Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

การกลับมาของฮีโร่ - ตอนที่ 162

  1. Home
  2. การกลับมาของฮีโร่
  3. ตอนที่ 162
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 162

หลังจากยุติการต่อสู้กับซิกฟรีดได้ระยะหนึ่ง ซูฮยอนได้ฟังข้อมูลเกี่ยวกับมังกรแดงจากปากของบล็องก์โดย ตรง บล็องก์อธิบายถึงสาเหตุที่มังกรตัวอื่นเรียกมังกรแดงว่าเป็นผู้ทรยศและยังบอกถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับ ของมังกรแดงด้วย

“จะเรียกว่าทรยศก็ไม่ถูกต้องนัก ตามความรู้สึกของข้า เรียกว่าถูกทอดทิ้งจะเหมาะสมกว่าในหมู่มังกรด้วยกัน มังกรแดงรู้จักกันดีในฐานะผู้หนีสงคราม ระหว่างประจันหน้ากับบอสมอนสเตอร์”

“หนีสงคราม? พวกเขาหนีไปที่ไหน?”ซูฮยอนถาม

“เรื่องนั้นไม่มีมังกรตัวไหนทราบ มังกรบางตัวสันนิษฐานว่ามังกรแดงทอดทิ้งโลกใบนี้ แล้วย้ายไปอยู่โลกอื่นเจ้าอาจไม่รู้ มังกรแดงมีพลังที่สามารถข้ามมิติได้”

“มังกรเนี่ยนะข้ามมิติได้? พูดเป็นเล่น?”

“ข้าพูดเรื่องจริง ด้วยความสามารถที่ข้ามมิติได้ มังกรบางตัวจึงคิดเองเออเองว่ามังกรแดงทอดทิ้งพวกเราปล่อยให้มังกรที่รอดชีวิต ดูแลตัวเองตามบุญตามกรรม สิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทําให้มังกรบางส่วนใส่ร้ายป้ายสีมังกรแดงว่าเป็นผู้ทรยศ”

ขณะฟังคําพูดของบล็องก์ ซูฮยอนหันหน้าตรวจสอบปฏิกิริยาของมิรุไปพลางๆ มิรยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิมสีหน้าไม่กระตือรือร้นกับเรื่องเล่าของมังกรแดงเลยสักนิด ทั้งที่หนึ่งในมังกรแดงอาจเป็นพ่อ แม่หรือ บรรพบุรุษ ของมันก็ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องเล่าน่าเบื่อเกินไปหรืออย่างไร มิรุหาวออกมาหวอดใหญ่หนังตาปรือพร้อมเข้าสู่ห้วงนิทราทุกเมื่อ

“แต่สิ่งที่ข้าพูดไป ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริงหรือความเท็จ มันเป็นแค่การสันนิษฐานเบื้องต้น เท่านั้น แต่ คาร์เน่ และมังกรส้มตัวอื่นพากันเชื่อแบบนั้น การหายตัวไปของมังกรแดงทําให้มังกรส้มที่เหลือรอด อ้างตนว่าเป็นทายาทราชามังกรรุ่นต่อไป”บล็องก์ยักไหล่และกล่าวต่อ

“มังกรบางส่วนรวมถึงข้า ไม่เชื่อการสันนิษฐานและคําพูดลมปากของพวกมังกรส้ม ข้ารู้จักมังกรแดงดีพอพวกเขาไม่มีทางทอดทิ้งพวกเราแน่”

“มังกรที่มีความคิดเหมือนผู้อาวุโส ยังเหลืออีกเยอะไหมครับ?”

“เมื่อก่อนเยอะ แต่ตอนนี้เหลือครึ่งต่อครึ่ง” บล็องก์กลว่า

“ตอนแรกมังกรจํานวนมากยังไม่เชื่อคําพูดของคาร์เน่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี มังกรแดงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา คาร์เน่ที่มีชีวิตปกติสุข พูดกรอกหูให้มังกรตัวอื่นฟังไม่หยุด พวกมังกรหนุ่มเริ่มตาบอดหลงเชื่อคําพูดกรอกหูของคาร์เน่ไปโดยที่ไม่รู้ตัวยิ่งนานเข้าวันจํานวนมังกรที่เชื่อคําพูดของคาร์เน่ยิ่งเพิ่มมากขึ้น”

“กาลเวลายังเปลี่ยนแปลง ไม่แปลกที่จิตใจจะเปลี่ยนตาม”

ระหว่างที่ซูฮยอนกําลังเดินตีไหลไปกับบล็องก์ จู่ๆเขาก็รู้สึกสะดุดใจเรื่องหนึ่ง เมืองออกจะใหญ่โตขนาดนี้แต่กลับมีมังกรเดินสวนทางพวกเขาไปแค่ไม่กี่ตัว มังกรบางตัวที่สังเกตเห็นพวกเขาจู่ๆก็รีบวิ่งวิ่งหนีจากไปราวกับพวกเขาเป็นอสูรร้ายอย่างงั้นแหละ จนถึงตอนนี้นอกจากบล็องก์และซิกฟรีดซูฮยอนเห็นมังกรแปลกหน้าเพียง 5 ตัวเท่านั้น

“ผมคิดว่าบรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้ ค่อนข้างโหวงเหวงชอบกล”ซูฮยอนเอ่ยเสียงชุด

“คงเป็นเพราะเมืองแห่งนี้ ไม่ใช่เมืองของมนุษย์กระมัง”บล็องก์กล่าวตอบ

“จะเมืองมังกรหรือเมืองมนุษย์ ก็เหมือนๆกันนั้นแหละครับ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับสภาพเมืองที่ดูโหวงเหวงเลย?”

“หลังสงครามเริ่มซาลง มีมังกรเพียง 50 ตัวเท่านั้นที่รอดชีวิต หลังจากผ่านมาหลายปีจํานวนประชากรมังกรเพิ่มมากขึ้น จากเดิมมี 50 ตัว เพิ่มมาเป็น 500 ตัว”

“500 ตัว?”

ซูฮยอนมองไปรอบๆเมืองด้วยสายตาประหลาดใจ เมืองที่ใหญ่โตแต่กลับมีมังกรอาศัยอยู่แค่ 500 ตัว เป็นสัดส่วนที่มองยังไงก็หาความลงตัวไม่เจอ

มังกรในเมืองมีน้อยผิดปกติ คงเป็นเพราะข่าวมังกรแดงไปถึงหพวกเขาแล้ว”บล็องก์กล่าว

“ทําไมข่าวกระจายไปเร็วจัง”ซูฮยอนถาม

“เพราะพวกเรามี [ดวงตา] ด้วยวิธีนี้ข่าวจึงแพร่สะพัดไปได้อย่างรวดเร็ว”

“[ดวงตา?]”

“มันเป็นวิธีสื่อสารระยะไกลของเผ่าพันธุ์มังกรเรา ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน เสียงก็ไปถึง แถมยังสามารถพูดคุยหารือกับมังกรหลายๆตัวพร้อมกันได้ด้วย”บล็องก์กล่าวออกมาพร้อมยึดอกตัวเองราวกับว่าภูมิใจการสื่อสารระยะไกลของเผ่าพันธุ์มังกร แต่ซูฮยอนกลับไม่รู้สึกตกใจหรือแสดงสีหน้าประทับใจออกมาเลย

<< สรุปสั้นๆคือไม่ต่างอะไรกับมือถือของโลกมนุษย์ >>

หมายความว่าข่าวเกี่ยวกับซูฮยอนและมิรุล่วงรู้ไปถึงหูมังกรตัวอื่นแล้ว…

ระหว่างทางไปที่พักอาศัยของบล็องก์ ซูฮยอนคิดกับตัวเองเงียบๆในใจ จนหัวสมองจะระเบิดอยู่รอมร่อ

<<การทดสอบของชั้นที่ 40 ยุ่งเหยิงยิ่งขึ้นเพราะตัวตนของมิรุ หากเดาไม่ผิด ภารกิจที่ฉันต้องทําคือการยุติสงครามกับมอนสเตอร์ที่รอดชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้และเป็นปัญหาคั่งค้างที่คาราคาซังมานาน>>

บล็องก์เคยกล่าวไว้ว่าสงครามยังคงดําเนินต่อไป แม้ฟาฟเนียร์จะออกไปจากโลกนี้แล้วแต่มอนสเตอร์ที่ฟาฟเนียร์ยกพลมายังคงอาศัยอยู่บนโลกใบนี้

<<เพื่อการนั้น ฉัน…>>

ครีน!!

ฉับพลันนั้น ดวงตาสีแดงเถือกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าซูฮยอนและบล็องก์ที่กําลังเดินตีคู่กัน

-ผู้อาวุโสบล็องก์

เสียงพูดดังออกมาจากดวงตา

บล็องก์หยุดฝีเท้าและตอบกลับดวงตานั้นว่า “เมรันย่ารี”

-ใช่แล้วเจ้าค่ะ ไม่ได้พูดคุยกันนาน เห็นท่านผู้อาวุโสสบายดี ข้าก็อุ่นใจ”

“นานซะที่ไหน หากข้าไม่ถูกชายคนนี้รบกวน ป่านนี้ข้าคงยังไม่ตื่นจากการจําศีลหรอก”

<< ฉันรู้สึกสํานึกผิดเหมือนกันแฮะที่ปลุกเขาขึ้นมา >>

คําพูดของบล็องก์ทําเอาซูฮยอนเกิดความรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย ไม่นานเขาก็สามารถสลัดความอายออกไปได้พร้อมเลื่อนสายตามองไปยังดวงตาสีแดงเถือก

<< นี่คือดวงตาที่บล็องก์พูดถึงสินะ? >>

ลักษณะภายนอกเหมือนดวงตาของยักษ์ไม่มีผิด เสียงที่ถ่ายทอดออกมาผ่านดวงตา คล้ายน้ําเสียงของหญิงงานมีทั้งความไพเราะและรื่นหูสุดจะพรรณนา

<< ทั้งมังกรเขียวและมังกรที่กําลังพูดคุยผ่านดวงตา ต่างเรียกบล็องก์ว่า [ผู้อาวุโส] แสดงว่าอายุของมังกรฟ้าตัวนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ >>

แม้ระดับสีจําเป็นตัวกําหนดชนชั้นวรรณะของเหล่ามังกร แต่บล็องก์เป็นมังกรที่มีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานก่อนที่ชนวนสงครามจะเริ่มเสียอีกนอกจากบล็องก์ มังกรที่มีชีวิตอยู่ก่อนช่วงสงครามและรอดชีวิตมาถึงตอนนี้เหลือเพียงแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น

-ข้าได้ยินมาว่า ผู้อาวุโสอยู่กับมังกรแดง เรื่องจริงรี?

“เรื่องจริง”

-ท่านคาร์เน่อยากพบผู้อาวุโสบล็องก์ มังกรแดง และ มนุษย์ ผู้อาวุโสบล็องก์ช่วยนําทางพวกเขามาหาท่านคาร์เน่จะได้หรือไม่?

“ข้าจําเป็นต้องทําตามคําสั่งด้วย?”

“ฝากไปบอกคาร์เน่ด้วยว่า ถ้าอยากเจอนัก ก็มาด้วยตัวเอง และห้ามคิดมิดีมิร้ายกับอาคันตุกะของข้าโดยเด็ด ขาด ถ้าข้ารู้ ข้าจะไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่”

-รับทราบเจ้าค่ะ ข้าจะแจ้งให้ท่านคาร์เน่ทราบ

“ดีมาก ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอจบการพูดคุยไว้แต่เพียงเท่านี้”

สิ้นเสียงของบล็องก์ ดวงตาสีแดงก็ค่อยๆจางหายไป ซูฮยอนตรงสายตาไปยังจุดที่ดวงตาปรากฏขึ้นและหายไป

“มังกรที่ผู้อาวุโสพูดด้วยเมื่อครู่ ใช่มังกรส้มหรือป่าวครับ”

“เจ้ารู้ได้ไง?”

“เพราะสีของดวงตา มีสีส้มแกมอยู่ด้วย อีกทั้งความเข้มข้นของพลังเวทยังสูงกว่ามังกรทุกตัวที่ผมเคยเจอ

“ซิกฟรีดจอมขี้เกียจเป็นตัวกระจายข่าวให้มังกรตัวอื่นทราบเป็นแน่”

“ช่างเขาเถอะครับ พวกเราต้องรออีกนานแค่ไหน? ผมมีเรื่องที่ต้องทําด้วยสิ ไม่อยากเสียเวลาไปเปล่าๆ”

“เชื่อข้าเถอะ เจ้ารอไม่นานหรอก”

หลังจากบล็องก์พูดจบ ซูฮยอนเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบๆเมือง ก่อนจะพูดพึมพําขึ้นว่า

“ผู้อาวุโสพูดได้ตรงเผงเลย”

กลุ่มหมอกควันหนาเตอะเริ่มปรากฏขึ้นบริเวณรอบตัวซูฮยอนและบล็องก์ หลังม่านหมอกควันมองเห็นเพียงเงาเลือนลางยืนรอไม่นานมังกรส้มและมังกรเหลืองพลันก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกควัน

ขณะใช้สายตามองสํารวจพวกเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ซูฮยอนพลางคิดกับตัวเองในใจว่า

<< นี่มันเหมือนเทเลพอร์ตเลยไม่ใช่เหรอ? อย่าบอกนะว่ามังกรระดับสูงมีความสามารถแบบนี้ทุกตัว?น่าอิจฉาชะมัด >>

ในหมู่ผู้ตื่นขึ้นด้วยกัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ครอบครองสกิลที่มีความสามารถคล้ายคลึงกับการเทเลพอร์ตโดยเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังอีกจุดหนึ่ง แค่สกิลกระโดดไกลธรรมดาผู้ตื่นขึ้นยังตามหากันเลือดตาแทบกระเด็นแม้แต่ผู้ตื่นขึ้นแรงค์ S ยังไม่สามารถถือครองสกิลประเภทเทเลพอร์ตได้เลย

<<ดูเหมือนมังกรที่ใช้ความสามารถเทเลพอร์ตได้ จะมีแค่มังกรระดับสีเหลืองขึ้นไปเท่านั้น>>ซูฮยอนประเมินความสามารถของมังกรใหม่

<<อย่างงี้ก็แปลว่ามังกรเขียวที่ฉันเคยเผชิญหน้า เป็นแค่พวกปลายแถวนะสิ น่าผิดหวังจริงๆ >>

แต่ไม่ว่ายังไงมังกรก็เป็นมังกรอยู่วันยังค่ํา ต่อให้มันจะอ่อนแอสักแค่ไหน สุดท้ายเผ่าพันธุ์มังกรก็จัดอยู่ในสายพันธุ์ระดับสูงสุดของบรรดาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี…

“นั่นนะเหรอ? มนุษย์ที่มากับทายาทของราชามังกร”

“ทายาทของราชามังกร? พูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย มังกรแดงตัวนั้นเป็นทายาทผู้ทรยศต่างหาก”

“ขอเถอะ อย่าหยิบยกข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันขึ้นมาพูดจะได้ไหม? และห้ามใช้อารมณ์ส่วนตัวเข้าปะทะกับมังกรแดงด้วย พวกเราล้วนเป็นมังกรเหมือนกัน จะทะเลาะกันไปทําไม?”

ซูฮยอนสามารถทําความเข้าใจคําพูดที่มังกรทุกตัวกําลังกล่าวได้ เพราะบล็องก์ใช้พลังเวทถอดความภาษาของมังกรให้มนุษย์อย่างซูฮยอนเข้าใจง่ายขึ้น และเหมือนมิรุจะเข้าใจคําพูดของมังกรตรงหน้าด้วยเช่นกันมิรุที่ยืนอยู่ข้างๆซูฮยอนก้มศีรษะลงน้ําตารื้นขอบตาใกล้จะร้องไห้เต็มทน

เมื่อเห็นมิรแสดงสีหน้าเศร้าโศกเสียใจ ความรู้สึกคั่งแค้นของซูฮยอนพลุ่งพล่านอยู่ในตัว

ซฮยอนใช้สายตาขึงขังมองสํารวจมังกรที่กําลังยืนล้อมรอบ ในแววตามังกรที่เพ่งพิศมายังพวกเขาให้ความรู้สึกเหมือนกําลังชมลิงชิมแปนซีที่ถูกขังอยู่ในกรงของสวนสัตว์อย่างไรอย่างนั้น

กลุ่มมังกรที่ยืนอยู่ตรงหน้าส่วนมากเป็นมังกรเหลือง มีเพียง 5 ตัว เท่านั้นที่เป็นมังกรส้ม

ในกลุ่มมังกรที่ยกโขยงกันมามืดฟ้ามัวดิน ซูฮยอนสะดุดตาเข้ากับมังกรตัวหนึ่ง ซึ่งตัวสูงกว่ามังกรตัวอื่นและยืนอยู่ใจกลางวง

<< ถ้าเดาไม่ผิด มังกรตัวนั้น คงเป็นผู้นําของเหล่ามังกรตอนนี้สินะ >>

มังกรทุกตัวมีกลิ่นอายที่มีเอกลักษณ์ แต่มังกรตัวสูงที่สุดในกลุ่ม มีกลิ่นอายที่พิเศษยิ่งกว่ามังกรทุกตัวมังกรตัวสูงที่ซูฮยอนจ้องมองไม่วางตามีนามว่าคาร์เน่

เมื่อคาร์เน่สัมผัสได้ถึงสายตาของซูฮยอนที่กําลังมองมา มันถลึงตาใส่ซูฮยอนกลับไป ทําให้สายตาของมังกรและมนุษย์ประสานกัน

คาร์เน่เป็นฝ่ายแรกที่เปิดปากพูดกับซูฮยอนก่อน “เป็นเจ้าใช่หรือไม่ ที่นําทายาทของราชามังกรมาที่เมืองของพวกเรา?

คาร์เน่ถามด้วยน้ําเสียงสุภาพอ่อนน้อม มังกรที่ซูฮยอนเคยเจอก่อนหน้าอย่างซิกฟรีด เทียบกับคาร์เน่แล้วคนละเรื่องกันเลย ถึงแม้อีกฝ่ายจะใช้เสียงที่ฟังดูสุภาพ แต่สายตาและการแสดงออกของคาร์เน่เหมือนซิกฟรีดทุกระเบียบนิ้ว

“หากผู้อาวุโสกําลังพูดถึงมิรุ ก็ตรงตามที่ผู้อาวุโสว่า”

“มิรุ…ในภาษาบ้านเกิดของเจ้า ความหมายชื่อ แปลว่ามังกรใช่หรือไม่?”

ซูฮยอนรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่คาร์เน่ทราบถึงความหมายที่แท้จริงของชื่อมรุ

คาร์เน่กล่าวพร้อมใบหน้าที่เอิบอาบไปด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องตกใจข้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลกของเจ้าแต่ข้ามีชีวิตอยู่มานานเลยได้ยินเรื่องเล่าต่างโลกจากปากมังกรตัวอื่นผ่านหูมาบ้าง”

“ดูเหมือนผู้อาวุโสจะรู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างพอตัวเลย”ซูฮยอนกล่าว

“ความรู้ของข้า ต่อให้มนุษย์มีอายุมากกว่าร้อยปีก็ศึกษาไม่หมด”

“ในเมื่อผู้อาวุโสเป็นมังกรที่มากความรู้และมีอายุยืนยาว ทําไมผู้อาวุโสถึงแสดงความเป็นศัตรูกับเด็กอายุ 3 ขวบด้วย?”

คลื่นพลังเวทของซูฮยอนและคาร์เน่เข้าปะทะกันกลางอากาศ เศษเสี้ยวพลังเวทแตกกระจายไปทั่วทุกสาร ทิศ คลื่นพลังเวทคาร์เน่พุ่งเป้าไปที่มิรุโดยเจตนา สมาธิและพลังเวทของคาร์เน่ไม่ธรรมดามันแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ ตื่นขึ้นแรงค์ S บางคนที่ซูฮยอนเคยเผชิญหน้าด้วยเสียอีกซูฮยอนถึงขั้นต้องรีดเค้นพลังเวทออกมาเพิ่มเติมเพื่อยับยั้งคลื่นพลังเวทของคาร์เน่

<< มิน่าเล่า ทําไมซิกฟรีดพลาดท่าให้กับ ภายในใจของคาร์เน่เต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนจะมาพบซูฮยอนด้วยตัวเอง เขาสงสัยในตัวของฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอดหลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายสามารถยับยั้งพลังเวทของตัวเองได้คาร์เน่ก็เปิดใจเชื่อคําพูดของซิกฟรีดซูฮยอนแตกต่างจากมนุษย์ทุกคนที่เขาเคยพบเจอ “ผู้อาวุโสชื่อคาร์เน่ใช่ไหมครับ?”ซูฮยอนถาม คาร์เน่ไม่นึกมาก่อนว่าจะมีมนุษย์กล้าใช้สายตาแบบนั้น มองมาที่ตนเองตรงๆและเอ่ยปากพูดกับเขาแบบนี้ “ไม่ผิด เป็นข้าเอง” “ผมได้ยินเรื่องราวของผู้อาวุโสมาเยอะ ในเมื่อผู้อาวุโสมากความรู้ ช่วยคลายความสงสัยให้ผมหน่อยจะได้ไหม? มังกรแดงทรยศมังกรตัวอื่นจริงเหรอ?” การตั้งคําถามจากซูฮยอน เป็นเหตุให้คาร์เน่อดไม่ได้ต้องมั่นคิ้วขึ้น.. “เจ้าพยายามแก้ต่างให้มังกรแดง? ไม่มีประโยชน์หรอก พวกมังกรแดงขี้ขลาดตาขาว ทอดทิ้งพวกเราโดยไม่เหลียวแลโลกใบนี้ไม่มีที่ยืนสําหรับมังกรแดงอีกต่อไป” “ผู้อาวุโสเห็นมังกรแดงหนีด้วยตาตัวเอง?” “แน่นอน ข้าเห็นเต็ม 2 ตา โชคดีที่ในสงครามครั้งนั้น ข้าเป็นมังกรเพียงตัวเดียวที่รอดชีวิตหากมังกรแดงยังอยู่ป่านนี้มังกรตัวอื่นๆคงยกย่องชมเชยมังกรแดงที่ช่วยกอบกู้โลกใบนี้ไปแล้ว” “ผมเข้าใจแล้ว”ซูฮยอนพูดพร้อมพยักหน้า “แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่พวกคุณก็ยังไม่ลืมความโกรธ มังกรแดงที่ทอดทิ้งพวกคุณไป เป็นมังกรรุ่นก่อนไม่ใช่เด็กคนนี้เสียหน่อย” “หืม?” คาร์เน่และมังกรตัวอื่นขมวดคิ้วให้กับคําพูดของซูฮยอน ซูฮยอนหันหน้ามองมิรุที่ยืนข้างตัว “เด็กคนนี้ไม่ได้ทอดทิ้งพวกคุณ แต่ทําไมพวกคุณถึงเอาความโกรธมาลงที่เด็กคนนี้ด้วย?”ซูฮยอนส่ายหัวราวกับกําลังสมเพชเหล่ามังกรที่อยู่ตรงหน้า “พวกคุณบอกว่ามังกรแดงทอดทิ้งเผ่าพันธุ์มังกรของพวกคุณ ในเรื่องนั้นผมพอทําความเข้าใจได้เพราะมังกรแดงไม่ได้อธิบายอะไรให้พวกคุณทราบและหลบหนีไปแบบดื้อๆ แต่พวกคุณเคยคิดบ้างไหมว่าการเอาความผิดของมังกรตัวอื่นมาโยนใส่เด็กที่ไม่รู้อิโหน่อีเหน่เป็นการกระทําที่ไม่สมควร? เพราะเด็กคนนี้มีสายเลือดของมังกรแดงไหลเวียนอยู่พวกคุณเลยเอาความโกรธที่สั่งสมมาอย่างยาวนานมาระบายลงที่เด็กคนนี้เหรอ? ทั้งที่ความจริงเด็กคนนี้ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ในอดีตเลยรู้ไหมอะไรไหม เผ่าพันธุ์ชั้นต่ําที่พวกคุณเรียกว่ามนุษย์ยังมีความคิดสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรถูกอะไรผิดสมมุติมีพ่อแม่คู่หนึ่งกระทําความผิดคนที่สมควรโดนด่ามีแค่พ่อกับแม่เท่านั้นอย่าดึงเด็กที่ไม่รู้ความเข้าไปเกี่ยวข้อง พฤติกรรมที่เหล่ามังกรกําลังแสดงออกมาเหมือนเป็นการโจมตีผู้อื่นโดยอ้างเหตุผล เพื่อไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้เหตุผลอธิบายความผิดที่มังกรแดงรุ่นก่อนเคยก่อไว้ตั้งแต่ปีมะโว้ จึงตกมาอยู่ที่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อไปแม้ในโลกยุคปัจจุบันแนวคิดแบบเดียวกับมังกรจะเลือนหายไปบ้างแล้วแต่ก็พอหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างสังคมมังกรและสังคมมนุษย์มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก เพราะมิรุเป็นเผ่าพันธุ์มังกรแดง พวกเขายังคงติดใจเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจึงไม่ยอมเปิดใจยอมรับและให้โอกาสมิรุพิสูจน์ตัวเอง “ข้าไม่อย่าเสียเวลาเสวนากับเจ้าที่นี่นานนัก เจ้าตั้งใจฟังให้ดี สาเหตุที่สภาพแวดล้อมทางสังคมของมังกรเป็นเช่นนี้ เพราะมันคือความแตกต่างกันระหว่างมนุษย์และมังกร” “ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และมังกรเหรอ?”ซูฮยอนกล่าว… “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นกิจธุระของเผ่าพันธุ์มังกรเรา ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมหรือการดํารงชีวิตมนุษย์ และมังกรมีจุดแตกต่างกันมากโข เจ้าไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายเรื่องภายในของพวกเราหวังว่าเจ้าจะเข้าใจคําพูดของข้าถ้าเจ้าไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร”คาร์เน่ใช้สายตามองสลับไปมาระหว่างซูฮยอนและมิรุก่อนจะถามด้วยน้ําเสียงลุ่มลึก “ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทําไมเจ้าต้องโกรธแทนมังกรน้อยตัวนั้นด้วย? ความสัมพันธ์ของเจ้ากับมังกรน้อยตัวนั้นคืออะไรกันแน่?” “คําตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว ผู้อาวุโสยังจะถามอีกนะ”ซูฮยอนตอบคําถามของคาร์เน่กลับไป พลางลูบหัวปลอบโยนมิรุที่กําลังร้องไห้สะอึกสะอื้น “เขาคือลูกชายของผม ผู้อาวุโสรู้แค่นั้นพอ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน หากผมจะโกรธแทนลูกชายตัวเอง”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 162"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย