เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 937 อัดมู่หลิง 3 /ตอนที่ 938 มู่หลิงถูกอัด 4
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 937 อัดมู่หลิง 3 /ตอนที่ 938 มู่หลิงถูกอัด 4
ตอนที่ 937 อัดมู่หลิง (3)
มู่ฮวนหันหน้าไปมองอย่างทื่อๆ นางก็เห็นอาจารย์ที่นางพึ่งพามากที่สุดไปหยุดอยู่ตรงหน้าซู่อี
“วันนี้ข้ามาเพื่องานวันเกิดนายผู้เฒ่า แล้วยังมีอีกเรื่องที่ข้าอยากประกาศต่อหน้าทุกท่าน”
เขามองซู่อีจากนั้นถอนสายตากลับมา
มู่หลิงถอนใจ
ดูท่าหลายปีผ่านไป ปรมาจารย์ไห่หรงลืมหน้าตาซู่อีไปแล้ว จึงจำนางไม่ได้
ซู่อีอยู่กับนายผู้เฒ่า…
ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่าปรมาจารย์ไห่หรงเอ่ยกับนายผู้เฒ่า
“ปรมาจารย์ไห่หรง ท่านมีเรื่องอันใดเชิญพูดมาได้เลย”
“ดี” สายตาปรมาจารย์ไห่หรงมองมู่หลิง จากนั้นก็มองแขกทั้งหลาย “หลายปีนี้ พวกท่านต่างรับรู้ว่าข้าเป็นอาจารย์ของฮวนเอ๋อร์ ข้าเองก็รู้ว่าคนจำนวนมากในที่นี้ ได้ยินว่าข้าอยู่ที่ตระกูลมู่ ถึงมาร่วมงานวันเกิด”
คำพูดนี้หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นพูด จะทำให้คนรู้สึกว่าไร้ยางอาย
แต่จนใจที่ผู้พูดคือปรมาจารย์ไห่หรง
เขามีความสามารถนี้! เมื่อก่อนเขารักษาโรคที่ยากรักษาไปไม่รู้มากเท่าไร
มีผู้กล้าจำนวนมากที่เขาช่วยเอาไว้!
แน่นอนว่านั่นคือเรื่องในปีนั้น ภายหลังปรมาจารย์ไห่หรงไม่ยอมช่วยรักษาคนอีก ส่วนเหตุผลนั้นไม่มีใครรู้ชัด
เขาไม่เคยรับศิษย์มาก่อน มู่ฮวนเป็นคนแรก ทั้งเป็นคนสุดท้าย!
“ดังนั้น ข้าในวันนี้จะประกาศต่อคนทั้งแผ่นดินว่า นับแต่นี้ไปข้าปรมาจารย์ไห่หรงไม่มีความสัมพันธ์ใดกับมู่ฮวนอีก นางมิใช่ศิษย์ของข้าอีกต่อไป!”
คำพูดของปรมาจารย์ไห่หรงเสมือนสายฟ้าฟาด ดังสนั่นในใจทุกคน ทำให้คนทั้งหลายหัวใจสั่นคลอน
นี่…เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ทำไมปรมาจารย์ไห่หรงถึงประกาศไล่มู่ฮวนออกจากสำนักต่อหน้าทุกคน
“อาจารย์!” มู่ฮวนหน้าซีด ร่างอรชรสั่นเทิ้ม สีหน้าเย่อหยิ่งของนางโศกเศร้า น้ำตาไหลพราก “อาจารย์ ข้าทำผิดอะไรหรือ ท่านจะไล่ข้าออกกจากสำนักหรือ หากข้าทำอะไรผิด ท่านบอกให้ข้าแก้ไขก็พอแล้วมิใช่หรือ”
อีกนิดเดียวปรมาจารย์ไห่หรงเกือบใจอ่อนเพราะท่าทางเสียใจอย่างสุดซึ้งของมู่ฮวนแล้ว
แต่เขาสงบใจได้ในไม่ช้า
เขาเคยให้โอกาสสุดท้ายกับมู่ฮวนไปแล้ว!
หากตอนอยู่ในโรงเตี๊ยมเมื่อหลายวันก่อน ฮวนเอ๋อร์บอกความจริงกับเขา
บางทีเขาอาจจะให้อภัยนางได้
แต่ตอนนี้สายเกินไปแล้ว มู่ฮวนมีจิตใจเจ้าเล่ห์เกินไป เขาไม่อาจให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาชั่วชีวิตต้องป่นปี้ย่อยยับ!
“ปรมาจารย์ไห่หรง” อารมณ์ของเฉินชิงเยียนสั่นคลอน รีบเดินเข้าไปหาปรมาจารย์ไห่หรง “ฮวนเอ๋อร์เชื่อฟังว่านอนสอนง่าย ครั้งนี้นางทำอะไรผิดกัน ถึงทำให้ท่านเกิดโทสะถึงเพียงนี้ ท่านลองบอกออกมา ถ้าท่านพูดแล้ว พวกเราจะให้ฮวนเอ๋อร์แก้ไขข้อบกพร่อง”
รอยยิ้มของปรมาจารย์ไห่หรงหายไป มองเฉินชิงเยียนนิ่งๆ “ทำอะไรผิด ตระกูลมู่ของเจ้ายังไม่รู้อีกหรือ เจ้าเห็นข้าปรมาจารย์ไห่หรงเป็นตัวโง่งม หลอกลวงข้ามาเกือบยี่สิบปี ตอนนี้ยังมาถามข้าว่าทำอะไรผิดอีก”
เฉินชิงเยียนตัวสั่น สรุปแล้วปรมาจารย์ไห่หรงจำซู่อีได้
แต่เพราะอะไร…เพราะอะไรเขาไม่ถามอะไรด้วยซ้ำก็มั่นใจว่าตระกูลมู่โกหก
ฉับพลันนางก็ได้คำตอบในใจ ร่างกายเย็นเยียบ
ก่อนหน้านี้ ปรมาจารย์ไห่หรงต้องเคยพบซู่อีมาก่อนแล้วแน่
ดังนั้นเขาไม่ต้องถามอะไร ก็รู้ฐานะของซู่อี…
เฉินชิงเยียนขบริมฝีปากแน่น หลับตาลงข้าๆ ใบหน้าซีดขาว ยิ่งดูอ่อนแอจนไม่อาจต้องลมได้
………………………
ตอนที่ 938 มู่หลิงถูกอัด (4)
มู่หลิงเข้าใจทุกอย่างแล้ว
เขารู้คำอธิบายทั้งหลายในตอนนี้ไม่มีประโยชน์ ที่เสียใจในตอนนี้ก็คือทำไมตอนนั้นเขาถึงให้มู่ฮวนพาปรมาจารย์ไห่หรงกลับมา
ไม่เพียงไม่อาจจรักษาอาการนายผู้เฒ่าได้ ยิ่งกว่านั้นคำโกหกทั้งหลายของตระกูลมู่ยังถูกเปิดโปงด้วยครั้งนี้ตระกูลมู่สูญเสียเขาไปอย่างแท้จริงแล้ว
ไม่ช้า…มู่หลิงลืมตาขึ้น
ไม่…ตระกูลจะเสียปรมาจารย์ไห่หรงไปไม่ได้เด็ดขาด! ขอแค่ซู่อีให้อภัยเขา ปรมาจารย์
ปรมาจารย์ไห่หรงก็ต้องให้อภัยเขาแน่!
“ปรมาจารย์ไห่หรง” กู้สื่อยิ้มลุกขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองบรรดาผู้คนตระกูลมู่ “ข้าพอจะทราบได้หรือไม่ว่า มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่”
คำพูดนี้เป็นคำที่คนอื่นๆ ในที่แห่งนี้ต่างคิดถามกันทั้งนั้น
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เมื่อครู่ตัดขาดความสัมพันธ์กับเฟิงหรูชิง พวกเขายิ่งอยากรู้สถานการณ์ของปรมาจารย์ไห่หรงและตระกูลมู่
“เมื่อยี่สิบปีก่อน ยาวิเศษของข้าเหี่ยวเฉา ตอนนี้ฮูหยินซู่อีให้เลือดสีทองกับข้าหยดหนึ่ง ช่วยยาวิเศษเอาไว้ได้” ปรมาจารย์ไห่หรงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตอนนั้นหลังจากข้าสนทนากับนาง ก็เหมือนได้พบสหายรู้ใจ กลายเป็นสหายต่างวัย”
“ภายหลัง นางมักมาหาข้าสองสามเดือนครั้ง พักอยู่บนลังเขาหลายวันแลกเปลี่ยนวิชาแพทย์กับข้า ทั้งช่วยข้าแก้ปัญหายากหลายข้อ ข้าติดค้างนาง และให้สัญญาจะรับปากเงื่อนไขนางข้อหนึ่ง”
ปรมาจารย์ไห่หรงอาศัยในป่าลึก น้อยครั้งจะออกมาภายนอก
อีกทั้งเขาชอบนิสัยซู่อี กอปรกับความเหงาที่อยู่เพียงลำพังหลายปี ไม่ง่ายเลยที่จะมีเด็กหญิงมาอยู่เป็นเพื่อนหลายวัน ทั้งยังถกปัญหาด้านการแพทย์กับเขาได้ เขาย่อมชมชอบ เห็นนางเป็นเสมือนลูกสาว ต่อมาซู่อีหายตัวไป ไม่ปรากฏกายอีกเลย
“จนมาถึงวันนั้น มู่หลิงพามู่ฮวนมาหาข้า ขอร้องให้ข้ารับมู่ฮวนเป็นศิษย์เพราะน้ำใจที่ติดค้างซู่อีไว้ ที่น่าขันก็คือ ข้ารู้จักกับซู่อีมานาน ข้ายังไม่คิดถามชื่อนางเลย ข้าหลงคิดมาตลอดว่านางเป็นพี่น้องกับมู่หลิง!”
“จนกระทั่งภายหลังข้าลงจากเขา ได้พบเฉินชิงเยียน นางเอาแต่เรียกพี่สาวๆ ทุกคำ หากเป็นภรรยาพี่ชาย เฉินชิงเยียนย่อมไม่เรียกซู่อีว่าพี่สาว ข้าซักถามจนเฉินชิงเยียนกับซู่หลิงบอกว่าซู่อีเป็นญาติผู้พี่ห่างๆ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ญาติผู้พี่ห่างๆ ที่น่าขันนัก! ข้าไม่รู้เลยว่าแม่หนูในปีนั้นคือฮูหยินน้อยตระกูลมู่ อนุคนหนึ่งกล้ายึดตำแหน่งภรรยาเอก ทั้งยังหลอกลวงข้า ใช้น้ำใจที่ข้าติดค้างผู้อื่นสร้างอนาคตให้ลูกสาวตัวเอง”
คนทั้งหมดสงบนิ่งไร้สุ่มเสียง
คำบอกเล่าของปรมาจารย์ไห่หรงช่างเหนือความคาดหมายนัก ยังสนุกสนานตื่นเต้นมากกว่าบทละครเสียอีก!
ก่อนหน้าคืนนี้ทุกคนรู้ว่าเฉินชิงเยียนเป็นอนุภรรยา ทว่านางอ่อนโยนรู้ความ ยอมดูแลลูกชายของภรรยาเหมือนลูกตัวเอง มีความเมตตา ดูแลบ้านเป็นอย่างดี
หลายปีที่ผ่านมาก็เหมือนวันเดียว นางดูแลนายผู้เฒ่าโดยขุ่นเคือง ยอมถูกด่าว่าก็ไม่ปริปาก
แต่ตอนนี้…พวกเขาได้ยินข่าวใหญ่น่าสะเทือนฟ้าดิน มากพอที่จะช่วยเปลี่ยนความคิดคนทั้งหมด ตะลึงงันแทบไม่อยากเชื่อ
มู่หลิงและเฉินชิงเยียนสองคนนี้ไร้ยางอายเกินเหตุแล้ว
พวกเขาถึงกับใช้บุญคุณติดค้างของผู้อื่น วางแผนให้อนาคตให้มู่ฮวนหรือ
ต่อให้มู่ฮวนดีแค่ไหนก็เป็นแค่ลูกสาวอนุคนหนึ่งเท่านั้น ทำไมมู่หลิงถึงทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้
มิน่าปีนั้นฮูหยินน้อยมู่และหนานเสียนถึงออกจากตระกูลโดยไม่กลับมาอีก ลำเอียงเกินไปแล้ว!
เฉินชิงเยียนในเวลานี้ รู้สึกคล้ายถูกสายตาคนทั้งหมดจับจ้องทะลุปรุโปร่งราวกับเปลือยกาย ตีหน้าไม่ถูก
……………….