Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 489 น้องเขยของข้าจะเป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 489 น้องเขยของข้าจะเป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 489 น้องเขยของข้าจะเป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์

จัตุรัสของเมืองหมอกนภาตั้งอยู่ตรงใจกลางเมือง มันล้อมรอบไปด้วยอาคารสัมฤทธิ์ทรงสูงนับไม่ถ้วน

อาคารเหล่านั้นเป็นของตระกูลใหญ่หลายตระกูล ตระกูลหลิน ตระกูลจาง และตระกูลหนานกงเองก็เป็นเจ้าของอาคารบางส่วน แม้แต่ร้านเมฆาล่องลอยก็ยังมีอาคารเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน

อาคารที่เป็นของร้านเมฆาล่องลอยนั้นสูงกว่าอาคารของสามตระกูลใหญ่ด้วยซ้ำ ภายในอาคารตกแต่งด้วยทองคำและหยกอันวิจิตรงดงาม

หอโอสถตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากจัตุรัส เพราะมันปล่อยพลังปราณจากตัวโอสถออกมาอย่างต่อเนื่อง หากมันตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตัวเมืองย่อมต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหอโอสถของเมืองโอสถนภา เมืองแสงนภา หรือเมืองหมอกนภาต่างก็สร้างขึ้นในพื้นที่ห่างไกลและรกร้างทั้งสิ้น

ปู้ฟางเดินผ่านถนนเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่ง ชายหนุ่มไปยังอาคารสูงที่ดูเหมือนจะสร้างจากเหล็กอย่างเร่งรีบ เมื่อเข้าไปใกล้อาคารแห่งนั้น เขาก็ค่อยๆ เห็นผู้คนรอบข้างมากขึ้น

รถม้าอสูรเวททุกประเภทวิ่งผ่านหน้าเขาด้วยเสียงดังสนั่นจนก่อให้เกิดลมแรง

หลายคนสังเกตเห็นปู้ฟางจึงหันไปมองชายหนุ่ม รูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้ค่อนข้างโดดเด่นเพราะเขากำลังถือป้ายขนาดใหญ่ไว้ในมือ

คำหกคำที่เขียนว่า ‘ร้านอาหารหมอกเมฆา’ ปรากฏอยู่บนป้ายนั้น

ชายหนุ่มคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ผู้คนมากมายต่างหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นเขา คนส่วนใหญ่ต่างสังเกตเห็นคำที่เขียนอยู่บนป้าย

ร้านอาหารหมอกเมฆาเช่นนั้นหรือ

ร้านอาหารหรือ

ในเมืองหมอกนภายังมีร้านอาหารอยู่อีกหรือ

แม้ว่าร้านอาหารหมอกเมฆาจะถือว่าขายดีใช้ได้ แต่ชาวเมืองส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักร้านอาหารแห่งนี้ คนที่นี่ส่วนมากยังกินโอสถอดอาหารอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในเมืองหมอกนภายังมีร้านอาหารหลงเหลืออยู่

แต่แน่นอนว่ามีบางคนที่รู้จักเถ้าแก่ปู้ เมื่อพวกเขาเห็นชายหนุ่มก็ต่างประหลาดใจ

“เถ้าแก่ปู้ ทำไมท่านถึงถือป้ายร้านของตัวเองเช่นนั้นเล่า”

“เพื่อเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวท” ปู้ฟางตอบกลับทุกคนอย่างสุขุมขณะเดินตรงไปข้างหน้าพร้อมถือป้ายร้านของตนเองไปด้วย

“ท่านจะเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทหรือ แต่เถ้าแก่ปู้… ท่านคือพ่อครัว อย่ามาก่อกวนที่นี่เลย” เหล่าคนที่คุ้นเคยกับปู้ฟางต่างตกตะลึง งานประลองหัตถ์เวทคือการแข่งขันสำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุ แล้วพ่อครัวอย่างเขาคิดจะทำอะไรกันแน่

เมื่อปู้ฟางบอกว่าตนเองจะเข้าร่วมการแข่งขัน ทุกคนก็ต่างคิดว่าเขาเพียงล้อเล่นเท่านั้น

แต่ปู้ฟางไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อยตอนที่บอกว่าจะเข้าร่วม

ปู้ฟางพบเจอคนคุ้นเคยจำนวนมากระหว่างทาง เพราะพวกเขากำลังจะไปชมการแข่งขัน

งานประลองหัตถ์เวทเป็นการแข่งขันขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นโดยวังโอสถ จึงเป็นเรื่องปกติที่คนจำนวนมากจะสนใจมาชมงานนี้ หากพวกเขาเข้าชมการประลอง ก็จะได้พบนักเล่นแร่แปรธาตุที่มีชื่อเสียงมากมาย และอาจได้เห็นสมาชิกระดับสูงของวังโอสถด้วย คนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ยอดเยี่ยม เสมือนเป็นเทพที่น่าเคารพสำหรับผู้คนในดินแดนวังโอสถก็ว่าได้

ผู้คนที่รู้จักปู้ฟางต่างงุนงงกับคำพูดของชายหนุ่ม ส่วนคนที่ไม่รู้จักเขาก็ต่างหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น คนที่ประกาศตัวเองว่าเป็นพ่อครัวจะเข้าร่วมงานประลองหรือ

หลังจากเดินผ่านอาคารสูงนับไม่ถ้วน ดวงตาของปู้ฟางก็ทอประกาย แสงระยิบระยับปรากฏขึ้นภายในแววตาคู่นั้น ท่ามกลางอาคารสูงเหล่านั้นมีจัตุรัสที่กว้างขวางและโล่งกว้างตั้งอยู่

“เถ้าแก่ปู้ พวกเราอยู่นี่! มองมาทางนี้สิ!”

ดูเหมือนว่าปู้ฟางจะได้ยินเสียงตะโกนนั้นจึงหันหน้ามองไปรอบๆ อย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มมองไปทางต้นเสียงและเห็นสองพี่น้องหนานกงอู๋เชวียกับหนานกงหวั่นกำลังโบกมือให้ ทั้งคู่นั่งอยู่ห่างจากจุดที่เขากำลังยืนอยู่พอสมควร

ปู้ฟางผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่

หนานกงอู๋เชวียมีสีหน้าแปลกไปเมื่อพบว่าปู้ฟางกำลังถือป้ายร้านอาหารของตนเอง เรื่องนี้ช่างคาดไม่ถึงอย่างยิ่ง

“สหายปู้ เจ้าถือป้ายร้านเพื่ออะไร ไม่ได้จะเข้าร่วมงานประลองหรอกหรือ”

“ข้าต้องการเผยแพร่ชื่อร้านอาหารของตนเอง หากข้าไม่เอาป้ายร้านมาด้วย แล้วพวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าคือตัวแทนของร้านอาหารหมอกเมฆา” ปู้ฟางประกาศอย่างมั่นใจ

“ก็จริง… คำพูดของเจ้าฟังดูสมเหตุสมผลใช้ได้ ข้าคัดค้านไม่ได้เลย”

ตอนนั้นเองหนานกงอู๋เชวียก็นึกเหตุผลที่ปู้ฟางเข้าร่วมงานประลองครั้งนี้ขึ้นมาได้ ชายหนุ่มเข้าร่วมงานประลองเพราะต้องการเผยแพร่ชื่อร้านอาหารของตนเอง แต่วิธีนี้มันไม่ดูโจ่งแจ้งเกินไปหน่อยหรือ

หนานกงหวั่นหรี่ตามองชายหนุ่ม หญิงสาวคาดหวังว่าจะได้เห็นฉากที่ปู้ฟางเดินลงมาจากเวทีอย่างอาจหาญพร้อมถือป้ายร้านหลังจากคว้าชัยชนะมาได้

หากเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆ คนจำนวนมากจะต้องตื่นตกใจและตะลึงงันจนดวงตาแทบหลุดออกมาจากเบ้าเลยทีเดียว

ขณะที่ทั้งสามคนพูดคุยกัน ผู้คนก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในจัตุรัสมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรือเหล็กขนาดใหญ่ลำหนึ่งร่อนลงมาจากท้องฟ้าจนทำให้เกิดพายุรุนแรง เหล่ายอดฝีมือหลายคนในชุดคลุมสีขาวของนักเล่นแร่แปรธาตุก้าวออกมาจากเรือลำนั้น

…

ต้วนอวิ๋นที่ผมสีเทาปลิวไสวไปตามแรงลมหายใจเข้าลึกอย่างอดไม่ได้ ขณะเดินออกจากเรือรบของเมืองโอสถนภา

เขาต้องรักษาตำแหน่งสิบอันดับแรกของงานประลองหัตถ์เวทครั้งนี้ให้ได้

หลังจากที่ต้วนอวิ๋นกลับมาจากดินแดนทางใต้ เขาก็เก็บตัวฝึกฝนทักษะการเล่นแร่แปรธาตุของตนเอง เขาถูกกระตุ้นจากสิ่งที่ได้พบเห็นและผู้คนที่ได้พบเจอระหว่างการเดินทาง อาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งมีสรรพคุณดีงามกว่าโอสถทิพย์ แล้วนักเล่นแร่แปรธาตุอย่างเขาจะยอมรับความจริงที่โหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร

หากนักเล่นแร่แปรธาตุไม่สามารถเอาชนะพ่อครัวได้ แล้วเขาจะประกาศตัวว่าตนเองมีอาชีพที่สูงส่งที่สุดในทวีปมังกรซ่อนเร้นได้อย่างไร

“ต้วนอวิ๋น เจ้าต้องทำให้ดีที่สุดในงานประลองครั้งนี้ จากทักษะของเจ้าในตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เจ้าจะคว้าห้าสิบอันดับแรกได้”

ชายชราคนหนึ่งเดินลงจากเรือลำเดียวกันแล้วตบไหล่ของต้วนอวิ๋นพร้อมพูดกับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ต้วนอวิ๋นหันหน้ามองชายชราด้วยความเคารพ คนคนนี้คืออาจารย์ของเขา ผู้เป็นหนึ่งในอาจารย์ด้านการเล่นแร่แปรธาตุซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของเมืองโอสถนภา เขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุจตุเมฆานามว่ากู้เฮ่อ

อาจารย์กู้เฮ่อเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินของงานประลองหัตถ์เวทครั้งนี้ด้วย

ต้วนอวิ๋นพยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างตื่นเต้น ความแน่วแน่ปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้น

“เอาละ ไปเตรียมตัวพร้อมกับพวกศิษย์พี่ของเจ้าเถอะ ข้าหวังว่าครั้งนี้จะไม่มีใครทำให้ข้าต้องผิดหวัง พวกเราแข่งขันกับพวกคนนอก… อย่าทำให้เมืองโอสถนภาของพวกเราต้องขายหน้า” อาจารย์กู้เฮ่อหัวเราะพร้อมกับลูบเครายาวของตัวเอง ก่อนจะเดินจากไปด้วยสีหน้าผ่าเผย

ต้วนอวิ๋นเดินตามเหล่าศิษย์พี่ของตนเองไปยังใจกลางของจัตุรัส

“เมื่อเทียบกับเมืองโอสถนภาของพวกเราแล้ว พวกนักเล่นแร่แปรธาตุของเมืองหมอกนภาถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าพวกเรามาก พวกเราจะต้องทำให้คนจากเมืองหมอกนภาเห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของนักเล่นแร่แปรธาตุ”

“ในบรรดากลุ่มของวังโอสถ เมืองโอสถนภาของพวกเราแข็งแกร่งที่สุด”

“นี่ พวกเจ้าดูตรงนั้นสิ มีคนถือป้ายเข้ามาในงานประลองด้วย”

ต้วนอวิ๋นและเหล่าศิษย์พี่ที่ต่างภาคภูมิใจในตัวเองมองดูสิ่งรอบตัวด้วยความอย่างรู้อยากเห็น

ทันใดนั้นต้วนอวิ๋นก็ได้ยินศิษย์พี่ผู้หญิงของตนเองอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ จึงหันมองตามทางที่นางชี้ ทันใดนั้นเขาก็เห็นชายร่างผอมบางกำลังถือป้ายขนาดใหญ่เดินไปตรงจุดลงทะเบียน

เขารู้สึกว่าเงาของชายคนนั้นดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก…

ต้วนอวิ๋นหรี่ตาลง จู่ๆ เขาก็สับสน รู้สึกราวกับว่าตนเองเคยเจอคนคนนี้มาก่อนที่ใดสักแห่ง

แต่หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็นึกไม่ออกว่าเคยเจออีกฝ่ายที่ใด ในขณะที่เขายังคงพยายามเค้นความทรงจำของตนเอง พวกศิษย์พี่ก็ลากตัวเขาไปตรงจุดลงทะเบียน

ตรงกลางลานจัตุรัสอันกว้างขวางแห่งนี้มีลานแข่งขันอยู่ทั้งหมดแปดลาน เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานประลองครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการแข่งขันรอบแรกจึงจัดขึ้นในลานแข่งขันทั้งแปดลานนี้

เมื่อปู้ฟางที่ถือป้ายร้านมาถึงจุดลงทะเบียน นักเล่นแร่แปรธาตุที่ดูแลเรื่องการลงทะเบียนก็มองราวกับว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนปัญญาอ่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพ่อครัวเข้าร่วมงานประลอง และมันก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขาเห็นคนมาลงทะเบียนพร้อมถือป้ายมาด้วย

มีใครเชิญคนคนนี้มาเป็นตัวตลกหรืออย่างไรกัน เขาได้รับเชิญมาที่นี่เพื่อสร้างสีสันให้กับงานประลองเช่นนั้นหรือ

“สหายปู้ แม้ว่าเจ้าจะผ่านการลงทะเบียนสำหรับคนที่มีพรสวรรค์พิเศษมาแล้ว แต่การแข่งขันรอบแรกก็ไม่ได้จัดสรรอย่างยุติธรรมนัก คู่แข่งของเจ้าอาจจะเป็นปรมาจารย์ด้านยาพิษหรืออาจเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุก็ได้ ดังนั้นเจ้าต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะไม่ถูกคัดออกเร็วเกินไป” พอหนานกงอู๋เชวียหยิบแผ่นป้ายหมายเลขของตัวเองเสร็จ เขาก็กล่าวเตือนชายหนุ่มก่อนจะจากไป

ปู้ฟางพยักหน้าให้อีกฝ่าย

หมายเลขของลานแข่งขันที่ระบุไว้บนแผ่นป้ายของปู้ฟางคือหมายเลขแปด ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมของจัตุรัสและอยู่ไกลออกไป แต่ปู้ฟางก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

ในขณะที่หนานกงอู๋เชวียได้ลานแข่งขันหมายเลขสามซึ่งอยู่ตรงกลาง ส่วนหนานกงหวั่นนั้นได้ลานแข่งขันหมายเลขหก

พวกเขาทั้งสามคนแยกย้ายไปอยู่ในลานแข่งขันที่แตกต่างกัน

“หนานกงอู๋เชวีย…เจ้าคนโง่ที่ถือป้ายนั่นคือสหายของเจ้าหรือ แม้แต่คนไร้ค่าเช่นนั้นยังกล้าเข้าร่วมงานประลองด้วย…”

ก่อนที่หนานกงอู๋เชวียจะเดินไปถึงลานแข่งขันหมายเลขสาม เสียงเย้ยหยันก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของเขา หนานกงอู๋เชวียหันหน้าไปมอง

คนที่เพิ่งพูดจาเยาะเย้ยเมื่อครู่ คือชายที่มีผิวพรรณขาวเนียนและสวมชุดนักเล่นแร่แปรธาตุ เขาเปล่งรัศมีอันทรงพลังออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน

“คุณชายสามแห่งตระกูลหลิน เจ้าไม่รู้ถึงทักษะของน้องเขยข้าเลยแม้แต่น้อย… ดังนั้นเจ้าควรจะหุบปากเสีย” หนานกงอู๋เชวียยกมุมปากขึ้นพลางพูดอย่างสุขุม

คุณชายสามแห่งตระกูลหลินซึ่งเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะของตระกูลส่ายศีรษะพลางมองอีกฝ่าย หนานกงอู๋เชวียเป็นคนที่แปลกประหลาดจริงๆ แม้แต่สหายของเขาก็ยังเป็นพวกประหลาดด้วยเช่นกัน

“ทักษะของน้องเขยเจ้า ทักษะพ่อครัวน่ะหรือ หนานกงอู๋เชวีย แม้ว่าเจ้าจะเป็นคนโง่เง่า แต่อย่าเหมารวมว่าคนอื่นๆ จะโง่เขลาเหมือนเจ้าสิ… พ่อครัวอย่างเขาไม่มีทางผ่านการแข่งขันรอบแรกได้หรอก อีกอย่าง…. นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นพ่อครัวเข้าร่วมงานประลอง” คุณชายสามแห่งตระกูลหลินพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

หนานกงอู๋เชวียมองอีกฝ่ายก่อนจะโบกมือปฏิเสธ เขาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของคุณชายสามแห่งตระกูลหลินจึงพูดขึ้นเสียงดัง “น้องเขยของข้าคือคนที่จะสร้างปาฏิหาริย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้างล่ะ เจ้าควรเปิดตาดูว่าเขาทำได้อย่างไร”

หลังจากพูดจบ หนานกงอู๋เชวียก็เลิกสนใจหลินซานเป้าก่อนจะเดินขึ้นลานแข่งขันไปเพื่อเริ่มเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบแรก

พ่อครัวจะสร้างปาฏิหาริย์เช่นนั้นหรือ

หลินซานเป้ากลอกตาใส่หนานกงอู๋เชวียก่อนจะเดินขึ้นบนลานแข่งขันด้วยเช่นกัน เขาคิดว่าหนานกงอู๋เชวียเพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง ณ ลานแข่งขันหมายเลขแปด ปู้ฟางยังคงถือป้ายของตนเองพร้อมกับเดินขึ้นไปบนลานแข่งขัน เขาเดินไปที่แท่นสัมฤทธิ์ต่อหน้าต่อตาเหล่ากรรมการที่มองเขาด้วยสายตางุนงง

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันอีกสิบกว่าคนบนลานแข่งขันต่างมองปู้ฟางพร้อมคิดว่าเขาเป็นพวกปัญญาอ่อน

คนบ้าที่ไหนจะเข้าร่วมการแข่งขันพร้อมถือป้ายไว้ด้วยเล่า แล้วคำที่เขียนอยู่บนป้ายนั่นคืออะไรกัน ร้านอาหารหมอกเมฆาเช่นนั้นหรือ เขามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันหรือต้องการจะเปิดร้านอาหารกันแน่ ต่อให้เขามาเพื่อสร้างความตลกขบขันให้กับผู้คน แต่จะไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ

ขณะที่คนทั้งหลายกำลังคิดเช่นนั้น พวกเขาก็เห็นสิ่งของบางอย่างที่ทำให้ต้องสับสนขึ้นกว่าเดิม

โครม เกิดเสียงดังก้องขึ้นเมื่อกระทะกลุ่มดาวเต่าดำกระแทกลงบนแท่นสัมฤทธิ์ มันทำให้แท่นนั้นยุบลงเล็กน้อย

ปู้ฟางควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองแล้ววางลงบนแท่นสัมฤทธิ์ของตนเอง นอกจากนี้ เขายังหยิบเขียง ถาดกระเบื้อง และสิ่งของอื่นๆ ออกมาด้วยเช่นกัน ทุกอย่างที่เขาหยิบออกมานั้นทำให้ผู้คนต่างสับสนและงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆ

มีดทำครัว กระทะสีดำ เขียง ถาดกระเบื้อง… ยังไม่ต้องพูดถึงป้ายร้านอาหารของเขาด้วยซ้ำ

เขาคิดจะเปิดร้านอาหารบนลานแข่งขันแห่งนี้จริงๆ หรือ

ตัวตลกคนนี้มาจากที่ใดกัน

พอปู้ฟางหยิบของทุกอย่างออกมาครบ เขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วมัดผมด้วยเชือกกำมะหยี่เส้นหนึ่ง ก่อนจะมองกรรมการด้วยแววตาใสซื่อ

“ข้าพร้อมแล้ว” ปู้ฟางพูดขึ้นพร้อมผ่อนลมหายใจออกมา

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 489 น้องเขยของข้าจะเป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย