Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

Jun Jiu Ling หวนชะตารัก - ภาคที่ 5 บทที่ 58 ถอย

  1. Home
  2. Jun Jiu Ling หวนชะตารัก
  3. ภาคที่ 5 บทที่ 58 ถอย
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ท่ามกลางราตรียิ่งมองผู้คนที่มาไม่ชัด เห็นเพียงด้านหน้าทุกหนทุกแห่งล้วนเป็นอาชาและทหาร มืดฟ้ามัวดินทำให้คนหายใจไม่ออก

จ้าวฮั่นชิงยืนอยู่ในกระบวนทัพ พลธงสองข้างมือชูคบไฟ

“แยก” นางเอ่ย

พลธงทั้งหลายเป่าแตรดังทันที

กระบวนทัพพริบตาขยับ บนทุ่งกว้างเสียงกีบเท้าดังประหนึ่งอสนีบาต ทหารม้าสองด้านประหนึ่งน้ำหลากซัดกระทบทำนบ

ใต้ท้องฟ้าราตรีเสียงฆ่าฟันสะเทือนนภา

…

…

บนกำแพงเมืองของเมืองหลวงทหารจินมากขึ้นทุกที ๆ ทุกหนทุกแห่งเป็นแสงเปลวเพลิง เสียงเข่นฆ่าเสียงตะโกนเต็มไปหมด

นายทหารทั้งหลายรบจนตัวตายเกือบหมดสิ้น การรบไม่มีระเบียบอีกต่อไป ชายฉกรรจ์คนหนึ่งชูไม้กระบองฟาดเข้าใส่ทหารจินที่วิ่งพุ่งเข้ามา

ไม้กระบองถูกฟันสวนจนปลิว อาจเป็นเพราะวิธีสู้ที่ไม่เปลืองแรงเป่าฝุ่นนี่ทำให้ทหารจินอดไม่ได้หัวเราะบ้าคลั่ง

ชายฉกรรจ์คนนั้นมองทหารจินที่หัวเราะบ้าคลั่งคนนี้แล้วฉับพลันโถมเข้าใส่ ถึงกับไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้นยื่นมือทิ่มสองตาของทหารจิน

ทหารจินคนนั้นคิดไม่ถึงว่จะมีคนบ้าคลั่งเช่นนี้ ไม่ทันป้องกันถูกจิ้มเข้า เขาส่งเสียงร้องบ้าคลั่งทีหนึ่ง ดาบยาวในมือสะบัดฟันแขนของชายฉกรรจ์

ชายฉกรรจ์ส่งเสียงกรีดร้อง แต่มือที่คว้าหน้าของชาวจินไว้กลับไม่คลายออก ตรงกันข้ามคนทั้งร่างกลับต้านดาบยาวประชิดเข้าไป มือจิกดวงตาของทหารจินไว้แน่น ปากกัดที่ใบหูของทหารจินด้วย

ทหารจินร้องตะโกนกลิ้งลงไปที่พื้นกับชายฉกรรจ์ จนกระทั่งทหารจินอีกคนเร่งเข้ามาหนึ่งหอกแทงชายฉกรรจ์ตาย

แต่นาทีต่อมาก็มีชายฉกรรจ์นับไม่ถ้วนแห่เข้ามาอีก ไม่มีระเบียบสักนิดแต่ก็ไม่ถอยหลีกสักนิด ประหนึ่งแมงเม่าบินเข้ากองไฟ

เห็นฉากนี้ คุณหนูจวินที่ถูกองครักษ์ล้อมประจันหน้ากับคนอีกกลุ่มหนึ่งอยู่พลันสีหน้าโกรธเกรี้ยว

“พวกเจ้าไม่เห็นหรือ?” นางตวาด “เป็นเช่นนี้แล้ว พวกเจ้ายังสู้ติดพันกับคนของพวกเราเองอยู่อีก!”

คนกลุ่มนี้สีหน้านิ่งสนิทไม่มีคนตอบ พวกเขาก้าวมาข้างหน้าอีกครั้ง อาวุธในมือฟันเข้าใส่องครักษ์ด้านนี้อย่างไม่ลังเลสักนิด

“ข้าจะไปกับพวกเขา”

จิ่วหรงที่ถูกคุณหนูจวินปกป้องอยู่ด้านหลังร่างตะโกนขึ้นมา

“หลีกไปให้หมด”

คุณหนูจวินหันกลับมามองเขา

“องครักษ์ของข้า ไม่ควรตายด้วยมือคนของตัวเอง” จิ่วหรงเอ่ยเสียงดัง “ไปเถอะ พวกเจ้าไปสังหารศัตรูเหมือนเช่นผู้กล้าวีรบุรุษคนหนึ่งเถอะ”

องครักษ์ทั้งหลายหันศีรษะกลับมามองเขา สีหน้าสับสนลังเล

คุณหนูจวินนั่งยองลงมาโอบหัวไหล่ของเขา กำลังจะเอ่ยวาจาอันใด ฉับพลันเหนือประตูเมืองเสียงเอะอะดังยิ่งกว่าก็ดังขึ้น

“ชาวจินถอยแล้ว!”

“ชาวจินถอยแล้ว!”

เสียงตะโกนนี่ทำให้พวก คุณหนูจวินล้วนตะลึง องครักษ์ทั้งหลายก็หยุดโรมรันด้วย พวกเขามองไปยังกำแพงเมืองด้านนั้นอย่างประหลาดใจ

การเข่นฆ่าบนกำแพงเมืองยังดำเนินไปต่อ แต่อาศัยแสงไฟมองเห็นได้ว่าทหารจินที่เดิมทีมีอยู่ยุบยับบนบันไดยาวที่กำแพงเมืองกำลังถอยไป ไกลออกไปอีกทหารจินที่อออยู่ก็ถอยหลังไปประหนึ่งน้ำหลาก

และในเวลาเดียวกันนี้แตรเรียกทหารกลับก็ดังขึ้นท่ามกลางราตรี

ไม่ต้องพูดถึงชาวโจวด้านนี้ไม่อยากเชื่อ ทหารจินที่ต่อสู้กำลังมันก็อึ้งเช่นกัน

เวลานี้ไม่ได้พ่ายแพ้สักนิด กำลังฮึดคราวเดียวจะเอาเมืองมา ทำไมอยู่ดีๆ เรียกทหารกลับเล่า?

ถ้าเช่นนั้นพวกเขาจะสู้หรือว่าถอย? ความคิดสับสน สีหน้าตะลึงการ เคลื่อนไหวหยุดชะงัก ทหารและชายฉกรรจ์ชาวโจวที่เดิมทีตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบฉับพลันกำลังใจลุกโชน เริ่มต่อสู้อย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม

ทหารจินที่ฝืนประจันศึกถูกชายหนุ่มที่รุมล้อมเข้ามาผลักล้มลงกับพื้น ทหารจินที่คิดจะถอยไปบ้างถูกฟันล้มบ้างก็พลัดตกจากกำแพง

เห็นทหารจินร่วงลงมาจากกำแพงเมืองขาด อวี้ฉือไห่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลพลันโกรธจนตาแดง

“เรียกทหารกลับไม่ได้ กำลงจะโจมตีเมืองหลวงได้อยู่แล้ว” เขาตะโกนใส่แม่ทัพข้างกาย

แม่ทัพข้างกายสีหน้าโกรธเกรี้ยว

“ทหารกองหนุนของชาวโจวมาแล้ว!” พวกเขาตะโกน “กำลังโจมตีค่ายใหญ่ของพวกเราอยู่”

“ไม่มีทางมีทหารกองหนุนมามากนัก!” อวี้ฉือไห่โมโหเอ่ย “กำลังพลด้านหลังของพวกเราพอต้านไว้ได้”

แม่ทัพทั้งหลายสีหน้ายังคงโกรธเกรี้ยว ในความโกรธเกรี้ยวนี้ยังมีความหวาดกลัวที่ยากปิดบังจางๆ อยู่ด้วย

“แต่นั่นเป็นกองทหารชิงซาน!” พวกเขาตะโกนเอ่ย

ตัวไร้ประโยชน์ขี้ขลาดประหนึ่งมุสิกแข็งนอกอ่อนในฝูงนี้ถูกกองทหารชิงซานทำให้กลัวเสียขวัญแล้ว อวี้ฉือไห่แทบโกรธจนจะเป็นลม

“พวกเราจะโจมตีกำแพงเมืองได้อยู่แล้ว ต่อให้กองทหารชิงซานมา ขอเพียงพวกเรายึดเมืองหลวง ครองพระราชวังได้ พวกเขาก็ทำอันใดพวกเราไม่ได้เหมือนกัน” เขากัดฟันเอ่ยทีละคำๆ

“โจมตียึดกำแพงเมืองได้เท่านั้น ไม่แน่ว่าจะโจมตียึดเมืองหลวงได้” แม่ทัพคนหนึ่งเอ่ยอย่างโมโห ยื่นมือชี้เมืองที่แสงเปลวเพลิงท่วมฟ้าด้านหน้า “ชาวโจวเหล่านี้ไม่ได้อ่อนแอไม่ทานทนสักการโจมตีเช่นนั้นอย่างที่เจ้าว่าสักนิด โจมตีกำแพงเมืองด้านหนึ่งยังยากเย็นเช่นนี้”

ชาวโจวเหล่านี้ก็แค่ฮึดกลั้นอยู่เท่านั้น ขอเพียงโจมตีกำแพงเมืองได้ก็ทำลายลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพวกเขาได้แล้ว เมืองหลวงก็เป็นของในกระเป๋าแล้ว

ตัวไร้ประโยชน์เหล่านี้ พวกคนเถื่อนเหล่านี้เข้าใจอะไร อวี้ฉือไห่โกรธจนจะกระอักเลือด

แต่ทำอย่างไรได้ แม่ทัพจินเหล่านี้เวลานี้ไม่มีทางฟังเขาอย่างสิ้นเชิง อวี้ฉือไห่มองทหารจินที่ถอยร่นประหนึ่งน้ำลง แล้วอดไม่ได้ชูมือแหงนมองฟ้าร้องเสียงดัง

ทหารกองหนุนที่น่าตายนี่ มาช้าแม้เพียงหนึ่งชั่วยามก็ดี

ขาดเพียงก้าวเดียว ขาดเพียงก้าวเดียวเอง

แม่ทัพจินคนหนึ่งอาจเพราะเห็นอวี้ฉือไห่ที่ชมตนเองว่าเป็นสุภาพชนมาตลอดเสียกิริยาเช่นนี้ ก็ทนไม่ได้อยู่บ้าง

“ใต้เท้าอวี้ไม่ต้องกังวล ท่านไม่ใช่บอกว่าทหารกองหนุนไม่มากหรือ ทั้งพวกเขายังระหกระเหินเดินทาไกลมาอีก ถึงกับกล้ารบกลางราตรีกับพวกเราบนทุ่งกว้าง รอพวกเรารวมกำลังรวบพวกเขาทีเดียว” เขาเอ่ยเสียงดัง “ให้คนเหล่านี้ในเมืองหลวงดูสักหน่อยว่ามีทหารกองหนุนมาก็ไร้ประโยชน์ กำลังใจของพวกเขาต้องถูกโจมตีทลายอย่างสิ้นเชิงแน่ พวกเรากลับมาอีกที เมืองหลวงก็ยังคงเป็นของในกระเป๋าของพวกเราดังเดิม”

แต่คำพูดนี้ของเขาคล้ายปลอบประโลมอวี้ฉือไห่ แล้วก็กำลังปลอบประโลมตนเอง ทว่าอวี้ฉือไห่สีหน้านิ่งสนิททั้งยังเฉยเมยเหมือนแสร้งไม่ได้ยินอยู่บ้าง

แม่ทัพจินเจอคนปฏิเสธก็แค่นเสียงเหอะสองทีท่าทางอับอายโมโหหมุนตัว

“ประจันศึก” เขาตะโกนเสียงดัง ทะยานม้าวิ่งตามกองทัพใหญ่ไป

…

…

บนกำแพงเมืองทหารจินคนสุดท้ายถูกบีบล้อมมาถึงริมกำแพง

เสียนอ๋องคำรามเสียงดังทีหนึ่ง ชูหอกยาวพุ่งเข้ามา

ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือใต้เท้าระเกะระกะจนสะดุด หอกยาวของเสียนอ๋องจึงเฉียดผ่านหัวไหล่ทหารจินชนเข้ากับกำแพงเมือง ทว่าทหารจินก็ยังคงร้องเสียงดัง ถูกเสียนอ๋องผู้อ้วนท้วนที่พุ่งเข้ามาชนจนปลิวร่วงลงจากกำแพงเมือง

“ท่านอ๋องเกรียงไกร!” องครักษ์ทั้งหลายสองด้านตะโกนเสียงดังพร้อมเพรียง

อย่างไรก็ถูกเขาทำให้ลงจากกำแพงเมืองไป ไม่ว่าเขาใช้หอกหรือใช้ร่างกาย เขาก็สังหารโจรจินคนหนึ่งกับมือตนเอง เขาสังหารกับมือตนเองเชียวนะ!

เสียนอ๋องลบความใจหายไป สีหน้าดีใจตื่นเต้นโบกมือให้ทุกคน

“เป็นทุกคนเกรียงไกร” เขาตะโกน

ผู้โชคดีเหลือรอดทั้งหลายมองกำแพงที่ไม่มีทหารจินแห่ขึ้นมาอีกแล้ว แต่ไม่ได้โห่ร้องยินดีคึกคัก สีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง แล้วก็ระวังอยู่บ้าง

หรือจะมีแผนร้ายอะไรกระมัง?

หรือจะหมักบ่มการโจมตีครั้งต่อไปอีก?

คุณหนูจวินโอบไหวอ๋องเดินเข้ามาหลายก้าว

“ไม่เหมือนมีอุบาย” บัณฑิตกู้มุดออกมาจากด้านข้าง แล้วมองด้านหน้า “ข้าคิดว่า ทหารกองหนุนมาแล้ว”

องครักษ์เสื้อแพรที่สั่นเทาทั้งหลายยืนอยู่หลังร่างบัณฑิตกู้อย่างยิ่งสงบอีกครั้ง คล้ายเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น พวกเขารับคำสั่งให้พาไหวอ๋องกับคุณหนูจวินจากไปยามที่เมืองรักษาไว้ไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นตอนนี้มีทหารกองหนุนมาแล้ว เมืองหลวงไม่ถูกตีแตกก็ไม่มีความจำเป็นต้องพาไปแล้วเช่นกัน

ทหารกองหนุน?

ค่ำคืนบดบังสายตา มองไม่เห็นว่าที่แท้เกิดเรื่องอะไรขึ้น

“ทหารกองหนุนที่ไหน?” แม่ทัพคนหนึ่งที่แขนข้างหนึ่งแทบถูกฟันขาดกัดฟันเสียงสั่น พยุงกำแพงมองไปข้างนอก แสงเปลวไฟส่องสีหน้าซีดขาวที่ไม่มีความยินดีสักนิด “สงครามกลางคืนกับทหารจิน จะสำเร็จได้หรือ?”

ทหารประจำการรอบด้านเมืองหลวงหากร้ายกาจจริง ตอนนี้เมืองหลวงก็คงไม่เป็นเช่นนี้แล้ว

ได้ยินคำนี้ผู้คนบนกำแพงสีหน้ายิ่งสิ้นหวังเพิ่มหลายส่วน

“บางทีอาจเป็นทหารกองหนุนจากแดนเหนือ” แต่ก็มีคนเอ่ยเสียงดังขึ้นอีก

หากเป็นทหารกองหนุนที่แดนเหนือ ถ้าอย่างนั้นก็มีความหวัง

ผู้คนอดไม่ได้คาดหวังอยู่บ้างอีกหน

“ไม่ว่าจะว่าอย่างไร พวกเราก็รอจนทหารกองหนุนมาได้แล้ว” คุณหนูจวินเอ่ยขึ้น “เรื่องที่เดิมทีคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้เป็นไปได้แล้ว ป้องกันเมืองได้ชัยชนะ ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไมได้เช่นกัน”

หวังว่านะ มือที่ทิ้งข้างลำตัวของหนิงเหยียนผู้บนร่างมีคราบเลือดอยู่ทั่วเส้นผมยุ่งเหยิงไม่มีบรรยากาศของขุนนางฝ่ายพลเรือนผู้สุขุมอีกต่อไปกำแน่นเช่นกัน

คุณหนูจวินโอบหัวไหล่ของไหวอ๋องแน่น ยืนอยู่กับคนทั้งหมดบนกำแพงเมือง มองทิวทัศน์ประหนึ่งหมึกเบื้องหน้า

ท่ามกลางราตรีเสียงเข่นฆ่าคล้ายลอยมาจากขอบฟ้าอยู่เลือนราง

…

…

เสียงสังหารสะเทือนนภา ข้างหูเสียงกลองกังวานฉับพลันเปลี่ยน ทหารม้าด้านหน้าประหนึ่งถูกดาบผ่าออกแล้วก็ประหนึ่งแขนเสื้อยาวของนางรำสะบัดออกสองข้าง นายทหารแถวแล้วแถวเล่าที่อยู่ในกระบวนทัพชูดาบยาวและโล่ตรงไปข้างหน้า

ทหารม้าของชาวจินพุ่งเข้ามาแล้ว ดาบยาวดาบโค้งฟันเข้าใส่นายทหารขบวนนี้นายทหารทั้งหลายย่อตัวยกโล่ขึ้นพร้อมเพรียง แสงเปลวไฟแถบหนึ่งชนปะทะ ตามติดมาด้วยดาบยาวเหวี่ยงสะบัด เสียงม้ากรีดร้องระงมโถมใส่ทหารจินล้มกลิ้งร่วง

โล่บินแหวก ดาบยาวสะบัดเหวี่ยง เลือดเนื้อปลิวว่อน

กำลังพลปะทะกัน สู้รบชุลมุน

กลางคืนมองไม่ชัด แต่สถานการณ์ยิ่งโหดร้าย

“…ทำไม ทำไมรบกันเช่นนี้เล่า”

ทหารของเมืองเหรินจี้คนหนึ่งตะโกน มือที่กำหอกยาวสั่นเทาเฉกเช่นเสียงของเขา

“พวกเรากองทหารชิงซานตลอดมาล้วนรบเช่นนี้” ด้านข้างเสียงลอยมา

พร้อมกับเสียงนี้ นายทหารสามคนพลันก้าวเท้าพร้อมเพรียงชนเข้าใส่ทหารจินคนหนึ่งที่ประจันหน้ามา

ขวานหนักหน่วงของทหารจินผ่าแหวกเกราะของนายทหารคนหนึ่งร่วงลงบนหัวไหล่ของเขาตรงๆ แทบจะผ่าคนทั้งร่างออก

นายทหารเมืองเหรินจี้ได้ยินเสียงกระดูกแตกหักชัดเจน แต่นายทหารคนนั้นที่คุกเข่ารอความตายกลับยังคงยกหอกยาวในมือขึ้นแทงทะลุหน้าอกของทหารจินอย่างโหดเหี้ยม ทั้งสองคนส่งเสียงกรีดร้องล้มลงพร้อมกัน

น่ากลัวเกินไปแล้ว

นายทหารของเมืองเหรินจี้แทบจะเป็นลม

พวกเขาเฝ้าอยู่ละแวกเมืองหลวงนี่ อย่างมากที่สุดก็สู้ศึกป้องกันเมืองกับชาวจินครั้งหนึ่ง กั้นด้วยกำแพงเมืองยิงธนูอะไรๆ ที่แท้ศึกปะทะซึ่งๆ หน้าเช่นนี้น่ากลัวเช่นนี้

“พวกเจ้า พวกเจ้าไม่ใช่มีรถยิงกระสุนหรือ? เร็ว เร็วระเบิดพวกเขาให้ตายสิ” เขาอดไม่ได้ตะโกนเอ่ย

ไม่มีคนตอบเรื่องนี้กับเขา แล้วก็ไม่มีรถยิงกระสุนปรากฏด้วย พลหอกยาวพลเกราะแถวแล้วแถวเล่าเบียดรุกเบียดถอย ทหารม้าสองด้านโอบล้อมพร้อมกับกลองศึก พวกเขาถูกม้วนอยู่ตรงกลาง แม้หวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่ยังรุกถอยเหวี่ยงดาบหอกตามขบวนแถวอย่างไม่รู้ตัว

ท่ามกลางขบวนแถวชั้นแล้วชั้นเล่านี่ ไม่ต้องให้พวกเขาชำนาญวิชายุทธ์มากเท่าใด ต้องการเพียงความกล้าหาญ แต่ไม่มีความกล้าหาญก็ไม่เป็นไร ขอเพียงถูกม้วนอยู่ข้างใน รุดหน้าตาม เหวี่ยงดาบแทงหอกตาม มองเมินความเป็นความตายตาม ตกตายร่วมกันตามก็ประหนึ่งรถยักษ์คันหนึ่งศิลายักษ์ก้อนหนึ่งกลิ้งบดขยี้ไปข้างหน้า

ไม่เช่นนั้นยังทำอย่างไรได้!

ก็ได้แต่ทำเช่นนี้แล้ว!

ไม่เช่นนั้นยังทำอย่างไรได้!

ได้แต่ทำเช่นนี้แล้ว!

สังหาร สังหาร เสียงสังหารสะเทือนนภา!

…

…

ทิศตะวันออกค่อยๆ สว่าง สภาพอเนจอนาถของกำแพงเมืองที่ผ่านศึกใหญ่มาปรากฏอยู่ตรงหน้า ส่วนบนกำแพงมืองก็มีคนที่ประหนึ่งรูปปั้นโคลนแถวแล้วแถวเล่ายืนอยู่

ทหารและชาวบ้านที่เสื้อผ้าขาดวิ่นอยู่ปะปนกัน บาดแผลเต็มตัวคราบเลือดเป็นด่างดัว

พวกเขาคนทั้งหมดล้วนมองไปยังทิศทางหนึ่ง

“ไม่มีเสียงระเบิดเลย” คุณหนูจวินเอ่ยเสียงเบา

บางทีคนที่มาอาจไม่ใช่กองทหารชิงซานของแดนเหนือ ถ้าเช่นนั้นศึกปะทะกับชาวจินโอกาสชนะก็น้อยนัก

ต่อให้คนที่มาเป็นกองทหารชิงซานก็คงไม่มีรถยิงกระสุนติดตามแน่นอน ถ้าเช่นนั้นก็คือพวกเขาบรรทุกสัมภาระเบาควบเร็วรี่มา

ระหกระเหินทางไกล จำนวนคนจำกัด ศึกในที่โล่งศึกตอนกลางคืนต้องโหดร้ายอย่างยิ่งแน่นอน

คุณหนูจวินสีหน้าเศร้าสลดอยู่บ้าง ฉับพลันมือก็ถูกคนออกแรงกำไว้แน่น

นางก้มศีรษะมองเห็นจิ่วหรง

“ไม่ต้องกลัว” จิ่วหรงแหงนหน้ามองนาง “เจ้าดู พวกเรามองเห็นแสงตะวันอีกวันหนึ่งแล้ว”

คุณหนูจวินหัวเราะ

“ใช่แล้ว” นางพยักหน้า “ได้มาอีกวันหนึ่งแล้ว ควรค่าเบิกบานใจ”

เพิ่งสิ้นเสียงคำของนางก็ได้ยินบนกำแพงมีคนตะโกนเสียงดังขึ้น

“มาแล้ว!”

เสียงร้องนี่ไม่ใช่ดีใจ แต่สั่นเทา

มาแล้ว ใครมาแล้ว?

คนบนกำแพงกลั้นลมหายใจเงียบเสียงมองไปทางด้านหน้า สีหน้ายังคงสั่นระริก

ทหารชาวจินโถมมาอีกหน หรือทหารกองหนุนร่วงลงมาจากฟ้า?

ท่ามกลางแสงอรุณกำลังพลแถวแล้วแถวเล่าปรากฏขึ้นในสายตา แสงสว่างพร่ามัวสายตาของผู้คน ทุกคนพยายามเบิ่งตาโต มองชุดเกราะที่ค่อยๆ กระจ่างชัด มองดูธงประหนึ่งเมฆ

เห็นชุดเกราะขาดวิ่นเปื้อนคราบเลือดเป็นด่างดวงนั่นชัดแล้ว

เห็นธงแหว่งวิ่นฉีกขาดสะบัดปลิวแล้ว

เห็นทหารบาดเจ็บทั่วตัวแล้ว เห็นรถและอาชาทรุดโทรมแล้ว

มองจนตาลายแล้ว มองจนหัวใจแหลกลาญแล้ว

เสียงตึกดังขึ้น มีคนคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้เสียงดัง

ปกป้องเมืองติดต่อกันยี่สิบกว่าวัน หัวเข่าที่ชาวจินโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ถูกตีแหลกคุกเข่าลง มีเพียงน้ำตาที่เพิ่งไหลร่วงลงมาเพราะเจ็บแผล

ดั่งเทข้าวลงในยุ้งฉาง คนนับไม่ถ้วนบนกำแพงล้มลงคุกเข่าดังตึกๆ เสียงร่ำไห้ดังขึ้นรอบด้าน

“รอจนมาถึงแล้ว”

หนิงเหยียนพึมพำ ถอนหายใจยาว

คุณหนูจวินตบหัวไหล่จิ่วหรง

“จิ่วหรง เจ้าดู นั่นก็คือกองทหารชิงซาน” นางเอ่ยเสียงอ่อนโยน ยื่นมือชี้กระบวนทัพที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้นอกเมือง “เจ้าเคยได้ยินไหม?”

จิ่วหรงส่ายศีรษะ

“แต่ข้าเห็นกับตาตนเองแล้ว” เขาเหยียดหลังตรง จัดอาภรณ์ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

…

…

“เจ้าวิ่งอะไร”

ฟางจิ่นซิ่วตะโกน ไล่ตามเฉินชี

“มีอะไรน่าดู!”

เฉินชีครึ่งศีรษะพันผ้าอยู่ รอยเลือดซึมออกมา ดูไปแล้วน่าอนาถและน่าขำ

เขาเบียดผ่านคนที่คุกเข่าร่ำไห้เสียงดังบนกำแพง มองไปนอกเมือง

“น่าดูจริงเชียว” เขาเอ่ยพึมพำ มองตัวอักษรคำว่ากองหทารชิงซานตัวใหญ่บนธงผืนใหญ่ ดวงตาข้างหนึ่งที่เผยออกมาทอประกายแวววาว แล้วหันศีรษะมองไปหาฟางจิ่นซิ่วอีกหน “ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้ว”

ฟางจิ่นซิ่วขมวดคิ้ว

“เจ้าเข้าใจอะไร?” นางเอ่ยถาม

“ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนแรกนางไม่เอากองทหารชงซานมาเป็นคนคุ้มกันของตัวเอง” เฉินชีเอ่ย “คนคุ้มกันของคนผู้หนึ่งก็แค่คุ้มครองนางคนเดียว แต่ทหารพิทักษ์ของแคว้นหนึ่งปกป้องแคว้นแห่งหนึ่งได้”

หากตอนแรกกองทหารชิงซานอยู่ที่เมืองหลวงเป็นข้ารับใช้ในสังกัดของคุณหนูจวิน ตอนนี้เวลานี้ก็กลายเป็นได้แค่ส่วนหนึ่งที่สู้จนตัวตายบนกำแพง สำหรับคุณหนูจวิน สำหรับเมืองหลวง สำหรับชาวโจว สำหรับใต้หล้าอันกว้างใหญ่ เงียบเชียบไร้ชื่อเสียงประหนึ่งวัวโคลนจมลงทะเล

แต่ตอนนี้พวกเขาไม่กี่คนกลายเป็นกองทัพนำทหารรวมผู้คน โจมตีชาวจินล่าถอย นี่ในฐานะความชอบใหญ่หลวงที่มีต่อแคว้น ที่มีต่อประชาชน ที่มีต่อใต้หล้า ชัดแจ้งเป็นที่ประจักษ์

“นอกจากนี้ นี่ก็ยังเป็นคนคุ้มกันของนาง” เฉินชีพึมพำ เดิมทีผู้คุ้มกันไม่กี่สิบคนกลายเป็นกองทัพเรือนหมื่น “สละน้อยได้มาก นี่ถึงเป็นกิจการใหญ่ การค้าครั้งใหญ่ ผลประโยชน์ก้อนใหญ่อย่างแท้จริง มิน่านางเปิดร้านได้ ส่วนข้าเป็นได้แค่ผู้ดูแล”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter " ภาคที่ 5 บทที่ 58 ถอย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย