Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

การกลับมาของฮีโร่ - ตอนที่ 145

  1. Home
  2. การกลับมาของฮีโร่
  3. ตอนที่ 145
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 145

เมื่อบักหยุนกิวได้รับรายงานว่ามีการค้นพบดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินในประเทศเกาหลีใต้ เขารีบบินกลับประเทศและรุดหน้ามายังสถานที่เกิดดันเจี้ยนทันที

สถานที่เกิดดันเจี้ยนอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาซอรัคซาน ดันเจี้ยนเพิ่งถูกค้นพบช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาทําให้ยังมีเวลาเตรียมตัวอีกสักพัก ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดันเจี้ยนระบาดขึ้น แต่เหตุผลหลักๆที่ปล่อยให้ดันเจี้ยนคาราคาซังไว้อย่างงั้น เพราะบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานเหลือจํานวนไม่มาก

<<ดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงิน…>>

บักหยุนกิวเพ่งสายตามองไปอีกด้านหนึ่ง บริเวณสะพานที่ผู้คนใช้สัญจรลัดเลาะไปตามแนวเขา มีดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินอีกแห่งปรากฏขึ้น ทว่าดันเจี้ยนที่ตั้งอยู่บนสะพาน ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่กว่าดันเจี้ยนที่ตั้งอยู่ในภูเขาซอรัคซาน

<<ดันเจี้ยน 2 แห่ง ปรากฏขึ้นพร้อมกัน แถมยังตั้งอยู่ใกล้เคียงกันอีก…>>

สิ่งที่เกิดขึ้นผู้คนเรียกกันว่า [ปรากฏการณ์ดันเจี้ยนฝาแฝด]

ดันเจี้ยนฝาแฝดเป็นดันเจี้ยนที่เกิดขึ้นพร้อมกันและในสถานที่เดียวกัน ได้ชื่อว่าเป็นวัน เจี้ยนฝาแฝดหมายความว่าทั้ง 2 ดันเจี้ยนมีความเกี่ยวข้องกัน ฉะนั้นเวลาดันเจี้ยนเกิดการระบาดขึ้นพวกมันก็จะระบาดไปพร้อมกัน

ตามปกติดันเจี้ยนฝาแฝดจะเกิดขึ้นกับดันเจี้ยนระดับต่ํามากกว่า ไม่เคยมีประเทศไหนค้นพบดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินโผล่ออกมาพร้อมกันถึง 2 แห่งมาก่อน

“เฮ้อ กะทันหันจริงๆ” บักหยูนกิวบ่นพึมพํา

แค่ดันเจี้ยนระดับสีเขียวเกิดการระบาด ก็มีพลังทําลายล้างที่มหาศาล อานุภาพของมันสามารถทําลายเมืองเล็กๆได้ถึง 2 แห่งอย่างง่ายดาย

เมื่อไม่นานมานี้ มีเมืองแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ดันเจี้ยนระดับสีเขียวระบาด ผู้คนจํานวนมากยังจําภาพความโหดร้ายในวันนั้นไม่เลือนหาย

บักหยุนกิวนึกภาพไม่ออกว่าถ้าหากดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินระบาดขึ้นพร้อมกัน คราวนี้คงไม่ใช่แค่เมือง แต่คงเป็นทั้งจังหวัดที่ต้องหายไปจากแผนที่ประเทศ

“หัวหน้าครับ!”ชายร่างใหญ่ที่มีชื่อว่าคังซึ่งชอลวิ่งข้ามสะพานมาหาบักหยุนกิวอย่างรีบร้อน

บักหยุนกิวที่กําลังสํารวจภายนอกดันเจี้ยนหันกลับมาถาม “เป็นไงบ้าง?

“จากการประเมินคาดว่าดันเจี้ยนจะระบาดในอีก 15 วัน ถึง 1 เดือนต่อจากนี้ครับ”

คําตอบจากคังซึ่งชอล ทําให้ใบหน้าของบักหยูนกิวเคร่งเครียดยิ่งขึ้น “ทําไมถึงกําหนดระยะเวลาที่แน่นอนไม่ได้?”

“ทางเราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินแห่งนี้มากนัก สิ่งที่ทางเราทําได้คือประเมินความเป็นไปได้จากข้อมูลที่รวบรวมมาเบื้องต้น”

“งั้นเหรอ เฮ้อ อีกไม่นานฉันคงเป็นบ้าเพราะเรื่องนี้แน่ๆ”

<< 1 เดือน หรือ 15 วัน ระยะเวลาเตรียมตัวน้อยเกินไป >>

สมมุติดันเจี้ยนเกิดระบาดขึ้นภายในระยะเวลา 15 วัน หมายความว่าพวกเขาต้องโจมตีดัน เจี้ยนภายใน 10 วันหรืออาจน้อยกว่านั้น

<<ฉันหวังว่าซูฮยอนจะกลับมาที่ประเทศเกาหลีเร็วๆ>>

ในตอนนี้ประเทศเกาหลีมีผู้ตื่นขึ้นแรงค์ S เหลืออยู่น้อยมาก เพราะทั้ง ซูฮยอน ซงฮย็องกิและชวาฮักจุน ผู้ตื่นขึ้นแรงค์ S หน้าใหม่ต่างอยู่ที่ซานฟรานซิสโก เพื่อเข้าร่วมสงครามแก่งแย่งอันดับ

“รีบไปเร่งรัดตามซูฮยอนกลับมาให้เร็วที่สุด”

“รับทราบครับ หัวหน้า!”

คังซึ่งชอลทราบเป็นอย่างดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ร้ายแรงแค่ไหน จะมัวพิพิไรไม่ได้ เขารีบหมุนกายจากไป เพื่อทําภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สําเร็จลุล่วง

ภายในภูเขาซอรัคซานจึงเหลือบักหยูนกิวยืนอยู่ตัวคนเดียว สาเหตุที่เขาต้องรั้งอยู่ที่นี่ เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย

<<หากดันเจี้ยนเกิดระบาดขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาล่ะก็…>>

บักหยุนกิวจับด้ามดาบไว้แน่น ดวงตาเปล่งประกายแพรวพราว

<<ฉันต้องหยุดมันให้ได้>>

ท้ายที่สุดซูฮยอนก็ยอมลากสังขารมานอนพักผ่อนบนเครื่องบินส่วนตัว ไม่ใช่ห้องพักสุดหรูหราบนโรงแรม การเดินกลับประเทศเกาหลีต้องใช้เวลานานครึ่งค่อนวัน ผนวกกับมีเรื่องเร่งด่วนเข้ามาพวกเขาไม่สามารถอ้อยอิ่งรั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโกได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจบินกลับประเทศเกาหลีทันทีทว่าการเดินทางกลับรอบนี้ มีสมาชิกคนใหม่ห้อยตามมาด้วย

“ว้าว…”

โทมัสเดินวกไปวนมาทั่วห้องโดยสารบนเครื่องบินส่วนตัว นัยน์ตาเปล่งประกายระยิบระยับตลอดชีวิตที่ผ่านมาโทมัสไม่เคยนั่งเครื่องบิน

โทมัสเป็นผู้ตื่นขึ้นระดับสูงก็จริง แต่การได้นั่งเครื่องบินที่ยกตัวสูงจากพื้น แล่นไปตามสายลมบนท้องฟ้าเป็นครั้งแรก ทําให้เขาเก็บความรู้สึกตื่นเต้นไม่อยู่ แถมความเร็วไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ารถยนต์เลย เผลอๆเร็วกว่าด้วยซ้ํา

“ดูท่าทางเดือดําของเขาสิ เหมือนไม่รู้ว่าบนโลกเรามีสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าเครื่องบินอยู่งั้นแหละ”ฮักจุนที่กําลังนอนพักผ่อน ยกผ้าปิดตาขึ้นและมองโทมัส

ซูฮยอนกล่าวตอบ โดยที่เอนตัวนอนลงบนเบาะนุ่มๆ “ฉันจําได้ว่าแรกๆ นายก็เคยแสดงอาการแบบเดียวกับโทมัสออกมาเหมือนกันไม่ใช่เรอะ”

“ผมเนี่ยนะ?”

“ใช้สิ”

ฮักจนกระมิดกระเมี้ยนอายม้วนต้วน เขาเกาแก้มตัวเองและเลื่อนผ้าปิดตาลงมาเหมือนเดิม

โทมัสเดินเป็นเสือติดลั่นสํารวจทั่วเครื่องบินอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ครั้นรู้สึกเหนื่อย เขาก็กลับไปนั่งเก้าอี้ของตัวเองพลางหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

หลังจากบินลัดฟ้ามาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเครื่องบินก็เริ่มลดเพดานบินแล้วลงจอดที่สนามบิน เวลาของเกาหลีตอนนี้อยู่ในช่วงเที่ยงวัน แสงแดดจึงร้อนอบอ้าว

ซูฮยอนค่อยๆลืมตาตื่น เขาอ้าปากหาวหวอดใหญ่และก้าวลงจากเครื่องบิน

“พี่จะไปยังจุดเกิดเหตุเลยหรือป่าว?”

ฮักจนได้ยินข่าวเกี่ยวกับดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินมาแล้ว เขาจึงถามซูฮยอนด้วยความกังวลใจเพราะเขาเคยมีประสบการณ์ต่อสู้ในดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินมาก่อน เลยทราบถึงระดับความยากในการพิชิต ทว่าครั้งนี้ดันเจี้ยนไม่ได้มีแห่งเดียว แต่ปรากฏออกมาพร้อมกันถึง 2 แห่ง

“ไม่ล่ะ ฉันกะว่าจะไปที่แห่งหนึ่งก่อน” ซูฮยอนตอบ

“ที่ไหนเหรอครับ?”

“ขอโทษด้วยจริงๆ ฉันคงพานายไปด้วยไม่ได้ พอดีคนที่ฉันกําลังแวะไปหา ค่อนข้างเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย แถมยังอารมณ์ร้อนอีกต่างหาก”

“ หรือว่าจะเป็นคนที่พี่เคยเล่าให้ผมฟัง?”ฮักจุนถามด้วยความประหลาดใจ

มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ซูฮยอนกล้าเรียกเขาว่าคนอารมณ์ร้อน ต้องเป็นช่างตีเหล็กหรือช่างฝีมือคิมแดโฮไม่ผิดแน่ ฮักจุนเคยได้ยินซูฮยอนกล่าวยกย่องอีกฝ่ายบ่อยครั้ง

“เขาแจ้งมาว่าอาวุธของฉันทําเสร็จแล้ว”

“จริงเหรอครับ?”

“นาย 2 คนกําลังพูดเรื่องอะไรกัน?”ลีจุนโฮถาม

“จริงสิ ฉันยังไม่เล่าให้นายฟังเลยนี่น่า”

ซูฮยอนเร่งอธิบายเรื่องอาวุธที่วานให้คิมแดโฮสร้างขึ้น หลังจากได้ยินคําอธิบายดวงตาของลีจุนโฮถ่างกว้างด้วยความตกตะลึง

“อาดามันเทียมของแท้หรือป่าว?”

“อาดามันเทียมของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันยืนยัน”

“นายเคยบอกให้ฉันฟัง ว่าดาบของนายสร้างมาจากหินอีเธอร์เกรดสูงสุดด้วยใช่ไหม?”

“ตามนั้น”

“เชี่ย…”ลีจุนโฮเผลออุทานเสียงดัง

ดาบของซูฮยอนขึ้นรูปมาจากหินอีเธอร์เกรดสูงสุด และตอนนี้ยังมีแร่อาดามันเทียมเสริมเข้าไปอีก ซึ่งอาดามันเทียมได้ชื่อว่าเป็นโลหะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคปัจจุบัน หากนํา 2 สิ่งมาหลอมเป็นอาวุธสามารถหยิบยกมาเทิดทูนบูชาเป็นอาวุธคู่บ้านคู่เมืองก็ยังได้

<<ไม่สิ มันอาจเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ํา>>

ถุงมือของอาเดลสร้างขึ้นมาจากอาดามันเทียมเพียงประปรายเท่านั้น ทว่าหลายฝ่ายยังยกย่องเชิดชูให้เป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังมากที่สุดในทวีปยุโรป แต่อาวุธที่ผสมระหว่างหินอีเธอร์เกรดสูงสุดและอาดามันเทียม ยังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนบนโลก ไม่จําเป็นต้องพูดให้เปลืองน้ําลาย ก็กระจ่างได้ถึงคุณค่าของมัน

“งั้น แสดงว่านายกําลังไปรับดาบกลับมาสินะ?”ลีจุนโฮถาม

“ใช่แล้ว ฉันกะว่าจะอยู่ที่นั่นสักพัก พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับลุงคิมแดโฮเสียหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้น นายต้องการหยุดพักผ่อน 1 วัน แล้วค่อยไปจุดเกิดเหตุพรุ่งนี้ใช่ไหม? นายพึ่งเหนื่อยจากสงครามแก่งแย่งอันดับมาหมาดๆ พักผ่อนให้ร่างกายหายล้าหน่อยก็ดีเหมือนกัน”

“เอาตามนั้น ฝ่ายนายจัดการที่เรื่องเหลือด้วย” ซูฮยอนกล่าวจบพลันหันหน้ามองฮักจุน

สภาพร่างกายภายนอกของฮักจุนดูอ่อนล้ายิ่งกว่าซูฮยอนหลายเท่า แสดงว่าการงีบหลับบนเครื่องบินส่วนตัว ไม่ช่วยให้ความเหนื่อยล้าหายไปทั้งหมด

<<อย่าว่าแต่ฮักจุนเลย ฉันเองก็เหนื่อยนิดหน่อยเหมือนกัน>>

ความเหนื่อยล้าทางด้านร่างกายของซูฮยอนเริ่มฟื้นฟูกับคืนมาดั่งเดิม แต่ความเหนื่อยล้าทางด้านจิตใจไม่มีทีท่ากระเตื้องขึ้น ยังคงมีความรู้สึกเพลียหลงเหลืออยู่ ตามคําพูดที่ได้ฟังจากปากนักหยุนกิวดันเจี้ยนระดับสีน้ําเงินยังไม่มีวี่แววระบาดในเร็ววัน หมายความว่าพวกเขาเหลือเวลาพักผ่อนอย่างน้อย 10 วัน

“ตกลงตามนี้นะทุกคน พรุ่งนี้เวลาเที่ยงไปนัดเจอกันที่ภูเขาซอรัคซาน ฮักจุน ฉันว่านายถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมยันซอนหน่อยก็ดี นายไม่ได้เห็นหน้าเธอมานานแล้วใช่ไหม คงคะนึงถึงเธอแย่”

“แล้วฉันล่ะ? ฉันจะไปกับใคร?”โทมัสถาม

“โทมัสนายติดตามลีจุนโฮไปก็แล้วกัน ขอโทษที่ทําให้นายต้องเสียใจ ฉันคิ้วนายไปด้วยไม่ได้จริงๆ ไว้มาเจอพรุ่งนี้นะ”

“ซูฮยอน นายรีบไปทําสวกรรมของนายให้เสร็จเถอะ จะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะๆ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ โทมัสนายต้องไปกับฉัน เข้าใจไหม?”

โทมัสก้มหน้างุดประหนึ่งกําลังเสียใจ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้บ่นหรือแสดงท่าทีขัดขืนแต่อย่างใดโทมัสเดินตามหลังลีจุนโฮอย่างว่านอนสอนง่าย

ซูฮยอนที่เหลือตัวคนเดียวรีบมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อก้าวเท้าขึ้นรถของตัวเองเสร็จสรรพ เขาทําเครื่องหมายบน GPS ไว้ที่ยังพย็อง แล้วเหยียบคันเร่งรถเต็มสูบเพื่อ ไปให้ถึงจุดหมายปลายทางเร็วไว

เมื่อมาถึงยังพย็องซูฮยอนเร่งฝีเท้าไปยังสถานที่ทํางานของคิมแดโฮทันที ปกติเวลาซูฮยอนมาหาคิมแดโฮ เขาต้องได้ยินเสียงเหล็กกระทบกันเสมอ แต่วันนี้กลับเงียบเชียบผิดสังเกต

“คุณลุงอยู่ไหมครับ?”ซูฮยอนตะโกนถามเสียงดังหน้าประตู

“เข้ามา”

เสียงตะโกนตอบกลับดังก้องออกมาจากระยะไกล แสดงว่าคิมแดโฮไม่ได้อยู่ในห้องทํางานซูฮยอนผลักประตูเดินเข้าไปด้านใน เขาเดินผ่านห้องตีเหล็ก ไปยังโซนพักผ่อนที่คิมแดโฮมักใช้อยู่อาศัย

“ไอ้หนูซูฮยอน สบายดีนะ?”

ซูฮยอนมองเห็นร่างคิมแดโฮนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นพร้อมโบกมือทักทายเขาใช้สายตาสาดส่องสภาพห้องที่รกรุงรังของคิมแดโฮ สีหน้าเจ้าบ้านเหมือนมีความเหน็ดเหนื่อยปนอ

“เกิดอะไรขึ้น ทําไมห้องของลุงถึงรกรุงรังแบบนี้? แถมสภาพร่างกายภายนอกของลุงดูโทรมมาก?”ซูฮยอนถาม

“พอดีฉันอดหลับอดนอนมาประมาณ 3 วันได้”

“อะไรนะ?”

“ฉันบอกว่า ฉันไม่ได้นอนมา 3 วันแล้ว”

ซูฮยอนถ่างตากว้าง “ผมไม่ได้หูหมวกและผมก็ไม่ได้ถามย้ําด้วย ผมแค่สงสัย ว่าทําไมลุงถึงไม่ยอมนอน?”

“เหตุผลที่ฉันยอมอดหลับอดนอน เพราะง่วนอยู่กับการสร้างดาบของนายอยู่ไงเล่า”

“ผมเคยกําชับลุงแล้วใช่ไหม ว่าไม่ต้องรีบ ฝืนตัวเองมากๆร่างกายจะผุพังเอา ลุงต้องใส่ใจสุภาพของตัวเองในมากกว่านี้ รู้ว่าไม่ไหว อย่าฝืนเลยดีที่สุด”

“นายไม่ต้องห่วง ฉันสบายดี ที่ฉันยอมอดหลับอดนอน เพราะฉันเพลิดเพลินไปกับการทํางานแค่นั้นเอง พอรู้ว่าดาบของนายใกล้เสร็จ มือของฉันมันขยับไปเอง ฉันพยายามห้ามแล้ว แต่มันไม่ยอมฟังเนี่ยสิ สงสัยคงเป็นเพราะความตื่นเต้นล่ะมั้ง”

ซูฮยอนพยักหน้าเข้าใจคําพูดของคิมแดโฮ เขาทราบเป็นอย่างดีว่าคิมแดโฮรักการสร้างอาวุธเป็นชีวิตจิตใจ การที่คิมแดโฮข่มตานอนไม่หลับ เพราะสนุกไปกับการทํางานจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

“งั้นเหรอครับ แล้วดาบของผมอยู่ไหน?”

“ฉันแขวนไว้ตรงนั้น”คิมแดโฮกล่าวพลางชี้นิ้วไปที่อาวุธชิ้นหนึ่ง ซึ่งแขวนเด่นสะดุดตาบนผนัง

บนฝาผนังมีอาวุธหลายสิบชิ้นแขวนติดไว้ระเกะระกะเหมือนอาวุธก๊องแก๊งไร้ค่าไร้ราคาทว่าความเป็นจริงอาวุธทั้งหมดเป็นผลงานชิ้นเอกของคิมแดโฮ อาวุธแต่ละชิ้นมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหลายร้อนล้านวอน และหนึ่งในบรรดาอาวุธที่แขวนอยู่ทั้งหมด ดาบของซูฮยอนโดดเด่นกว่าทุกอัน

ใบดาบด้านนอกมีจุดแตกต่างไปจากของเดิมเพียงเล็กน้อย ส่วนฝักดาบและด้ามดาบยังคงมีลักษณะเหมือนเก่า

“ถ้าฉันจําไม่ผิด นายตั้งชื่อให้ดาบเล่มนี้ว่า ดาบบัลมุงก์ ใช่ไหม? จากการที่ฉันลองสืบค้นที่ไปที่มาของชื่อดาบบัลมุงก์ เหมือนดาบบัลมุงก์จะมีการกล่าวขานในตํานานโบราณด้วย นายตั้งชื่อดาบตามตํานานโบราณเหรอ?”

“ใช่ครับ” ซูฮยอนตอบกลับแล้วเอื้อมมือดึงดาบที่แขวนบนผนังออกมา

“รสนิยมการตั้งชื่อของนายนี้มันห่วยแตกจริงๆ ทําไมถึงไม่ยอมคิดชื่อเองฮะ?”

ท่าทางคิมแดโฮจะไม่ถูกใจชื่อดาบที่ซูฮยอนตั้งสักเท่าไหร่นัก ซูฮยอนเมินเฉยเสียงบ่นกระปอดกระแปดของคิมแดโฮ เขาเลื่อนดาบออกจากฝักอย่างช้าๆ ใบดาบทองเงาสะท้อนใบหน้าซูฮยอนเหมือนกระจกบานหนึ่ง

<<ดาบบัลมุงก์>>

ใบดาบบัลมุงก์มีความพิเศษอยู่ที่สีของมัน หากมองไกลๆจะเห็นเป็นสีเงินปกติ แต่ถ้าพินิจใกล้ๆจะเห็นเป็นสีทองอ่อน สีที่เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ คือดาบบัลมุงก์ที่ซูฮยอนคุ้นเคยไม่ผิดแน่หัวใจของเขาเต้นโครมคราม ความรู้สึกในการจับถือแตกต่างจากดาบแกรมอย่างเห็นได้ชัดเพราะดาบบัลมุงก์เป็นอาวุธที่ซูฮยอนเคยใช้เมื่อชีวิตก่อน

เมื่อได้มีโอกาสจับดาบบัลมุงก์อีกครั้ง ซูฮยอนรู้สึกว่าความมั่นใจของตนเองกําลังงอกเงยเพิ่มพูนขึ้น

<<ตอนนี้ ฉันสามารถใช้สกิลนั้นได้แล้ว>>

มีสกิลอีกหนึ่งอย่างที่ซูฮยอนเก็บงําไว้ เหตุเพราะมีข้อจํากัดด้านอาวุธจึงยังไม่สามารถใช้ได้เมื่อลองจินตนาการว่าตัวเองกําลังร่ายสกิลที่เก็บงําออกมาใช้ ซูฮยอนเผยยิ้มร่าอย่างห้ามไม่อยู่

หลังจากซูฮยอนชมเชยดาบจนหนําใจ เขาก็เก็บดาบเข้าฝักเหมือนเดิม

“ฉันเอาหัวเป็นประกัน อีกไม่นานเธอต้องมีโอกาสได้ใช้ดาบในเร็วๆนี้แน่” คิมแดโฮนอนอยู่บนโซฟาพูดโพล่งราวกับว่าอ่านความคิดของซูฮยอนออก

“ใครบอกลุง? ลุงคิดไปเองแล้ว ดาบเล่มนี้ผมจะเอาไปประดับบ้านเฉยๆ”

“สีหน้าของเธอมันฟ้องฉันหมดแล้ว ไม่ต้องพยายามโกหกหรอก…”

“เฮ้ย! ตาแก่!” จู่ๆเสียงตะโกนที่ฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตรพลันดังขึ้นจากนอกประตู

“ตาแก่โผล่หัวออกมาเดะ พวกเราต้องการซื้ออาวุธ”

“ให้ตายเถอะ ไอ้สารเลวพวกนั้นมารังควานฉันอีกแล้วเรอะ!” คิมแดโฮสบถเสียงดัง จนใบหน้ายับยู่ยี่

ซูฮยอนหันขวับไปมองต้นเสียงนอกประตูแล้วถาม “พวกเขาเป็นใครเหรอครับ?”

“ช่างเถอะ นายไม่ต้องสนใจสารเลวพวกนั้นหรอก นายรออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวฉันรีบกลับมาขอเวลาออกไปไล่ตะเพิดพวกมันก่อน ไม่สิ สําหรับพวกมันต้องใช้คําว่าถีบหัวส่ง”

สายตาซูฮยอนตรึงไปที่แผ่นหลังของคิมแดโฮ

<<รอเดี๋ยว อย่าบอกนะว่าเหตุการณ์วันนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีต?>

คิมแดโฮไม่สนใจชื่อเสียง แม้ฝีมือการสร้างอาวุธของเขาจะไม่เป็นสองรองใคร ทว่าการพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้าต่อไป ไม่ให้ฝีไม้ลายมือสนิมขึ้นจําเป็นต้องใช้เงิน คิมแดโฮเลยฝืนใจนําอาวุธที่ตัวเองสร้างออกมาขาย เพื่อนําเงินที่ได้จากการขายอาวุธทั้งหมด ไปจัดซื้อวัสดุมาฝึกปรือฝีมือตนเอง

อาวุธของคิมแดโฮแต่ละชิ้นมีคุณภาพสูงมาก กิลด์บางแห่งที่ได้สัมผัสกับอาวุธที่รังสรรค์ขึ้นมา จากคิมแดโฮ ต่างพากันตามหาผู้สร้างกันให้ควัก

เมื่อทราบว่าอาวุธคุณภาพดีสร้างมาจากฝีมือของชายแก่ผู้ไม่มีพิษภัย พวกเขาจึงใช้วิธีการพูดคุยตะล่อมไปเรื่อยๆ เพื่อหวังว่าคิมแดโฮจะยอมขายอาวุธให้ บางคนที่มีความอดทนต่ําบังคับให้คิมแดโฮสร้างอาวุธโต้งๆเลยก็มี

ซูฮยอนจําได้เลือนลางว่าเหตุการณ์คล้ายๆนี้ เคยเกิดขึ้นในอดีตเช่นกัน

<<อิ่ม..ฉันว่าออกไปตรวจสอบให้เห็นกับตาหน่อยก็ดี>>ซูฮยอนขบคิด

ซูฮยอนรู้แก่ใจ ว่าทําไมคิมแดโฮถึงขอร้องให้เขารออยู่ที่นี่ เพราะรออยู่ที่นี่เป็นผลดีกับซูฮยอนมากที่สุด คิมแดโฮไม่อยากดึงซูฮยอนให้เข้าไปพัวพันกับปัญหาที่ตนเองกําลังเผชิญอยู่ให้ห่างได้ยิ่ง

แต่ความหวังดีของคิมแดโฮ ซูฮยอนคงต้องปฏิเสธ

<<หนี้บุญคุณที่ลุงเคยช่วยผมไว้ในชีวิตก่อน ผมยังไถ่ถอนคืนให้ไม่หมดเลย>>

ซูฮยอนแอบเดินตามหลังคิมแดโฮไปอย่างเงียบๆ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter " ตอนที่ 145"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย