Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 476 ที่นี่คือสวรรค์ใช่หรือไม่

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 476 ที่นี่คือสวรรค์ใช่หรือไม่
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 476 ที่นี่คือสวรรค์ใช่หรือไม่

จะให้หญิงสาวจากยมโลกไปนอนที่ไหนดี

ปู้ฟางครุ่นคิดขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ เฝ้ามองหญิงสาวจากยมโลกแย่งซี่โครงเปรี้ยวหวานจากเจ้าดำอย่างร่าเริง เรื่องเล็กๆ นี้ทำให้ชายหนุ่มปวดศีรษะไม่น้อย

ร้านอาหารแห่งนี้มีห้องเพียงสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นของเขา อีกห้องเป็นของหยางเหม่ยจี๋

เขาควรให้นางอยู่ในห้องของหยางเหม่ยจี๋หรือไม่ หากเป็นอย่างนั้น แล้วถ้าเกิดหยางเหม่ยจี๋กลับมาจะทำอย่างไรเล่า ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้กลับร้านบ่อยนัก แต่คงจะน่าหนักใจพอควรหากนางกลับมาแล้วพบว่ามีใครคนอื่นมานอนในห้องของนาง

หรือปู้ฟางควรจะให้เสี่ยวโยวอยู่ห้องเดียวกับเขา

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ปู้ฟางก็ตัดสินใจตัดตัวเลือกนั้นทิ้ง

“ยายหนูตัวเหม็น หากเจ้ากล้าขโมยซี่โครงเปรี้ยวหวานของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ข้าจะโกรธจริงๆ แล้วนะ” เจ้าดำสะบัดหางขณะจ้องหญิงสาวจากยมโลกที่ถือซี่โครงเปรี้ยวหวานชิ้นหนึ่งอยู่ด้วยมือเรียวสวยของนาง

หญิงสาวจากยมโลกริมฝีปากชมพูระเรื่อที่ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด จากนั้นก็ยัดชิ้นซี่โครงเปรี้ยวหวานเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวกินด้วยเสียงอันดัง ซี่โครงเปรี้ยวหวานแสนอร่อยชิ้นนั้นเยียวยาทั้งกายทั้งใจ มอบความสุขให้นางทั้งสองทางพร้อมๆ กัน

เจ้าดำรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างในร่างกายผิดแผกไป มันเหมือนบางสิ่งที่อยู่ภายในแตกสลาย

ช่างน่าโมโหเสียจริง!

เจ้าสุนัขอ้วนในที่สุดก็รู้สึกตัวแล้วว่าการหลอกพาหญิงสาวมาที่นี่ไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังตัวเอง แม่นางคนนี้จริงๆ แล้วเป็นคนตะกละยิ่ง ใครจะไปเชื่อว่าวันนี้เพียงวันเดียวนางกินหมดไปเท่าใด แต่กระนั้นนางก็ยังไม่พอใจ กล้าถึงขนาดมาขโมยซี่โครงเปรี้ยวหวานของมันอีก

นางช่างไม่มีเหตุผลและเหลือจะทนเสียจริงๆ

นางคิดหรือว่าท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ได้ซี่โครงเปรี้ยวหวานมาอย่างง่ายดาย

เจ้าดำหมดหนทางจะรับมือกับนาง มันคงไม่อาจใช้อุ้งเท้าตบนางให้กระเด็นไปได้หรอก ใช่ไหมนะ

ถึงอย่างไรก็เป็นมันเองที่ล่อนางมาที่นี่ นี่คือความพินาศที่มันนำพามาสู่ตัวเอา มันจึงจำต้องกลั้นน้ำตาและอดทนเอาไว้

เมื่อเจ้าดำเห็นหญิงสาวหรี่ตาขณะกินซี่โครงเปรี้ยวหวานเสียงดังและเปี่ยมสุข มันก็เริ่มเห่านางด้วยความโมโห ก่อนจะกินอาหารที่เหลือในชามอย่างตะกละตะกลาม

เจ้าดำรีบยัดซี่โครงเปรี้ยวหวานที่เหลือในชามเข้าปาก

ปากของมันพองโต ตาก็เบิกกว้างเพราะจับจ้องไปที่หญิงสาวจากยมโลกไม่วางตา มันเริ่มเคี้ยวโดยไม่ละสายตาจากเสี่ยวโยวแม้แต่น้อย

ปู้ฟางจ้องมองทั้งสองอย่างอับจนถ้อยคำ

เจ้าสุนัขขี้งกนี่ไม่มีศักดิ์ศรีบ้างหรือไร จะมาทะเลาะแย่งอาหารกับสตรีไปทำไมกัน

เมื่อหญิงสาวจากยมโลกเห็นว่าเจ้าดำกินซี่โครงเปรี้ยวหวานทั้งชามไปจนหมด นางก็ลากชามกระเบื้องเคลือบไปเลียอย่างไร้อารมณ์

ชามใบนั้นฉาบเคลือบไปด้วยน้ำฉ่ำของซี่โครงเปรี้ยวหวานแสนอร่อย

เจ้าดำแทบสำลักเมื่อเห็นสิ่งที่นางกำลังทำ

ได้โปรดอย่าบ้าถึงเพียงนี้เลย ปล่อยชามของข้าไปเถิด

ปู้ฟางตกตะลึงกับการกระทำของหญิงสาว ‘เอาละ ถือเสียว่าข้าไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับสตรีนางนี้มาก่อน แต่หญิงสาวผู้นี้… เสี่ยวโยวผู้นี้เป็นบ้าไปแล้วจริงๆ’

พอวางชามกระเบื้องเคลือบลง หญิงสาวก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างสบาย ขณะนี้นางกำลังขี้เกียจสุดกำลัง อากัปกิริยาของนางดูคล้ายลูกแมวดำ ร่างกายเย้ายวนขยับขึ้นลงเมื่อนางหายใจ การกระทำนี้ดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด

ผมดำยาวของนางลุ่ยกระจายปิดใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง ทว่าใบหน้าส่วนที่เปิดอยู่ก็ยังงดงามจนไม่ว่าใครเห็นก็ต้องสั่นสะท้านไปถึงทรวง

หลังจากที่เจ้าดำกลืนซี่โครงเปรี้ยวหวานลงไปจนหมดมันก็เลียริมฝีปาก ก่อนจะส่งสายตาและพ่นลมหายใจใส่เสี่ยวโยวที่เอนกายอืดถืดอยู่บนเก้าอี้ จากนั้นเจ้าสุนัขก็เดินด้วยท่วงท่าเหมือนแมวไปนอนที่ประจำของมันข้างต้นตื่นรู้ทางห้าสาย ก่อนจะหลับต่อ

การกินจนอิ่มแล้วกลับไปนอนเป็นวิถีชีวิตที่เจ้าดำแสนโปรดปราน และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มันตัวอ้วนกลมถึงเพียงนี้

สตรีจากอเวจีจ้องปู้ฟางก่อนจะยกมุมปากของนางขึ้น เป็นการแสดงความสุขของนางให้ชายหนุ่มได้เห็น

หลังจากนั้น ทั้งๆ ที่ปู้ฟางยังคงจ้องมองอยู่ เสี่ยวโยวก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะปล่อยพลังปราณเที่ยงแท้สีดำสนิทออกจากฝ่ามือ นางโบกฝ่ามือครั้งหนึ่ง เรือยมโลกสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นเก่าเก็บก็ปรากฏออกมา

เรือยมโลกหลานลงมาข้างๆ เจ้าดำด้วยเสียงดังสนั่น ส่งให้สายลมรุนแรงพุ่งปะทะขนของเจ้าสุนัขจนปลิวไสว

ภายใต้การควบคุมอย่างเชี่ยวชาญของเสี่ยวโยว เรือยมโลกก็หดเล็กลง และในไม่ช้ามันก็หดจนเป็นขนาดที่พอดีกับร้าน และตั้งอยู่ข้างๆ ต้นตื่นรู้ทางห้าสาย

นางนี่จะทำสิ่งใดกันแน่

ปู้ฟางตกใจกับการกระทำของนางและเฝ้ามองอย่างงุนงง

ชายหนุ่มมองหญิงสาวจากยมโลกผู้มีผมยาวถึงสะโพกเดินไปทางเรือยมโลก เมื่อไปถึงเรือนางก็หันกลับมา ประสานมือคารวะแล้วค้อมศีรษะให้ปู้ฟาง จากนั้นก็ก้าวหน้าด้วยเท้าที่เปล่งประกายขึ้นเรือไป

มุมปากของปู้ฟางกระตุก ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลไปเอง

ชายหนุ่มมัวแต่คิดว่าจะให้นางนอนที่ไหน แต่ตอนนี้เรื่องนั้นดูจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

เสียงหายใจเป็นจังหวะดังสนั่นออกมาจากเรือยมโลก

ปู้ฟางลุกขึ้นหยิบจานกระเบื้องเคลือบบนโต๊ะแล้วกลับเข้าครัวไป หลังจากที่เดินเข้าไป ไฟในห้องอาหารก็ดับลง ทิ้งความมืดมิดให้กลืนกินห้องนั้นเข้าไป

ชายครัวหนุ่มโยนชามเข้าไปในเครื่องล้างจานของระบบก่อนจะยืดตัว เขาตบพุ่งพลุ้ยของเจ้าขาวก่อนจะเดินขึ้นชั้นบน

ปู้ฟางอาบน้ำก่อนจะสะบัดผมที่เปียกลู่ แล้วปล่อยให้มันห้อยละลงมา ชายหนุ่มเอนตัวพิงหน้าต่าง ชื่นชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหมอกนภา เขาอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง

คืนนั้นผ่านไปอย่างไร้ความวุ่นวาย

วันต่อมา เมื่อแสงอาทิตย์ที่อบอุ่นแสนสบายส่องผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาลามเลียใบหน้า ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้น เขายังงัวเงียจนต้องหาวออกมา

ปู้ฟางยืนขึ้นก่อนจะมัดผมด้วยเชือกกำมะหยี่ จากนั้นก็ล้างหน้าบ้วนปากก่อนจะเดินออกจากห้องไป

เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง เขาก็ต้องตกใจกับเงาที่ยืนอยู่ระหว่างห้องอาหารและห้องครัว เงานั้นจับจ้องมาทางเขาด้วยดวงตาเบิกโพลง

บัดซบอะไรกัน

ปู้ฟางกระโดดโหยงด้วยความกลัว ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาเพิ่งจะเห็นว่าเจ้าของเงาเป็นใคร เสี่ยวโยวนั่นเอง

เหตุใดนางต้องลุกมาหลอกคนตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยเล่า ปู้ฟางจนด้วยถ้อยคำ

หญิงสาวจากยมโลกทำตาหยี นางหันหลังกลับทำให้ผมสีดำขลับที่ทิ้งตัวราวน้ำตกกระเด้งขึ้นในอากาศ หญิงสาวเดินกลับไปนั่งที่ในห้องอาหาร

นางอยากกินอาหารเช้าอย่างนั้นหรือ

มุมปากของปู้ฟางกระตุก สตรีนางนี้ช่างแข็งขันเสียจริง ชายหนุ่มเห็นเจ้าสุนัขขี้เกียจนั่งหลังตรงแน่วอยู่บนเก้าอี้ด้วย นี่เป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันวางอุ้งเท้าบนโต๊ะแล้วแลบลิ้นออกมา

เจ้าสองคนนี้ตะกละเสียจริง…

ปู้ฟางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าครัวไป ชายหนุ่มไม่ได้เริ่มทำอาหารทันที เขาหยิบมีดทำครัวกระดูกมังกรทองออกมาฝึกทักษะมีดสิบสามมหากาฬ

หลังจากทำภารกิจฉุกเฉินสำเร็จ พลังปราณเที่ยงแท้ของเขาก็พุ่งสูงขึ้นหลายขั้น แต่ปู้ฟางยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะบรรลุสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์

เขายังต้องฝึกทักษะมีดสิบสามมหากาฬอย่างตั้งใจพอๆ กับตอนที่ฝึกทักษะการใช้มีดฝนดาวตกในอดีต

หากคนเป็นพ่อครัวอยากรักษาฝีมือการทำครัวเอาไว้ เขาก็ต้องฝึกฝนทุกวัน การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทำให้ฝีมือสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพ่อครัวไม่ว่าคนใดก็ตาม

ปู้ฟางหยิบเจ้ากุ้งออกจากไหล่ก่อนวางมันลงข้างๆ เตา ทั้งที่ยังถือมีดทำครัวกระดูกมังกรทองอยู่ในมือ เจ้ากุ้งสับสนกับการกระทำของปู้ฟาง มันมองปู้ฟางด้วยสายตามึนงง

ปู้ฟางควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองก่อนจะชี้ไปหาเจ้ากุ้ง พลังรัศมีจากกายเขาน่าเกรงขามขึ้นเรื่อยๆ

เจ้ากุ้งไม่ใส่ใจกับพลังรัศมีที่เปลี่ยนไปของปู้ฟางสักนิด มันเอาแต่ขยับขามากมายอย่างรวดเร็ว วิ่งสนุกสนานไปมาอยู่เหนือเตา

“ก็ได้ ข้าไม่ควรเร่งตัวเองเกินไปขณะฝึกทักษะมีดสิบสามมหากาฬ”

ปู้ฟางเก็บมีดทำครัว ก่อนจะหยิบเจ้ากุ้งที่กำลังสนุกสนานกลับไปวางบนไหล่เหมือนเดิม

หลังจากถูกโยนกลับขึ้นไปบนไหล่ปู้ฟาง เจ้ากุ้งก็สงบลง มันนอนลงแล้วเริ่มเป่าฟองอากาศออกจากปาก

หลังจากฝึกทักษะการใช้มีดอยู่พักใหญ่ ปู้ฟางก็เริ่มการฝึกการทำอาหารประจำวัน

ชายหนุ่มหยิบเนื้ออสูรเวทระดับเก้าออกมาหั่นเป็นชิ้นๆ เพื่อทำซี่โครงเปรี้ยวหวาน ก่อนจะเอากระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกมา จากนั้นก็พ่นลูกไฟสีทองของหมื่นไฟประลัยกัลป์ลงไป ส่งผลให้อุณหภูมิในห้องครัวพุ่งสูงขึ้น เขาเทน้ำมันลงในกระทะก่อนจะเริ่มผัด

ในไม่ช้ากลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยล่องออกจากห้องครัว

ดวงตาของทั้งเสี่ยวโยวและเจ้าดำที่นั่งอยู่ในห้องอาหารลุกโชน ทั้งสองตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเสียงที่ดังออกจากครัวหยุดลง ทั้งสตรีและสุนัขก็มองไปยังห้องครัวแล้วเห็นบุรุษร่างสูงเดินออกมาจากห้องมืดมิดช้าๆ เขาถือจานหอมกรุ่นมาในมือด้วยสองจาน

“นี่ซี่โครงเปรี้ยวหวานของเจ้าดำ และนี่ข้าวโลหิตมังกรของเสี่ยวโยว” ปู้ฟางพูดขณะวางจานทั้งสองลงอย่างใจเย็น

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็กลับไปยังห้องครัว อีกไม่ช้าเขาก็กลับออกมาพร้อมขนมจีบสีเหลืองทอง

หญิงสาวจากยมโลกใช้นิ้วเรียวยาวของนางกำข้าวโลหิตมังกรแล้วยัดเข้าปาก สองสามวันที่ผ่านมานี้นับเป็นวันที่ดียิ่งสำหรับนาง เพราะนางได้กินอาหารที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณทุกๆ วัน หากเทียบกับชีวิตอันน่าเศร้าที่นางต้องเร่ร่อนไปในดินแดนเร้นลับ ไม่รู้ว่าจะได้กินอาหารมื้อต่อไปเมื่อไร ชีวิตปัจจุบันของนางนั้นสบายกว่ากันมาก สบายยิ่งกว่าชีวิตในยมโลกเสียอีก

เจ้าดำเอร็ดอร่อยกับซี่โครงเปรี้ยวหวานของมันเช่นเคย แต่มันก็รีบกินจนหมดเพราะกลัวว่าหญิงสาวจากยมโลกจะแย่งมันกินอีก

ไม่เหมือนกับจอมตะกละทั้งสอง ปู้ฟางใช้ตะเกียบคีบขนมจีบสีทองที่ถูกชุบในน้ำซุปขึ้นมาด้วยท่วงท่าสง่างาม ชายหนุ่มใช้ตะเกียบเจาะรูขนมจีบชิ้นหนึ่ง น้ำซุปขลุกขลิกหอมหวานก็ทะลักออกมาจากรูนั้น

ปู้ฟางรีบดื่มน้ำซุปเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่น้ำซุปเข้าปาก รสชาติอันเข้มข้นก็ทำให้ปู้ฟางรู้สึกราวกับว่ารูขุมขนทุกรูบนร่างเปิดกว้าง

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั้งหญิงสาวจากยมโลกและเจ้าดำต่างก็มีความสุขสุดตัวเมื่อได้กินอาหาร นั่นเพราะชายหนุ่มเพิ่มแก่นผลึกม่วงซึ่งจัดได้ว่าเป็นเครื่องปรุงลงไปในอาหาร มันช่วยชูทั้งรสชาติและกลิ่นของอาหารให้ดีขึ้นไปอีกระดับ

ขนมจีบสีทองนั้นอร่อยกว่าเมื่อครั้งที่ปู้ฟางเคยทำในอดีต ช่างน่าอัศจรรย์เสียจริง!

หลังจากดูดน้ำซุปเรียบร้อย ปู้ฟางก็ยัดชิ้นขนมจีบเข้าปากแล้วเริ่มเคี้ยว

รสชาติของเนื้อหมูสับและแป้งผสานกับในปากเขา จากนั้นจึงไหลลงคอเข้าสู่ท้อง ปู้ฟางรู้สึกอบอุ่นในท้อง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวเพราะค่อนข้างพึงใจกับอาหารจานนี้

จู่ๆ ปู้ฟางก็มองเห็นว่าหญิงสาวจากยมโลกกินข้าวโลหิตมังกรของนางหมดแล้ว และตอนนี้ก็กำลังจ้องมาที่ขนมจีบสีทองของเขา

นางยื่นมือออกมาหยิบขนมจีบไปชิ้นหนึ่งโดยไม่ถามไถ่ จากนั้นก็โยนเข้าปากเคี้ยว ไม่ใส่ใจสักนิดว่ามันร้อนเพียงใด

กร้วม! กร้วม!

นัยน์ตาของหญิงสาวลุกโชนเมื่อนางเริ่มเคี้ยว

“ข้าเจออาหารจานเด็ดอีกแล้วหรือ ที่นี่คือสวรรค์ใช่หรือไม่”

หญิงสาวจากยมโลกหลับตาลงด้วยความอิ่มสุข ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่เคลือบด้วยน้ำมันดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด

ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นขณะจ้องมองนาง ช่างกินเก่งเสียจริง…

ชายหนุ่มหยิบขนมจีบสีทองขึ้นมาอีกชิ้นก่อนจะกินอย่างมีความสุข

เจ้าดำรู้สึกสบายใจยิ่งที่ปู้ฟางถูกแย่งอาหาร “ดีแล้วที่นางหนูไม่ขโมยซี่โครงเปรี้ยวหวานของข้า”

หลังจากกินซี่โครงเปรี้ยวหวานจนหมด เจ้าดำก็เดินกลับไปที่ข้างต้นตื่นรู้ทางห้าสายด้วยท่วงท่าเหมือนแมว แล้วล้มตัวลงนอนหลับไป

ปู้ฟางเพิ่งจะกินขนมจีบชิ้นที่สองเสร็จเมื่อเขาสังเกตเห็นด้วยความตกใจ ว่าตอนนี้เสี่ยวโยวถือขนมจีบอยู่ในมือข้างละลูก ขณะที่ปากของนางกำลังเคี้ยวอีกลูกอยู่

ในที่สุดเขาก็เข้าใจความเจ็บปวดที่เจ้าดำต้องเผชิญเมื่อวาน

ผู้หญิงคนนี้ช่าง… ตะกละเสียจริง

พอปู้ฟางยัดขนมจีบชิ้นที่สามเข้าปาก ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ ใบหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึกเมื่อเห็นว่าเข่งตรงหน้าว่างเปล่าเสียแล้ว

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 476 ที่นี่คือสวรรค์ใช่หรือไม่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย