Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 462 จ้องข้าไปก็ไม่ท้องหรอก

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 462 จ้องข้าไปก็ไม่ท้องหรอก
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 462 จ้องข้าไปก็ไม่ท้องหรอก

พื้นดินบนเกาะแตกเป็นเสี่ยงๆ หินที่แหลกละเอียดบนพื้นปลิวว่อน มีหินหนืดไหลออกมาจากพื้น มันเผาไหม้ต้นไม้รอบด้านไปหมด

เกาะที่สวยงามถูกทำลายและพินาศลงอย่างรวดเร็ว

ปู้ฟางที่ถือมีดทำครัวสีทองอร่ามเล่มใหญ่อยู่ในมือกวาดตามองรอบตัวด้วยสายตาขึงขัง เขามองไปรอบเกาะเพื่อหาหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกระดับสิบ มันคือสมุนไพรพลังปราณที่ทำให้เขาต ต้องมาที่นี่ และเขาต้องได้ครอบครองมันก่อนที่เกาะจะพังทลาย

ในบรรดาเกาะทั้งหลายแหล่ นี่คือเกาะที่มีพลังปราณอุดมสมบูรณ์และหนาแน่นที่สุด

ปู้ฟางเชื่อมั่นว่าหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกน่าจะอยู่บนเกาะนี้ แต่มันจะอยู่ตรงไหนเขาเองก็ไม่รู้

หมีซาถูกกำราบและพ่ายแพ้ให้กับปรมาจารย์เสวียนเปย หลังกินโอสถทิพย์เข้าไป พลังของชายชราก็ร้ายกาจขึ้นมาก ประหนึ่งว่าฉีดเลือดไก่เข้าตัวอย่างไรอย่างนั้น

การระเบิดพลังของปรมาจารย์เสวียนเปยทำให้ทุกคนรอบข้างประหลาดใจ อย่างไรเสียเขาก็เป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้แล้วสามชิ้น ทั้งที่ชราแล้ว แต่พล ลังชีวิตรวมถึงความแข็งแกร่งกลับไม่ถดถอยแม้แต่น้อย

แม้ว่าจะชราแต่ก็ยังแกร่งกล้าอย่างที่สุด

หมีซาโดนเล่นงานจนสะบักสะบอม แทบทุกส่วนของร่างกายเสียหายเลือดกระจัดกระจายไปทั่ว ดวงตาของเขาแดงก่ำมีเลือดไหลออกมาตรงมุมปาก

ปรมาจารย์เสวียนเปยหรี่ตามองหมีซา เขาก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา ความน่ายำเกรงพวยพุ่งออกมามากกว่าเดิมและทรงพลังมากขึ้นหากเทียบกับครั้งก่อน

เลือดที่เหมือนเลือดมังกรและพลังงานกำลังปั่นป่วนอยู่ภายในร่างกายของชายชรา

โฮก!

อสูรตัวหนึ่งที่เกิดจากหินเหมือนได้รับคำสั่งบางอย่าง มันเริ่มโจมตีบดขยี้พวกที่เหลือ มันฟาดฝ่ามือใส่ทุกคนหมายขย้ำพวกเขาให้กลายเป็นเนื้อบด

กระนั้นคนที่เหลือรอดอยู่ก็ไม่ใช่พวกอ่อนปวกเปียก พวกเขาไม่มีทางถูกอสูรหินตบตายง่ายๆ

ร่างของปู้ฟางเริ่มเปล่งรัศมีกดดันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะกำมีดทำครัวกระดูกมังกรทองในมือ

หึ่ง…

ในที่สุดเจ้าขาวก็ขยับตัว ดวงตาของมันส่องแสงสีม่วงวูบวาบ เกราะบนตัวเริ่มเปล่งประกาย มันกางปีกโลหะบนหลัง มีรัศมีรุนแรงแผ่ออกมาจากวงแหวนปราณปืนใหญ่ เสียงกึกก้องดังกังวานขึ้นท ทั่วฟ้า คลื่นลมพัดผ่านไปทั่วบริเวณเมื่อวงแหวนปราณปืนใหญ่ถล่มยิงใส่อสูรหินร่างยักษ์

แขนข้างหนึ่งของอสูรหินถูกทำลายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ปัง! ปัง! ปัง!

เจ้าขาวเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นปืนใหญ่ มันยืนอย่างมั่งคงแล้วยิงลูกปืนใหญ่ใส่อสูรหินยักษ์อย่างต่อเนื่อง กำจัดอสูรหินยักษ์ด้วยพลังอันโหดเหี้ยม

ภาพที่เห็นทำให้หลายคนหายใจไม่ทั่วท้องอย่างไม่รู้ตัว

โดยเฉพาะสมาชิกของสำนักหุ่นเชิดที่เริ่มประเมินเจ้าขาวอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก พวกเขาไม่คิดว่ามันจะร้ายกาจปานนี้ พลังของเจ้าขาวเหมือนมากกว่าหุ่นเชิดซากมนุษย์ด้วยซ้ำ แถมวงแหวนปร ราณปืนใหญ่ของมันก็น่าหวั่นเกรงยิ่งนัก

“มีวงแหวนปราณปืนใหญ่บนตัวหุ่นเชิดได้อย่างไร ใช้พลังงานจากไหนยิงปืนใหญ่กัน ช่างท้าทายตรรกะแท้ๆ…” ยอดฝีมือจากสำนักหุ่นเชิดอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ

ลมแรงพัดหวีดหวิว อสูรยักษ์จำนวนนับไม่ถ้วนถูกทำลาย พวกมันกลายเป็นเศษหินกลาดเกลื่อนพื้นอย่างรวดเร็ว

หลังหายจากอาการตกใจ ทุกคนก็แสดงพลังของตนออกมา ต่างรวบรวมพลังขั้นสูงสุดอย่างเต็มเหนี่ยว

คนเหล่านี้ล้วนเป็นหัวกะทิจากกลุ่มอำนาจระดับหนึ่ง แม้ว่าไม่ใช่ยอดฝีมือที่เก่งกาจที่สุดหรือศิษย์ที่มากพรสวรรค์ที่สุดของสำนัก แต่พวกเขาย่อมไม่อ่อนแอแน่

เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า เกาะทั้งเกาะถูกถล่มจนจมลงไป

หินหนืดไหลออกมาไม่ขาดสาย

หมีซาร่วงลงทะเล คลื่นมากมายก่อตัวขึ้นขณะที่เขาเผชิญกับการโจมตีอย่างไร้ความปราณีของปรมาจารย์เสวียนเปย ดูเหมือนว่าการต่อสู้น่าจะจบลงเช่นนี้

โครม!

ลำแสงหนึ่งพุ่งออกจากส่วนที่ลึกที่สุดของเกาะอย่างฉับพลัน

ลำแสงที่ทะยานขึ้นไปบนฟ้าดูคล้ายเสาเลือด ภาพเงาของหอคอยยักษ์สีเลือดปรากฏขึ้น

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หอคอยยักษ์สีเลือด ทั้งหมดกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น เพราะมันคือโชคลาภที่ทุกคนต่างตามหาเมื่อเข้ามายังดินแดนเร้นลับ

หอคอยยักษ์สีเลือดมีแรงดึงดูดเต็มเปี่ยม เหล่ายอดฝีมือต่างพุ่งเข้าหามันอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้

ทุกคนหายตัวไปภายในเวลาสั้นๆ

ปู้ฟางเก็บมีดทำครัวกระดูกมังกรทองพลางถอนหายใจ ทั้งเกาะถูกกลืนกินด้วยควันและไฟ ไม่มีทางที่เขาจะหาหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกพบ

หรือหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกจะอยู่ในสิ่งที่ทุกคนเรียกว่าโชคลาภ

ปู้ฟางขมวดคิ้วพลางมองไปยังหอคอยยักษ์สีเลือด เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงรู้สึกขยะแขยงเมื่อได้เห็นมัน เขาไม่ต้องการเข้าใกล้หอคอยยักษ์นั่น

ปู้ฟางสูดหายใจลึก ควันจากภูเขาไฟกรุ่นอยู่เต็มปาก

แม้ไม่อยากไปที่หอคอยตรงหน้า แต่ตอนนี้เกาะพังพินาศหมดแล้ว หากต้องการหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูก โอกาสเดียวที่เหลืออยู่ของเขาคือหอคอยนั่น

ปู้ฟางเดินตามทุกคนไป

ดวงตาของเจ้าขาววูบวาบอยู่ครู่หนึ่งก่อนตามหลังปู้ฟางไปติดๆ

ไกลออกไป รอยแยกขนาดยักษ์ปรากฏขึ้น เหล่าหินหนืดดูเหมือนพยายามหลีกเลี่ยงรอยแยกนี้จนเกิดเป็นภาพแปลกประหลาด ธารหินหนืดแยกออกเป็นสองฝั่งจนเกิดเป็นทางเดิน

ทุกคนที่มุ่งหน้าไปยังหอคอยสีเลือดต้องเข้าสู่เส้นทางนี้

เหมือนมีสายตาละโมบจ้องมองทุกคนจากภายในรอยแยก

…..

เรือโบราณเย็นยะเยือกสีดำสนิทแล่นผ่านคลื่นยักษ์ช้าๆ

บรรยากาศรอบข้างถูกกลืนกินด้วยหมอกหนา มันปกคลุมเรือโบราณจนทำให้เห็นได้เพียงเลือนราง ไม่มีทางที่ใครจะเห็นเรือลำนี้ได้ชัดๆ

“พี่สาว… ปล่อยข้าเถอะ ข้ามีเมียแล้ว! อะไรที่มันไม่ใช่ฝืนไปก็เหนื่อยเปล่า หากท่านบังคับข้า เราทั้งคู่ต่างก็จะไม่มีความสุข…”

เสียงคร่ำครวญอย่างน่าเวทนาของหนานกงอู๋เชวียดังไปทั่วเรือยมโลก

เขาถูกพลังกดดันมหาศาลกดลงกับพื้นจนขยับตัวไม่ได้ ส่วนเดียวของร่างกายที่ขยับได้คือปาก

เบื้องหน้าเขามีขาเรียวยาวสวยงามคู่หนึ่ง แต่หนานกงอู๋เชวียไม่มีกะจิตกะใจชื่นชมความงานตอนนี้

หญิงสาวจากยมโลกยืนนิ่งตรงหน้าเขาพลางจ้องมองมาด้วยดวงตาดำสนิท สายตาของนางทำเอาชายหนุ่มขนลุกขนพอง

หนานกงอู๋เชวียมีสีหน้าบึ้งตึงและรู้สึกว่านางทำเกินไป หากต้องการเอาชีวิตหรือสับเขาเป็นชิ้นๆ นางควรลงมือเดี๋ยวนี้ แต่นางกลับยืนเฉยเอาแต่จ้องหน้าเขาโดยไม่ทำอะไรเลย เขากลั วจนหัวหดไปหมดแล้ว

‘คิดว่าจ้องหน้าข้าแล้วจะท้องขึ้นมาหรืออย่างไร’

หญิงสาวจากยมโลกไม่พูดไม่จา มีเพียงหนานกงอู๋เชวียที่พูดไม่หยุดปาก เขาทั้งก่นด่าตัวเองทั้งเอะอะโวยวาย เหตุใดหญิงสาวจากยมโลกถึงโผล่มาแล้วจับเขาไว้กัน

หนานกงอู๋เชวียไม่รู้สักนิดว่าตัวเองถูกจับมาทำไม รู้เพียงว่าในห้องโดยสารเรือมีแต่โครงกระดูกที่ปล่อยไอเย็นยะเยือกออกมา ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย เขาแน่ใจว่าเจ้าข ของโครงกระดูกทั้งหลายต้องไม่ตายดี

“เอาเลย อยากทำอะไรก็เชิญ…” น้ำเสียงของหนานกงอู๋เชวียชักแหบแห้ง คอของเขาเจ็บไปหมดหลังตะโกนมาครึ่งค่อนวัน สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้วนอนลงอย่างสิ้นหวัง

เรือยมโลกเดินหน้าต่อไปในดินแดนเร้นลับไร้ขอบเขต ไม่มีใครรู้จุดหมายปลายทางของมัน

หญิงสาวจากยมโลกยืนนิ่งไม่ไหวติง ทว่าตอนนั้นเอง ริมฝีปากของนางก็เผยอเล็กน้อย

“รัศมี… รัศมีของไข่ปักษาเพลิง”

หญิงสาวจากยมโลกพึมพำก่อนเดินเข้ามาในห้องโดยสารเรือ ท่าทางของนางดูราวกับเพิ่งฟื้นคืนชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

หญิงสาวจากยมโลกหมอบลงตรงหน้าหนานกงอู๋เชวียพลางมองใบหน้าที่สิ้นหวังของอีกฝ่าย หลังจากเปิดริมฝีปาก ลิ้นของนางก็ยื่นออกมาเลียใบหน้าชายหนุ่ม

‘ทำบ้าอะไร ขืนยังลวนลามกันเช่นนี้ เดี๋ยวผีผลักขึ้นมาจะทำอย่างไร… ท่านไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหม’

หนานกงอู๋เชวียน้ำตาอาบแก้ม

หลังจากถูกเลีย ใยพลังงานสีดำมากมายก็พุ่งเข้าสู่ร่างของหนานกงอู๋เชวีย หญิงสาวจากยมโลกยืนขึ้นช้าๆ แล้วเดินออกไปเนิบๆ จากนั้นประตูก็ปิดตามหลังนาง

ใต้เกาะแห่งนี้มีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล หอคอยยักษ์สีเลือดตั้งอยู่ที่นี่ มันไม่ใช่ภาพเงาแต่เป็นหอคอยสีเลือดของจริง

สายตาของปู้ฟางเคร่งขรึมไม่น้อยขณะมองหอคอยยักษ์ตรงหน้า เขารู้สึกว่ามันคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แม้ว่าจะคลับคล้ายคลับคลาแต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

หอคอยสีเลือดแผ่รัศมีลุ่มลึก เส้นสายและลวดลายมากมายบนตัวหอคอยเปล่งแสงสีแดงเลือดที่ดูงดงามและเย้ายวนใจออกมา

ทุกคนอดใจไม่เข้าไปที่หอคอยไม่ได้ เว้นก็เพียงปู้ฟาง

เหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นดึงดูดพวกเขา มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับหอคอยนั่น

ปู้ฟางมองไปข้างหน้าด้วยสายตาเคร่งขรึม หยางเหม่ยจี๋ซึ่งขั้นปราณอ่อนแอที่สุดในกลุ่มไม่สามารถต้านทานความเย้ายวนของหอคอย นางเริ่มเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้

หอคอยยักษ์เหมือนปีศาจที่ฝังเขี้ยวใส่นาง ประหนึ่งว่าจะกลืนกินนางทั้งตัวทันใดที่ไปถึง

ปู้ฟางคุ้นเคยกับหยางเหม่ยจี๋… เขาไม่ควรปล่อยนางไปตายใช่ไหมนะ

ปู้ฟางลังเลสักพักก่อนเรียกใช้กระทะกลุ่มดาวเต่าดำ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนใจอ่อน

ปู้ฟางถ่ายพลังปราณเที่ยงแท้ลงกระทะแล้วจับมันด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเตรียมตัว เขาสูดหายใจลึกจากนั้นก็เหวี่ยงกระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกไปสุดแรง

“ไป!”

กระทะกลุ่มดาวเต่าดำส่งเสียงหวีดหวิวในอากาศพลางลอยเข้าหาหอคอยยักษ์สีเลือด มันมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเทียบเท่าภูเขาขนาดย่อมๆ จากนั้นก็พุ่งชนหอคอยยักษ์สีเลือดทันที

ปัง!

เกิดเสียงระเบิดรุนแรงเมื่อกระทะกลุ่มดาวเต่าดำกระแทกใส่หอคอยยักษ์สีเลือด ทั่วบริเวณสั่นไหวหินหนืดปั่นป่วน

“หน็อย! แส่มายุ่งกับแผนของข้า… ตายเสียเถอะ!”

เสียงเดือดดาลดังก้องไปทั่วท้องฟ้า ชายคนหนึ่งปรากฏตัวเหนือหอคอยยักษ์สีเลือดพร้อมร่างที่อาบไปด้วยเลือด รัศมีที่เขาแผ่ออกมาน่าสะพรึงกลัวยิ่ง สายตาโหดเหี้ยมเย็นเยียบ คนผู้นี้ จ้องปู้ฟางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

กระทะกลุ่มดาวเต่าดำบินกลับมาเข้ามือของปู้ฟาง ชายหนุ่มใช้พลังปราณเที่ยงแท้ในการโจมตีครั้งนี้ไปครึ่งหนึ่ง เขาหยิบขนมปังหอยนางรมออกจากกระเป๋าของระบบมากินอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้น นฟูพลังปราณ หลังจากกินเข้าไปหลายคำ ความรู้สึกโหวงเหวงในร่างกายก็ค่อยๆ คลายลง

ตอนที่กระทะกลุ่มดาวเต่าดำพุ่งชนหอคอยยักษ์สีเลือด เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องขึ้น รัศมีรอบกระทะดูเหมือนเลือนรางเล็กน้อย

ทุกคนที่ถูกสะกดโดยพลังไร้รูปร่างได้สติกลับมาทันที

เหงื่อกาฬแตกไปทั้งตัวของพวกเขา

โดยเฉพาะหยางเหม่ยจี๋… นางเกือบเดินลงหินหนืดแล้วด้วยซ้ำ ทันทีที่ลืมตานางก็แทบปัสสาวะราดด้วยความกลัว

หญิงร่างใหญ่เช่นนางเริ่มร้องไห้อย่างจริงจัง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ดูเหมือนว่านางคงกลัวมากจริงๆ

ปรมาจารย์เสวียนเปย นักเล่นแร่แปรธาตุไตรเมฆารีบเพิ่มระดับพลังปราณเที่ยงแท้แล้วลากตัวหยางเหม่ยจี๋มาอยู่ข้างๆ สายตาของชายชรามีความหวาดกลัวเช่นกัน ขนาดเขาเองยังถูกพลังนั่นสะก กด หากไม่มีการโจมตีของปู้ฟาง พวกเขาทั้งหมดคงตายไปแล้วแน่ๆ

“นี่มันหอคอยอสุรา อุปกรณ์เทพของเมืองโบราณอสุราไม่ใช่หรือ สิ่งนี้ควรถูกทำลายไปแล้วนี่นา ชิ้นส่วนของมันกระจัดกระจายไปทั่วทวีปมังกรซ่อนเร้น” ปรมาจารย์เสวียนเปยอุทานด้วยความปร ระหลาดใจและตื่นตกใจ

ไม่แปลกที่เหล่ายอดฝีมือของเมืองโบราณอสุราจะปรากฏตัวที่เมืองหมอกนภา ไม่มีใครนึกฝันว่าอุปกรณ์เทพของเมืองโบราณอสุราจะอยู่ในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆา

บุรุษกายาโลหิตลอยตัวอยู่ข้างๆ หอคอยอสุรา ธารโลหิตไหลวนรอบตัวเขาไม่ขาดสาย สายตาเย็นเยียบจ้องมองปู้ฟางที่กำลังกินขนมปังหอยนางรม ขณะที่จิตสังหารพุ่งออกจากร่าง

“ข้าเกือบจะปลุกหอคอยอสุราสำเร็จแล้ว อีกนิดเดียวแท้ๆ…” บุรุษกายาโลหิตแผดเสียงอย่างโกรธแค้น และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาอยากเอาชีวิตปู้ฟางยิ่งกว่าสิ่งใด หากไม่ใช่เพราะปู้ฟางยื่น นมือมาขัดขวาง ทุกคนคงได้สังเวยชีวิตตามแผนของเขาไปแล้ว

บุรุษกายาโลหิตร้องคำรามเมื่อโลหิตที่ห่อหุ้มตัวเขาเริ่มเดือดพล่าน มันกลายร่างเป็นมังกรยักษ์สีเลือดแล้วพุ่งเข้าหาปู้ฟาง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 462 จ้องข้าไปก็ไม่ท้องหรอก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย