Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 491 เพื่อความยุติธรรม

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 491 เพื่อความยุติธรรม
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 491 เพื่อความยุติธรรม

ทันทีที่ไหใบนั้นเปิดออก กลิ่นเหม็นก็พุ่งออกมาปะทะใบหน้าของกรรมการ กลิ่นนั้นทะลวงเข้าไปในรูจมูกของเขา ทำให้สีหน้าของกรรมการที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นชะงักไป

ทันใดนั้นใบหน้าของกรรมการก็เปลี่ยนจากสีขาวเหลืองเป็นสีม่วงทันที และในที่สุดมันก็เปลี่ยนเป็นสีดำ เขามีความรู้สึกว่าอยากอาเจียนออกมา

นี่มันกลิ่นอะไรกัน กรรมการที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ตรมอ้าปากขึ้น เขาเบิกตากว้าง ถอยหลังไปหลายก้าวก่อนที่จะทรุดตัวลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นขณะมองกรรมการคนนั้น เขาหยิบเต้าหู้เหม็นจำนวนมากออกมาจากไหอย่างสบายใจ

กลิ่นเหม็นรุนแรงพุ่งออกมาจากเต้าหู้เหม็นขณะที่น้ำหมักสีดำสนิทไหลเยิ้มลงมา กลิ่นเหม็นเริ่มลอยฟุ้งไปในอากาศแล้วโชยออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดกรรมการก็เข้าใจว่าเหตุใดปู้ฟางจึงถามตนเช่นนั้น… ทำไมข้าถึงไม่ถอยห่างจากคนผู้นี้ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าไหดินเผาใบนั้นบรรจุวัตถุอันตรายเช่นนี้อยู่

สิ่งที่อยู่ในไหดินเผานั่นคืออะไรกันแน่ อึเช่นนั้นหรือ

ในเวลาเดียวกัน คนสี่ห้าคนที่อยู่นอกลานแข่งขันต่างก็เบิกตาโพลงทันทีที่สังเกตเห็นไหดินเผาในมือของปู้ฟาง

มันคือไหดินเผาใบนั้น… ไหที่มีกลิ่นเหม็นจนทำให้พวกเขาตกรอบคัดเลือก ทุกอย่างเป็นความผิดของผู้ชายคนนี้!

พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าปู้ฟางจะกล้าเอาของที่มีกลิ่นเหม็นเข้ามาในลานแข่งขันด้วย เขาไม่กลัวว่าตัวเองจะทำให้ผู้คนต้องขุ่นเคืองหรืออย่างไร เขาไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับความโกรธเคืองของผู้คนเลยหรือ

ปู้ฟางโบกมือ ใช้พลังปราณเที่ยงแท้ของตนคลุมเต้าหู้เหม็นเหล่านั้น ก่อนจะเริ่มจัดการพวกมัน

ในเมื่อปู้ฟางต้องการจะดึงดูดความสนใจจากผู้คน เขาจึงต้องใช้เต้าหู้เหม็น อย่างไรเสียกลิ่นเหม็นฉุนของมันก็มีพลังดึงดูดมหาศาล

มนุษย์นั้นมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ดังนั้นทันทีที่กลิ่นเหม็นโชยไปหาพวกเขา ทุกคนก็จะต้องอยากรู้ว่ากลิ่นนี้มาจากที่ใด และเมื่อทุกคนเริ่มหันมาสนใจปู้ฟาง เขาก็จะมีโอกาสที่ดีในการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารหมอกเมฆาของตนเองไม่ใช่หรือ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ปู้ฟางจึงตัดสินใจเลือกทำเต้าหู้เหม็น

ชายหนุ่มเชื่อในทักษะของตนเองว่าจะสามารถสร้างชื่อได้จากการใช้กลิ่นเหม็นของเต้าหู้เหม็น

เต้าหู้เหม็นเพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาผ่านการแข่งขันรอบนี้ แถมมันยังดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาสามารถทำให้ร้านอาหารหมอกเมฆามีชื่อเสียงมากขึ้นจากการทำเช่นนี้เลย… แล้วทำไมเขาจะไม่ใช้มันเล่า

กลิ่นเหม็นค่อยๆ กระจายไปทั่วลานแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเริ่มได้กลิ่น กลิ่นนั้นทำให้พวกเขาขนลุกไปทั่วทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจดเท้า

“นี่มันกลิ่นอะไรกัน ทำไมถึงเหม็นขนาดนี้”

สีหน้าของทุกคนบนลานแข่งขันเปลี่ยนไปทันที สีหน้าของนักเล่นแร่แปรธาตุเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก

เพราะขณะกำลังสกัดโอสถทิพย์ พวกเขาต้องเชื่อมต่อพลังปราณเที่ยงแท้กับเพลิงสังเคราะห์ของตน พวกเขาไม่สามารถเสียสมาธิได้แม้แต่ครู่เดียว การได้รับกลิ่นเหม็นส่งผลต่อสมาธิและทำให้พลังจิตของพวกเขาสั่นคลอน

ทว่าพวกเขาเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุ จึงแข็งแกร่งกว่าพวกหมอที่เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกกับปู้ฟางหลายเท่าตัวนัก

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้หม้อหลอมของตนเองระเบิด แต่พวกเขาก็โกรธเคืองอย่างมากเพราะกลิ่นเหม็นนั้นรบกวนสมาธิ ทุกคนรู้สึกว่ากลิ่นเหม็นที่พุ่งโชยออกมากะทันหันเป็นเรื่องที่ไม่อาจรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่พวกเขาต้องมีสมาธิจดจ่อกับการสกัดโอสถทิพย์เช่นนี้

ทุกคนต่างหันมองไปทางแหล่งที่มาของกลิ่นเหม็นอย่างโกรธเคือง

ในเวลาเดียวกัน ปู้ฟางยังคงทำเต้าหู้เหม็นของตัวเองต่อไปด้วยใบหน้าผ่อนคลาย เขาตั้งใจที่จะทำเต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานอีกครั้ง

“ไอ้บ้านั่นกำลังต้มอึบนลานแข่งขันจริงๆ ด้วย!”

ทุกคนที่อยู่รอบข้างปู้ฟางเบิกตากว้างและมีสีหน้าโกรธจัด

สิ่งที่ทำให้พวกเขาโกรธยิ่งกว่าคือ ปู้ฟางใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีในการต้มอึ… เหตุใดคนไร้ค่าเช่นนี้จึงมีชีวิตอยู่บนโลกด้วย การที่เขามีเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีอยู่ในมือช่างเป็นเรื่องที่เสียของจริงๆ

พวกเขาโกรธเคืองจนสีหน้าบิดเบี้ยว

บึ้ม! บึ้ม!

เสียงหม้อหลอมระเบิดดังลั่นไปทั่วลานแข่งขัน หมอหลายคนไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป มือของพวกเขาสั่นเทา จิตใจสั่นไหวขณะที่หม้อหลอมยาของตนเองระเบิด น้ำยาโอสถกระจายไปทั่วบริเวณ

เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าคนเป็นหมอมาก และแม้ว่าเพลิงสังเคราะห์ที่อยู่ในหม้อหลอมโอสถของพวกเขาจะส่องแสงริบหรี่อย่างน่าเป็นห่วง แต่พวกเขาก็ยังควบคุมมันได้

กรรมการคนที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาจากพื้น

เขาคือคนที่อยู่ใกล้ปู้ฟางมากที่สุดตอนที่ชายหนุ่มเปิดฝาไหดินเผา ดังนั้นจึงเป็นคนที่ได้รับกลิ่นอันเลวร้ายที่สุดจากไหใบนี้ กลิ่นนั้นมัน…เกินจะรับไหวจริงๆ

“เจ้าทำอะไรอยู่” กรรมการโกรธจัดจนริมฝีปากสั่นเทิ้ม

เขารู้สึกว่าปู้ฟางเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เพราะต้องการจะก่อกวน ของที่มีกลิ่นเหม็นเช่นนี้จะมีสรรพคุณเช่นเดียวกับโอสถทิพย์ได้อย่างไรกัน

ปู้ฟางมองกรรมการอย่างใจเย็นโดยไม่พูดอะไรสักคำ ชายหนุ่มหันกลับไปที่กระทะของตนเองและทำเต้าหู้เหม็นต่อ หลังจากทอดมันบนกระทะกลุ่มดาวเต่าดำเสร็จ เต้าหู้เหม็นสีดำก็สะท้อนแสงสีเหลืองนวลออกมารอบๆ

ปู้ฟางยกมันออกจากกระทะแล้ววางลงบนถาดกระเบื้อง จากนั้นก็ราดน้ำซอสสีสดใสลงไป นอกจากนี้ชายหนุ่มยังใส่เครื่องปรุงรสรสชาติเปรี้ยวและหวานลงไปด้วย หลังจากทำเสร็จแล้ว ถาดเต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานที่จัดจานอย่างสวยงามก็เสร็จสมบูรณ์

“ข้าเตรียมผลงานของตัวเองเสร็จแล้ว”

ปู้ฟางหยิบผ้ามาเช็ดมือของตนเอง ก่อนจะมองกรรมการ เขาดูสุขุมขณะพูดกับอีกฝ่าย

กรรมการที่ยังโกรธเคืองอยู่ตะลึงงันกับคำพูดของชายหนุ่ม

เจ้าทำเสร็จแล้วรึ มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ เวลายังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเลยด้วยซ้ำ…

กรรมการคนนั้นระงับความโกรธของตนเองแล้วมองเต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานที่ปู้ฟางเพิ่งทำเสร็จ เด็กหนุ่มคนนี้จะใช้อาหารจานนี้ในการประลองหัตถ์เวทจริงๆ หรือ

กรรมการสูดลมหายใจเข้าลึก และทันทีที่เขาหยิบเต้าหู้เหม็นขึ้นมาหนึ่งชิ้น กลิ่นเหม็นนั้นก็ทะลวงเข้ามาในรูจมูกของเขาอีกครั้ง เขาสำลักออกมาหลายครั้งอย่างอดไม่ได้… “มันเหม็นเกินไปจริงๆ”

“เอาเถอะ… ในเมื่อเจ้าทำเสร็จแล้ว ข้าก็จะตรวจสอบและประเมินผลงานของเจ้าตามที่มันควรจะเป็น”

แววตาของกรรมการดูแค้นเคืองเล็กน้อยขณะที่เขาพูดถึงการประเมินอาหารของปู้ฟาง

เขาหยิบยันต์หยกออกมาจากหน้าอกของตนเอง ยันต์หยกนี้มีสีเหลืองและมีลวดลายมากมายจารึกไว้ ทันทีที่กรรมการคนนั้นถ่ายเทพลังปราณเที่ยงแท้ลงในยันต์ มันก็เริ่มเรืองแสงออกมา

วงแหวนปราณขนาดเท่าอ่างล้างหน้าปรากฏขึ้นเหนือยันต์หยก แล้วเริ่มหมุนอยู่เหนือมือของกรรมการ

“นี่คือวงแหวนปราณที่ใช้ในการตรวจจับปริมาณของพลังปราณที่อยู่ในผลงานแต่ละชิ้น หากผลงานนั้นมีพลังปราณสูงมากเท่าไหร่ มันก็จะทำให้ร่างกายของมนุษย์ดีขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น วงแหวนปราณนี้ยังบ่งบอกสรรพคุณของผลงานชิ้นนั้นๆ ทั้งยังบ่งบอกว่าผลงานดังกล่าวส่งผลต่อความสามารถของร่างกายมนุษย์ได้มากเท่าไหร่อีกด้วย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวงแหวนปราณวงนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถโกงผลการประเมินได้”

กรรมการพูดเช่นนั้นพร้อมขบฟันกรอด สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของปู้ฟาง เพราะต้องการรับรู้ถึงความคิดของอีกฝ่าย

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย เพราะใบหน้าของปู้ฟางนั้นไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ และการแสดงออกของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย

“ตรวจสอบมันเลย” ปู้ฟางค่อนข้างสุขุม แต่เขาก็ค่อนข้างประหลาดใจที่มีของพิเศษอย่างวงแหวนปราณนี้อยู่ด้วย

กรรมการส่งเสียงเย้ยหยันอย่างเย็นชาพลางบีบจมูกของตัวเองขณะเข้าไปใกล้เต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวาน กลิ่นเหม็นที่ทรมานเขามีกลิ่นหอมหวานจางๆ แทรกอยู่ มันเป็นกลิ่นที่ผสมผสานกันอย่างแปลกประหลาด และทำให้ใครๆ ต้องรู้สึกงุนงง

หน้าผากของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุเต็มไปด้วยเหงื่อ ไม่มีใครกล้ามองปู้ฟาง พวกเขาทำเพียงจดจ่ออยู่กับการสกัดโอสถทิพย์ที่อยู่ในหม้อหลอมโอสถของตัวเองเท่านั้น

พรึ่บ…

กรรมการควบคุมวงแหวนปราณให้ไปห่อหุ้มอาหารจานนั้นไว้ รัศมีและจุดแสงที่มากมายจนดูราวกับเป็นดวงดาวบนท้องฟ้าหมุนรอบวงแหวนปราณอย่างไม่หยุดนิ่ง ดูเหมือนว่ามันกำลังตรวจสอบอาหารจานนี้อยู่

ขณะที่วงแหวนปราณกำลังหมุน รัศมีที่เปล่งออกมาจากมันก็ส่องสว่างขึ้นกว่าเดิม

“เป็นไปได้อย่างไรกัน”

กรรมการเบิกตากว้างด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ แสงสว่างรอบวงแหวนปราณเปล่งออกมารุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไรกัน มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

ถาดอาหารที่ดูเหมือนอุจจาระมีสรรพคุณที่คล้ายคลึงโอสถทิพย์ระดับเก้าจริงๆ หรือ

กรรมการไม่มีทางเชื่อผลการประเมินนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าวงแหวนปราณไม่เคยประเมินผิดพลาด

ตอนนี้เขาเลิกสนใจกลิ่นเหม็นที่โชยออกมาจากเต้าหู้เหม็นแล้ว กรรมการเอนตัวเข้าไปใกล้แล้วมองดูรัศมีที่ส่องแสงทั่ววงแหวนปราณ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง

“เป็นไปไม่ได้… นี่ต้องเป็นผลเท็จอย่างแน่นอน”

“เจ้าจะลองชิมดูก็ได้ แล้วก็จะรู้เองว่าผลการประเมินนั้นเป็นเท็จหรือไม่” ปู้ฟางพูดอย่างเรียบเฉย

“ข้าจะลองชิมของที่ดูเหมือนอึไปทำไมกันเล่า” กรรมการไม่พอใจกับคำแนะนำของปู้ฟาง เขามองอีกฝ่ายด้วยความขุ่นเคือง

ปู้ฟางยังคงทำตัวสุขุม ไม่รู้สึกกระวนกระวายใจขณะสบตาอีกฝ่าย ชายหนุ่มจ้องมองกรรมการอย่างใจเย็น

“ถ้าเช่นนั้น… ถือว่าข้าผ่านการทดสอบใช่หรือไม่” ปู้ฟางถาม

กรรมการรู้สึกหมดคำพูด หากเขาต้องตัดสินปู้ฟางจากปฏิกิริยาของวงแหวนปราณ คนคนนี้ก็ต้องผ่านการแข่งขันรอบแรกไปอย่างไม่ต้องสงสัย…

ทว่ากรรมการคนนั้นไม่เชื่อว่าของที่มีกลิ่นเหม็นขนาดนั้นจะมีสรรพคุณเทียบเท่าโอสถทิพย์ระดับเก้า

“ท่านกรรมการ ท่านจะปล่อยให้คนเช่นนี้ผ่านเข้ารอบได้อย่างไรกัน เพื่อความยุติธรรม ท่านต้องกินอาหารจานนั้นแล้วเปิดโปงเขา”

“ท่านกรรมการ ท่านควรกินมัน เขาอาจตั้งใจทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นขนาดนี้ขึ้นมา เพราะเขาแน่ใจว่าท่านจะต้องไม่กล้ากินมัน”

“ท่านจะเปิดโปงเขาได้ก็ต่อเมื่อท่านลองกินมันแล้วเท่านั้น อาหารที่มีกลิ่นเหม็นนั้นทำให้พวกเราตกรอบ… ท่านไม่อาจปล่อยให้เขาผ่านไปได้เช่นนี้ หากท่านอนุญาตให้เขาเข้ารอบ พวกเราจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่รับผิดชอบในงานประลองหัตถ์เวทแห่งนี้”

…

ใบหน้าของผู้เข้าแข่งขันที่ตกรอบเพราะกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและขุ่นเคือง

สีหน้าของกรรมการดูเคร่งขรึมขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของคนเหล่านั้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน… พวกเจ้าพูดออกมาได้อย่างง่ายดาย เพราะไม่ต้องเป็นคนที่กินอาหารจานนี้น่ะสิ…

เหตุการณ์โกลาหลที่เกิดบนเวทีหมายเลขแปดดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก ผู้ชมมากมายที่กำลังชมดูการแข่งขันบนลานต่างๆ สลับกันไปมา ต่างหันไปสนใจลานแข่งขันหมายเลขแปดด้วยความสงสัย พวกเขาต่างรับชมจับตาดูเหตุการณ์ที่ทั้งน่าสนใจและขบขัน

ผู้ชมทั้งหลายมองดูลานแข่งขันหมายเลขแปดด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าจะมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากลานแข่งขันแห่งนี้ก็ตาม

มีผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งต้มอุจจาระบนลานแข่งขัน และผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากมันต่างไม่ยอมรับผลการประเมิน พวกเขาบังคับให้กรรมการลองชิมอาหารของชายหนุ่มคนนั้น… “นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ”

“กินมันเลย! ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการ ท่านควรตัดสินอย่างยุติธรรม ท่านก็แค่ต้องกินมันเข้าไปเท่านั้นเอง!”

“รีบๆ กินมันสิ อย่าปล่อยให้คนฉวยโอกาสชนะและลอยนวลไปได้”

“ท่านกรรมการ พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ท่าน… กินมันเลย!”

ผู้ชมต่างต้องการกระพือเรื่องนี้ให้เป็นที่สนใจมากขึ้น จึงเริ่มส่งเสียงตะโกนมาจากอัฒจันทร์ เสียงตะโกนของผู้ชมทำให้สีหน้าของกรรมการมืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ

“คนดูอย่างพวกเจ้าก็พูดง่ายสิ… หากพวกเจ้ามาลองเป็นข้า… พวกเจ้าจะกินมันหรือไม่เล่า พวกเจ้าก็แค่คนนิสัยเสียที่ต้องการหาความสนุกจากความโชคร้ายของผู้อื่น…” กรรมการรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาหลังได้ยินผู้คนส่งเสียงสนับสนุนให้เขากินอาหารจานนั้น

หัวใจของกรรมการคนนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองตรงมายังเขา มันคือสายตาของคนใหญ่คนโตซึ่งเป็นผู้ดูแลงานประลองหัตถ์เวท พวกเขานั่งอยู่ในระยะไกล… แต่ก็กำลังจ้องมองมาอยู่

กรรมการคนนั้นยืดคอของตนเองขึ้นทันที สีหน้าของเขาดูเศร้าหมองขณะพูดขึ้นว่า “ทุกคนหยุดก่อความวุ่นวายได้แล้ว เพื่อความยุติธรรม ข้าจะกินมันเอง”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 491 เพื่อความยุติธรรม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย