เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3250 ทำตามที่พูด ตอนที่ 3251 มีตาหามีแววไม่
ตอนที่ 3250 ทำตามที่พูด
คนตระกูลฉินที่ยืนอยู่ข้างกายและข้างหลังเฟิ่งจิ่วกลับทำอะไรไม่ถูก เพียงมองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง
ใช่ ความน่าเกรงขามของสัตว์กลืนเมฆานั้นพุ่งเป้าไปด้านหน้า สร้างความกดดันให้แก่คนของสำนักสัตยุทธ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถึงขนาดที่ไม่ได้ทำร้ายพวกชาวบ้านธรรมดาเหล่านั้นที่อยู่ข้างหลังแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้คนที่กุมศีรษะและร้องอย่างน่าเวทนาในตอนนี้จึงมีเพียงคนของสำนักสัตยุทธ์
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหวั่นใจคือภูตหมอมีสัตว์พันธสัญญาที่ร้ายกาจขนาดนี้ตัวหนึ่ง อีกทั้งลงมือทีก็กัดแขนข้างหนึ่งของเจ้าสำนักห้าจนขาดได้ ภาพนี้เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ทำให้พวกเขาแม้อยากห้ามก็ไม่ทันกาลแล้ว กลัวเพียงว่าหากพ้นวันนี้ไป แม้ตระกูลฉินของพวกเขากับสำนักสัตยุทธ์จะตกลงกันได้ แต่ด้วยนิสัยของสำนักสัตยุทธ์ คงไม่ยอมวางมือโดยง่ายเป็นแน่
เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ก็ไม่อาจกล่าวโทษภูตหมอได้ เพราะหากนางไม่ลงมือ เช่นนั้นก็ต้องรอให้นางถูกอีกฝ่ายเอาเปรียบก่อนหรือ?
เฟิ่งจิ่วกลับไม่รู้เลยว่าพวกผู้อาวุโสในตระกูลกำลังคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากนี้ นางเพียงทำสิ่งที่นางรู้สึกว่าควรทำ คนอื่นมารังแกถึงที่ นางย่อมไม่ยอมทนรับอยู่เพียงฝ่ายเดียว และเพราะมองเห็นจากคนสำนักสัตยุทธ์พวกนี้ก็รู้แล้ว ว่าสำนักที่ว่านี้ไม่ใช่คนดีมีคุณธรรมอะไร นางจึงตัดสินใจแล้ว
ในเมื่อสำนักสัตยุทธ์มีอิทธิพลไม่ธรรมดาในแถบนี้ เช่นนั้นหากเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้วไม่เก็บกวาด ก่อนที่นางจะจากไป ตระกูลฉินจะต้องเดือดร้อนแทนนางอย่างแน่นอน นางจึงไม่อาจสะบัดก้นจากไป แล้วทิ้งเรื่องยุ่งเหยิงไว้ให้คนตระกูลฉินต้องปวดหัวได้
นางเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มาถึงข้างกายกลืนเมฆา สายตากวาดมองไปที่เจ้าสำนักห้าที่หมดสติไปแล้วอย่างเย็นชา จากนั้นก็มองเจ้าสำนักสามที่กำลังถูกประคองเพราะได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายก็ยิ้มออกมา
ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของนางในตอนนี้นั้น กลับดูน่ากลัวเหมือนมารร้ายในสายตาของคนสำนักสัตยุทธ์อย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าเล่า อยากอยู่ต่อหรือไม่ หรือคิดทิ้งชีวิตไว้ที่นี่” นางลูบศีรษะกลืนเมฆา ลูบไปตามขนบนศีรษะของมัน พร้อมกันนั้นก็จ้องมองไปที่เจ้าสำนักสามที่มีสีหน้าซีดขาวจนน่าเวทนา
บางคนถูกปรามได้ด้วยพละกำลัง ตอนที่ควรบ้าคลั่งก็ต้องบ้าคลั่ง ส่วนนางนั้น ในเมื่อมีความสามารถให้บ้าคลั่งได้ นางย่อมไม่ยอมถอยและปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปอย่างง่ายดายแน่นอน
“เจ้าคิดจะทำอะไรอีก” เจ้าสำนักสามผู้นั้นไม่คิดเลยว่าสตรีที่งดงามราวหยกและบุปผาคนหนึ่งจะเรียกสัตว์มหาเทพออกมาได้ ตอนนี้เห็นรอยยิ้มเย็นชาของนาง เขาก็ยิ่งหนาวสั่นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
น่ากลัวนัก! ภูตหมอผู้นี้น่ากลัวนัก! เป็นเหมือนมารร้ายที่มาจากนรกโดยแท้! นางไม่ใช่หมอโดยสิ้นเชิง นางต้องเป็นมารหรือไม่ก็ผีอย่างแน่นอน!
“มาถามข้าได้อย่างไร” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา “ไม่ควรถามข้านะ เป็นพวกเจ้าต่างหากที่ต้องชดใช้บ้าง” นางจ้องเจ้าสำนักสาม “เจ้าจะลงมือเองหรือให้ข้าช่วย”
เห็นรอยยิ้มกระหายเลือดตรงริมฝีปากของนางแล้ว เจ้าสำนักสามเพียงรู้สึกถึงความหนาวยะเยือกที่แทรกขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ในห้วงสมองมีลางสังหรณ์ว่าหากตนเองไม่ลงมือ เกรงว่านางจะคร่าชีวิตของเขา ณ ที่ตรงนี้จริงๆ แล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็กัดฟันถามขึ้นว่า “ขอเพียงข้าลงมือเอง เจ้าก็จะปล่อยพวกข้าจากไปใช่หรือไม่”
“อืม หากทำให้ข้าพอใจ หลังจากขอโทษคนตระกูลฉินแล้ว อีกทั้งรับปากว่าจะไม่มาปรากฏตัวอีก ข้าย่อมจะปล่อยพวกเจ้าจากไป” เฟิ่งจิ่วพูดพลางยิ้มตาหยี
เจ้าสำนักสามพอได้ฟังก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดันสองคนข้างกายที่ประคองเขาอยู่ออก สายตามองไปทางเฟิ่งจิ่ว กัดฟันพร้อมกล่าวว่า “ขอภูตหมอทำตามที่พูดด้วย!”
……….
ตอนที่ 3251 มีตาหามีแววไม่
“วางใจเถอะ ข้าทำตามที่พูดเสมอ” เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงเรียบ
เห็นดังนั้นแล้ว เจ้าสำนักสามผู้นั้นจึงค่อยมองไปที่คนตระกูลฉิน ประสานมือคารวะพวกเขา “วันนี้ล่วงเกินไปมาก หวังว่าทุกท่านจะให้อภัย วันนี้ภูตหมอปล่อยให้ข้ารอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะไม่มีหาเรื่องตระกูลฉินและภูตหมออีก”
คนตระกูลฉินมองหน้ากัน ส่วนใหญ่ล้วนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี พากันตะลึงลานอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ทันใดนั้นก็เห็นเจ้าสำนักสามสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนควักลูกตาข้างหนึ่งออกมาด้วยตนเอง
“อ๊า!”
มีคนขี้ขลาดส่งเสียงร้องออกมา ด้วยมองเห็นภาพที่โชกเลือดนั้น ตกใจจนกระทั่งหมดสติไป
แม้แต่คนตระกูลฉินเอง รวมถึงคนจากตระกูลใหญ่และเจ้าเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางชาวบ้าน เห็นภาพนี้แล้วพลันหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง คนผู้นี้ใจแข็งนัก บอกว่าควักก็ควัก ควักลูกตาข้างหนึ่งของตนเองออกมาจริงๆ
ไหนเลยพวกเขาจะรู้ว่าเจ้าสำนักสามผู้นี้ตัดสินใจอยู่หลายต่อหลายครั้งแล้ว มีสัตว์มหาเทพอยู่ตรงนี้ กอปรกับภูตหมอผู้นั้นมีความสามารถยากคาดเดา รวมถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของนาง หากเขาไม่ลงมือเอง กลับกลายเป็นภูตหมอลงมือ ใครเลยจะรู้ว่านางจะตัดแขน ขา หรือว่าจะเอาชีวิตของเขา
เทียบกับแขนและขาแล้ว เขารู้สึกว่าขาดดวงตาไปข้างหนึ่งยังดีเสียกว่า อย่างน้อยแขนขาสี่ข้างก็ยังอยู่ครบ ขาดดวงตาไปข้างหนึ่งก็ใช่ว่าจะมองไม่เห็นสิ่งของ แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวดค่อยๆ แผ่ซ่านมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายของเขาโงนเงน ฝีเท้ายืนได้ไม่มั่นคงจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“ภูตหมอ วันนี้ข้ามีตาหามีแววไม่ จึงควักลูกตาข้างหนึ่งเป็นการชดเชย คงใช้ได้กระมัง” เขามองเฟิ่งจิ่วพลางถาม
เฟิ่งจิ่วมองเขาครั้งหนึ่ง คราวนี้จึงค่อยพยักหน้า “พาคนของเจ้าไปเถอะ!”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เจ้าสำนักสามถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พาคนของตนเองกลับไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานคนที่ล้อมตระกูลฉินก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะกลืนเมฆา มองเงาร่างคนเหล่านั้นจากไปพร้อมแววตาวูบไหว เรื่องนี้ไม่อาจรีบร้อนได้ นางยังต้องอยู่ที่นี่อีกพักหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะไม่กล้ามาหาเรื่องอีกจริงหรือไม่ แต่หากมาจริง นางไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ เช่นนี้อีกแน่
แต่จากการคาดเดาของนาง เจ้าสำนักสองคนของสำนักสัตยุทธ์คนหนึ่งเสียลูกตาข้างหนึ่ง อีกคนเสียแขนข้างหนึ่ง คาดว่าคนอื่นคงไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ เช่นนี้ คอยดูต่อไปก็แล้วกัน!
นางลูบศีรษะกลืนเมฆา ฝ่ายกลืนเมฆาก็ส่ายหาง กะพริบแสงแล้วหดตัวลง ติดตามอยู่ข้างกายนางอย่างว่าง่าย
“เข้าไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วกล่าวกับคนตระกูลฉิน ตอนเดินเข้าไปข้างใน นางเห็นคุณชายรองฉินมองนางด้วยแววตาซับซ้อน จึงยิ้มกล่าวว่า “ทำไม ตกใจหรือ”
คุณชายรองฉินส่ายหน้า “ไม่ใช่ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเก่งกาจปานนี้” เดิมทีก็รู้อยู่แล้วว่านางไม่ธรรมดา แต่ไม่คาดคิดเลยว่านางจะซ่อนเร้นความสามารถไว้ลึกลับเช่นนี้ ถึงขนาดครอบครองสัตว์มหาเทพด้วย
เฟิ่งจิ่วยิ้ม ขณะที่เดินเข้าไป มือข้างหนึ่งของนางก็ยื่นออกมาตีแขนเขาเบาๆ “เจ้ายังไม่รู้อีกมาก!” ว่าแล้วนางก็เดินเข้าไปยังเรือนของผู้นำตระกูลฉิน
คนตระกูลฉินข้างนอกก็เดินตามเข้ามาเช่นกัน ไม่นานนักประตูใหญ่ก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ปิดกั้นทุกอย่างข้างนอกเอาไว้
เจ้าเมืองผู้นั้น รวมไปถึงคนจากตระกูลใหญ่มองประตูใหญ่บานนั้นที่ปิดลง ทุกคนต่างก็อึ้งงัน ชะงักค้างกันอยู่ครู่หนึ่ง นี่เหมือนกับว่าจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขากระมัง?
โดยเฉพาะเจ้าเมือง ทีแรกเขาคิดจะมาช่วยไกล่เกลี่ย ใครเล่าจะรู้ว่าเรื่องราวนั้นใหญ่โตเกินความคาดหมายของเขา ทั้งเลือดสาดและโหดร้าย คำพูดไกล่เกลี่ยที่เขาเตรียมมาไว้อย่างดีกลับไม่ได้ใช้งานเลยแม้แต่น้อย