Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ - ตอนที่ 398

  1. Home
  2. Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ
  3. ตอนที่ 398
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ขณะที่พวกเขาเดินออกจากสวนกุหลาบเขตเหนือ โบลแลนด์ก็ติดตามหานซั่วอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

เมื่อหานซั่วจ้องมองเขาด้วยความสงสัย โบลแลนด์จึงพูดด้วยความเคารพ

“ศิษย์พี่ นับตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะออกจากสวนกุหลาบอย่างเป็นทางการ และติดตามท่านต่อไป”

หานซั่วไม่คาดคิดว่าโบลแลนด์จะพูดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ หลังจากที่ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยิ้มและพูดขึ้น

“เอาอย่างนี้เป็นไง? ระหว่างนี้ ท่านจะยังคงมีหน้าที่คุ้มกันลอว์เรนซ์และดูแลความปลอดภัยให้เขา เมื่อเขาไม่ต้องการการคุ้มกันจากท่านแล้ว ท่านก็ค่อยมาติดตามข้า ข้าจะจัดเตรียมพิธีกรรมเข้าสำนักให้หลังจากนี้อีกสักพัก แล้วเมื่อทำพิธีเสร็จ ข้าก็จะถ่ายทอดศาสตร์ต่อสู้ให้ท่านทันทีเลย”

“ตกลง เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะคอยอารักขาเจ้าชายลอว์เรนซ์ต่อไป”

ในตอนนี้คำสั่งของหานซั่วถือว่าสำคัญมากกว่าคำสั่งของคาเรล และโบลแลนด์เคยชินกับการรับคำสั่งดีอยู่แล้ว เขาจึงพยักหน้ารับคำ

ด้วยคำสั่งของหานซั่ว โบลแลนด์ก็ค่อย ๆ กลืนหายไปในความมืด เมื่อหานซั่วเห็นว่าโบลแลนด์กลับไปให้การคุ้มกันลอว์เรนซ์อย่างลับ ๆ ตามเดิมแล้ว เขาจึงมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ตามลำพัง

ในช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์ในนครออซเซ็นกำลังตึงเครียด จึงมีทหารยามคอยประจำการดูแลความสงบอย่างแน่นหนา พวกเขาลาดตระเวนไปในทุกตรอกซอกซอยของตัวเมืองตลอดทั้งคืน และถึงแม้ว่าพวกขุนนางจะกำลังรื่นเริงกับกิจกรรมยามค่ำคืน พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะพูดถึงประเด็นดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ หานซั่วได้ยินบทสนทนาของเหล่าขุนนางที่อยู่ในสวนกุหลาบผ่านพลังของปีศาจอาคม พวกเขาต่างพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าชาย และถกเถียงกันว่าเจ้าชายองค์ใดที่ควรจะให้การสนับสนุน

หานซั่วรู้ทันทีว่าทำไมจักรพรรดิอูห์เทร็ดถึงจัดการกับเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพราะขุนนางทุกคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลอว์เรนซ์ต่างได้รับการเลื่อนยศไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

ลอว์เรนซ์ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้สนับสนุนเพียงน้อยนิด กลับกลายเป็นผู้ที่ใคร ๆ ต่างก็ให้ความสนใจ เมื่อองค์จักรพรรดิอูห์เทร็ดดูจะโปรดปรานเขาอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พวกเขาไม่รู้ถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของอูห์เทร็ด ทำให้เหล่าขุนนางและเจ้าชายองค์อื่น ๆ รู้สึกหวั่นใจไม่น้อย เพราะทุกคนไม่เข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำของอูห์เทร็ดเลยสักนิด

แม้แต่จอมดาบศักดิ์สิทธิ์คาเรล ผู้ซึ่งวางตัวเป็นกลางและไม่เคยมีท่าทีสนับสนุนลอว์เรนซ์มาก่อน กลับแสดงเจตจำนงค์ชัดเจนหลังจากที่ออกจากพระราชวัง ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อดยุคแอชเบิร์นเป็นอย่างมาก

แม้แต่องครักษ์ชุดดำซึ่งเป็นองค์กรใต้ดิน ยังทำข้อตกลงลับ ๆ กับลอว์เรนซ์อย่างกะทันหัน ส่วนเอมีสซึ่งเป็นผู้ที่เหล่าขุนนางหวาดกลัว ก็ถูกพบเห็นว่าเดินทางไปเยี่ยมเยียนที่คฤหาสน์ของลอว์เรนซ์ในช่วงกลางดึกอยู่บ่อย ๆ นี่จึงถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าองครักษ์ชุดดำได้เป็นพันธมิตรกับลอว์เรนซ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ลอว์เรนซ์ซึ่งเคยถูกกดดันโดยเจ้าชายองค์อื่น ๆ มาโดยตลอด กลับมีเรื่องให้กลายเป็นหัวข้อสนทนาของเหล่าขุนนาง และผู้มีอิทธิพลจำนวนมากซึ่งไม่เคยให้การสนับสนุนลอว์เรนซ์มาก่อน ก็เริ่มเปลี่ยนความคิดอย่างกระทันหัน

** Please note : โปรดอ่านนิยายเรื่องนี้ จากบล็อกของผู้แปล gdk-th.blogspot.com เท่านั้น หากท่านกำลังอ่านจากเว็บไซต์อื่น แสดงว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับผู้ที่ขโมยผลงานของนักแปลมาแสวงหาผลกำไรให้ตนเอง **

“จักรพรรดิอูห์เทร็ดครองอำนาจในจักรวรรดิแลนซล็อตมานานหลายปี ดูเหมือนว่าก่อนที่อูห์เทร็ดจะสิ้นพระชนม์ ทั่วทั้งจักรวรรดิต่างพร้อมใจกันทำตามคำสั่ง และผู้สืบราชบัลลังค์จะยังคงเป็นตัวเลือกส่วนตัวของพระองค์อยู่ดีสินะ”

หานซั่วใช้ความคิดขณะที่เขาเดินทอดน่องกลับไปยังคฤหาสน์

กลางดึกสงัดคืนนั้น ถนนหนทางดูเงียบเหงา หานซั่วเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนถนน ปีศาจอาคมจำนวนหนึ่งที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่โดยรอบ ก็ช่วยให้หานซั่วหลบเลี่ยงทหารยามมากมาย จนกระทั่งสามารถกลับมายังคฤหาสน์ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อหานซั่วมาถึงคฤหาสน์ เขาก็พบว่านอกจากทหารยามจำนวนหนึ่งกับพ่อบ้านชรา พวกคนรับใช้คนอื่น ๆ ก็หลับไปหมดแล้ว เมื่อแคลลัสเห็นหานซั่วปรากฏตัว เขาก็รีบออกไปต้อนรับและพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

“ท่านมาร์ควิส มีคนมารอพบท่านอยู่ในห้องขอรับ”

หานซั่วจ้องมองอย่างฉงนสงสัย พลางนึกสงสัยว่าใครกันที่มาพบเขาในยามวิกาลเช่นนี้ จึงอดแปลกใจไม่ได้ ปีศาจอาคมลอยไปยังทิศทางที่แคลลัสพูดทันที และทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏร่างหล่อเหลาสง่างามของคน ๆ หนึ่งต่อสายตาหานซั่ว

เขานั่นเอง! หานซั่วตกใจ เขาพยักหน้าให้แคลลัสและออกคำสั่ง

“เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ ที่เหลือข้าจัดการเอง”

แคลลัสไม่ได้พูดออะไรอีก เขาโค้งคำนับและจากไปในทันที

หานซั่วเดินไปยังห้องรับแขก เมื่อเขาเข้ามาในห้อง ประตูก็ปิดเองในทันที หานซั่วขมวดคิ้วเมื่อมองเห็นจอมขมังเวทย์ผู้ใช้ความตายรูปงามยืนอยู่เบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยปากถาม

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

วูล์ฟยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางมองหานซั่ว

“ข้าก็มาขอบใจเจ้าน่ะสิ เพราะคทาหัวกะโหลกแท้ ๆ ที่ช่วยให้ข้าได้ความเยาว์วัยกลับคืนมา ฮะ ๆ ๆ ข้าซาบซึ้งเรื่องนี้มากเลยนะ…”

“ช่วงนี้มีข่าวลือที่ไม่ค่อยเป็นผลดีกับข้าสักเท่าไหร่ ข้าไม่อยากให้การมาเยือนของเจ้าทำให้ข้าต้องโดนเข้าใจผิด ถ้าไม่มีธุระอะไรล่ะก็ จะดีกว่าถ้าเจ้าไม่มาที่นี่ และทำให้ข้าต้องเดือดร้อน เพราะตัวตนของเจ้าล่อแหลมเกินไป และเจ้าก็เป็นคนที่ข้าไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวสักเท่าไหร่เลยด้วย”

หานซั่วไม่ได้มีความบาดหมางกับวูล์ฟมาก่อน แต่เขาก็ไม่ได้ประทับใจในตัวอีกฝ่ายเท่าใดนัก และในช่วงนี้ คอสส์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาสูญเสียจุดยืนภายในนครออซเซ็น แม้ว่าหานซั่วจะได้รับความช่วยเหลือจากอูห์เทร็ด แต่หากเขาทำให้คอสส์มีหลักฐานเล่นงานเขาได้แล้วล่ะก็ คงเป็นเรื่องที่เขาจะจัดการได้ยาก

“ใจเย็นน่า ก็เพราะว่าข้าไม่อยากให้เจ้ามีปัญหายังไงล่ะ ข้าถึงได้เลือกมาหาเจ้าในยามวิกาลขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น คนทั่วไปไม่มีทางรู้จักตัวตนของข้าอย่างแน่นอน ต่อให้เป็นศัตรูเก่าแก่อย่างพวกศาสนจักรแห่งแสงสว่างก็ไม่มีทางจำข้าได้ เพราะงั้นเจ้าก็ไม่ต้องวิตกไปหรอกน่า ข้าไม่ทำให้เจ้าลำบากหรอก”

วูล์ฟอธิบาย

เมื่อได้ยินดังนั้น หานซั่วก็จ้องมองวูล์ฟอย่างพินิจพิเคราะห์และเห็นด้วยกับคำพูดของเขาซึ่งถือเป็นความจริงไม่น้อย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเชื่อมโยงวูล์ฟคนปัจจุบันซึ่งดูสง่างาม หล่อเหลา และเต็มไปด้วยความสูงศักดิ์ กับวูล์ฟคนก่อนที่ดูราวกับไม่ใช่มนุษย์และอบอวลไปด้วยออร่าแห่งความตาย หากไม่ใช่เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากคทาหัวกะโหลก แม้ว่าใครจะทุบตีหานซั่วจนตาย เขาก็ไม่เชื่อว่าหนุ่มรูปงามที่อยู่เบื้องหน้าคือวูล์ฟซึ่งอยู่มานานนับศตวรรษ

“แล้วเจ้ามาหาข้าทำไมกัน?”

หานซั่วผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจขณะมองไปที่วูล์ฟ

“เฮ้… พวกเราถือว่าเป็นพวกเดียวกันนะ เรียกได้ว่าเป็นมิตรแท้จริง ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะศาสนจักรแห่งความหายนะของพวกเราก็ถือว่าเจ้าเป็นมิตรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อีกอย่าง ข้าเองก็เป็นนักเวทย์ผู้ใช้ความตาย พวกเราไม่มีอะไรต่างกันหรอก”

วูล์ฟยักไหล่และพูดด้วยท่าทีเศร้าสร้อยเล็กน้อย

หานซั่วตกใจกับคำพูดของเขา เมื่อลองคิดตามดูดี ๆ มันเป็นอย่างที่วูล์ฟพูดจริง ๆ ทุกคนในอาณาจักรแห่งความลึกล้ำต่างหวาดกลัวศาสนจักรแห่งความหายนะที่ชั่วร้าย เมื่อเขาแสดงความสามารถในการหล่อหลอมอสูรมิติมืดซึ่งไม่เกรงกลัวต่อแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา พวกเขาก็ถือว่าหานซั่วเป็นพรรคพวก และพยายามปกป้องอย่างถึงที่สุด

เมื่อวูล์ฟรู้ว่าหานซั่วครอบครองคทาหัวกะโหลก ทัศนคติที่ศาสนจักรแห่งความหายนะมีต่อหานซั่วก็แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพที่ทำให้เขาต้องเหนื่อยใจไม่น้อย เมื่อมองวูล์ฟที่อยู่ตรงหน้า หานซั่วก็ไม่รู้เลยว่าต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างไรดี

หานซั่วรู้สึกผ่อนคลายลง และไม่ได้มีท่าทีเย็นชาอีกต่อไป เขายิ้มเล็กน้อยขณะที่ดึงเก้าอี้มานั่งและถามขึ้น

“ถ้าอย่างนั้น ท่านวูล์ฟก็ช่วยบอกข้าหน่อย ว่าอะไรทำให้ท่านมาถึงที่นี่? แล้วศาสนจักรแห่งความหายนะต้องการจะปฏิบัติกับข้ายังไงกันแน่?”

เมื่อวูล์ฟเห็นว่าหานซั่วไม่ได้มีท่าทีเย็นชา เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุขและพูดขึ้น

“ต้องอย่างนี้สิ! เราเป็นเพื่อนกันนี่นา ฮ่า ๆ ๆ เพื่อนที่ดีมาก ๆ เลยด้วย! ไม่ค่อยจะมีนักเวทย์ผู้ใช้ความตายมากนักหรอก ยิ่งจอมขมังเวทย์ผู้ใช้ความตายก็ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก แต่ทั้งเจ้าและข้าต่างก็เป็นจอมขมังเวทย์ผู้ใช้ความตายด้วยกันทั้งคู่ พวกเราน่าจะมีอะไรเหมือน ๆ กันนะ อาห์…. ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะได้เป็นจอมขมังเวทย์ผู้ใช้ความตายได้รวดเร็วขนาดนี้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้อะไรมามากมายจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั่นนะ”

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์? ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อะไรกัน?”

หานซั่วดูงุนงงและถามอย่างสงสัย

ดูเหมือนว่าวูล์ฟจะรู้อยู่แล้วว่าหานซั่วจะถาม เขาจึงยืดตัวขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คือชื่อที่ศาสนจักรแห่งความหายนะใช้เรียกสถานที่แห่งนั้น คนส่วนใหญ่ในอาณาจักรแห่งความลึกล้ำเรียกมันว่า สุสานแห่งความตาย หึหึหึ ตั้งแต่ที่เจ้าได้ครอบครองคทาหัวกะโหลก เจ้าคงไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเจ้าเคยไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าฝึกฝนเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายไม่ถึง 5 ปี เจ้าก็ได้เป็นจอมขมังเวทย์ผู้ใช้ความตายแล้ว ทั้ง ๆ ที่ข้าต้องใช้เวลาตั้งหลายสิบปี นี่ก็เป็นหลักฐานชี้ชัดได้มากพอ แถมยังมีอสูรมิติมืดที่ไม่เกรงกลัวต่อแสงสว่าง และเรื่องราวลึกลับมากมายที่ทำให้รู้ว่าเจ้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาแล้วไงล่ะ”

เมื่อวูล์ฟพูดเช่นนั้นออกมา จิตใจของหานซั่วก็พลุ่งพล่านไปด้วยอารมณ์ เขารู้ทันทีว่าตนเองไม่ได้ระมัดระวังตัวให้มากพอ หรือจะถือว่าเขารู้เกี่ยวกับศาสนจักรแห่งความหายนะ รวมทั้งความลับมากมายของผู้ใช้ความตายน้อยเกินไปก็เป็นได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่วูล์ฟรู้จักคทาหัวกะโหลกอันนั้น สำหรับวูล์ฟที่ดูจะมั่นใจในสิ่งที่พูดมากพอควร ก็แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่หานซั่วจำต้องยอมรับ

หานซั่วมีท่าทีกระวนกระวายอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความลังเลใจว่าจะฆ่าทุกคนที่ล่วงรู้ความลับของเขาดีหรือไม่ แต่หลังจากที่ใคร่ครวญดูแล้ว เขาก็พบว่ามันคงสายเกินไป เพราะวูล์ฟคงบอกเรื่องนี้ให้กับศาสนจักรแห่งความหายนะรู้กันทั่วแล้ว

เมื่อสังเกตเห็นสายตาน่าสะพรึงกลัวของหานซั่ว วูล์ฟซึ่งมีชีวิตอยู่มายาวนานก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา ในฐานะนักเวทย์ผู้ใช้ความตายที่มีฝีมือคนหนึ่ง เขาสามารถสัมผัสจิตสังหารของหานซั่วได้อย่างชัดเจน วูล์ฟจึงรู้สึกผวาขึ้นมาเมื่อถูกหานซั่วจับจ้องอย่างไม่ทันตั้งตัว

ตามปกติแล้ว ต้องเป็นเวลาที่ได้เผชิญหน้ากับบุคคลระดับสูงของศาสนจักรแห่งความหายนะเท่านั้น วูล์ฟจึงจะมีความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างที่กำลังรู้สึก เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะมีความหวาดกลัวต่อคนที่อายุน้อยกว่าเขามากถึงเพียงนี้ ซึ่งวูล์ฟรู้ดีว่าความรู้สึกเช่นนี้หมายถึงอะไร

เพราะนี่คือความรู้สึกเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่สามารถคุกคามชีวิต และต้องการที่จะฆ่าเขาเท่านั้น เขาถึงได้รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ

ชายหนุ่มที่เพิ่งจะได้เป็นจอมขมังเวทย์คนนี้ จะมีความสามารถพอที่จะฆ่าเขาได้จริงหรือ?

ภาพลวงตา! มันต้องเป็นภาพลวงตา! วูล์ฟให้ความมั่นใจกับตัวเองก่อนที่จะพูดกับหานซั่ว

“อย่าเป็นปฏิปักษ์กับข้าเลย ศาสนจักรแห่งความหายนะของเราจะไม่กลายเป็นศัตรูของเจ้าหรอก ในเมื่อคทาหัวกะโหลกยอมรับเจ้าเป็นนายของมัน เจ้าก็ถือเป็นชนชั้นสูงแห่งศาสนจักรแห่งความหายนะของเรา และมีอีกหลายอย่างที่ศาสนจักรของเราจำเป็นต้องพึ่งพาเจ้า เพราะฉะนั้น เราก็แค่ต้องการให้เจ้าอยู่ดีมีสุขเท่านั้นก็เพียงพอแล้วล่ะ”

** Please note : โปรดอ่านนิยายเรื่องนี้ จากบล็อกของผู้แปล gdk-th.blogspot.com เท่านั้น หากท่านกำลังอ่านจากเว็บไซต์อื่น แสดงว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับผู้ที่ขโมยผลงานของนักแปลมาแสวงหาผลกำไรให้ตนเอง **

“งั้นถ้าความตายของข้าจะนำประโยชน์มาให้พวกเจ้าได้มากกว่า พวกเจ้าก็คงจะลงมือไปแล้วงั้นสินะ?”

หานซั่วหรี่ตาและจ้องมองวูล์ฟขณะที่เขาตอบอย่างช้า ๆ

“เอ่อ…”

ท่าทีของวูล์ฟดูกระอักกระอ่วนมากขึ้นทันที เขาลังเลใจครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและพูดขึ้น

“หากพวกเราฆ่าเจ้าแล้วได้ประโยชน์ และไม่สร้างความเสียหายใด ๆ ให้กับศาสนจักร ข้าคิดว่าพวกเบื้องบนคงสั่งให้ฆ่าไปเจ้านานแล้วล่ะ ไม่มาพยายามปกป้องและร่วมมือกับเจ้าแบบนี้หรอก”

วูล์ฟถือว่าเป็นคนจริงใจมากทีเดียว หานซั่วรู้ดีว่าศาสนจักรแห่งความหายนะมักจะรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ด้วยวิธีใด เมื่อครั้งแรกที่เขาพบเบลินดา แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่ง แต่เธอก็ตั้งใจจะฆ่าทุกคนในโรงแรมได้โดยไม่ลังเล เธอไม่เห็นความสำคัญของชีวิตคนแปลกหน้า และเชื่อว่าทุกสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องเหมาะสมดีแล้ว

หานซั่วพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา เขารู้ว่าวูล์ฟรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องของสุสานแห่งความตาย อย่างไรก็ตาม หานซั่วก็จะไม่เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ อีก เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“อย่ามาสอดในธุระของข้า พูดมาซะทีว่าเจ้ามาที่นี่เพราะอะไรกันแน่!”

เมื่อเห็นว่าหานซั่วเริ่มไม่พอใจ วูล์ฟจึงรีบอธิบาย

“เรื่องของดินแดนศักดิ์สิทธิ์น่ะ เรายังไม่ต้องพูดเรื่องนั้นก็ได้ เพราะจริง ๆ แล้วข้ามาที่นี่เพราะต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเจ้าเกี่ยวกับความลับของคทาหัวกะโหลกและดินแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเอง เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่เจ้าต้องการมากที่สุด”

“โอ้? ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าถ้าข้าไม่เข้าร่วมกับศาสนจักรแห่งความหายนะ เจ้าก็จะไม่บอกความลับเกี่ยวกับคทาหัวกะโหลกนั่นไม่ใช่รึ? ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงอยากมาบอกข้อมูลเรื่องพวกนั้นกับข้าเอาตอนนี้ล่ะ? ข้าบอกไปชัดเจนแล้วนี่ ว่าข้าจะไม่เข้าร่วมกับศาสนจักรแห่งความหายนะ เจ้าอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามจะดีกว่านะ”

หานซั่วพูดกับวูล์ฟ

ด้วยเหตุผลที่ไม่อาจทราบได้ จอมขมังเวทย์ผู้ใช้ความตายวูล์ฟที่แข็งแกร่งและก้าวข้ามผ่านระดับของคนธรรมดา ๆ ไปมากแล้ว กลับดูถ่อมตัว แม้กระทั่งดูเหมือนจะมีเจตนาประจบประแจงในขณะที่เขาพูดกับหานซั่วอย่างบอกไม่ถูก

ก็ตั้งแต่ที่เจ้าหยิบคทาหัวกะโหลกขึ้นมา เจ้าก็ถือว่าเป็นสาวกของศาสนจักรแห่งความหายนะตั้งนานแล้ว! วูล์ฟคิดในใจ ก่อนจะยิ้มและอธิบายต่อ

“อย่ากังวลไปเลย พวกผู้นำของข้าสั่งมา และข้าก็จะบอกเกี่ยวกับคทาหัวกะโหลกและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้ อย่างไรซะ สิ่งที่ข้าบอกเจ้า ก็เป็นเพียงสิ่งที่ข้ารู้เท่านั้น เพราะยังมีเรื่องอื่นที่ข้าไม่รู้ และไม่มีพลังพอจะช่วยได้อยู่เหมือนกัน”

“งั้นถ้าข้าไม่รับฟัง คงจะน่าเสียดายแย่เลยสินะ เอาสิ เล่ามาเลย”

หานซั่วพูดอย่างไม่ใส่ใจ และไม่มีท่าทีกดดันเหมือนก่อนหน้า เพราะไม่ว่ายังไง เขาเองก็กระหายใคร่รู้แทบตาย และมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะเข้าใจข้อเท็จจริงเหล่านี้

“ถ้าอย่างนั้น เริ่มที่เรื่องของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก่อนก็แล้วกัน ภายในศาสนจักรแห่งความหายนะมีข่าวลือว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีวงเวทย์มิติเคลื่อนย้ายตั้งอยู่ และวงเวทย์มิติเคลื่อนย้ายนั้นมีพลังลี้ลับที่ว่ากันว่าสามารถเชื่อมต่อระหว่างภพได้ โดยเฉพาะกับมิติมืด ทำให้นักเวทย์ผู้ใช้ความตายสามารถใช้ร่างของพวกเขาเดินทางเข้าไปยังมิติมืด เพื่อสำรวจดินแดนที่ไม่รู้จักในโลกอื่น และฝึกฝนเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายให้พัฒนาก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีตำนานที่เล่าขานภายในศาสนจักร ซึ่งข้าไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตำนานนี้เป็นจริงหรือเปล่า แต่ข้าเคยได้ยินท่านสังฆราชพูดว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สถานที่ ๆ ตั้งอยู่ในอาณาจักรแห่งความลึกล้ำ จริง ๆ แล้วมันอยู่ในโลกอื่น ซึ่งข้าเข้าใจว่าคือมิติมืด เพียงแต่มาปรากฏตัวตนในอาณาจักรแห่งความลึกล้ำเท่านั้นเอง”

วูล์ฟสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ขณะเล่าให้หานซั่วฟัง

********************************

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter " ตอนที่ 398"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย