The Black Card - ตอนที่ 424
ตอนที่ 424 – โน้มน้าวนายท่านซงได้สำเร็จ
การสนทนากินเวลาไป 2 ชั่วโมง ถ้ามันไม่มีการเติมชาอย่างไร้ที่สิ้นสุด สือเหล่ยคงจะตายจะการขาดน้ำลายไปแล้ว
ชายชราและเด็กหนุ่มเดินออกมาจากห้อง และในที่สุดซงเมียวเมียวก็โล่งใจได้หลังจากได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่
นายท่านซงไม่เคยคุยกับใครนานขนาดนี้และแม้ว่าเขาจะยิ้มอยู่ แต่เขาก็เหนื่อยอย่างชัดเจน
ซงเมียวเมียวรีบเดินเข้ามาและจับมือของนายท่านซงพร้อมกับบ่นสือเหล่ย “นายทำแบบนี้ได้ยังไง? นายไม่รู้เหรอว่าปู่อายุเท่าไร? แต่นายกลับคุยกับปู่นานขนาดนี้? นายคิดว่าปู่เป็นเหมือนนายเหรอ? ดูสิว่ามันนานแค่ไหนแล้ว!”
สือเหล่ยเกาหัวด้วยความกระอักกระอ่วน
อย่างไรก็ตาม นายท่านซงก็หัวเราะออกมา “ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้คุยกับคนอื่นมานานขนาดนี้แล้ว มันน่าสนใจมาก”
สือเหล่ยรีบตาม “งั้นก็ตามนั้นนะครับคุณปู่ซง?”
“มันจะง่ายแบบนี้เลยเหรอ? ไม่ใช่ว่าเมียวเมียวบอกว่านายสู้เก่งเหรอ? มาสู้กับคนคุ้มกันของฉันดู ฉันไม่ได้จะรังแกนาย เอาแบบตัวต่อตัวเลย ถ้านายชนะ ฉันจะทำตามที่นายต้องการ”
ซงเมียวเมียวดีใจและเธอก็ยิ้ม “ปู่ เขาสู้ได้จริงๆ หลิวน่าจะทนได้ไม่ถึงสามกระบวนท่าด้วยซ้ำ”
“เดี๋ยวได้เห็นกัน ไปเรียกหลิวมา” นายท่านซงลูบหัวของซงเมียวเมียวและซงเมียวเมียวก็วิ่งไปตามเขามา
สือเหล่ยรู้ว่าเขาไม่สามารถสู้เองได้และเขาต้องใช้บัตรศิลปะการต่อสู้
“คุณปู่ซง พวกเราคุยกันมาสองชั่วโมงและดื่มชากันมาสองชั่วโมง ขอผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”
นายท่านซงหัวเราะ “นายพูดขึ้นมา ฉันก็ต้องไปเหมือนกัน ไปกันเถอะ พวกเราไปด้วยกันเลย”
เมื่อสองชั่วโมงก่อน นายท่านซงยังมีท่าทีที่ไม่ดีต่อสือเหล่ย แต่ในตอนนี้พวกเขาสนิทกันแล้ว มันมากเกินพอที่จะแสดงให้เห็นว่าผลของบัตรลิ้นดอกบัวนั้นน่าทึ่งแค่ไหน
นายท่านซงนำสือเหล่ยมาที่ห้องน้ำและสือเหล่ยก็ยืนรออยู่ที่ข้างนอก “เข้าก่อนเลยครับ”
นายท่านซงไม่ได้พูดอะไรและเดินเข้าไปก่อน เสียงน้ำไหลออกมาจากข้างในและมันก็ดูเหมือนว่านายท่านซงจะกั้นไว้เยอะแล้ว
สือเหล่ยรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและเปิดแอพบัตรศิลปะการต่อสู้ จากนั้นเขาก็เลือกปรมาจารย์แบบสุ่มและกดยืนยัน จากนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา คนคุ้มกันของนายท่านซงคงจะเป็นทหารจากกองกำลังพิเศษที่เก่งกาจในทุกๆด้าน แต่ต่อหน้าปรมาจารย์แห่งการต่อสู้ สือเหล่ยคิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่จะทำให้เขาหมดสภาพใน 3 – 5 กระบวนท่า
หลังจากที่นายท่านซงออกมา สือเหล่ยก็เข้าห้องน้ำและรู้สึกเบาขึ้นหลังจากปล่อยออกไปจนหมด
หลังจากกลับมาที่สนาม สือเหล่ยก็เห็นชายผิวดำสูงราวๆ 185 เซนติเมตรที่ดูคล้ายกับหอคอยเหล็ก
ซงเมียวเมียวได้อธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังแล้ว แต่เมื่อเขาเห็นสือเหล่ย เขาก็รีบโบกมือ “ท่านครับ ผมทำไม่ได้”
นายท่านซงหัวเราะ “ดูสิ หลิวไม่เห็นสือเหล่ยอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ และเขาก็กลัวที่จะทุบตีสือเหล่ย”
ซงเมียวเมียวถลึงตาใส่เขา “นายพูดอะไรหลิว? ฉันจะบอกนายให้นะ แม้ว่าสือเหล่ยจะใช้แค่มือเดียว เขาก็ทุบตีนายได้จนหมดสภาพ นายรู้จักกำลังภายในมั้ย อ่า นายคงจะไม่เข้าใจเรื่องนี้เพราะนายไม่รู้จักมัน เขามีความแข็งแกร่งจากภายใน นายเข้าใจไหม?”
หลิวเกาหัวอย่างจริงจัง “แต่ผมทำไม่ได้จริงๆ”
นายท่านซงฉีกยิ้ม “ไม่ต้องห่วง แค่ยืนอยู่เฉยๆและดูว่าเด็กนี่จะทำให้นายล้มได้ไหม”
ในที่สุดหลิวก็ยอม “ก็ได้ครับ” จากนั้นเขาก็หันไปหาสือเหล่ย “คุณครับ ผมจะยืนอยู่เฉยๆ ถ้าคุณเอาผมลงได้ถือว่าคุณชนะไป”
สือเหล่ยไม่สนใจที่จะเถียงและเขาก็พยักหน้า เขาเดินไปตรงหน้าหลิวและคาราวะเขา “งั้นก็อภัยให้ผมด้วย!”
นายท่านซงเห็นว่าสือเหล่ยดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างและเขาก็สนใจ เขานั่งลงบนเก้าอี้ในสนามหลังบ้านและหรี่ตาลงในขณะที่เขาอยากจะรู้ว่าสือเหล่ยจะเอาชนะหลิวได้ยังไง
เมื่อหลิวเห็นท่าร่างของสือเหล่ย เขาก็ระวังตัวขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยสือเหล่ยก็มีประสบการณ์ มันสามารถดูได้จากวิธีการที่เขายืนและท่วงท่าของเขา
สือเหล่ยขอโทษอีกครั้ง “อภัยให้ผมด้วยนะครับ!” จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดเข้าหาหลิวและคว้าข้อมือของหลิวซึ่งวางไว้ตรงหน้าอกในแนวนอนราวกับตะขอ
หลิวยืนอยู่กับที่โดยไม่เคลื่อนไหว สือเหล่ยคว้ามัน ผลักมันเบาๆ และเบนความแข็งแกร่งเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะวงกลม เขาดึงหลิวเข้ามาหัวตัวก่อนที่จะผลักมันออกไป หลิวไม่สามารถตอบสนองได้ทันและเขาก็ถูกผลักออกไป 3 – 4 ก้าว เขาไม่สามารถหยุดและล้มก้นจ้ำเบ้าลงไป
เขาเป็นคนผิวหน้าและเขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่เขาก็อดที่จะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจไม่ได้
ความรู้สึกมันแปลกประหลาดเกินไป เขาไม่รู้สึกว่าสือเหล่ยได้ใช้แรงอะไรมากมาย เขาเพียงแค่ถูกคว้าไว้ด้วยมือของสือเหล่ยและหมุนเป็นครึ่งวงกลมก่อนที่เขาจะถูกผลักลงไปบนพื้นอย่างง่ายดาย
“กังฟูนี่มันอะไรกัน?” หลิวถามด้วยเสียงต่ำ
นายท่านซงผุดลุกขึ้นและเบิกตากว้าง อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าหลิวยอมให้สือเหล่ยง่ายๆ “หลิว เมียวเมียวบอกอะไรนาย? ฉันจะเตือนนายนะ นายห้ามไปยอมเขา!”
หลิวอุทานออกมา “ท่านครับ ผมจะกล้าได้ยังไง?”
ซงเมียวเมียวเองก็บุ้ยปาก “ปู่ หนูจะทำแบบนั้นไปทำไม? หนูบอกปู่ไปแล้วว่าสือเหล่ยเก่งจริงๆ และหนูก็ไม่เคยบอกให้หลิวอ่อนให้เขา”
“จริงเหรอ?”
หลิวส่ายหัว และนายท่านซงก็พูดขึ้นมาอีก “งั้นสู้กับเขาด้วยทั้งหมดที่นายมี ฉันจะรับผิดชอบเองถ้าเกิดอะไรขึ้น!”
หลิวเกาหัว ด้วยความสัตย์จริง เขาตกใจกับสือเหล่ย แต่เมื่อเขามองไปยังโครงร่างของสือเหล่ย เขาก็ยังลังเลอยู่”
สือเหล่ยวางมือไว้ข้างหลังและฉีกยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ใส่มาได้เลย มันคือความพ่ายแพ้ของฉันถ้าฉันไม่สามารถทำให้นายล้มลงไปได้ใน 5 กระบวนท่า!” หลังจากรอบแรก สือเหล่ยก็ได้เรียนรู้สถานการณ์ของหลิวแล้ว เขาพึ่งพอการฝึกฝนทางกายภาพอย่างสิ้นเชิงและสือเหล่ยก็ไม่รู้ว่าการฝึกนั้นหนักหนาแค่ไหนจึงจะสามารถสร้างร่างกายเฉกเช่นเหล็กแบบนี้ได้ คนประเภทนี้ใช้กำจัดศัตรูได้ดีมากและไม่มีปัญหาอะไรกับการทำงานเป็นผู้คุ้มกันของชนชั้นสูง แต่เขาก็ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงเมื่อเจอกับปรมาจารย์แห่งการต่อสู้เช่นนี้ ถ้าเขาพยายามที่จะสู้แบบซึ่งๆหน้า บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องยากที่สือเหล่ยจะทำร้ายเขา อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเขาแค่ต้องการแข่งกัน สือเหล่ยก็สามารถใช้แรงอน่างฉลาดในการทำให้เขาสูญเสียความมั่นคงของร่างกายช่วงล่างได้
บางทีหลิวอาจจะถูกกระตุ้นโดยท่าทีของสือเหล่ย และใบหน้าเข้มของเขาก็คล้ำมากยิ่งขึ้นไปอีก เขาหรี่ตาลง “งั้นคุณก็ควรระวัง!” ในขณะที่เขาพูด เขาก็เหวี่ยงกำปั้นเข้าหาสือเหล่ย
สือเหล่ยยิ้มในขณะที่เขาเบนร่างกายไปด้านข้างเพื่อหลบหมัดไปเล็กน้อยและจากนั้นก็โน้มตัวไปข้างหลังเพื่อหลบการโจมตีครั้งที่สองของหลิว ในเวลาเดียวกัน เขาก็ใช้ฝ่ามือของเขาตบขาของหลิวเบาๆ ใช้แรงอย่างชาญฉลาด และแก้ไขการโจมตีต่อไปที่ตามมา
สือเหล่ยพูด “สามกระบวนท่า”
เขาบิดเอวและสือเหล่ยก็ผลักเอวของหลิวและย่ำเท้าของหลิวในเวลาเดียวกันในขณะที่เขานับ “สี่ กระบวนท่า ห้ากระบวนท่า…”
หลิวล้มลงไปบนพื้น
คราวนี้มันไม่จำเป็นที่หลิวจะต้องอธิบายและนายท่านซงก็รู้แล้วว่าเขาไม่ได้อ่อนให้สือเหล่ยเลย สือเหล่ยเหนือชั้นกว่าหลิวจริงๆ
“คุณปู่ซง จำสัญญาได้ป่าวครับ?” สือเหล่ยยืนอยู่ด้วยมือที่ไพล่หลังราวกับปรมาจารย์และยิ้มให้กับนายท่านซง
นายท่านซงโบกมือของเขาและก่อนด่า “ไร้ประโยชน์จริงๆ ไป ไปซะ ทำฉันเสียหน้าหมดแล้ว!”