ่อบ้านเฒ่ายิ่งโกรธแค้นเพิ่มมากขึ้น “ตั้งแต่เฉินชิงเยียนดื้อดึงจะปลูกดอกไม้นี่ให้นายผู้เฒ่าให้ได้ พลังของนายผู้เฒ่าก็ถดถอยลง! มิน่าเฉินชิงเยียนจึงได้อ้างว่าตอนกลางคืนไม่ให้ใครมารบกวนนายผู้เฒ่า ดังนั้นจึงห้ามไม่ให้ใครมาหานายผู้เฒ่าที่บ้านในตอนกลางคืน นี่ล้วนเป็นเพราะนางต้องการทำร้ายนายผู้เฒ่า!”
สีหน้ามู่หลิงเปลี่ยนจากเขียวคล้ำเป็นซีดขาว แล้วเปลี่ยนจากซีดขาวเป็นเขียวคล้ำ
จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า หลังจากปลูกดอกไม้วิญญาณนี่แล้วพลังของนายผู้เฒ่าก็เริ่มถดถอยจริงๆ
และก็เป็นจริงที่ชิงเยียนให้คนเฝ้าที่นอกบ้าน
พูดให้น่าฟังว่าเพื่อให้นายผู้เฒ่าได้พักผ่อนดีๆ ตอนกลางคืนห้ามให้ใครไปรบกวนเขา
ตอนแรกหลังจากนายผู้เฒ่าย้ายออกไปพักข้างนอกชิงเยียนก็โกรธมาก ให้เขาคิดหาวิธีให้นายผู้เฒ่ากลับมา…
แต่ชิงเยียนจะทำร้าย นายผู้เฒ่าหรือ?
เป็นไปไม่ได้!
ชิงเยียนไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้
“นี่จะต้องมีการเข้าใจผิด ข้าไม่เชื่อว่าชิงเยียนจะทำเรื่องพวกนี้ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปรมาจารย์ทั้งสองยังไม่รู้จักดอกไม้ต้นไม้พวกนี้เหตุใดเจ้าจึงรู้ได้?”
เฟิงหรูชิงยิ้ม “หากท่านไม่เชื่อคืนนี้ท่านสามารถมาลองดูได้ แต่หากพลังของท่านถดถอยท่านก็อย่ามาโทษข้า อ้อ จริงสิ ดอกไม้วิญญาณเหล่านี้หลังจากดูดซับพลังวิเศษแล้วจะพัฒนาพลังของพวกมัน รอจนถึงระดับหนึ่งแล้วบ้านหลังนี้จะไม่อาจกักขังพวกมันได้ พวกมันจะดูดซับพลังวิเศษทั้งจวนเทียนเสิน…”
………
ตอนที่ 958 มู่หลิงยอมแพ้ (4)
มิเช่นนั้นเหตุใดอาณาจักรอวิ๋นชวนในตอนแรกจึงเกือบจะพังพินาศเล่า?
สีหน้าเฉินชิงเยียนซีดขาวส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ที่นางคิดร้ายด้วยมีเพียงท่านผู้เฒ่าเท่านั้น! ตาแก่นี่ทำกับนางเช่นนี้นางอยากให้เขารีบๆ ตายไปซะตั้งนานแล้ว จะได้ไม่มีใครสามารถรังแกนางได้อีก
แต่นางไม่เคยคิดจะทำร้ายคนอื่น
หากตระกูลมู่หรือแม้กระทั่งทั้งจวนเทียนเสินพังพินาศ…นางก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้
“เจ้าพูดไร้…”มู่หลิงกำลังคิดจะด่าออกไป ทว่าคำพูดก็ถูกหยุดเอาไว้ที่ริมฝีปากอีกครั้ง “เจ้าพูดอะไร? นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”
เฟิงหรูชิงยิ้มเล็กน้อย นางรู้ว่ามู่หลิงไม่มีทางเชื่อ และนางก็ยิ่งเข้าใจว่าแม้มู่หลิงจะมาในตอนกลางคืน ก็ยังคงไม่เชื่อว่าเฉินชิงเยียนคิดทำร้ายท่านผู้เฒ่าเช่นเดิม
ทว่าไม่เป็นไร นางเพียงแต่ปลูกเมล็ดพันธุ์ไว้ในใจเขาเท่านั้น รอวันหน้ามันงอกและแตกออกมาก็จะทำให้ทั้งสองคนเศร้าเสียใจไปทั้งชีวิต!
“ไม่ต้องรอถึงกลางคืน” สายตาหนานเสียนจับจ้องอยู่ที่ดอกไม้วิญญาณที่กำลังสั่นน้อยๆ อย่างนิ่งเรียบ “เพราะว่าพวกมันตื่นแล้ว…”
ทุกคนต่างตกใจเพราะคำพูดของหนานเสียน
โดยเฉพาะพวกคนที่กำลังถอนดอกไม้อยู่เมื่อครู่รีบวิ่งออกไปนอกลาน ด้วยกลัวว่าดอกไม้เหล่านี้จะกลืนกินพลังวิเศษของพวกเขา
เฟิงหรูชิงยิ้มกริ่มอยู่ข้างกายหนานเสียนเช่นเดิม
นางเชื่อหนานเสียน ดังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบนางไม่มีความตื่นเต้นใดๆ
มู่หลิงหมุนตัวแข็งทื่อไปมองบรรดาดอกไม้วิญญาณ
อาจเป็นเพราะเขาตาลายไปแล้ว จึงได้เห็นพวกดอกไม้วิญญาณมีแสงสลัวๆ ปรากฏขึ้น
แสงเหล่านั้นมืดและจางเป็นสีเทา แฝงด้วยอายชั่วร้ายทำให้เขาหนาวไปทั้งตัวขยับกายไม่ได้
ซือ!
ฉับพลัน พลังวิเศษของเขาก็ไหลออกมาข้างนอกอย่างไม่อาจควบคุม ราวกับมีปากใหญ่ๆ ปากหนึ่งกำลังกลืนกินพลังวิเศษในตัวเขาไม่หยุด
ความรู้สึกนี้ทำให้มู่หลิงยิ่งตื่นตกใจ ลำคอของเขาแห้งผาก จะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่อาจส่งเสียงออกมาได้แม้แต่น้อย
ตอนที่นายผู้เฒ่าถูกดูดกลืนเป็นตอนกลางคืนที่กำลังหลับใหลจึงไม่มีความรู้สึกใดๆ และไม่ได้เจ็บปวดหรือหวาดกลัว เขาเพียงแค่ตื่นขึ้นมาพลังก็ถดถอยไปแล้วเท่านั้น
ดังนั้นจึงไม่มีใครมีความรู้สึกหวาดกลัวเช่นมู่หลิง
พลังวิเศษราวกับเส้นไหมออกจากร่างเขาไม่ขาดสาย…
พลังของมู่หลิงเดิมคือเทียนอู่ขั้นสูง พลังนี้ในจวนเทียนเสินนับว่าไม่เลว แต่ว่าเทียนอู่ขั้นสูงของจวนเทียนเสินก็ไม่ได้มีน้อย
อย่างเช่น ฉินลี่ตระกูลฉิน หลัวเฟยตระกูลหลัว ล้วนก็เป็นเทียนอู่ขั้นสูง
แม้แต่ผู้อาวุโสเหลยอวิ๋นของจวนเฟิงอวิ๋นก็เป็นเทียนอู่เช่นกัน แต่ว่าผู้อาวุโสเหลยอวิ๋นเป็นเพียงเทียนอู่ขั้นกลางเท่านั้น และเพราะมีผู้อาวุโสเหลยอวิ๋นอยู่จวนเฟิงอวิ๋นจึงได้เป็นรองเพียงสามกองกำลังใหญ่
เสวียนอู่ไปแล้วก็คือเทียนอู่ ทว่าทันทีที่ถึงเสวียนอู่ ทุกครั้งที่จะก้าวข้ามขั้นก็ห่างกันราวกับน้ำและภูเขา ลำบากยากเย็นยิ่งนัก
บางคนพอถึงเสวียนอู่ขั้นกลางแล้วใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่สามารถก้าวถึงระดับเทียนอู่ และความห่างชั้นระหว่างเทียนอู่กับเซิ่งอู่ก็เป็นเช่นนี้…
ตอนที่นนายผู้เฒ่าร่างกายแข็งแรงก็เป็นเซิ่งอู่คนหนึ่งแล้ว ตระกูลมู่กับจวนฝูจู่ล้วนอยู่ในระดับเดียวกัน
และนี่ก็คือเหตุผลว่าเหตุใดมู่หลิงจึงอยากให้นายผู้เฒ่ากลับมาแข็งแรงเร็วไว
กู้สื่อในตอนนี้เป็นเซิ่งอู่ ไต้ปรมาจารย์ไห่หรงเมื่อหลายปีก่อนก็ก้าวถึงเซิ่งอู่แล้ว แน่นอนว่าปรมาจารย์ไห่หรงกับกู้สื่อใครแข็งแกร่งกว่ากันนั้นแม้แต่มู่หลิงก็ไม่อาจแยกได้ชัดเจน
เมื่อก่อนมีปรมาจารย์ไห่หรงอยู่มู่หลิงไม่จ้องกังวลว่าจะถูกทำลายทั้งตระกูล หากปรมาจารย์ไห่หรงยังเป็นอาจารย์ของมู่ฮวน ตอนนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องลดเสียงเก็บอารมณ์ต่อหน้าหนานเสียน กลัวหนานเสียนวู่วามขึ้นมาฆ่าเขาเสีย
……………..