Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 450 เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 450 เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 450 เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า

ปู้ฟางและหนานกงอู๋เชวียกลับมาที่ร้าน ตอนนี้หนานกงอู๋เชวียถูกขับออกจากตระกูลหนานกง กลายเป็นคนไร้บ้าน มิหนำซ้ำที่พักของเขาในหอโอสถยังถูกสุนัขแก่หนานกงเสวียนเฮ่อยกเลิกไ ไปอีก

ในเมื่อกลับหอโอสถไม่ได้ เขาเลยทำได้แค่เดินตามหลังปู้ฟางต้อยๆ

“เตรียมตัวเข้าดินแดนเร้นลับกันเถอะ วงแหวนปราณเคลื่อนย้ายจะเปิดคืนนี้ตอนที่ดวงจันทร์สองดวงมาบรรจบกัน พอวงแหวนปราณเคลื่อนย้ายเปิด เราก็จะได้เข้าไปในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆา” หลั งกลับถึงร้าน หนานกงอู๋เชวียก็นั่งลงบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว้ห้างทันทีพลางเอ่ยปาก

ปู้ฟางจ้องอีกฝ่ายกลับด้วยสีหน้าเฉยชาเป็นคำตอบ หนานกงอู๋เชวียรู้สึกอึดอัดที่ถูกมองเช่นนั้นจึงรีบเอาขาลงอย่างรวดเร็ว

“สหายปู้ เจ้าจะเข้าไปในดินแดนเร้นลับหรือเปล่า” หนานกงอู๋เชวี่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แน่นอนอยู่แล้ว” ปู้ฟางลากเก้าอี้มาขดตัวนอน พลางตอบหนานกงอู๋เชวียอย่างเรียบง่าย

มันคือภารกิจของระบบที่เกี่ยวข้องกับพระกระโดดกำแพงระดับอรหันต์ เขาจึงจำเป็นต้องไป แต่ต่อให้เกี่ยวข้องกับพระกระโดดกำแพงระดับปุถุชน ปู้ฟางก็ยังอยากไปอยู่ดี

พระกระโดดกำแพงระดับปุถุชนราคาหนึ่งหมื่นผลึกนั้นถือว่าแพงหูฉี่ทีเดียว

แต่เหมือนปู้ฟางยังไม่พอใจเท่าไร หลังจากเปิดกิจการมาหลายวัน เขาก็ตระหนักได้ว่าชาวเมืองหมอกนภานั้นกินเก่งกว่าชาวนครหลวงของอาณาจักรวายุแผ่วอย่างเห็นได้ชัด

มีลูกค้าเข้าร้านมาเพราะอยากลองชิมพระกระโดดกำแพงตลอดวัน แต่ปู้ฟางขายแค่วันละสองชามเท่านั้น

เหตุผลสำคัญที่พวกเขายอมจ่ายคืออาหารจานนี้มีเสน่ห์จับจิตจับใจเหลือเกิน

กระนั้นปู้ฟางก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความต้องการบริโภคของชาวเมืองหมอกนภานั้นค่อนข้างสูง

ถ้าอยากให้พลังปราณรุดหน้าโดยเร็ว ปู้ฟางต้องคิดค้นอาหารราคาแพงๆ จานใหม่ พระกระโดดกำแพงระดับปุถุชนไม่อาจสนองความต้องการของเขาได้

ดังนั้นปู้ฟางจึงเล็งไปที่พระกระโดดกำแพงระดับอรหันต์ เขาเชื่อว่ามันจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

“อ้อ… แต่เจ้าต้องเผชิญอันตรายใหญ่หลวงในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆา” หนานกงอู๋เชวียพูดพลางถอนหายใจ

“เจ้าต้องเจอหนักกว่าข้าแน่” ปู้ฟางมองหนานกงอู๋เชวียอย่างจริงจังพลางเอ่ยเตือน

หนานกงอู๋เชวียผงะไป คำพูดของปู้ฟางนั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย เพราะมีคนมากมายในเมืองหมอกนภาที่ต้องการเห็นเขาตาย

ไม่ต้องเอ่ยถึงสุนัขแก่หนานกงเสวียนเฮ่อ เอาแค่ตระกูลหลินและตระกูลจาง… เขาไม่ควรตายใจเพียงเพราะคนพวกนั้นช่วยเขาไว้ที่ลานจัตุรัสในเมือง ทันที่หนานกงอู๋เชวียก้าวขาเข้า ดินแดนเร้นลับ พวกนั้นย่อมจู่โจมและเอาชีวิตเขาแน่นอน

ถึงอย่างไรพรสวรรค์ของหนานกงอู๋เชวียก็น่ากลัวกว่าหนานกงเสวียนเฮ่อมากนัก เมื่อเติบใหญ่ เขาย่อมเป็นฝันร้ายของตระกูลหลินกับตระกูลจาง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกำจัดหนานกงอู๋เชวีย ย่อมเป็นตอนที่เขาเข้าไปในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆา หากพลาดโอกาสนี้ไป พวกเขาก็ต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ถ้าคิดจะลงมืออีกครั้ง

“ดี…” หนานกงอู๋เชวียรู้สึกว่าการพยายามโน้มน้าวปู้ฟางเป็นเรื่องที่เหนื่อยเปล่า

สหายปู้มีสายตากว้างไกลและเฉียบแหลมกว่าเขา

ตอนนั้นเองหนานกงอู๋เชวียก็เหมือนจะคิดบางอย่างได้ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเป็นประกาย เขามองปู้ฟางพลางเอ่ยขึ้น “สหายปู้ เจ้ายังมีบะหมี่เหลือจากครั้งก่อนไหม บะหมี่ของเจ้าช่วยเพ พิ่มพลังการต่อสู้ได้ มันวิเศษมากๆ… มีฤทธิ์เหนือกว่าโอสถวิญญาณหนึ่งแต้มที่ข้าปรุงด้วยซ้ำ แถมบะหมี่ของเจ้ายังไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นพิษเป็นภัยอีกต่างหาก”

แม้ว่าบะหมี่นั่นจะเผ็ดจนน้ำหูน้ำตาเล็ด แต่พลังของหนานกงอู๋เชวียก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังกินเข้าไปหนึ่งชาม นี่คือสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธหรือมองข้ามได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือบะหมี่นี้ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย หากการปากพองเพราะความเผ็ดถือเป็นอาการข้างเคียง ให้หนานกงอู๋เชวียเดินปากพองไปทั่วเมืองทุกวันก็ยังได้

“ครั้งนี้ข้ามีของดีให้เจ้า ไปรอข้างนอกก่อน ข้าจะทำอาหารจานใหม่สำหรับการเดินทางไปยังดินแดนเร้นลับของเรา” ปู้ฟางมองหนานกงอู๋เชวียก่อนหันหลังเดินเข้าครัวไป ร่างของเขาหายวับไป ปอย่างรวดเร็ว

อาหารจานใหม่หรือ

ดวงตาของหนานกงอู๋เชวียเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นทันที

“เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าคืออาหารวิเศษ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายถึงสามเท่า… มันสามารถใช้สร้างวงแหวนปราณอาหารเลิศรสและยังกินร่วมกับบะหมี่อาละวาดได้ด้วย ไม่มีผลข้างเค คียงหากกินเดี่ยวๆ แต่หากกินคู่กับบะหมี่อาละวาด หลังจากประสิทธิภาพหมดลงจะทำให้อ่อนแรงสามชั่วยาม”

ปู้ฟางยืนนิ่งอยู่หน้าเตาในครัว เขากำลังตรวจสอบข้อมูลของอาหารวิเศษจานใหม่นั่นก็คือเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า เขาอยากเยาะเย้ยและประณามรสนิยมที่แสนเฮงซวยในการตั้งชื่ออาหารขอ องระบบเสียเหลือเกิน เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า… แค่ได้ยินชื่อก็ไม่มีใครอยากกินแล้ว

ความกระปรี้กระเปร่าจะสร้างปาฏิหาริย์และความอัศจรรย์ได้หรือ… ช่างเป็นชื่อที่น่าขันจริงๆ

วิธีการทำเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าไม่ต่างจากการทำเนื้อปั้นทั่วไป ยกเว้นวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง ครั้งนี้ระบบเป็นฝ่ายจัดเตรียมวัตถุดิบให้ ซึ่งช่วยลดปัญหาของปู้ฟางได้มาก

เขาหยิบมีดทำครัวกระดูกมังกรทองออกมาพลางทบทวนวิธีการใช้มีดสิบสามมหากาฬในหัว ความจริงแล้วผู้ใช้มีดสิบสามมหากาฬต้องฝึกทักษะการใช้มีดฝนดาวตกจนถึงขั้นสูงสุดเสียก่อน จึงจะเริ่ม มเรียนรู้และทำความเข้าใจทักษะมีดสิบสามมหากาฬได้

นั่นเพราะมีดสิบสามมหากาฬไม่ใช่ทักษะการใช้มีดธรรมดา มันคือทักษะการใช้มีดรูปแบบหนึ่งที่ต้องอาศัยความน่ายำเกรง

แล้วความน่ายำเกรงคืออะไร

ปู้ฟางไม่เข้าใจคำนี้อย่างถ่องแท้ จึงตั้งใจศึกษาและพยายามเข้าถึงความหมายของคำว่าความน่ายำเกรงอย่างจริงจัง ยอดฝีมือแต่ละคนมีความน่ายำเกรงของตน มันเกิดจากเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล ล แตกต่างจากพลังกดดันอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่เรียกว่าพลังกดดันเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาใช้พลังปราณเที่ยงแท้ของตนเอง มันมีฤทธิ์สะกดคนที่พลังปราณต่ำชั้นกว่าได้อย่างเฉียบขาด แต่พลังกดดันดังกล่าวจะหมดราคาทันทีหากเผชิ ญกับผู้มีมีพลังปราณสูงกว่า

ความน่ายำเกรงแตกต่างจากพลังกดดันอย่างสิ้นเชิง

ผู้ใดมีความน่ายำเกรง ย่อมมีพลังปราณเที่ยงแท้ พลังชีวิตและพลังวิญญาณแตกต่างจากคนอื่นอย่างสมบูรณ์

มือกระบี่ที่พยายามเข้าถึงความน่ายำเกรงของตัวเองจึงจะมีสิทธิ์ถูกเรียกว่ามือกระบี่ พวกเขาเป็นผู้ชำนาญการในการใช้ความน่าเกรงขามของตัวเองข่มขวัญศัตรู

เจตจำนงกระบี่คือความน่ายำเกรงประเภทหนึ่ง… มีเพียงมือกระบี่ที่จะมีเจตจำนงกระบี่ เมื่อมือกระบี่พัฒนาเจตจำนงกระบี่ของตัวเอง ร่างกายจะปลดปล่อยกระแสอากาศที่แหลมคมและรุนแรงออกมา า ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างสามารถสัมผัสความน่ายำเกรงนี้ได้

ตอนนี้สิ่งที่ปู้ฟางตั้งใจจะควบรวมออกมาคือความน่ายำเกรงของมีดสิบสามมหากาฬ และมันก็เป็นงานที่ยากอย่างยิ่งยวด

เขาดึงเจ้ากุ้งลงจากไหล่แล้ววางมันลงบนเตา

ปู้ฟางกำมีดทำครัวกระดูกมังกรทองในมือพลางหรี่ตาสองข้างมองเจ้ากุ้ง

“เจ้ากุ้ง ข้ากำลังจะปลดปล่อยความน่ายำเกรงของตัวเองออกมา ไม่ต้องกลัวไป แต่ถ้ากลัวมากก็กลับขึ้นไหล่ของข้ามาเสีย…” ปู้ฟางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“น้ำเสียงช่างลำพองจริง“ เจ้ากุ้งงึมงำเบาๆ พลางโบกก้ามใส่ปู้ฟางอย่างตื่นเต้น

มีดสิบสามมหากาฬ ความน่ายำเกรงของมีดสิบสามมหากาฬกระบวนท่าแรก เขาโบกมีดทำครัวกระดูกมังกรทองในมืออย่างคล่องแคล่วจนรอบตัวเกิดเป็นแสงวูบวาบนับไม่ถ้วน

หากคนทั่วไปเห็นปู้ฟางสะบัดมีดเช่นนี้ย่อมงวยงงหนักเป็นแน่

ปัง!

ปู้ฟางใช้กระบวนท่ามีดพราวแสงสักพักก่อนหยุดมือปุบปับ แต่ยังกำด้ามมีดแน่นอยู่

เจ้ากุ้งที่นอนบนโต๊ะยกลำตัวส่วนบนขึ้น มันกะพริบตาโปนๆ พลางโบกก้ามใส่เป็นการบอกว่า ‘ความน่ายำเกรง’ ของปู้ฟางนั้นยังไม่เท่าไร

“หืม?” ปู้ฟางหรี่ตามองเจ้ากุ้ง

“พลังอ่อนมากรึ เช่นนั้นลองอีกสักที… เจ้ากุ้ง เจ้าไม่ต้องกลัวไป ไม่ต้องทำเป็นใจดีสู้เสือก็ได้”

หวือ! หวือ! หวือ!

ปู้ฟางกำด้ามมีดอย่างแน่นหนา รู้สึกว่าตัวเองช่างหล่อเหลาและยอดเยี่ยมเหลือเกินหลังจากแกว่งไกวมีด กระบวนท่าที่เขาใช้ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบ ประหนึ่งว่าเขาได้หลอมรวมเข้ากับมีด ดแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกับมันเรียบร้อย

ปู้ฟางโบกมีดจนเกิดลมแรงพัดไปทั่วครัว

กระนั้นเจ้ากุ้งก็ยังทำหน้านิ่งเหมือนเดิม มันโบกก้ามเป็นการบอกว่านี่มันน่ายำเกรงตรงไหนกัน

ปู้ฟางเก็บมีดทำครัว มองเจ้ากุ้งที่ไม่สนใจไยดีด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก เขาจับมันขึ้นมาวางบนไหล่ก่อนจะเริ่มทำเนื้อปั้น ถึงเวลาทำเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าเสียที

ส่วนความน่ายำเกรงของมีดสิบสามมหากาฬ ไว้เขาค่อยๆ พยายามเรียนรู้ไปทีละก้าวจะดีกว่า

ครืน!

ความร้อนแผ่ออกจากกระทะกลุ่มดาวเต่าดำ น้ำจากทะเลสาบเทือกเขาปราณสวรรค์เดือดพล่าน ทำให้เกิดไอน้ำที่สดชื่นและหอมหวานจนปู้ฟางถึงกับมึนเมา

เขาโยนเนื้อปั้นสดใหม่นับไม่ถ้วนที่เตรียมเอาไว้ลงในกระทะ

เกิดเสียงดัง “ต๋อม” ทุกครั้งที่เนื้อปั้นถูกโยนลงไป มันเริ่มกลอกกลิ้งไปมาในน้ำเดือด

ประกายสีแดงสดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มปล่อยกลิ่นหอมหมดจดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อออกมา

ปู้ฟางเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมนี้มาก

เขาช้อนเนื้อปั้นขึ้นมาใส่ในชาม เนื้อปั้นเหล่านี้ดูเหมือนมีชีวิต มันเปล่งประกายด้วยสีสันสดใสสะดุดตา แผ่กลิ่นหอมออกมาพร้อมคลื่นพลังปราณ

ปู้ฟางไม่ได้ใส่วัตถุดิบรองเพิ่ม เขาปรุงมันอย่างเรียบง่าย และผงกศีรษะด้วยความพอใจเมื่อเห็นชามเนื้อปั้นตรงหน้า

ไม่ควรมีใครดูถูกเนื้อปั้นเหล่านี้เพราะรูปลักษณ์ที่ธรรมดาและเรียบง่ายของมัน ปู้ฟางรู้เต็มอกว่าตนเองนั้นต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดเพื่อทำเนื้อปั้นพวกนี้ออกมา

เขาใช้พลังปราณเที่ยงแท้ของตนควบคุมพลังปราณที่ไหลล้นออกมาจากเนื้อแล้วหลอมรวมกลับเข้าไปในเนื้ออย่างสมบูรณ์ หนำซ้ำยังตั้งใจอย่างดีไม่ให้พลังปราณของเนื้อกระจายไปรอบๆ

มันคืองานที่ยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ

ปู้ฟางสูดหายใจลึกเอากลิ่นหอมเข้าจมูก ถือชามที่มีเนื้อปั้นหลายมากมายออกจากครัวแล้วเดินมาที่ห้องอาหาร

“ออกมาสักที…”

หนานกงอู๋เชวียรอแล้วรอเล่าจนค่อนข้างกระวนกระวาย ในที่สุดปู้ฟางก็ออกจากครัวมาพร้อมชามในมือ

หนานกงอู๋เชวียตั้งตารอเล็กๆ กับการชิมอาหารจานใหม่ในมือของปู้ฟาง เขาอยากรู้จักอาหารจานนี้ของปู้ฟางเต็มแก่แล้ว

อาหารจานใหม่ของสหายปู้… ย่อมไม่ผิดหวังแน่นอน ใช่ไหมนะ

ขณะที่เขากำลังคิดปู้ฟางก็วางชามลงตรงหน้า กลิ่นหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และพลังปราณแผ่ออกมาจากเนื้อปั้นนับไม่ถ้วนในชาม แม้ว่าหน้าตาจะดูน่ากิน… แต่มันก็แค่เนื้อปั้นไม่ใช่หรื อ

แบบนี้จะเรียกว่าอาหารได้อย่างไร

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 450 เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย