Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ - ตอนที่ 404.2
“อย่าถามข้าเลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่ามันเป็นอสูรมิติมืดตนแรกของนายท่าน แต่ไม่ว่ายังไง สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจที่สุด คือเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กนี่มีออร่าน่าสะพรึงกลัวเหมือนกับมังกรกระดูกได้ยังไงต่างหาก!”
กิลเบิร์ตขยิบดวงตาสีอำพันพลางอธิบายกับลาเนีย
เมื่อได้ยินดังนั้น ลาเนียก็ตกตะลึง และหันมองไปยังผู้เป็นนายของกิลเบิร์ตอย่างไม่เชื่อสายตา
ภายในรัศมี 50 เมตร หานซั่วซึ่งมีท่าทีและสีหน้าโหดเหี้ยมอำมหิตขณะกำลังใช้คมมีดพิชิตมารที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดเพื่อสังหารศัตรูทุกคนที่อยู่โดยรอบ
ขณะเดียวกัน ฟลอริด้าก็อยู่ตรงใจกลางแนวป้องกันมากมายของเหล่าทหารรับจ้างเคียวรุ้ง ขณะยิงเวทมนตร์ธาตุแสงออกไปอย่างไม่ลดละ เพื่อชำระล้างและเผาทำลายฝูงการ์กอยล์ที่พุ่งเข้าจู่โจมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งคร่าชีวิตพวกมันไปได้จำนวนมาก
ในฐานะนักเวทย์ธาตุแสง ฟลอริด้าถือเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเหล่าอสูรมิติมืด และการที่เป็นถึงหัวหน้ากองกำลังฯ เคียวรุ้ง บรรดาลูกน้องของเขาจึงมารุมล้อมเอาไว้เพื่อปกป้องเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย
ขณะที่ฟลอริด้ากำลังอยู่ตรงใจกลางแนวป้องกัน เขาเองก็ได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อร่ายเวทมนตร์ธาตุแสงเพื่อจัดการกับเหล่าการ์กอยล์ที่เข้ามาใกล้จนพวกมันสลายร่างกลายเป็นเพียงเถ้าธุลี และเหล่าการ์กอยล์ที่อ่อนแอไม่ต่างจากนักรบผีดิบก็ถูกชำระล้างโดยเวทมนตร์ของจอมเวทย์ธาตุแสงและทะยอยตายตามกันไปเรื่อย ๆ
ในสนามรบกลางอากาศที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีเพียงบริเวณที่ฟลอริด้าอยู่เพียงจุดเดียวเท่านั้นที่ไม่ค่อยมีการ์กอยล์บุกเข้าไปโจมตี หากมองสถานการณ์เพียงผิวเผิน ตรงจุดนั้นควรเป็นที่ ๆ เหล่ายอดฝีมือจากทั้ง 3 กลุ่มอิทธิพลน่าจะรู้สึกปลอดภัยมากที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว กลับกลายเป็นว่าบริเวณที่ฟลอริด้าอยู่คือจุดที่ถูกโจมตีอย่างสาหัสสากรรจ์มากที่สุด เพราะจำนวนที่สัตว์วิเศษและยอดฝีมือที่ถูกฆ่าตายนั้นสูงกว่าบริเวณใดที่ถูกการ์กอยล์รุมขย้ำมาก ๆ เลยอีก
นั่นก็เป็นเพราะว่า หานซั่วอยู่ตรงนั้น!
หานซั่วกำลังถือคมมีดพิชิตมารอยู่ในมือ เขาจับจ้องไปที่ฟลอริด้าราวกับจ้าวแห่งปีศาจที่ร่างอาบไปด้วยเลือด ความแข็งแกร่งของหานซั่วในตอนนี้นั้นเหนือว่าฟลอริด้ามากมายนัก หากไม่เป็นเพราะเหล่ายอดฝีมือของกองกำลังฯ เคียวรุ้งยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องเขา ป่านนี้ฟลอริด้าก็คงจะตายด้วยน้ำมือของหานซั่วไปนานแล้ว
แต่แม้ว่าพวกทหารรับจ้างจะยอมสละชีวิต และมีแนวป้องกันมากมายหลายชั้น ขาของฟลอริด้าก็ชุ่มไปด้วยเลือดเพราะถูกแทงจนกลายเป็นรูเหวอะขนาดใหญ่ หากไม่ใช่เพราะจอมดาบคนหนึ่งที่อยู่ข้างเขาสามารถโต้ตอบได้อย่างทันท่วงที บางทีฟลอริด้าอาจจะบาดเจ็บหนักกว่านี้ก็เป็นได้
ไม่นานนัก คมมีดพิชิตมารก็สามารถสังหารฮาร์พี 5 ตัว กริฟฟิน 3 ตัว อินทรีน้ำแข็ง 2 ตัว และเหล่ายอดฝีมือของกองกำลังฯ เคียวรุ้งไปได้อีก 13 คน หยดเลือดสีแดงฉานที่ไหลอาบอยู่บนคมมีดนั้นบ่งบอกถึงชีวิตของเหล่ายอดฝีมือมากมายที่สูญเสียไปเพื่อให้ฟลอริด้ายังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้
“หึหึหึ คิดจะหลบอยู่แต่ข้างหลังไปอีกนานแค่ไหนกัน!”
หานซั่วยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะโยนศพของเปกาซัสให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างขณะพูดเย้ยหยันฟลอริด้า
“ห…หัวหน้า พวกเราจะทำยังไงกันดี ถอยกันก่อนดีมั้ยครับ?”
จอมดาบผู้ที่เคยช่วยชีวิตฟลอริด้ามาแล้วหนหนึ่ง จ้องมองไปยังหานซั่วผู้ที่ดูราวกับปีศาจ และร้องถามฟลอริด้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พวกเรายังมีโอกาสอยู่ ไม่เห็นเรอะว่าจำนวนการ์กอยล์บนท้องฟ้าลดน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว? ยังไงพวกมันก็เป็นแค่อสูรมิติมืดระดับต่ำ ถ้าใช้เวทมนตร์โจมตีเข้าไปเรื่อย ๆ พวกมันก็ป่วนแผนการของเราไม่ได้มากนักหรอก!”
ฟลอริด้าที่ยังคงซ่อนตัวอยู่หลังเหล่ายอดฝีมือประเมินสถานการณ์โดยรอบ และตอบกลับไปอย่างมีความหวัง
** Please note : โปรดอ่านนิยายเรื่องนี้ จากบล็อกของผู้แปล gdk-th.blogspot.com เท่านั้น หากท่านกำลังอ่านจากเว็บไซต์อื่น แสดงว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับผู้ที่ขโมยผลงานของนักแปลมาแสวงหาผลกำไรให้ตนเอง **
“แต่ตอนนี้พวกเราเหลือกำลังคนแค่ร้อยเดียวเท่านั้นนะครับ!”
จอมดาบผู้นั้นเกรงกลัวฟลอริด้าอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังพยายามพูดความเป็นจริงออกมา
“พวกเราจะต้องชนะให้ได้ ไม่อย่างนั้น กลุ่มอิทธิพลทั้งสามจะไม่มีวันคว้าโอกาสที่จะครอบครองขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหุบเขาแสงตะวันอีกแล้ว!”
ฟลอริด้าบันดาลโทสะและตวาดกลับไปอย่างเกรี้ยวกราด
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเหล่ายอดฝีมือจากทุกกลุ่มอิทธิพลได้ตายลงไปกว่า 2 ใน 3 แล้ว? อีกทั้งยังรู้ดีว่าในสถานการณ์ตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง มิเช่นนั้นแล้ว หากดึงดันที่จะบุกต่อไปก็มีแต่จะสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ทันใดนั้นเอง ลูกธนูจำนวนมากก็ถูกยิงออกมาโดยกองกำลังฯ พิฆาตวิญญาณจากในระยะไกล ห่าลูกธนูเหล่านั้นเล็งเป้ามาที่เหล่าสัตว์วิเศษ และเพียงครู่เดียว ก็ทำให้พวกที่อยู่ใกล้นับสิบตัวถูกลูกธนูปักร่างจนพรุนราวกับรังผึ้ง
“ทุกคน !!! ถอยยยยยย !!!”
เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงนั้นดังมาจากลอเรตันแห่งกองกำลังฯ ไคโร
ศีรษะล้านเลี่ยนของลอเรตันกำลังเปล่งประกาย ในขณะที่สีหน้าท่าทางของเขาบูดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดน่ากลัวที่สุด ขณะที่นักเวทย์คนหนึ่งยืนอยุ่เคียวข้างเขา พลางใช้เวทย์เบิกฟ้าเพื่อสอดส่องสถานการณ์ทุกอย่างจากเบื้องบนและอธิบายสถานการณ์สู้รบให้ลอเรตันฟัง
แม้ว่าลอเรตันจะไม่ได้ร่วมรบ แต่ก็มีเหล่ายอดฝีมือจากกองกำลังฯ ไคโรที่กำลังต่อสู้อยู่บนท้องฟ้า เมื่อเห็นว่าบรรดาพี่น้องที่เขาไว้ใจหลายคนต้องมาตายไปอย่างน่าเวทนา ลอเรตันก็รู้ทันทีว่าแผนการซุ่มโจมตีนี้ล้มเหลวเสียแล้ว เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเบ่งพลังนักรบคลั่งเพื่อร้องคำรามออกไปด้วยเสียงอันดังเพื่อให้ทุกคนถอยทัพ ป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียไปมากกว่านี้
เสียงตะโกนดังกึกก้องของลอเรตันลั่นไปทั่วฟ้า ทำให้ทั้งฟลอริด้าและ อดัม เมนโล ที่อยู่ด้านบนสามารถได้ยินอย่างชัดเจน และโดยที่ไม่รอให้พวกเขาเคลื่อนไหว เหล่ายอดฝีมือที่ยังรอดชีวิตของกองกำลังฯ ไคโรก็รีบล่าถอยลงไปทันทีโดยไม่ลังเล
ขณะที่ อดัม เมนโล กำลังถูกต้อนโดยหอกกระดูกยาว 3 เมตรของเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก สีหน้าท่าทางของเขาก็กำลังสิ้นหวังและหดหู่อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิต เขาไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กที่อยู่เบื้องหน้าเขาจะมีพลังออร่าแห่งความตายน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
หอกกระดูกของเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กอบอวลไปด้วยปราณแห่งความตายที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล ทุกครั้งที่มันโจมตีออกไป ก็ทำให้ อดัม เมนโล ต้องเจ็บตัวไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะร็อกปีกทองที่คอยช่วยเขาปัดป้องและรับการโจมตีแทน เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็อาจจะแทงร่าง อดัม เมนโล ทะลุไปแล้วก็ได้
“แก… แกมันเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่เนี่ย?”
อดัม เมนโล ร้องถามด้วยความสับสน เพราะเขาเองก็สัมผัสได้ว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กเป็นอสูรที่มีสติปัญญาของตัวเอง แต่โชคร้าย เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กไม่สามารถตอบคำถาม และได้แต่กวัดแกว่งหอกกระดูกใส่เขาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ อดัม เมนโล ต้องถอยร่นกลับไปทีละน้อย
“น… นายท่าน ข้าไม่ไหวแล้ว!”
หลังจากที่ร็อกปีกทองช่วยรับการโจมตีแทน อดัม เมนโล มาพักหนึ่ง มันก็ถึงขีดจำกัดและร้องบอกเขาอย่างอ่อนแรง
ชั่วขณะนั้นเอง เสียงตะโกนดังกึกก้องของลอเรตันจากเบื้องล่างก็ดังให้ได้ยิน อดัม เมนโล ได้แต่นิ่งอึ้งและทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง เมื่อเขารู้ตัวว่ายอดฝีมือจากกองกำลังฯ ไคโรทั้งหมดที่เหลือรอดได้ล่าถอยออกไปจากสนามรบ เขาก็รู้สึกถึงความไร้พลังและสิ้นหวังขึ้นมาในหัวใจ
“ไปเถอะ… พวกเรา… พวกเราก็ต้องถอยเหมือนกัน!”
ขณะที่ อดัม เมนโล ร้องออกคำสั่งกับคนอื่น ๆ เขารู้สึกเสียใจจนน้ำตาแทบไหล เพราะทั้ง ๆ ที่เขาเองอุตส่าห์งัดไพ่ตายใบสุดท้ายของตระกูลเมนโลที่ซ่อนไว้ออกมาแล้วแท้ ๆ เขาก็นึกว่ากองกำลังฯ พิฆาตวิญญาณจะสามารถกวาดล้างได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องทุ่มเทอะไรมากนักเสียอีก ใครจะไปรู้ว่าอยู่ดี ๆ จะมีตัวซวยโผล่มาอีกครั้ง แถมยังอัญเชิญฝูงการ์กอยล์ออกมาเต็มท้องฟ้า พลิกสถานการณ์ให้พวกเขากลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องสูญเสียใหญ่หลวงเสียเอง?
แม้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะมีกำลังคนเพียง 300 คน แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงจากทั้ง 3 กลุ่มอิทธิพล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรบที่ทุกคนต่างฝากความหวังไว้ เรียกได้ว่าพวกเขาเพียงคนเดียวก็สามารถเผชิญหน้ากับศัตรูนับสิบ แต่ใครจะไปคิดว่าในท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาจะประสบชะตากรรมเช่นนี้
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นมาจากร็อกปีกทอง มันบิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด
“นายท่าน นายท่าน! มีบางอย่างอยู่ในร่างกายของข้า! ไม่ไหว ข้า… ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”
เสียง โพละ! ดังขึ้นอย่างชัดเจนภายในร่างของร็อกปีกทอง ร่างของมันสั่นอย่างรุนแรง ก่อนที่จะระเบิดจนเลือดสด ๆ พุ่งกระจายออกมาราวกับสายฝน
ปราณแห่งความตายที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลนั้นอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารที่ก่อให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงภายในร่างของร็อกปีกทอง ทำให้อวัยวะภายในทั้งหมดแหลกเหลว จนออร่าแห่งชีวิตค่อย ๆ ลอยออกไปจากศพของมันอย่างช้า ๆ
** Please note : โปรดอ่านนิยายเรื่องนี้ จากบล็อกของผู้แปล gdk-th.blogspot.com เท่านั้น หากท่านกำลังอ่านจากเว็บไซต์อื่น แสดงว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับผู้ที่ขโมยผลงานของนักแปลมาแสวงหาผลกำไรให้ตนเอง **
ห่างออกไป หานซั่วที่กำลังเตรียมจัดการฟลอริด้า จู่ ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงออร่ารุนแรงบางอย่างและหันขวับไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว และเขาเองก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในร่างของร็อกปีกทองที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันชั่วร้ายที่แสนคุ้นเคย หานซั่วจ้องมองเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กที่เนตรอสูรสีม่วงกำลังเปล่งประกายสุกสว่างตนนั้นด้วยความตกตะลึง เมื่อเขาหันกลับไปมองร็อกปีกทองอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง ก็มีเพียงหานซั่วเท่านั้นที่รู้ว่าปราณแห่งความตายภายในร่างของมันได้รวมตัวกันเป็นขุมพลังด้วยเคล็ดลับ ระเบิดแฝงกาย ตามหลักของเวทย์ปีศาจ ซึ่งเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กได้แฝงปราณแห่งความตายไว้ที่ปลายหอกทุกครั้งที่มันทิ่มแทงร่างของร็อกปีกทอง ก่อนจะสั่งให้ระเบิดขึ้นตอนที่มันไม่ทันระวังตัว ทำให้อวัยวะภายในของร็อกปีกทองระเบิดจนแหลกเละไม่มีชิ้นดี!
หานซั่วพอจะรู้มาบ้างว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กเองก็รู้ทักษะจากเวทย์ปีศาจอยู่บ้างเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กจะร้ายกาจเช่นนี้ สำหรับอสูรมิติมืดที่รู้จักวิธีการโหดเหี้ยมอำมหิตในการสังหารศัตรู หานซั่วก็ได้แต่ตกตะลึงจนต้องถอนหายใจออกมา
เจ้านั่นชักจะร้ายกาจขึ้นทุกวัน ๆ แถมยังใช้วิธีการโหดเหี้ยมแบบนั้นได้อีก ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเจ้าทำได้ยังไง…
หานซั่วรำพึงรำพันขึ้นมาในใจ
“ท่านพ่อ ข้าก็เรียนรู้ทั้งหมดนี่มาจากท่านนั่นแหละ เพราะข้าได้รับสืบทอดสติปัญญาส่วนหนึ่งมาจากท่านด้วย!”
เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กรีบสื่อสารผ่านกระแสจิตตอบกลับมาทันที ราวกับว่ามันรู้ดีถึงความสับสนงุนงงของหานซั่ว จึงรีบอธิบาย
หานซั่วอึ้งไปอีกครั้ง และได้แต่จ้องมองจนทำอะไรไม่ถูก นี่ข้าโหดเหี้ยมและร้ายกาจขนาดนั้นเลยรึ? เขาได้แต่หัวเราะออกมาอย่างขมขื่นพลางคิดกับตัวเอง
“แล้วถ้าศัตรูล้ม ก็ต้องซ้ำให้เละ! ข้าก็เรียนรู้มาจากท่านพ่อเหมือนกัน!”
เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กสื่อกระแสจิตมาอีกครั้ง ขณะที่หานซั่วได้แต่จ้องมองด้วยความทึ่ง มันก็ขี่หลังอสูรกระดูกและพุ่งลงไปหา อดัม เมนโล ทันที
อดัม เมนโล ที่กำลังหมุนคว้างไปมาเพราะร็อกปีกทองที่ร่างระเบิดและกำลังร่วงหล่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจึงไม่สามารถยืนอย่างมั่นคง หรือแม้แต่จะป้องกันตัวเอง
เสี้ยววินาทีนั้น หอกกระดูกของเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็พุ่งออกไป ในครั้งนี้ ไม่มีร็อกปีกทองคอยต่อสู้เพื่อช่วยเหลือเขาอีกต่อไปแล้ว ก่อนที่ อดัม เมนโล จะไหวตัวทัน หอกที่แหลมคมก็เสียบทะลุร่างของเขาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เมื่อเขาก้มหน้าลงมอง ก็พบรูเหวอะขนาดใหญ่ที่กลางหน้าอก
แล้วหอกกระดูกยาว 3 เมตรที่เสียบทะลุร่างและปลิดชีวิตเขา ก็ลอยกลับไปที่มือของเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กอีกครั้ง เนตรอสูรสีม่วงที่เปล่งประกายของมันจับจ้องไปยังร่างของ อดัม เมนโล ที่ค่อย ๆ สิ้นสติไปทีละน้อย ก่อนจะหันหลังกลับไป
“ท่านพ่อ ข้าทำแบบนี้ถูกแล้วใช่มั้ย?”
หลังจากที่เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กสังหาร อดัม เมนโล ได้สำเร็จแล้ว มันก็ส่งกระแสจิตถามกลับมายังหานซั่วเพื่อขอคำยืนยัน
แต่ทว่าในตอนนั้น หานซั่วยังคงได้แต่นิ่งอึ้งและพูดอะไรไม่ออก!
*******************