Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

Jun Jiu Ling หวนชะตารัก - ภาคที่ 5 ตอนที่ 15 ชีวิตล้วนจะเป็นดั่งที่ปรารถนา

  1. Home
  2. Jun Jiu Ling หวนชะตารัก
  3. ภาคที่ 5 ตอนที่ 15 ชีวิตล้วนจะเป็นดั่งที่ปรารถนา
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

อรุณรุ่งต้นฤดูหนาวในห้องมักจะมืดสลัวอยู่บ้าง

ม่านหนาหนักที่ทิ้งตัวลงมาถูกนางกำนัลสองคนเลิกขึ้น ฮ่องเต้เดินออกมาจากด้านใน

“ฝ่าบาท” ขันทีหลายคนรีบเข้ามา

ฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ปิดพระโอษฐ์กระแอมเบาๆ สองที

“ฝ่าบาท เสวยโอสถค่อยเสด็จนะพ่ะย่ะค่ะ” เสียงอ่อนหวานเอ่ยเรียกเบื้องหลังร่าง

ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เลิกประชุมค่อยทานก็ไม่สาย” พระองค์ตรัส ศีรษะไม่หันกลับพระเนตรไม่เหล่มอง ตรงดิ่งเสด็จไปด้านนอก

ขันทีทั้งหลายสบตากันทีหนึ่ง หวาดหวั่นทั้งยังวิตก

“ฝ่าบาท ฝ่าบาทพระวรกายสำคัญนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาท ไทเฮาได้ยินว่าฝ่าบาทประชุมจนดึกดื่น กำลังกังวลว่าฝ่าบาทจะเกิดเรื่องอันใดถึงให้พวกเรามาเฝ้าดู”

พวกเขารีบเอ่ย

ฮ่องเต้แย้มสรวลอย่างเป็นมิตร

“โทษข้าเอง ข้าไม่อยากให้เสด็จแม่ทรงกังวล จึงไม่ได้พูด” พระองค์ตรัส “อีกประเดี๋ยวพวกเจ้าตอบไทเฮาก็ไม่ต้องพูด แค่บอกว่าข้าตื่นสาย เป็นความผิดของข้าเอง ครั้งหน้าจะไม่แอบเกียจคร้านอีก”

ขันทีทั้งหลายสีหน้าตื้นตัน

“ฝ่าบาททรมานตนเองเกินไปแล้วจริงๆ” พวกเขาถอนหายใจเอ่ย คำนับอย่างเคารพถอยออกไป

พวกเขาย่อมไม่มีทางไม่บอกองค์ไทเฮาว่าฮ่องเต้ประชวรจริงๆ เรื่องขัดพระบัญชาเจ้าแผ่นดินเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ความผิดแต่เป็นความชอบครั้งใหญ่

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรพวกขันทีเหล่านี้จากไป จากนั้นพระพักตร์พลันบึ้งตึงทันที หันพระเศียรสบถกับด้านข้างทีหนึ่ง

ขันทีน้อยทั้งหลายที่รอรับใช้อยู่สองข้างพากันก้มศีรษะทำเหมือนไม่เห็น

หลังฉีอ๋องสืบทอดราชบัลลังก์ ไม่เคยกวาดล้างผลัดเปลี่ยนขันทีและนางกำนัลในวัง ดังนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนของไทเฮา แต่เรื่องราวย่อมต้องเปลี่ยนไป

อย่างไรไทเฮาย่อมค่อยๆ ชราลง ฮ่องเต้นั่งบนบัลลังก์อย่างมั่นคงแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังฮ่องเต้ตั้งกรมขันทีจับกุมขึ้นใหม่ ขันทีก็ไม่ฟังคำสั่งไทเฮามากขึ้นทุกทีๆ

ฮ่องเต้เดินเข้าตำหนักฉินเจิ้ง บรรดาขุนนางที่รอมานานนักเดินเรียงแถว แวบแรกฮ่องเต้ก็เห็นหนิงอวิ๋นเจา ท่ามกลางหมู่ขุนนางอายุมากกลุ่มหนึ่ง คนรุ่นเยาว์มีบรรยากาศสดใหม่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบนหน้าเขามีความเลื่อมใสต่อฮ่องเต้อย่างไม่ปิดบังสักนิด

ขุนนางขี้ประจบฮ่องเต้ย่อมไม่ใช่ไม่เคยเห็น แต่พระองค์ไม่คิดว่าหนิงอวิ๋นเจาเป็นพวกเดียวกับคนเหล่านั้น

คนขี้ประจบเหล่านั้นเลื่อมใสเพียงตำแหน่งฮ่องเต้นี่ของเขา แต่ความเลื่อมใสของหนิงอวิ๋นเจามีต่อเขาคนผู้นี้ ตั้งแต่หลังให้เขามาแทนขุนนางจดบันทึกพระดำรัสชั่วคราวก็ได้สมาคมกันมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการเมือง

ตามหลักแล้วหนิงอวิ๋นเจาควรหลบเลี่ยงหรือหวั่นเกรงปิดปากไม่พูด แต่เขากลับไม่ได้ทำเช่นนี้ ยามฮ่องเต้ตรัสถามเขาก็ขบคิดอย่างตั้งใจ เอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา

“กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทพูดถูกต้อง” เขาเอ่ย

หากตอบเพียงเท่านี้ย่อมไม่แตกต่างอันใดกับขุนนางขี้ประจบคนอื่น แต่หนิงอวิ๋นเจายังจะบอกอย่างตั้งใจด้วยว่าทำไมคิดว่าถูกต้อง

“หากเป็นกระหม่อม กระหม่อมก็จะทำเช่นนี้เช่นกัน” ท้ายที่สุดเขาก็จะยังเอ่ยอีก

ถ้อยคำเช่นนี้มักจะให้ความรู้สึกว่าแทนที่จะบอกว่าชมฮ่องเต้ ยิ่งเหมือนชมตัวเขาเองอยู่บ้าง

แต่ฮ่องเต้ไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่เหมาะสม เพราะหนิงอวิ๋นเจาเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นของตระกูลหนิง ตั้งแต่เล็กก็เป็นเด็กอัจฉริยะ ชายหนุ่มเช่นนี้ย่อมทะนงในตนเอง

ก็เพราะความทะนงเช่นนี้ทำให้เขาไม่เหมือนกับขุนนางขี้ประจบเหล่านั้น การเห็นด้วยกับฮ่องเต้ของเขาเสมือนหนึ่งวีรบุรุษเข้าใจกันมากกว่า

ชมตนเองก็เหมือนชมผู้อื่น นี่ถึงเป็นการชื่นชมและการเห็นพ้องโดยไม่ต้องสงสัยอย่างแท้จริง

การเห็นพ้องเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้ทอดถอนใจยิ่ง พระองค์นั่งบนตำแหน่งนี้ แม้ใครไม่พูด แต่ฮ่องเต้มองอาการดูแคลนของพวกเขาในสายตาขุนนางเหล่านี้ออก

เทียบกับองค์รัชทายาทที่ตั้งแต่เล็กถูกเลี้ยงมาเบื้องพระพักตร์อดีตฮ่องเต้ มีอาจารย์ชื่อดังที่ดีที่สุดสั่งสอนออกมาคนนั้น ในสายตาพวกขุนนางเหล่านี้พระองค์ก็เป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งกระมัง

ทว่าพระองค์ไม่ได้โง่จริง เพียงแสร้งโง่มาหลายสิบปีเท่านั้น

คนเหล่านี้ที่ดูถูกพระองค์ถึงโง่เง่า

ดังนั้นได้เห็นชายหนุ่มที่ไม่โง่คนหนึ่งท่ามกลางคนโง่กลุ่มนี้จึงทำให้คนอารมณ์ดียิ่งจริงๆ สายพระเนตรของฮ่องเต้กวาดผ่านท้องพระโรงแล้วทรงนั่งลง ทอดพระเนตรขุนนางฝ่ายพลเรือนและทหารค้อมกายคำนับร้องทรงพระเจริญ เมื่อทอดพระเนตรเห็นในหมู่ขุนนางที่ยืนอยู่นี่ขาดไปคนหนึ่ง พระทัยยิ่งดีขึ้นอีก

เฉิงกั๋วกงคนผู้นี้เก่งนักจริงๆ ทว่าคนผู้ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งเก่งทั้งในมือครองกำลังทหารเข้มแข็งผู้นี้เป็นคนสนิทของอดีตองค์รัชทาทยาท อดีตองค์รัชทายาทสิ้นไปแล้ว แต่ยังมีโอรสพระองค์หนึ่ง นอกจากนี้เฉิงกั๋วกงก็เป็นมิตรยิ่งกับโอรสพระองค์นี้

ตั้งแต่วันนั้นที่ได้ฟังว่าเฉิงกั๋วกงเข้าไปในวังไหวอ๋อง เยี่ยมเยียนไหวอ๋องด้วยตนเอง พระองค์ก็ฝันเห็นเฉิงกั๋วกงพาไหวอ๋องมาบีบพระองค์ให้สละราชสมบัติจนสะดุ้งตื่นหลายครั้ง

ให้ไหวอ๋องตายเสียเรื่องราวทุกอย่างก็จบได้ แต่วันนี้ไหวอ๋องยังตายไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้เฉิงกั๋วกงกลายเป็นคนที่ไม่มีภัยคุกคามคนหนึ่ง

เสือเฒ่าที่ถอดเขี้ยวแล้วย่อมกลายเป็นหนูเฒ่า ไม่มีสิ่งใดน่ากลัว แม้เข้าประขุมเหน็ดเหนื่อยนัก แต่ชีวิตย่อมดีขึ้นเรื่อยๆ ฮ่องเต้กระแอมเบาๆ สองที

“ขุนนางที่รักทั้งหลายรอนานแล้ว” พระองค์ตรัสอย่างตำหนิตนเอง

ขุนนางทั้งหลายค้อมกายคำนับ

“ฝ่าบาท คำหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งครั้งที่สองของเฉิงกั๋วกงส่งมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางคนหนึ่งก้าวออกจากแถวกราบทูลพร้อมทูนฎีกาฉบับหนึ่ง

ฮ่องเต้ขานรับ มองฎีกา สีพระพักตร์ลังเลอยู่บ้าง

ตามหลักแล้วขุนนางผู้หนึ่งขอลาออกจากตำแหน่ง ฮ่องเต้จะไม่อนุญาต หลังจากนั้นขุนนางผู้นั้นจะส่งหนังสือขึ้นมาอีก หลังเช่นนี้สามครั้ง ฮ่องเต้ถึงพระราชทานอนุญาต เช่นนี้เพียงพอไว้หน้าเจ้าแผ่นดินและขุนนาง

แต่ครั้งนี้…

ฮ่องเต้ไม่ต้องการเล่นเช่นนี้ต่อแล้ว พระองค์ไว้หน้ามาพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทรมานตนเองอีกต่อไป

“อนุญาต” พระองค์ตรัสเรียบๆ

“ฝ่าบาททรงพระปรีชา”

หวงเฉิงกำลังจะเอ่ยปาก แต่ยังมีคนเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่ง

เขามองหนิงอวิ๋นเจา โทสะก็คร้านจะมีด้วยแล้ว

แล้วแต่เขาเถอะ ประจบเช่นนี้ เวลานี้เป็นสิ่งน่ายินดีที่ได้เห็น

ดูท่าจะมองผิดแล้ว คิดว่าเจ้าหนูนี่ร่วมทางกับเฉิงกั๋วกงเสียอีก แต่ตอนนี้ดูท่าสุดท้ายคนก็รักตนเองยิ่งกว่า

“น้อมรับบัญชา” หวงเฉิงกับขุนนางคนอื่นค้อมกายคำนับรับคำสั่งเสียงพร้อมเพรียง

……………………………………….

……………………………………….

“สิ่งใดก็ไม่เหลือ” เฉินชีกลับมาจากถนน ถูมือขับไล่ความหนาวพลางเอ่ยขึ้น “นอกจากบรรดาศักดิ์เฉิงกั๋วกง ตำแหน่งขุนนางอื่นไม่เหลือสักอย่าง”

ตามหลักถอดอำนาจทหารไป อย่างน้อยก็ต้องแขวนตำแหน่งเปล่าในกรมกลาโหมหรือในกรมอะไรสักอย่างไว้ แต่ครั้งนี้ราชสำนักลงมือเด็ดขาดอย่างยิ่ง ปลดครั้งเดียวเรียบวุธ นี่ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย

“เช่นนี้ย่อมทำให้คนใต้หล้ารู้ว่าการขอลาออกจากตำแหน่งของเฉิงกั๋วกงไม่ใช่การขอลาออกจากตำแหน่งปกติ แต่แบกโทษอยู่” ผู้แลใหญ่หลิ่วขมวดคิ้วเอ่ย

เฉินชีพยักหน้า

“เล่าลือกันออกไปแล้ว บอกว่าเฉิงกั๋วกงละโมบหวังความชอบสงคราม ละโมบยึดติดอำนาจทหาร หมายจะจุดสงครามสองแคว้นขึ้นอีกครั้ง” เขาเอ่ย “ฝ่าบาทตอนนี้ถึงไม่อาจไม่ปลดเขา”

“ถ้าเช่นนั้นเกรงว่าชาวบ้านคงมีแต่ไม่พอใจเฉิงกั๋วกง” ผู้ดูแลใหญ่หลิ่วเอ่ย

สำหรับประชาชนแล้วไม่เข้าใจหลักการยิ่งใหญ่อะไร พวกเขารู้แค่ทำสงครามเป็นเรื่องน่ากลัวนัก เพียงอยากใช้ชีวิตสงบสุข ผู้ที่หมายทำลายชีวิตอันสงบสุขเหล่านั้นล้วนเป็นคนเลว

เฉินชียิ้มขมขื่นทีหนึ่ง

“แค่กลัวที่ไหนเล่า” เขาผายมือออก “ไม่พอใจจริงๆ วันนี้หัวถนนท้ายซอย คำตำหนิที่มีต่อเฉิงกั๋วกงมากมายนัก”

เขาพูดพลางมองคุณหนูจวินด้านข้างทีหนึ่ง

“ล้วนบอกว่าที่จริงเฉิงกั๋วกงไม่ได้ร้ายกาจปานนั้น ที่ต้านการโจมตีของชาวจินได้ล้วนเป็นคุณงามความชอบของคุณหนูจวินแล้วมีเต๋อเซิ่งชางลงแรงออกเงิน ที่จริงเขาก็ไม่ได้ทำอะไร”

เรื่องราวเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจริงๆ นี่เพิ่งขอลาออกจากตำแหน่ง สถานการณ์ก็ฉับพลันดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

คุณหนูจวินลุกขึ้นยืน

“ข้าจะไปจวนกั๋วกงดูสักหน่อย” นางเอ่ย “ดูซิว่าท่านกั๋วกงมีแผนการอย่างไร”

เมื่อคุณหนูจวินมาถึงจวนกั๋วกง เฉิงกั๋วกงสามีภรรยาก็กำลังจัดเก็บสัมภาระเดินทาง พวกเขาจะจากเมืองหลวงกลับไปยังบ้านเก่าของเฉิงกั๋วกง จูจั้นบอกนางแล้ว แต่เห็นภาพนี้ ความรู้สึกของนางก็ยังคงสับสนยิ่งนัก

จะจากไปเช่นนี้หรือ?

จะจบเช่นนี้หรือ?

“นี่ไม่ใช่อยู่ในการคาดการณ์อยู่แล้วหรือ?” เฉิงกั๋วกงมองมาพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ข้างนอกที่คุณหนูจวินนำมา “ตอนที่ข้าตัดสินใจจะประกาศความดีความชอบของเจ้าต่อสาธารณะก็ล่วงรู้ถึงวันนี้แล้ว”

แบ่งความชอบไป ย่อมต้องกลายเป็นจุดอ่อนให้สงสัยในความชอบ

เพียงแต่เขาจะไม่ทำสิ่งใดแล้วหรือ? จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ?

“ไม่ เจ้าคิดผิดแล้ว สิ่งที่น่าสงสัยคือข้าคนนี้เท่านั้น แต่ความชอบยังอยู่” เฉิงกั๋วกงอมยิ้มเอ่ย ยื่นมือชี้นาง “นอกจากนี้ยังจะยิ่งเพิ่มพูน”

คุณหนูจวินก็มองตนเองบ้าง

“ความชอบเหล่านี้ล้วนจะรวมมาอยู่ที่ตัวข้าทั้งหมด” นางเอ่ย

“ใช่แล้ว นี่ยังคงเป็นเรื่องดี” เฉิงกั๋วกงเอ่ยตอบ

นี่นับเป็นเรื่องดีด้วยหรือ?

คุณหนูจวินยิ้มขมขื่นนิดหนึ่ง

นี่ก็เพื่อลดทอนชื่อเสียงของเฉิงกั่กวง ย้ายความสนใจของประชาชนทั้งหลาย นอกจากนี้ให้ประชาชนทั้งหลายยิ่งเชื่อว่าเฉิงกั๋วกงเล่นเล่ห์เอาความชอบ

“นี่สำหรับคุณหนูจวินแล้วเป็นเรื่องดี เจ้าต้องการชื่อเสียงเหล่านี้” เฉิงกั๋วกงเอ่ย “ยิ่งมากยิ่งดี”

ใช้แล้ว นางต้องการชื่อเสียง ชื่อเสียงที่เพียงพอให้หนึ่งเรียกร้อยขานรับได้

แต่ชื่อเสียงนี่กลับหั่นตรงนั้นมาเพิ่มตรงนี้…

“อย่างไรก็ดีกว่ากำจัดพวกเราทั้งสองคนนะ” เฉิงกั๋วกงยิ้มเอ่ย

นั่นก็ใช่ คุณหนูจวินยิ้มขมขื่น

“แต่ฝ่าบาทก็คงไม่ให้ข้าเพิ่มนานนัก” นางเอ่ยขึ้น

เฉิงกั๋วกงหัวเราะแล้ว

“สำหรับเรื่องที่เจ้าต้องการทำ น่าจะพอ” เขาตอบ

คุณหนูจวินตะลึงเล็กน้อย

เรื่องที่นางต้องการทำ? เฉิงกั๋วกงรู้อะไร?

จูจั้นบอกว่าไม่มีทางบอกเรื่องที่นางคือฉู่จิ่วหลิงกับผู้ใด รวมถึงบิดามารดา

ถ้าเช่นนั้นคำนี้ของเฉิงกั๋วกงหมายความว่าอย่างไร?

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter " ภาคที่ 5 ตอนที่ 15 ชีวิตล้วนจะเป็นดั่งที่ปรารถนา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย