Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

การกลับมาของฮีโร่ - ตอนที่ 159

  1. Home
  2. การกลับมาของฮีโร่
  3. ตอนที่ 159
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 159

<<เสียงของยงน้อยงั้นเหรอ?>>

ยงน้อยคือมังกรฟ้าที่มีซงฮยองกิเป็นเจ้าของ เสียงที่หูซูฮยอนได้ยินเหมือนกับเสียงของยงน้อยไม่มีผิด เขาหันหน้ามองไปทางต้นเสียงที่ดังออกมา

ซูฮยอนแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามด้านบนที่มีกลุ่มเมฆลอยไปตามแรงลมอย่างช้าๆ จุดที่เขายืนอยู่เป็นพื้นที่กว้างใหญ่และมีพืชพรรณเขียวชอุ่มขึ้นรอบตัว เส้นทางข้างหน้ามองเห็นมังกรตัวสีฟ้าขนาดมหึมานอนขดตัวอยู่ ปีกทั้ง 2 ข้างหุบเก็บไว้ข้างลําตัว

<<แม้เสียงที่ฉันได้ยินจะเป็นเสียงกรน ไม่ใช่เสียงคําราม แต่เจ้าของเสียงเป็นมังกรจริงๆด้วย>>

กลิ่นอายมังกรยามหลับยังน่าเกรงขามเหมือนยามตื่นไม่เปลี่ยนแปลง แม้มังกรตรงหน้าจะนอนขดตัว แต่ขนาดตัวโดยรวมของมันใกล้เคียงกับยงน้อยของซงฮยองกิทุกระเบียบนิ้ว และยงน้อยกับมังกรที่ซูฮยอนยืนสังเกตอยู่ตอนนี้ พวกมันทั้งคู่ต่างมีสีฟ้าเหมือนกัน

<<ในหมู่มังกรสีที่อยู่วรรณะสูงสุดคือสีแดง ส่วนต่ําที่สุดเป็นสีม่วง>>

ตามคําอธิบายที่จากหนังสือที่มัลคอล์มให้ยืม มังกรฟ้าคือมังกรที่พบเห็นได้บ่อยสุด

[การทดสอบของชั้นที่ 40 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ]

[กอบกู้โลกของมังกร มังกรตัวข้างหน้าจะนําทางคุณ]

“ ?”

เนื่องจากคําอธิบายมีใจความสั้นเกินไป ซูฮยอนจึงตัดสินใจยืนรออีกสักพัก เวลาผ่านไปหลายนาที่กลับได้ วี่แววคําอธิบายเพิ่มเติม หมายความว่าคําอธิบายมีแค่ 1 บรรทัด สิ่งเดียวที่ซูฮยอนสามารถพึ่งพาได้ คือมังกรที่นอนหลับอยู่ตรงหน้า

<<ซับซ้อนซ่อนเงื่อนตั้งแต่เริ่มต้นเลยเหรอเนี่ย สมแล้วที่เป็นการทดสอบชั้นที่ 40>>

ซูฮยอนขมวดคิ้วพลางใช้สายตาพินิจมองมังกรที่กําลังหลับใหลอย่างสบายอารมณ์ รอบตัวของเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ ไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน แถมคําอธิบายก็แทบไม่มีข้อมูลเลย เขาคงต้องหวังพึ่งมังกรที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

<<โลกของมังกรงั้นเหรอ….>>

ที่นี่อาจเป็นโลกที่เหล่ามังกรเป็นใหญ่ แค่มองมังกรตัวข้างหน้าที่เอาแต่นอนโดยไม่เกรงกลัวว่าจะมีใครมาทําร้ายมัน ก็สามารถคาดเดาโครงสร้างของโลกคร่าวๆได้แล้ว

ในโลกแห่งนี้ การมีอยู่ของมังกรจะไม่ถูกมองว่าเป็นตัวตนที่แปลกประหลาด กลับกันมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่ามนุษย์ต่างหาก ที่อาจถูกเหล่ามังกรมองว่าเป็นตัวตนที่แปลกประหลาดแทน

<<คําบรรยายบอกให้ฉัน “กอบกู้” โลกใบนี้ แล้วจะให้ฉัน “กอบกู้” โลกใบนี้จากอะไร?>>

ในมุมมองของซูฮยอนโลกใบนี้ค่อนข้างสงบสุข ไม่มีความจําเป็นต้องให้เขาช่วยเหลือเลยสักนิด

<<อืม…บางทีอาจมีรายละเอียดที่ฉันยังไม่รู้ก็ได้>>

ซูฮยอนส่ายหัวไล่ความคิดที่ไม่จําเป็นออก สําหรับรายละเอียดที่เขายังไม่รู้ เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆในอนาคต รายละเอียดคงเปิดเผยออกมาเอง

ด้จากเสียงสังเคราะห์ บอกว่า

ยอนควรให้ความสนใจมังกรตัวข้างหน้ามากกว่า เพราะมังกรตัวข้างหน้าจะนําทางเขา

“มิรุ”

ซูฮยอนเอื้อมมือออกไปด้านหน้าตั้งใจอัญเชิญมิรออกมาข้างนอก ไม่นานมิรุก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือหัวของเขา ทันทีที่มิรุได้มีโอกาสออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกอีกครั้ง มันสยายปีกแล้วบินฉวัดเฉวียนรอบๆตัวซูฮยอน พร้อมคํารามออกมาอย่างมีความสุข ขนาดตัวของมิรุตอนนี้ใหญ่กว่าตัวซูฮยอนหลายเท่า

คิ้ว!!! คิ้ว!!!

แม้ว่าขนาดตัวของมิรุจะใหญ่กว่าเมื่อก่อน แต่นิสัยของมิรุยังคงเหมือนเด็กน้อยเช่นเดิม

ขณะที่มิรุกําลังบินวนรอบๆอย่างสนุกสนาน สายตาของมิรุเหลือบไปเห็นมังกรตัวหนึ่งกําลังหลับไหลอยู่ใกล้ๆ เปลือกตาของมิรเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด

“โลกใบนี้ มีเผ่าพันธุ์มังกรเหมือนนายอาศัยอยู่ด้วย ทําให้นายสามารถออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกได้”

ซูฮยอนไม่ค่อยอัญเชิญมิรุออกมาข้างนอกบ่อยนัก เพราะขนาดตัวที่ใหญ่เกินไปของมังกรแดง อาจสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คน หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมอนสเตอร์ที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยน

แต่ที่นี่คือโลกของมังกร มิรุจึงสามารถออกมาข้างนอกได้โดยไม่มีปัญหากวนใจตามมาภายหลัง อีกอย่าง การที่ซูฮยอนอัญเชิญมิรุออกมา เพราะมีเหตุผลอยู่

<<อัญเชิญมิรุออกมาข้างนอก อาจทําให้ฉันง่ายต่อการพบเบาะแสเกี่ยวกับมิรุก็ได้ ไม่รู้ว่าการตัดสินใจของฉันจะได้ผลไหม แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลอง>>

ซูฮยอนให้ความสนใจตัวตนของมิรุค่อนข้างมาก ในสายตาของเขาตัวตนของมิรุเต็มไปด้วยปริศนา แม้แต่ซงฮยองกิผู้เชี่ยวชาญสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มากๆคนหนึ่ง ก็ไม่สามารถให้คําตอบได้ว่ามิรุมีที่ไปที่มาอย่างไร

กระทั่งเผ่าพันธุ์มังกรด้วยกันก็ตอบไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นมังกรฟ้าของซงฮยองกิ ไม่ว่าซงฮยองกิจะซักไซ่ให้ตายยังไง มังกรฟ้าก็ให้คําตอบแก่ผู้เป็นนายไม่ได้ นอกจากกัมหัวทําความเคารพมิรุตามสัญชาตญาณ

“ฉันสงสัยจัง ว่าจะคุยกับมังกรตรงหน้ารู้เรื่องหรือป่าว…”

ซูฮยอนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเท้าเดินไปหามังกรที่กําลังอยู่ในห้วงนิทรา

ซงฮย็องกิเคยบอกกับเขาว่าต่อให้ไม่ใช่ช่วงจําศีล มังกรก็สามารถนอนหลับได้นานถึง 2-3 ปี ซูฮยอนรู้สึกผิดในใจเล็กน้อยที่ต้องปลุกมังกรให้ตื่นกลางคัน แต่ถ้าจะให้เขาทิ้งการทดสอบ แล้วรอให้มังกรตื่นเองตามธรรมชาติ แบบนี้ก็คงไม่ไหว…

“ขอโทษนะครับ ผมมีเรื่องอยากสอบถามสักหน่อย ไม่ทราบว่าสะดวกไหม?”ซูฮยอนส่งเสียงเรียกมังกรฟ้า สิ่งมีชีวิตที่กําลังนอนหลับกระดิกหางเล็กน้อย แต่ส่วนหัวของมันยังคงนอนราบติดไปกับพื้นดิน เสียงกรนที่คล้ายกับเสียงคํารามดังออกมาทางโพลงจมูกไม่ขาดสาย

“เอ่อ….ปลูกด้วยปากคงจะไม่ตื่นแหงๆ”

ซูฮยอนยกเท้าขึ้น จากนั้นก็กระทืบลงไปบนพื้นเต็มแรง

ตูม!!

แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงแล่นไปตามพื้นดินปลุกมังกรให้ตื่นขึ้นจากหัวงนิทรา มังกรตรงหน้าหลับลึกเป็นอย่างมาก ทําให้ซูฮยอนต้องใช้กําลังเข้าช่วย ถ้าไม่ปลุกด้วยวิธีนี้ ตะโกนเรียกจนเสียงแหบเสียงแห้ง มังกรคงไม่ยอมตื่น

“ผมก็ไม่อยากทําแบบนี้หรอก แต่ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณจริงๆ”

โฮกกกกกก….

มังกรที่เห็นซูฮยอนกล้ารบกวนการนอนหลับของมัน รีบยกหัวขึ้นพร้อมเปล่งเสียงคํารามดังสนั่น มันตั้งใจข่มขู่ให้อีกฝ่ายเกิดความหวาดกลัว แต่เหมือนจะไม่เป็นผล ใบหน้าของซูฮยอนเรียบเฉยไม่ต่างจากเดิม

-มนุษย์? เจ้ามาทําอะไรที่นี่?

โทนเสียงทุ่มต่ําคล้ายๆชายวัยกลางคน ดังก้องขึ้นในหัวของซูฮยอน

ซูฮยอนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมังกรเหมือนจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

“คุณพูดภาษาของมนุษย์ได้ด้วย แสดงว่าคุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษามนุษย์ไม่น้อยแน่ๆ”

-มนุษย์ช่างโง่เขลายิ่งนัก ข้าจะบอกอะไรให้ ตอนที่ข้าอายุได้ 100 ปีบริบูรณ์ ข้าก็เชี่ยวชาญด้านการใช้เวทมนตร์แปลภาษาของเผ่าพันธุ์อื่น ต่อให้เจ้าไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เป็นเผ่าพันธุ์ป่าเถื่อนที่ไร้อารยธรรม ข้าก็สามารถสื่อสารได้ไม่มีปัญหา

“สุดยอด!! ในเมื่อคุณมีอายุมากกว่าผม ต่อจากนี้ผมจะเรียกคุณว่าผู้อาวุโส”

-ตอบคําถามของข้ามาเจ้ามนุษย์ เจ้ามาทําอะไรที่น?

“คือว่า….”

ซูฮยอนกระอีกกระอัก ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

<<มังกรตรงหน้าจะใช้กรงเล็บตะปบฉันหรือป่าว หากฉันบอกว่า ฉันมาเพื่อช่วยโลกใบนี้?>>

โดยธรรมชาติมังกรทุกตัวแล้ว มักถือว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเหนือกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์

ก.งพาเขาเหนือกว่าเผ่าพันธ์มนษย์ จากเนื้อหาในหนังสือ ที่ยืมมัลคอล์มอ่าน บอกไว้ว่ามังกรเป็นผู้สอนเวทมนตร์ให้แก่มนุษย์ รวมถึงวิชาความรู้และอารยธรรมต่างๆ ส่วน ใหญ่มังกรล้วนถ่ายทอดให้ทั้งสิ้น

จึงเป็นเหตุผลว่าทําไม มังกรถึงได้คิดว่าพวกมันคือผู้มีเมตตาต่อมนุษย์ หากซูฮยอนพูดความจริงไปว่า เขามาเพื่อช่วยโลกใบนี้ คิดเหรอว่ามังกรที่ทะนงศักดิ์จะเชื่อคําพูดมนุษย์ตัวเล็กจ้อยอย่างเขา..

<<หรือฉันจะอ้างว่าตัวเองหลงทางดี…?>>

แต่ทันใดนั้นเอง……..

มังกรฟ้าก็สังเกตเห็นตัวตนของมิรุ ลําตัวขนาดใหญ่ที่เคยนอนขดตัวราบไปกับพื้น รีบผลุนผลันยันร่างใหญ่โตลุกขึ้นทันที

-มังกรแดง??

คิ้ว!!! คิ้ว!!!

มิรุคงหวาดกลัวมังกรฟ้าตรงหน้าเป็นแน่ เพราะมิรบินไปแอบอยู่ด้านหลังของซูฮยอนด้วยหน้าถอดสี

<<ฝ่ายตรงข้ามหน้ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?>>

ซูฮยอนมองไปที่มิรุ ซึ่งเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ก่อนจะหันกลับไปมองที่มังกรฟ้าต่อ

เมื่อเปรียบเทียบกับมังกรฟ้าของซงฮยองกิ ขนาดตัวของทั้งคู่มีความใกล้เคียงกัน แต่ถ้าวัดกันที่ความแข็งแกร่งแล้ว ซูฮยอนพูดได้อย่างเต็มปากว่า มังกรฟ้าตัวตรงหน้าแข็งแกร่งกว่ามังกรฟ้าของซงฮยองกิหลายเท่า

สาเหตุที่มังกรฟ้าของซงฮยองกิอ่อนแอกว่า เพราะมังกรฟ้าของซงฮยองกิมีอายุเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น

เทียบกับมังกรฟ้าตรงหน้าซูฮยอนแล้ว มันปลดปล่อยกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันยาวนานที่พรรณนาเป็นคําพูดไม่ได้ออกมา ราวกับว่ามันมีชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน หมายความว่าอายุของมันอาจมากกว่า 100 ปี

<<มังกรฟ้าตัวนี้ มีอายุมากแค่ไหนกันแน่?>>

ความแข็งแกร่งของมังกรแบ่งออกเป็น 2 อย่าง

อย่างแรกคือ โทนสี

อย่างที่สองคือ อายุของมังกร

เมื่อลองพิจารณาจาก 2 อย่างที่ยกมา มังกรฟ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าซูฮยอน ไม่ได้มีระดับสูงไปกว่ามังกรของซงฮยองกิเลย แต่เหตุผลที่มังกรฟ้าตัวนี้ทรงพลังยิ่งกว่ามังกรของซงฮยองกิ เพราะมันมีชีวิตอยู่มาอย่างเนินนาน..

-มังกรแดงอยู่กับเจ้านานหรือยัง?

“พวกเราอยู่ด้วยกันเข้าปีที่ 2 แล้วครับ”ซูฮยอนตอบคําถามของมังกรฟ้า

-ทําไมมังกรแดงถึงไปอยู่กับมนุษย์ได้…?

“ผู้อาวุโสพอรู้ประวัติความเป็นมาของมิรบ้างหรือป่าวครับ เอ่อ….ผมหมายถึงมังกรแดงที่กําลังหลบอยู่ด้านหลังผมตัวนี้น่ะครับ”

มังกรฟ้านิ่งเงียบไม่ยอมตอบคําถามซูฮยอนกลับ ทว่าปฏิกิริยาที่มังกรฟ้าแสดง ทําให้ซูฮยอนมั่นใจในบางอย่าง

<<กะแล้วเชียว>>

สัญชาตญาณในตัวของซูฮยอนกําลังบอกว่า [ปฏิกิริยาความเงียบ] ที่มังกรฟ้าเผยออกมา หมายความว่ามังกรฟ้าต้องรู้อะไรบางอย่าง ซูฮยอนค่อนข้างมั่นใจเต็มเปี่ยม ว่าเขาจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับมิรุจากมังกรฟ้าตัวนี้

“เจ้าไปเจอมังกรแดงที่ไหน?

เดิมที่ซูฮยอนคิดจะตอบว่า “ผมได้มาจากรางวัลการเคลียร์บททดสอบ แต่คิดไปคิดมา เขาควรหาคําตอบที่ดูเหมาะสมกับความเป็นจริงให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า

“ผมบังเอิญไปเจอมันตอนที่กําลังฟักออกจากไข่พอดี หลังจากนั้นมันก็ติดผมแจ ไม่ยอมห่างไปไหน”

-เจ้าบอกว่ามันฝึกออกมาจากไข่?

“ใช่ครับ”

“อย่างงั้นเหรอ

หลังจากมังกรฟ้าได้ยินคําตอบ การแสดงออกทางสีหน้าของมันอึมครึมขึ้น เหมือนกับกําลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง…

มังกรถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สูงส่ง อย่างน้อยมังกรฟ้าตัวนี้ต้องรู้ตัวตนของมิรุแน่ๆ ในใจของซูฮยอนเต็มไปด้วยความคาดหวัง ซูฮยอนไม่ทิ้งช่วงนานรีบพูดกับมังกรฟ้าต่ออีกครั้งว่า..

“ผมอยากรู้การดํารงอยู่ของมังกรแดง และ…”

ซูฮยอนเกิดอาการลังเลขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจพูดออกไปด้วยความระมัดระวัง

“สถานการณ์ปัจจุบันของโลกใบนี้เป็นยังไงบ้าง?”

มังกรฟ้าใช้สายตามองสลับไปมาระหว่างซูฮยอนกับมิรุ

-เรื่องที่เจ้าถาม เก็บไว้คุยระหว่างเดินทางดีกว่า

“หืม?”

มังกรฟ้าหันหลังให้ซูฮยอน หางยาววางนาบติดพื้น เห็นได้ชัดว่ามังกรฟ้ากําลังส่งสัญญาณให้ซูฮยอนปืนขึ้นไปบนหลังของมัน

ซูฮยอนละล้าละลังพักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจปีนขึ้นไปบนหลังมังกรฟ้าพลางปลอบมิรุที่สั่นกลัวไม่หยุด เขาไม่รู้ว่ามังกรฟ้าตั้งใจจะทําอะไร แต่ข้อความที่ระบบชี้แจงมา บอกว่ามังกรฟ้าตัวนี้จะนําทางเขา มันคงไม่มีเจตนาร้าย

-จับไว้ให้แน่น ข้าจะออกเดินทางแล้ว

ปีกขนาดใหญ่ 2 ข้างคลี่ออก มังกรฟ้าถีบตัวจากพื้นและพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

เมื่อลอยเหนือพื้นขึ้นมาได้พอประมาณ มังกรฟ้าจึงเริ่มเอ่ยปากพูดกับซูฮยอน…

-มังกรแดงถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง

ความหวาดกลัวที่มิรุมีต่อมังกรฟ้าเริ่มบรรเทาลง ซูฮยอนเลิกปลอบมิรุและเงี่ยหูตั้งใจฟังคําพูดของมังกรฟ้า

-สีแดงเป็นสีที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งบ่งบอกถึงสายเลือดโดยตรงของผู้ปกครองมังกรทุกตัว หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ราชามังกร

“ราชามังกร…?”

สิ่งที่มังกรฟ้าพูด คงคล้ายๆกับยศถาบรรดาศักดิ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนโลกมนุษย์ เพื่อแบ่งแยกชนชั้น และบ่งบอกถึงสถานะทางสังคม ให้ผู้อื่นเกิดความเคารพยําเกรง

มังกรก็แบ่งแยกชนชั้นไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ โดยใช้สีของลําตัวแยกแยะเทือกเถาเหล่ากอ

และสีแดงจัดอยู่ในอันดับสูงสุด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทายาทสายตรงของราชามังกร

คิ้ว?

มิรุที่เกิดมาพร้อมกับสายเลือดสูงส่ง กําลังเอียงหัวไปด้านข้างและทําหน้ามึนงง ราวกับต้องการถามว่าพวกคุณคุยอะไรกันเหรอ?

ซูฮยอนทําได้เพียงถอนลมหายใจออกมาเบาๆ กับท่าทางไร้เดียงสาของมิรุและถามมังกรฟ้าว่า

“ผมจะตามหาครอบครัวของมิรได้ที่ไหน แล้วโลกใบนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

มังกรฟ้าเผยอาการกระฝึกกระหยักออกมาแวบหนึ่งและเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบคําถามซูฮยอน ผ่านไปได้สักพักมังกรฟ้าก็ตอบกลับด้วยน้ําเสียงแผ่วเบาผิดปกติ

-ทายาทสายตรงของราชามังกรที่รอดชีวิตไม่มีอีกแล้ว

“ว่าไงนะครับ?”

-ข้าบอกว่าทายาทสายตรงของราชามังกรล้มตายไปหมดแล้ว มังกรบางตัวสันนิษฐานว่าทายาทมังกรแดงคงหนีไปกบดานที่ไหนสักแห่ง แต่ตามความคิดเห็นของข้า มังกรแดงที่ยังเหลือรอดชีวิต คงมีเพียงเล็กน้อยที่อยู่กับเจ้านั่นแหละ

คําบอกเล่ามังกรฟ้าสร้างความตกใจให้แก่ซูฮยอนเป็นอย่างมาก เขานึกไม่ถึงมังกรแดงตัวอื่นๆจะตายไปหมดแล้ว ตอนแรกเขาก็หลงคิดไปว่าตัวเองจะมีโอกาสเจอมังกรแดงที่มีขนาดตัวใหญ่กว่ามิรุเสียอีก

“เกิดอะไรขึ้นครับ ทําไมมังกรแดงถึง…?”

-เพราะสงคราม

“คุณบอกว่าสงคราม? ทําไมถึงเกิดสงครามได้?”

-ข้าไม่รู้จะอธิบายยังไง เห็นด้วยตาเจ้าเองจะดีกว่า

รูป

กลุ่มหมอกสีดําเข้าปกคลุมร่างกายซูฮยอนอย่างช้าๆ ซูฮยอนไม่ขัดขืนหรือต่อต้านมัน เขาปล่อยให้หมอกสีดําปกคลุมร่างต่อไป ไม่นานภาพตรงหน้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ร่างกายของซูฮยอนรู้สึกไร้น้ําหนัก ราวกับกําลังล่องลอยไปบนอากาศ

ตูม!!!

โฮกกกกกกกก!!

เสียงระเบิดและเสียงคํารามดังขึ้นพร้อมกัน ท้องฟ้าด้านบนมืดสนิท แต่กลับมองไม่เห็นหมู่ดาว

ซูฮยอนหรีดวงตาลง เพื่อเพ่งมองภาพที่ปรากฏออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“นี่มัน ภาพลวงตา?”

ร่างกายของซูฮยอนกําลังลอยอยู่กลางอากาศ ขณะที่กิริยาท่าทางของเขายังคงนั่งชันเข่าอยู่เหมือนเดิม

ซูฮยอนรู้อยู่แล้วว่าภาพที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา หลังจากสังเกตรายละเอียดที่อยู่ในภาพลวงตาทั้งหมด เขามั่นใจว่าภาพลวงตาที่เห็นอยู่ตอนนี้ คงเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

<< นี่คือสงครามที่มังกรฟ้าพูดถึงสินะ?>>

ซูฮยอนมองเห็นร่างไร้วิญญาณของมังกรนอนแน่นิ่งไกลออกไป

บนพื้นเกลื่อนกลาดไปด้วยซากศพมังกรและซากศพมอนสเตอร์ เลือดไหลรินออกมาจากร่างไร้วิญญาณของมังกร ก่อให้เกิดบ่อเลือดขนาดย่อม

<<เดี๋ยวก่อน นั่นมัน…>>

ทันใดนั้นเอง สายตาของซูฮยอนก็ไปสะดุดเข้ากับมอนสเตอร์ตัวหนึ่ง

โฮกกกก!!

ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ไกลออกไป มีเต่ายักษ์ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ํา มันมีชื่อว่า…

<<เต่าไททัน>>

รูปร่างใหญ่โตของเต่าไททัน กินพื้นที่ของทะเลสาบไปครึ่งหนึ่ง กระดองที่อยู่บนหลังของมัน มีความแข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างมาก สามารถป้องกันอาวุธได้หลายรูปแบบ

ซูฮยอนคุ้นเคยกับเต่าไททันเป็นอย่างดี เพราะเขาเคยเผชิญหน้ากับมันมาก่อน

<<ปกติมอนสเตอร์ตัวนั้นพบได้ในดันเจี้ยนระดับสีนิลกาฬไม่ใช่เหรอ? แล้วมันมาโผล่ที่นี่ได้ไง?…>>

เมื่อซูฮยอนลองสํารวจบริเวณรอบๆให้ถี่ถ้วน เขาพบว่ามอนสเตอร์ทรงพลังที่ตัวเองรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ได้ปรากฏออกมาแค่ตัวเดียว

มอนสเตอร์ที่กําลังเปิดฉากทําสงครามกับเหล่ามังกรบนสนามรบ บางตัวมีลักษณะคล้ายคลึงกับมอนสเตอร์ที่ซูฮยอนเคยเห็นผ่านตาทุกประการ

ในบรรดามอนสเตอร์ที่โผล่ออกมา ซูฮยอนจําชื่อได้ไม่หมดทุกตัว แต่เขายังพอจํารูปลักษณ์ภายนอกของพวกมันได้…

สถานการณ์บริเวณทะเลสาบตอนนี้ เต่าไททันกําลังเปิดฉากต่อสู้กับกลุ่มมังกรส้ม ซึ่งเหล่ามังกรที่กําลังกุลีกุจอกลุ้มรุมเต่าไททัน มีขนาดตัวที่ใหญ่โตไม่แพ้เต่าไททันเลย

การที่ได้เห็นมังกรส้มถึง 5 ตัว ต่อสู้กับเต่าไททันอย่างดุเดือด เป็นภาพที่หาชมได้ยากมาก

<<อย่างนี้นี่เอง ฉันพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว>>

ซูฮยอนกระจ่างแล้วว่าสงครามที่ถ่ายทอดผ่านภาพลวงตาของมังกรฟ้าคืออะไร..

<<ภาพเหตุการณ์ที่คล้ายๆแบบนี้ ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจําของฉันไม่เลือนหาย>>

ท้องฟ้าสีดํามืดสนิท ฝูงมอนสเตอร์บุกโจมตีอย่างกะทันหัน

การระบาดของดันเจี้ยนไม่สามารถหยุดยั้งได้อีกต่อไป…

ตูม!! ตูม!! ตูม!!

จู่ๆซูฮยอนก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันมหาศาล เขารีบหันหน้าไปมองต้นตอของคลื่นพลังที่ว่าอย่างรวดเร็ว

สิ่งมีชีวิตที่กําลังจะปรากฏตัวออกมา มีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามยิ่ง กระทั่งเจ้าของภาพลวงตาก็ตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของมัน

แม้ร่างของมันจะยังไม่เผยโฉมออกมา แต่ซูฮยอนคุ้นเคยกับคลื่นพลังของมันดี

<<มันใกล้จะออกมาแล้ว>>

บอสที่บงการเหล่ามอนสเตอร์และสัตว์อสูรอยู่เบื้องหลัง ค่อยๆก้าวออกมาจากช่องว่างมิติแล้วเดินผ่านร่าง ของซูฮยอนไป

ยักษ์ที่มีหัวเป็นมังกร ชื่อของมันคือ…

<<ฟาฟเนียร์>>

ทันทีที่ซูฮยอนได้เห็นรูปร่างสิ่งมีชีวิตตัวนั้นทนโท่เต็ม 2 ตา เจตนาฆ่าฟันที่หนาแน่นพรั่งพรูออกมาจากร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง

*************

ระดับดันเจี้ยนในเรื่องมี 7 ระดับสี ได้แก่

1.สีแดง

2.สีส้ม

3.สีเหลือง

4.สีเขียว

5.สีน้ําเงิน

6.สีนิลกาฬ

7.สีม่วง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter " ตอนที่ 159"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย