Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 487 เมืองหมอกนภาที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 487 เมืองหมอกนภาที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 487 เมืองหมอกนภาที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน

หนานกงหวั่นรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้กินเต้าหู้เหม็นของปู้ฟาง ตอนที่นางได้กินอาหารจานนี้เป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่นางมีต่อมันก็เปลี่ยนจากขยะแขยงเป็นชื่นชอบ นางรับรู้ได้ว่าอาหารจานนี้มีเสน่ห์เพียงใด

พอปู้ฟางและหนานกงหวั่นเดินทางออกจากทางตอนใต้ของเมือง พวกเขาก็นั่งรถม้าอสูรเวทกลับมาที่ร้านอาหารหมอกเมฆา

บริเวณรอบข้างร้านอาหารยังคงเละเทะเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ตระกูลหนานกงส่งคนจำนวนมากมาที่นี่ และกำลังซ่อมแซมอาคารต่างๆ กันอยู่

ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในย่านนี้ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้คึกคักและเต็มไปด้วยเสียงอึกทึก

พอหนานกงหวั่นกลับมาที่ร้านอาหารหมอกเมฆาพร้อมปู้ฟางแล้ว นางก็นั่งรถม้าอสูรเวทกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหนานกง ร้านโอสถทิพย์ของนางเองก็ถูกทำลาย ดังนั้นนางจึงไม่คิดจะปล่อยเรื่องนี้ไป

หนานกงหวั่นต้องตามหาตัวคนร้ายและสั่งสอนบทเรียนให้คนเหล่านั้น

หญิงสาวที่โกรธจัดถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวที่สุด และหนานกงหวั่นในตอนนี้ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับปู้ฟาง

เมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงร้านอาหารของตนเอง เขาก็เปิดร้านทันที

วันนี้มีลูกค้าน้อยลง อาจเป็นเพราะร้านโอสถทิพย์ที่อยู่รอบข้างถูกทำลาย

แต่ปู้ฟางก็ไม่รังเกียจที่จะอยู่เฉยๆ เขาลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาที่หน้าร้านแล้วนอนลงบนนั้น เมื่อแสงแดดอุ่นๆ ส่องลงมาบนร่างกายที่กำลังผ่อนคลาย ชายหนุ่มก็รู้สึกง่วงนอนอย่างอดไม่ได้

เสี่ยวโยวกำลังเดินไปมาด้วยเท้าเปล่าอยู่ภายในร้านอาหาร นางดูเบื่อหน่ายอย่างมาก

นางเลียนแบบปู้ฟางด้วยการลากเก้าอี้มาตรงทางเข้าร้านก่อนจะนั่งลงด้วยเช่นกัน แต่นางนั่งอยู่ได้ไม่ได้นานนักก็รีบหนีออกจากพื้นที่ตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อาจทนต่อแสงแดดได้

หญิงสาวเดินไปหาเจ้าดำแล้วนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ มัน ก่อนจะเริ่มสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยสีหน้าว่างเปล่า

…

ในสวนคฤหาสน์ตระกูลหนานกง หนานกงอู๋เชวียกำลังยืนเอามือไพล่หลังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เจ้ารู้เรื่องอะไรมาบ้าง ใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เมื่อคืนนี้” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงผ่าเผย

“ท่านประมุขขอรับ ข้าตรวจสอบมาแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังน่าจะเป็นคนจากตระกูลจางขอรับ เมื่อวานหัวหน้าผู้คุ้มกันตระกูลจางหายตัวไป และตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา ตระกูลจางดูจะโกรธแค้นมาก แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากสาธารณชน ซึ่งดูไม่ชอบมาพากลยิ่งนักขอรับ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดพร้อมขมวดคิ้ว

หนานกงอู๋เชวียพยักหน้าให้ผู้อาวุโสแล้วเดินไปรอบๆ จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไม่ชอบมาพากลจริงๆ หากหัวหน้าผู้คุ้มกันของพวกเขาหายตัวไป จากนิสัยของตระกูลจาง พวกเขาต้องส่งคนทั้งหมดออกค้นหาทั่วทั้งเมืองแล้ว แต่นี่พวกเขากลับไม่ลงมือทำอะไรเลย หรือเป็นเพราะว่าพวกเขามีอะไรปิดบังทำให้ไม่กล้าเคลื่อนไหว”

“แต่เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของจางเฮ่อคืออะไรหรือขอรับ เขาถูกฆ่าเช่นนั้นหรือ” ผู้อาวุโสเอ่ยถามอย่างสงสัย

ทันใดนั้นหนานกงอู๋เชวียก็นึกอะไรออก เขาเพิ่งนึกได้ว่าร้านอาหารของปู้ฟางไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย ดังนั้น จางเฮ่ออาจถูกใครบางคนจากร้านอาหารฆ่าก็เป็นได้

หากจางเฮ่อพยายามทำลายร้านอาหารเหมือนที่เขาทำลายร้านโอสถทิพย์ เขาก็คงทำให้ใครสักคนในร้านอาหารรู้สึกขุ่นเคือง แล้วในร้านอาหารแห่งนั้นคนที่สามารถฆ่าจางเฮ่อได้อย่างเงียบเชียบจะเป็นใครได้อีกเล่า หากไม่ใช่หญิงสาวที่น่าหวาดกลัวคนนั้น มันจะเป็นใครได้อีก…

ขณะที่หนานกงอู๋เชวียครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ตัวสั่นเทิ้มอย่างอดไม่ได้

“เตรียมรถม้าอสูรเวทให้ข้าหนึ่งคัน ข้าจะไปตระกูลจาง พวกเราจะไม่ยอมเป็นฝ่ายสูญเสียและนั่งอยู่เฉยๆ พวกเราต้องตอบโต้”

ผู้อาวุโสผงะไปเมื่อได้ฟังคำประกาศกร้าวของหนานกงอู๋เชวีย ก่อนจะหันมามองเขาพลางตกอยู่ในห้วงความคิด

ดี ดูเหมือนว่าหนานกงอู๋เชวียจะพึ่งพาได้มากขึ้น

วงแหวนปราณเคลื่อนย้ายของเมืองหมอกนภาส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้งเมื่อยอดฝีมือจำนวนมากก้าวออกมาจากวงแหวนปราณนั้น

ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย ผู้คนจำนวนมากจะเดินออกมาจากวงแหวนปราณดังกล่าว

จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้มาจากวงแหวนปราณเคลื่อนย้ายเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรือรบขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนที่มุ่งหน้าเข้ามาในเมืองหมอกนภาแห่งนี้ และบนเรือรบเหล่านี้ก็บรรทุกยอดฝีมือจากกลุ่มอำนาจใหญ่ๆ หลากหลายกลุ่ม

นอกจากนี้ยังมีนักเล่นแร่แปรธาตุจำนวนมากเดินทางเข้ามาในเมืองหมอกนภา นักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านี้เดินทางมาจากเมืองโอสถอีกสองแห่งของวังโอสถ นั่นคือเมืองโอสถนภาและเมืองแสงนภา

สาเหตุที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากก็เพราะงานประลองหัตถ์เวท ซึ่งในครั้งนี้มันถูกจัดขึ้นในเมืองหมอกนภานั่นเอง

ในบรรดาเรือจำนวนมาก มีเรือรบลำหนึ่งซึ่งมีคำว่า “ร้านกรุงลี้ลับ” จารึกเอาไว้ ร้านกรุงลี้ลับเป็นหนึ่งในร้านโอสถทิพย์ชั้นแนวหน้าของเมืองโอสถนภา ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับร้านเมฆาล่องลอยของเมืองหมอกนภา

ร้านโอสถทิพย์ชั้นนำทุกร้านย่อมมีนักเล่นแร่แปรธาตุชั้นยอดอยู่เบื้องหลัง

ในเรือรบของร้านกรุงลี้ลับมีนักเล่นแร่แปรธาตุจตุเมฆาอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินของงานประลองหัตถ์เวทครั้งนี้

เรือรบของร้านตะวันพร่างพราวจากเมืองแสงนภาก็มาถึงแล้วเช่นกัน

นักเล่นแร่แปรธาตุผู้โด่งดังที่เดินทางมาจากเมืองโอสถนภาและเมืองแสงนภานั้น ไม่ว่าใครก็ต่างรับรู้ได้ว่าล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่และสง่างามทั้งสิ้น

เมืองหมอกนภาถือเป็นเมืองโอสถที่อ่อนแอที่สุดเพราะมีนักเล่นแร่แปรธาตุจตุเมฆาอยู่เพียงคนเดียว

ในขณะที่นักเล่นแร่แปรธาตุจตุเมฆาสี่ในห้าคนมาจากเมืองโอสถนภาและเมืองแสงนภา

เจ้าเมืองหมอกนภาออกมาต้อนรับพวกเขาเป็นการส่วนตัว และได้เชิญชวนพวกเขาไปที่จวน เมื่อบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุที่มีชื่อเสียงมาถึง เมืองหมอกนภาก็คึกคักไปด้วยกิจกรรมต่างๆ จนเกิดเสียงอึกทึก

หึ่ง…

แสงสว่างวับวาวส่องประกายอยู่ในวงแหวนปราณเคลื่อนย้ายเมื่อยอดฝีมือสวมชุดคลุมสีดำคนหนึ่งเดินออกมา ยอดฝีมือคนนี้แบกหีบสัมฤทธิ์ไว้บนหลังของตนเอง หีบนี้เปล่งรัศมีน่าสะพรึงกลัวออกมา

“น้องชายของข้าสองคนตายในดินแดนเร้นลับของเมืองหมอกนภา ข้าได้ยินมาว่ามีหลายคนที่สามารถเอาตัวรอดออกมาได้ เหตุใดคนพวกนั้นถึงยังมีชีวิตรอดเล่าทั้งที่สมาชิกจากสำนักหุ่นเชิดของข้าตายไปเช่นนั้น”

ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น แววตาของเขาเผยให้เห็นประกายของความน่าเกรงขามที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญจากสำนักพลับพลาวายุและอสนีก็ปรากฏตัวขึ้นจากวงแหวนปราณเคลื่อนย้ายเช่นกัน การตายของเซียวจ่างอวิ้นนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับพวกเขา เพราะคนคนนั้นมีสถานะสูงส่งอย่างมาก ดังนั้นสำนักจึงส่งคนมาตรวจสอบการตายของเขา

ไม่ใช่แค่สำนักพลับพลาวายุและอสนีเท่านั้น แต่กลุ่มอำนาจที่สูญเสียลูกศิษย์ไปในดินแดนเร้นลับต่างก็มาที่เมืองหมอกนภาเพื่อแก้แค้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงส่งตัวลูกศิษย์ที่กล้าแกร่งยิ่งกว่าเดิมมาที่นี่

ชายคนหนึ่งจากสำนักมหาพิภพที่สะพายกระบี่ขนาดใหญ่ไว้บนหลังปรากฏตัวขึ้นจากวงแหวนปราณเคลื่อนย้ายด้วยเช่นกัน เขาคือซีเหมินเซวียน กระบี่ปีศาจทรราช หนึ่งในสิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์ของสำนักมหาพิภพ

เขาเป็นผู้ฝึกตนกระบี่ที่กวัดแกว่งกระบี่หนักซึ่งก่อตัวขึ้นจากเจตจำนงของเขา ชายหนุ่มเป็นหนึ่งในสามศิษย์รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดของสำนักมหาพิภพ ขั้นปราณของเขานั้นกล้าแกร่งอย่างมากเพราะทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้สามชิ้นแล้ว

ยอดฝีมือจากเมืองโบราณอสุราก็มาถึงแล้วเช่นกัน

หมีซายืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มอย่างเคารพนบนอบ เด็กหนุ่มคนนี้มีสถานะสูงส่ง เขาเป็นหนึ่งในทายาทสายตรงของราชวงศ์เมืองโบราณอสุรา

“ท่านถงเหอ หอคอยอสุราอยู่ในเมืองหมอกนภาแห่งนี้ขอรับ ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยขอรับ” หมีซาพูดขึ้นด้วยความเคารพ

เด็กหนุ่มคนนี้มีหน้าตาหล่อเหลาและผมสีแดงเลือดที่ส่องประกาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดว่า “ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปั่นป่วนรุนแรงจากหอคอยอสุรา หอคอยอสุราเป็นอุปกรณ์เทพของเมืองโบราณอสุรา ไม่ควรปล่อยให้มันมาอยู่ข้างนอกเช่นนี้”

ยิ่งยอดฝีมือต่างๆ มาถึงมากขึ้นเท่าไหร่ ความครึกครื้นภายในเมืองหมอกนภาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

แต่ไม่ว่าภายในเมืองแห่งนี้จะมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นมากมายเพียงใด ปู้ฟางก็ยังคงเอนตัวบนเก้าอี้ของตนเองภายใต้แสงอาทิตย์อย่างสบายใจ ชายหนุ่มเกียจคร้านอยู่ตลอดเวลา และตอนนี้เขากำลังหรี่ตาลงอย่างผ่อนคลายขณะมองดูก้อนเมฆที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านไป

เมื่อใดก็ตามที่มีลูกค้าเข้าร้าน ปู้ฟางจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าครัวไปเพื่อทำอาหารให้พวกเขา หลังจากนั้นชายหนุ่มก็จะกลับมานอนเอกเขนกบนเก้าอี้หน้าร้านอาหารอยู่เช่นนั้น ลูกค้าของร้านอาหารหลายคนรู้สึกว่าท่าทางอันเกียจคร้านของเขาทั้งน่าขำและน่าอับอาย

พื้นที่บริเวณรอบข้างร้านอาหารถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อย ซากปรักหักพังจากร้านค้าที่ถูกทำลายก็ถูกกวาดทิ้งไปจนหมด มีเพียงเศษทรายที่ยังเหลืออยู่บนพื้นดิน ทำให้ย่านนี้ดูโล่งกว้างและว่างเปล่า

ร้านอาหารของเขายังคงตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยว และค่อนข้างโดดเด่นมากทีเดียว

จำนวนลูกค้าในร้านค่อยๆ ลดลง ส่วนกลุ่มคนจากตระกูลหนานกงก็หยุดทำงานและกลับบ้านของตนเองเรียบร้อยแล้ว

ภายใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน ปู้ฟางยังคงอยู่หน้าร้านพลางมองดูเงาของร้านอาหารทอดยาวออกไปตามแสงอาทิตย์ที่กำลังลดระดับลง

ปู้ฟางมองเห็นคนสองคนเดินตรงมาทางเขาอย่างช้าๆ ในระยะไกล คนทั้งสองนั้นสวมชุดคลุมสีแดงเลือดและมีผมสีแดงเลือดเช่นกัน มันเปล่งประกายภายใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

ปู้ฟางมองพวกเขาอย่างใจเย็น

เมื่อหมีซาเห็นปู้ฟางเอกเขนกอยู่หน้าร้านอาหาร เขาก็สูดอากาศอันเย็นเยือกเข้าปอด ชายหนุ่มไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะในเมื่อชายที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้สามารถเอาตัวรอดจากบุรุษกายาโลหิตที่น่าสะพรึงกลัวได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาจะต้องมีวิชาอันทรงพลังบางอย่างแน่นอน

หมีซาทำได้เพียงระมัดระวังตัวจากปู้ฟาง ถึงแม้ว่าระดับปราณของคนคนนี้จะอ่อนด้อยก็ตาม แต่หมีซาก็รู้ดีว่าบุรุษกายาโลหิตคนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด

ถงเหอที่ยืนอยู่ข้างๆ หมีซายกมุมปากบนใบหน้าที่ดูหล่อเหลาราวงานศิลปะขึ้น

“พลังรัศมีของหอคอยอสุราเล็ดลอดออกมาจากร่างกายของชายคนนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ได้หอคอยอสุราไป จะเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ ที่ยังไม่สามารถทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้แม้แต่ชิ้นเดียวด้วยซ้ำ”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 487 เมืองหมอกนภาที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย