Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 470 หนานกงอู๋เชวียผู้ดื้อดึง

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 470 หนานกงอู๋เชวียผู้ดื้อดึง
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 470 หนานกงอู๋เชวียผู้ดื้อดึง

หญิงสาวจากยมโลกตกตะลึงกับคำพูดของเจ้าดำก่อนจะหันมามองใบหน้าอ้วนกลมเด้งดึ๋งของมัน เสียงทุ้มนุ่มฟังเหมือนกำลังล่อลวงนาง แต่คำพูดของมันก็มีส่วนจริงอยู่เหมือนกัน

นางเลียริมฝีปากราวกับว่าคำชักชวนนั้นยั่วเย้าไม่น้อย

แต่หญิงสาวจากยมโลกก็ยังชั่งใจอยู่ เพราะไม่แน่ใจว่าปู้ฟางจะทำอาหารที่เปี่ยมด้วยพลังสารัตถะให้นางได้ตลอด

หากนางไม่ได้รับพลังสารัตถะเพียงพอก็จะได้รับผลของคำสาป ร่างกายของนางจะเจ็บปวดราวกับถูกหั่นด้วยมีดพันเล่มหรือไม่ก็ถูกมดเป็นหมื่นตัวกัดทึ้ง

เพราะเหตุนี้เองนางจึงยังไม่กล้าตัดสินใจ

ภายในดินแดนเร้นลับมีวัตถุดิบจากสวรรค์และสมบัติทางโลกที่เปี่ยมด้วยพลังสารัตถะอยู่มากมาย นางสามารถหยิบจับพวกมันออกมาเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ แต่เมื่อนางออกจากดินแดนเร้นลับ การหาวัตถุดิบจากสวรรค์และสมบัติทางโลกจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

ดังนั้นหญิงสาวจากยมโลกจึงต้องตัดสินใจให้ดี

ความคิดของนางล่องลอยไปถึงข้าวโลหิตมังกรร้อนๆ และความปรีดาที่นางรู้สึกเมื่ออาหารจานนั้นไหลลงลำคอเย็นเยียบสู่ท้องที่ราวกับต้นไม้ตายซากของนาง ส่งพลังสารัตถะที่เปี่ยมล้นไปทั่วร่าง ความคิดนี้ทำให้หญิงสาวจากยมโลกไม่อยากอยู่ห่างจากปู้ฟาง

“เจ้าหนุ่มนั่นอาจไม่ค่อยมีประโยชน์นัก แต่ทักษะการทำอาหารของเขาล้ำเลิศ เจ้าเชื่อท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้เถอะ ข้าไม่หลอกเจ้าหรอก อย่างไรเสียเจ้าก็ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง ถึงแม้เจ้าจะถูกสาปและโดนขับไล่ออกมา แต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตให้คุ้มค่าได้” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเพื่อหลอกล่อนาง

ปู้ฟางไม่รู้เลยว่าเจ้าดำกับหญิงสาวจากยมโลกคุยเรื่องอะไรกันอยู่ เขากำลังเดินไปรอบๆ สถานที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ใหญ่นัก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยหินหนืดและคลื่นความร้อนปั่นป่วน

ความเข้มข้นของพลังปราณลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากไข่ปักษาเพลิงหายไป ความรู้สึกที่ราวกับว่ากำลังแหวกว่ายอยู่ในพลังปราณก็อันตรธานไปด้วย

ชายหนุ่มหวังจะได้พบสมุนไพรพลังปราณบางชนิด แต่ก็ต้องผิดหวัง

สถานที่แห่งนี้เป็นถิ่นของไข่ปักษาเพลิงและหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูก พลังปราณของสถานที่แห่งนี้จึงถูกทั้งสองสิ่งช่วงชิงไป ดังนั้นจึงไม่มีสมุนไพรพลังปราณอื่นใดเติบโตอยู่ที่นี่แม้แต่น้อย

หลังจากที่ปู้ฟางเดินสำรวจจนทั่ว เขาก็ตัดสินใจออกไปเพราะไม่มีสิ่งใดที่มีประโยชน์พอจะให้อยู่ต่ออีก

เจ้าขาวเดินตามปู้ฟางอย่างใกล้ชิด นัยน์ตาของมันส่องแสงเรื่อเรืองสีม่วง เจ้ากุ้งโบกก้ามของมันพลางกลอกตาไปมา

“ไปกันเถอะ เราควรไปจากที่นี่ได้แล้ว” ปู้ฟางพูดกับเจ้าดำ ผู้ที่ยังกระซิบกระซาบกับหญิงสาวจากยมโลกไม่หยุด

ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่โบกหางก่อนจะส่งสายตาให้หญิงสาวจากยมโลกเป็นเชิงว่า ‘เจ้าควรจะคิดดูให้ดี’ จากนั้นก็ก้าวอาดๆ ไปเคียงข้างปู้ฟางด้วยท่วงท่าสง่างามเหมือนแมว

ปู้ฟางมองไปทางหญิงสาวจากยมโลกที่ยังนิ่งงันอยู่กับที่ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปโดยไม่กล่าวสิ่งใดกับนางอีก ชายหนุ่มเดินไปที่รอยแยก

ผมดำยาวของหญิงสาวจากยมโลกปลิวไสวเมื่อคลื่นความร้อนซัดผ่าน ขาเรียวยาวก้าวออกไปข้างหน้าขณะที่เท้าซึ่งเปล่งประกายวางทาบลงบนพื้นดิน

ปู้ฟางสัมผัสได้ถึงสายลมแผ่วเบาเมื่อหญิงสาวจากยมโลกเดินตามเขามาติดๆ อย่างไร้อารมณ์ ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะทางที่เขากำลังมุ่งไปเป็นทางเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้ ดังนั้นสตรีนางนี้คงเดินตามเขามาเพื่อจะออกไปเช่นกัน

พอทุกคนออกมาจากรอยแยก ก็ไปปรากฏบนพื้นผิวของเกาะอาหารเลิศรสที่ถล่มไปแล้ว

เกาะอาหารเลิศรสที่เคยอุดมสมบูรณ์เนืองแน่นไปด้วยอาหารจานเด็ดนานา ตอนนี้เหลือเพียงซากเท่านั้น

ต้นไม้พลังปราณแปลกประหลาดที่เคยเติบโตอยู่บนนี้ หากไม่ถูกทำลายจนย่อยยับก็กลายเป็นตอตะโกไปเสียสิ้นเพราะการไหลท่วมของหินหนืด ไอร้อนยังลอยล่องออกมาจากซากเถ้าถ่านไม่หยุด

หญ้าที่เคยเขียวชอุ่มตอนนี้เหลือเพียงเศษดำๆ พื้นดินแตกระแหงไปทุกหย่อม

ขณะที่ปู้ฟางกำลังก้าวเดินไปบนพื้นดินแตกระแหง ชายหนุ่มก็กวาดตามองไปรอบๆ เกาะอาหารเลิศรสที่ย่อยยับก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้

การบังเกิดของปาฏิหาริย์ทางธรรมชาติอย่างเกาะอาหารเลิศรสนั้นหาได้ยากยิ่ง นับเป็นโอกาสอันดีเลิศที่พ่อครัวคนหนึ่งจะได้พานพบช่างน่าเสียดายที่สิ่งสวยงามส่วนมากมักอายุไม่ยืน

จู่ๆ ปู้ฟางก็รู้สึกเศร้าสร้อยเพราะเกาะอาหารเลิศรสถูกทำลาย แต่มันก็เป็นเรื่องที่เกินความสามารถของเขาจะหยุดยั้งได้

หลังจากเดินไปรอบๆ เกาะอาหารเลิศรสที่ล่มสลายไปแล้ว ปู้ฟางก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

เรือวิญญาณทั้งหมดหายไปเรียบ เขาจะออกจากที่นี่ได้อย่างไรหากไม่มีเรือ

ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะออกจากดินแดนเร้นลับแห่งนี้ได้อย่างไร

ปู้ฟางรู้สึกมึนงงกับปริศนานี้ยิ่งนัก

จริงๆ แล้วควรมีคนอีกมากที่เข้ามาในดินแดนเร้นลับและยังมีชีวิตอยู่ นั่นเพราะไม่ใช่ทุกคนที่เร่งรีบมายังเกาะอาหารเลิศรส ฉะนั้นแล้วก็ควรมีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่บนเกาะอื่นๆ บ้าง

เหตุผลที่พวกเขาไม่ได้รีบรุดมายังเกาะอาหารเลิศรส อาจเป็นเพราะได้พบเจอกับโชคลาภอื่นๆ ที่เหมาะกับพวกเขามากกว่า

รัศมีเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากกายของหญิงสาวจากยมโลกที่อยู่เบื้องหลังปู้ฟาง

ชายหนุ่มตัวสั่นก่อนจะหันศีรษะกลับไปมองด้านหลังตนตามสัญชาติญาณ

หญิงสาวจากยมโลกพยักหน้าให้ปู้ฟางก่อนจะชี้ไปยังเรือยมโลกที่ลอยอยู่บนฟ้า

“เจ้าหมายถึงให้ข้าเอาเรือยมโลกของเจ้าไปได้อย่างนั้นหรือ” ปู้ฟางตกใจเล็กน้อย

หญิงสาวจากยมโลกพยักหน้าให้เขาอย่างไร้อารมณ์อีกครั้ง จากนั้นนางก็ยกขาเรียวงามขึ้นและใช้เท้าที่เปล่งประกายแตะพื้นทะยานขึ้นไปบนฟ้า ผมสีดำยาวสยายปลิวสะบัดอยู่ด้านหลัง นางเหาะขึ้นไปบนอากาศก่อนจะไปยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือยมโลก

ปู้ฟางเงยหน้ามอง รีรออยู่ชั่วอึดใจก่อนจะกระโดดตามขึ้นไป

“ข้าไม่อยากรบกวนเจ้าเช่นนี้… ข้าหมายถึง… ถึงแม้ว่าเรือของเจ้าจะประหลาดและอึมครึมอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าเรือวิญญาณหลายเท่าตัว” ถึงจะทำทีเป็นขวนเขิน แต่พอขึ้นมายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือแล้วเขาก็เริ่มสำรวจตรวจตรามัน

เจ้าดำอ้าปากกว้างพลางหาวออกมา จากนั้นก็เริ่มมองหาที่สบายๆ บนดาดฟ้าเรือก่อนจะนอนลงแล้วหลับไป

หญิงสาวจากยมโลกที่ยืนอยู่ด้านหน้าดาดฟ้าเรือจ้องมองปู้ฟาง จากนั้นเรือยมโลกจะเริ่มเคลื่อนที่พร้อมส่งเสียงดังสนั่น

คลื่นพัดไหวพร้อมเสียงกึกก้อง เรือยมโลกแตะพื้นทะเล ใบเรือสีดำสนิทปลิวไสวในสายลมขณะที่ลำเรือแล่นไปข้างหน้า

ปู้ฟางสนใจเรือยมโลกลำนี้ไม่น้อยจึงเริ่มเดินดูรอบๆ

เรือยมโลกสร้างขึ้นอย่างประณีตด้วยวัสดุชั้นยอด แม้จะดูน่าขนลุก แต่หากมองดีๆ ก็ต้องประหลาดใจกับความพิถีพิถันของมัน

สายตาของปู้ฟางไปหยุดอยู่ตรงห้องโดยสารเรือ ชายหนุ่มนึกบางอย่างออกเมื่อหันไปเห็นประตูที่ปิดสนิท หากเขาจำไม่ผิด เจ้าคนเพี้ยนหนานกงอู๋เชวียอยู่ในห้องโดยสารนั้น สีหน้าสิ้นหวังของอีกฝ่ายหลังจากถูกลากกลับเข้าไปในห้องโดยสารยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำของปู้ฟาง

แต่ก็นะ พวกเขาเพิ่งจะทำเสียงอึกทึกครึกโครมกันไป เหตุใดหนานกงอู๋เชวียยังไม่ออกมาอีกเล่า สงสัยคงอายกระมัง

ปู้ฟางก้าวออกไปข้างหน้าหลายก้าวแล้วหยุดยืนอยู่หน้าห้องโดยสาร พ่อครัวหนุ่มยกมือขึ้นหมายจะผลักประตูให้เปิดออก

ทว่าทันทีที่มือสัมผัสโดนประตู ปู้ฟางก็รู้สึกได้ถึงรัศมีแปลกประหลาดและเย็นเยียบจากเบื้องหลัง

ร่างกายของชายหนุ่มแข็งทื่อ เขาหันหลังกลับมาเห็นใบหน้าสวยสง่าแต่เยือกเย็นของหญิงสาวจากยมโลก …

รูจมูกของหนานกงอู๋เชวียกระตุกรุนแรง มีไอน้ำพวยพุ่งออกมาอยู่ตลอด

ร่างของเขาท่วมไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มขยับกล้ามเนื้อด้วยพลังใจอันล้นเหลือที่สนับสนุนร่างกายอยู่ เขาไม่ยอมแพ้ เขาจะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาด เขาคือบุรุษผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นประมุขตระกูลหนานกง เพราะฉะนั้นจะยอมอยู่ในเรือลำนี้แล้วปล่อยให้สตรีนางนั้นเลียเขาจนตายได้อย่างไร

ไม่ได้ เขายอมไม่ได้เป็นอันขาด

เขาจะต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อผ่านพลังกดดันมหาศาลนี้แล้วคลานออกไปจากห้องโดยสารให้จงได้

เขาจะมาตายที่นี่ไม่ได้!

เหงื่อเม็ดเป้งไหลลงจากหน้าผากของหนานกงอู๋เชวียก่อนจะผ่านตา จมูก ปาก และคางแล้วหยดลงพื้น เสียงหอบหายใจทำลายความเงียบสงัดในห้องโดยสารน่าขนลุกขนชันแห่งนี้

ชายหนุ่มพร้อมที่จะจบเรื่องนี้แล้ว

เขาใกล้จะถึงประตูห้องโดยสารแล้ว

ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาเยือน… อีกนิดเดียวเท่านั้น!

ใบหน้าของเขาดูดุดันขณะกัดฟันยกมือขึ้น นิ้วมือของเขาเกือบสัมผัสบานประตูอยู่แล้ว

เอี๊ยด…

อึดใจเดียวกันนั้นเอง เสียงเอี๊ยดอ๊าดก็ดังขึ้นเมื่อบานประตูเปิดออก

แสงสว่างสาดส่องมาจากภายนอก ทำให้หนานกงอู๋เชวียระคายตาจนน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น

ใครบางคนยืนอยู่หน้าประตูห้องโดยสาร

ถึงแม้น้ำตาของหนานกงอู๋เชวียจะไหลอาบแก้ม แต่เขาก็ยังเชิดหน้าสู้

หืม?

ร่างตรงหน้าไม่ใช่ร่างอันเย้ายวนของสตรีผมดำยาวผู้น่าสะพรึงกลัวนี่

หนานกงอู๋เชวียจำเงาของคนที่ยืนอยู่หน้าประตูได้

ทันทีที่ปู้ฟางเปิดประตูห้องโดยสารเรือ เขาก็เห็นร่างหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ร่างนั้นยกศีรษะขึ้น รูจมูกเปิดบาน แถมลูกตายังมีน้ำตาไหลออกมา

ห่าเหวอะไรกัน! ไอ้ตัวบ้านี่มันมาจากไหนไม่ทราบ

ปู้ฟางสะดุ้งโหยงด้วยความกลัว เพราะความตกใจ ชายหนุ่มจึงยกขาสูงและเกือบกระทืบหน้าหนานกงอู๋เชวียเข้าให้

ทว่าทันใดนั้นปู้ฟางก็จำหนานกงอู๋เชวียได้ จึงยั้งเท้าเอาไว้ทัน

“สะ… สหายปู้ ทำไมเป็นเจ้าเล่า ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” หนานกงอู๋เชวียถามอย่างตกใจด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา

ปู้ฟางลดขาลงก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบอย่างใจเย็น “ข้าเอง”

หนานกงอู๋เชวียรู้สึกราวกับว่าฤดูใบไม้ผลิมาเยือนแล้วจริงๆ สีหน้ารำคาญใจตรงหน้า เป็นสหายปู้จริงๆ ด้วย!

ทว่าใบหน้าของหนานกงอู๋เชวียก็ซีดขาวลงทันทีเมื่อเห็นขาเรียวยาวเบื้องหลังปู้ฟาง ก่อนที่เจ้าของขาที่มีใบหน้าสวยสะและร่างกายงดงามจะก้าวมายืนข้างๆ ปู้ฟาง

ใบหน้าไร้อารมณ์ของหญิงสาวจากยมโลกปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

หนานกงอู๋เชวียตกตะลึง ริมฝีปากสั่นระรัวเมื่อความเศร้าตีตื้นขึ้นจนล้นหัวใจ เขาเพิ่งจะคลานมาถึงตรงนี้อย่างยากลำบาก…

หญิงสาวจากยมโลกยกฝ่ามือเรียวบางขึ้นโบก

หนานกงอู๋เชวียโดนซัดกลับลงไปกองกับพื้นก่อน ก่อนจะถูกโยนกลับไปในส่วนลึกที่สุดของห้องโดยสารเรืออีกครั้ง

“ทำไมข้าต้องเป็นคนที่โชคร้ายอยู่ร่ำไป” หนานกงอู๋เชวียเศร้าใจ หญิงสาวจากยมโลกทำลายความฝันและความหวังของเขาลงอีกครา

ปู้ฟางตกตะลึงเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนานกงอู๋เชวียและหญิงสาวจากยมโลกนั้นค่อนข้างซับซ้อน

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เป็นการทะเลาะเบาะแว้งที่เกิดจากความรักอย่างนั้นหรือ

ปู้ฟางเริ่มอธิบายกับหญิงสาวจากยมโลกว่าหนานกงอู๋เชวียเป็นสหายของเขา ชายหนุ่มใช้เวลาพักใหญ่เกลี้ยกล่อมให้นางเชื่อว่าเขาและหนานกงอู๋เชวียเป็นสหายกัน แล้วขอให้หญิงสาวปล่อยตัวอีกฝ่ายออกมา

หลังจากฟังปู้ฟางด้วยสีหน้าเรียบเฉย หญิงสาวจากยมโลกก็ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น

เสียงร้องโหยหวนน่าเวทนาของหนานกงอู๋เชวียดังสะท้อนออกมาจากส่วนลึกของห้องโดยสารเรือ

ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นก่อนเอ่ยถาม “ข้าขอแลกเจ้าหนุ่มนั่นกับข้าวโลหิตมังกรชามหนึ่งได้หรือไม่”

หญิงสาวจากยมโลกผงะ มุมปากของนางยกขึ้นขณะพยักหน้าอย่างน่าเอ็นดู

ปู้ฟางตะลึงกับความเร็วที่นางใช้ยอมรับข้อเสนอ ไหนกันหลักการของเจ้า… ไหนกันความยับยั้งชั่งใจของเจ้า

หนานกงอู๋เชวียไม่ได้มีค่ามากไปกว่าข้าวโลหิตมังกรชามหนึ่งเลย

รอยยิ้มน่ารักจากหญิงสาวจากยมโลกคงอยู่เพียงพริบตาก่อนที่ใบหน้าของนางจะกลับไปเป็นเยือกเย็นไร้อารมณ์เช่นเคย นัยน์ตาดำสนิทของนางจับจ้องไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของห้องโดยสาร ก่อนที่นางจะโบกมืออย่างขอไปที

จู่ๆ หนานกงอู๋เชวียก็สัมผัสได้ว่าพลังกดดันที่ทับเขาไว้อันตรธานไปแล้ว

เขาคลานขึ้นมาจนถึงด้านบนอย่างไม่อยากเชื่อ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเปี่ยมสุข เมื่อคลานขึ้นมาถึงประตูแล้ว หนานกงอู๋เชวียก็พุ่งตัวออกจากห้องโดยสารเรือพลางแหกปากตะโกน

“สหายปู้ ต่อแต่นี้ไปข้าหนานกงอู๋เชวียจะขออยู่รับใช้รองมือรองเท้าตามแต่เจ้าจะสั่ง” หนานกงอู๋เชวียซาบซึ้งจนสะอื้นไห้ เขามั่นใจว่าผู้ที่ช่วยเขาไว้ต้องเป็นปู้ฟางอย่างแน่นอน

หนานกงอู๋เชวียผู้ดีใจจนสิ้นสติกางแขนวิ่งเข้าหาปู้ฟาง แต่เมื่อสายตาเขาเบนไปเห็นหญิงสาวจากยมโลกที่ยืนอยู่ข้างๆ ปู้ฟาง เขาก็หยุดวิ่งไปเสียเฉยๆ หนานกงอู๋เชวียจ้องใบหน้าเย็นชาแต่สวยงามไร้ที่ติด้วยความหวาดกลัว สตรีนางนี้มาจากยมโลกอย่างแท้จริง

จู่ๆ หนานกงอู๋เชวียก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะกอดปู้ฟาง ก่อนจะหันมารักษาระยะห่างจากหญิงสาวจากยมโลกเป็นอันดับแรก

หลังจากที่หญิงสาวจากยมโลกเห็นหนานกงอู๋เชวียเดินห่างไป นางก็เบนสายตามามองเถ้าแก่ปู้

“เร็ว… ทำอาหารให้ข้า”

จู่ๆ ปู้ฟางก็รู้สึกปวดหัวตุ้บๆ เขาจะทำข้าวโลหิตมังกรโดยไม่มีมงกุฎเลือดได้อย่างไรกัน

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 470 หนานกงอู๋เชวียผู้ดื้อดึง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย