Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 414 ใครกันที่จะตายถ้าไม่ใช่เจ้า

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 414 ใครกันที่จะตายถ้าไม่ใช่เจ้า
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 414 ใครกันที่จะตายถ้าไม่ใช่เจ้า

ลำแสงสีทองกระจายตัวออก เผยให้เห็นกุ้งตั๊กแตนสีทองที่ดูเหมือนวาดด้วยทองคำแท้ทั้งแท่ง

กุ้งตั๊กแตนลอยอยู่ในอากาศ ก้ามที่ดูเหมือนเคียวทั้งสองข้างยังคงส่องประกายอยู่เหนือศีรษะ มันกลอกดวงตาสอดส่ายไปมา มองไปที่เหลียงไคจากระยะไกล

การปรากฏตัวอย่างปัจจุบันทันด่วนของเจ้ากุ้งตั๊กแตนเหนือความคาดหมายของทุกคนไปมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้ากุ้งที่โดนทุกคนมองข้าม จะกระโดดออกมาในช่วงเวลาสำคัญแล้วซัดการโจมตีอันรุนแ แรงใส่เหลียงไค

โอวหยางเสี่ยวอี้ที่ประคองปู้ฟางไว้ในอ้อมแขน หันหลังกลับไปมองเจ้ากุ้งที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างอึ้งกิมกี่

เซียวเสี่ยวหลงชะลอฝีเท้าลงแต่ก็มาหยุดยืนอยู่ข้างเด็กหญิงพอดี

จากนั้นต้วนอวิ๋นก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเสียงดังวืด

เขาลากทั้งโอวหยางเสี่ยวอี้และเซียวเสี่ยวหลงออกจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

แม้เหลียงไคจะบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังเป็นผู้ฝึกตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ และดูเหมือนว่าเจ้ากุ้งก็ไม่น่าจะหลีกหนีการถูกเหลียงไคสังหารไปได้ ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าหากไม่เข้าไปข ขวางทาง

เหลียงไคตัวสั่นรุนแรงพลางกระอักเลือดออกมา

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ เขาพยายามก้มหน้าลงมองร่างกายตนเอง แล้วก็เห็นแผลสดขนาดใหญ่ที่มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

เขา…เขาถูกไอ้กุ้งนี่หยามเป็นครั้งที่สองได้อย่างไรกัน!

เหลียงไคมองไปที่กุ้งตั๊กแตน รู้สึกโกรธมากเสียจนอยากกระอักเลือดออกมาอีกยก ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านรุนแรง ใบหน้าซีดเผือดเหมือนผี

“บัดซบ… ข้าจะจับเจ้ามาตุ๋นให้มันรู้เรื่องรู้ราวไปเสียเลย!”

ความโหดเหี้ยมพาดผ่านดวงตาของเหลียงไคขณะก้าวขาออกมาข้างหน้า

เจ้ากุ้งที่ลอยอยู่กลางอากาศโบกก้ามที่หน้าตาเหมือนเคียวของมันไปมา เมื่อเห็นเหลียงไคก้าวออกมา มันก็เปลี่ยนสภาพไปเป็นลำแสงสีทองอร่าม จากนั้นร่างกายก็ขยับพุ่งลงไปด้านล่าง

ฉึก!!

เหลียงไคร้องเสียงหลงอีกครั้งอย่างทุกข์ระทม ร่างถูกเจาะทะลวงอีกคราจนเป็นรูโบ๋

ลำแสงสีทองสลายหายไป พร้อมเจ้ากุ้งที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ร่างกายของมันยังคงเป็นสีทองสว่าง ไม่มีแม้แต่รอยเลือดแปดเปื้อน

ฉึก ฉึก!

หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เจ้ากุ้งก็เปลี่ยนสภาพไปเป็นลำแสงสีทองอีกครั้ง มันเจาะทะลวงร่างของเหลียงไคไม่หยุดหย่อน ทิ้งปากแผลเปิดเลือดสาดกระจายเอาไว้มากมาย

เหลียงไคกระอักเลือดออกมาไม่หยุด พลังปราณของเขาลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

เขาอยากจะต้านทานพลังของเจ้ากุ้ง แต่กายาปีศาจอาทิตย์แผดเผาของเขาอ่อนแอเกินไปจนใช้งานอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้

ตึง…

เขาเกลียดช่วงเวลานี้เสียเหลือเกิน!

ร่างกายที่พรุนไปด้วยบาดแผลทำให้เหลียงไครู้สึกได้ว่าชีพจรของตนกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

ดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความทุกข์และความเศร้าใจ

สิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์จากสำนักมหาพิภพที่เก่งกล้าสามารถจนอาจครองทั้งอาณาจักรนี้ได้ กลับมาถูกกุ้งตั๊กแตนโง่ๆ ในสนามฝึกซ้อมสังหาร

ช่างน่าอดสูอะไรเช่นนี้

ผมเผ้าของเหลียงไคหลุดลุ่ยไปหมด เขาหายใจเข้าลึกอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ชีวิตของเขากำลังมอดดับลงเรื่อยๆ

ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย ที่หน้าอกมีรูโบ๋ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ ทำให้หัวใจของเขาได้รับความเสียหายไม่น้อย

ไม่มีใครสามารถช่วยชีวิตเขาได้ ชายหนุ่มหมดเวรหมดกรรมแล้วในชาตินี้

บรรดาศิษย์จากสำนักมหาพิภพที่ยืนดูอยู่บนยานรบต่างตกใจเป็นอันมาก หลังจากอึ้งอยู่ครู่ใหญ่จึงค่อยรู้สึกได้ถึงความสยดสยองของสถานการณ์ตรงหน้า ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกล ลัวจับขั้วหัวใจ

ตายอีกแล้ว ตายอีกคนแล้ว

สนามฝึกซ้อมแห่งนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง!

ผู้ฝึกตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ถึงสองคนต้องมาจบชีวิตลงที่นี่

ผู้บัญชาการเฟิงและเหลียงไคเป็นผู้ฝึกตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์จากสำนักมหาพิภพทั้งคู่ พวกเขาควรจะแข็งแกร่งไร้เทียมทานในสนามฝึกซ้อม แต่ความเป็นจริงช่างโหดร้ายยิ่งนัก

ทั้งสองคนจบชีวิตลงเสียแล้ว

ครืน…

พอร่างไร้ชีวิตของเหลียงไคตกลงกระแทกพื้น กระแสพลังปราณก็กระจายออกเป็นวงคลื่น

ลำแสงเจิดจ้าพุ่งออกจากร่างของเหลียงไคแล้วลอยเข้าหายานรบ พร้อมยันต์หยกที่พันรอบวิญญาณดวงหนึ่งเอาไว้

นี่คือเคล็ดวิชากู้ชีวิตของสำนักมหาพิภพที่มอบให้สิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์ทุกคน แม้ร่างกายของพวกเขาจะถูกศัตรูสังหารจนไม่เหลือลมหายใจ แต่วิญญาณจะยังสามารถหลบหนีมาได้ด้วยยันต์ หยกนี้

ยันต์หยกนี้เป็นของล้ำค่ามาก มีไว้สำหรับสิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์เท่านั้น

เจ้ากุ้งไม่ได้สนใจยันต์หยกแม้แต่น้อย มันพุ่งกลับมาหาปู้ฟางที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของโอวหยางเสี่ยวอี้

จากนั้นก็คลานขึ้นไปบนไหล่ของชายหนุ่ม แล้วผล็อยหลับลึกไปเรียบร้อย

วืด…

ยันต์หยกที่มีวิญญาณของเหลียงไคอยู่ภายในกลับมาที่ยานได้สำเร็จ

“ออกเดินทาง…กลับสำนักมหาพิภพเดี๋ยวนี้!!”

พอกลับขึ้นยานรบมาได้ เงาร่างของเหลียงไคก็ปรากฏขึ้นในยันต์หยก เขาตะโกนเสียงดังลั่น ตั้งใจจะออกจากสถานที่แสนอันตรายนี้ทันที

บรรดาศิษย์ของสำนักบนยานเริ่มเดินเครื่องอย่างรวดเร็ว

ยานรบเหล็กขนาดยักษ์ส่งเสียงคำรามอยู่กลางอากาศแล้วค่อยๆ หันหัวกลับ เดินหน้าออกห่างจากนครหลวง

เซียวเหมิงที่ยังอยู่บนยานรบเอามือกุมหน้าอกตนเองไว้ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขามองไปรอบๆ ฉวยโอกาสระหว่างที่หมู่ศิษย์กำลังโกลาหลวุ่นวายกระโจนออกจากยานรบเพื่อหลบหนี

บรรดาศิษย์จากสำนักมหาพิภพตกใจ แต่ก็ไม่ได้ติดตามเซียวเหมิงไปแต่อย่างใด

เป่ยกงหมิงลุกขึ้นยืนพลางเอามือเช็ดคราบเลือดที่มุมปากทิ้ง

เขามองวิญญาณที่เลือนจนแทบมองไม่เห็นของเหลียงไคซึ่งอยู่ภายในยันต์หยก ดวงตาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

เขาค่อยๆ ก้าวไปหายันต์หยกทีละก้าว กล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นไปหมดขณะระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เสียงหัวเราะเต็มพิกัดของชายหนุ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เขาหัวเราะอย่างเอร็ดอร่อยจนท ทำเอาศิษย์สำนักทั้งหลายที่อยู่บนยานรบต้องหันกลับมามองด้วยความตกใจ

“เป่ยกงหมิง! ทำบ้าอะไร! ไอ้ขี้แพ้นี่! ไสหัวไปเสีย!”

เมื่อเห็นเป่ยกงหมิงกำลังเดินอาดๆ เข้ามาใกล้ตน เหลียงไคที่อยู่ในยันต์หยกก็กรีดร้องเสียงแหลมออกมา เสียงกรีดร้องนั้นเจือไปด้วยความหวาดหวั่นเล็กๆ ทำให้ยันต์สั่นสะเทือนตามเสียง งที่ดังออกมา

ศิษย์สองคนจากสำนักเข้ามากันเป่ยกงหมิงเอาไว้พลางถามเสียงเย็น “เจ้าจะทำอะไร”

เป่ยกงหมิงกลอกตาแล้วหันมามองศิษย์ทั้งสองคนนั้น เขาแสยะยิ้มร้ายกาจออกมา

“จะทำอะไรน่ะหรือ ไม่เห็นยาก ก็แก้แค้นอย่างไรเล่า…ข้ารอมาหลายปีดีดัก…ในที่สุดก็มีโอกาสแก้แค้นให้มันสาสมเสียที ใครที่ขวางข้าจะต้องตาย”

ตู้ม!!

พลังปราณระเบิดออกจากร่างเป่ยกงหมิง พุ่งเข้ากระแทกศิษย์ทั้งสองของสำนักมหาพิภพทันที

ร่างของชายหนุ่มพุ่งไปข้างหน้ารวดเร็วราวกับเป็นวิญญาณ จากนั้นก็ส่งฝ่ามือทั้งสองออกไป กระแทกเข้าใส่หน้าผากของคนทั้งคู่อย่างจัง

ศิษย์ทั้งสองตกลงกระแทกพื้นด้วยสีหน้าพรั่นพรึง ตายคาที่ทันทีด้วยฝ่ามือเดียว

เป่ยกงหมิงหัวเราะเสียงดังลั่น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านไปหมด

พวกที่เหลือไม่กล้าเข้ามากันเป่ยกงหมิงเลยสักคน

เหลียงไคที่อยู่ในยันต์หยกเองก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน

“เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ! หากเจ้าฆ่าข้า…สำนักจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!”

เมื่อเห็นยันต์ที่สั่นสะท้าน เป่ยกงหมิงก็ถอนใจยาว ยันต์หยกนี้ถึงอย่างไรก็เป็นของเขา เขาต่างหากที่ควรจะเป็นสิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์ แต่ทั้งหมดนี้กลับถูกไอ้บ้าเหลียงไคชุบมือ อเปิบเอาไป

“ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไร วันนี้ถึงอย่างไรทุกอย่างก็ต้องกลับมาเป็นของข้าเป่ยกงหมิงคนนี้อยู่แล้ว”

เป่ยกงหมิงยกยิ้มมุมปาก

เขายกมือขึ้นหยิบยันต์หยกมาถือไว้

เหลียงไคที่อยู่ในยันต์หยกพยายามดิ้นรนอย่างยากลำบาก ทั้งกรีดร้อง ทั้งโหยหวนอย่างเกรี้ยวกราด เขาทำแม้กระทั่งอ้อนวอนร้องขอชีวิต แต่เป่ยกงหมิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะโอนอ่อนแม้แต่น้อ อย ทันทีที่ยันต์นี้ถูกทำลาย เหลียงไคคงต้องจากโลกนี้ไปอย่างแน่นอน

แน่นอนว่าชายหนุ่มยังไม่อยากตาย

“ใครกันเล่าที่จะตาย… ถ้าไม่ใช่เจ้า…” เป่ยกงหมิงเย้ยเบาๆ จากนั้นก็ออกแรงบีบมือ พลังปราณพุ่งกระจายไปทั่ว ยันต์หยกระเบิดกลายเป็นผุยผงพร้อมเสียงดังลั่น แหลกสลายคามือไม่เหลื อแม้แต่ซาก

สีหน้าของเหลียงไคบิดเบี้ยวอยู่ท่ามกลางกระแสพลังปราณ ก่อนจะสลายหายไป

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังจับขั้วหัวใจขณะมองมาที่เป่ยกงหมิง ปากกรีดร้องไม่หยุดหย่อน

เมื่อไม่มียันต์หยกแล้ว ดวงวิญญาณของเขาก็จะสลายหายไปในไม่ช้า

เหลียงไค สิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์จากสำนักมหาพิภพ…สิ้นชีพแล้ว

ศิษย์คนอื่นๆ บนยานรบไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเป่ยกงหมิงจะกล้าฆ่าเหลียงไคทิ้งดื้อๆ เช่นนี้ นั่นมันสิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์เชียวนะ ศิษย์ที่สำนักเป็นคนเล ลือกฝึกเองกับมือ แต่กลับต้องมาตายง่ายๆ เช่นนี้

ตอนนั้นเองบรรดาศิษย์ทั้งหลายก็ตัวสั่นสะท้าน พวกเขาเห็นว่าสายตาของเป่ยกงหมิงตวัดมองมา สายตานั้นทั้งเย็นชาทั้งกระหายเลือด เป่ยกงหมิงตั้งใจจะฆ่าพวกเขาทิ้งเช่นกันหรือนี่!

“จะโทษว่า…พวกเจ้ามาเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นก็ได้” พลังปราณจากกายของเป่ยกงหมิงทวีความรุนแรงขึ้น จากนั้นร่างของเขาก็กระโจนไปข้างหน้าด้วยพลังปราณเที่ยงแท้ในกาย

ฉึก!

ศิษย์ที่เหลืออยู่ไม่อาจต้านทานเป่ยกงหมิงได้ ทุกคนถูกสังหารเรียบ เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณจนยานรบกลายเป็นสีแดงฉาน ยานรบทั้งลำเต็มไปด้วยซากศพมากมายและกลิ่นคาวเลือดเข้มข้น

ร่างทั้งร่างของเป่ยกงหมิงชุ่มโชกไปด้วยเลือด เขาเดินออกไปที่ดาดฟ้าเรือช้าๆ เอามือจับระเบียงเอาไว้ จักรวรรดิวายุแผ่วที่อยู่เบื้องล่างค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ เขาจ้องลงไปด้านล่าง เขม็ง จนนครหลวงหายลับไปจากสายตา

…

ภายในนครหลวงของจักรวรรดิวายุแผ่ว

ทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นยานรบค่อยๆ ลอยออกไป ยานรบนั้นไม่ต่างอะไรจากเครื่องจักรสังหารที่ลอยตะคุ่มๆ อยู่เหนือศีรษะของพวกเขาตลอดเวลา พอมันหายไปทุกคนจึงรู้ส สึกโล่งใจขึ้นมา

การต่อสู้ครั้งนี้…เรียกได้ว่าเละเทะยิ่ง

จีเฉิงเสวี่ยเดินลงจากกำแพงเมืองด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะออกคำสั่งกับเหล่าขุนนาง เขาเริ่มเคยชินกับการเก็บกวาดซากจากการต่อสู้เสียแล้ว

ปู้ฟางกำลังนั่งพักอยู่บนเก้าอี้ในร้าน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกเหมือนหนังตาของตนเองทำมาจากตะกั่วหนักอึ้ง เจ้าขาวเองก็ถูกฝูงชนยกเข้าร้านมาเช่นก กัน แต่ทุกคนที่เข้ามาในร้านคราวนี้กลับเงียบเป็นเป่าสาก

ไม่เคยมีใครเห็นเจ้าขาวในสภาพย่อยยับเช่นนี้มาก่อน

เจ้าขาวมีรอยบุบเต็มตัวไปหมด ตามรอยมีกระแสไฟฟ้าไหลออกมาด้วย เจ้าขาวที่เคยไร้เทียมทาน บัดนี้กลับสภาพหลุดลุ่ยจนขยับตัวไม่ได้

ปู้ฟางเองก็ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่ต่างกัน

“วันนี้ร้านปิดแล้ว…ทุกคนรบกวนออกไปให้หมด”

ปู้ฟางพูดเสียงเบาบอกให้แขกออกจากร้านไป

โอวหยางเสี่ยวอี้และคนอื่นๆ อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสภาพในตอนนี้ของปู้ฟางและได้ยินเขาบอกให้ออกจากร้านไป ทุกคนก็ทำได้แต่ถอนหายใจแล้วทำตาม

ประตูถูกปิดลง

ปู้ฟางยืนพิงประตูอย่างหมดแรง รู้สึกหมดสภาพไปทั้งตัว เขาไม่อยากขยับแม้แต่น้อย นี่เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดที่เขาเคยเผชิญมา ชายหนุ่มใช้ทุกกลเม็ดที่ตนเองพอมีอยู่ แต่ก็ยั งสังหารศัตรูไม่ได้

หากไม่ใช่เพราะเจ้ากุ้งที่ช่วยทะลวงร่างเหลียงไคจนพรุนไปหมด เขาไม่อยากคิดเลยว่าเรื่องนี้จะจบลงเช่นไร

ปู้ฟางรู้สึกสิ้นไร้ไม้ตอกเป็นอันมาก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพลังปราณของเขาต่ำเกินไป แม้หลังจากใช้วงแหวนปราณอาหารเลิศรสแล้ว เขาก็ยังเป็นได้แค่ขั้นเทพแห่งสงครามอยู่วันยังค่ำ การ ที่เขาสามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับสิบได้ก็เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว คราวนี้เจ้ากุ้งเป็นพระเอกตัวจริง

แต่ปู้ฟางก็รู้ดีว่าปัญหาหลักในเรื่องนี้คือขั้นปราณของเขานั้นต่ำเกินไป เขาตระหนักแล้วว่าถ้าตนเองอยากใช้ชีวิตเป็นพ่อครัวอย่างสงบสุข…ก็ต้องมีพลังปราณที่แก่กล้าเสียก่อน มิเช่นนั้นก็จะมีคนมาตามราวีเขาเช่นนี้อยู่ร่ำไป

ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาศีรษะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง

จากนั้นก็เอนกายลงพิงประตู แล้วถามระบบเสียงเบา

“ระบบ…มีวิธีให้ข้าเพิ่มขั้นปราณเร็วๆ หรือไม่”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ระบบก็เอ่ยตอบ

“ระดับพลังปราณของนายท่านขึ้นอยู่กับยอดขายของร้าน การจะเพิ่มพลังปราณนั้น นายท่านต้องเพิ่มยอดขายของร้านให้ได้ หรือจะ…เปิดสาขาเพิ่มก็ได้เช่นกัน แต่ทันทีที่ตัดสินใจรับภารก กิจเปิดสาขาใหม่ นายท่านจะไม่สามารถกลับมาที่ร้านหลักได้ จนกว่าจะทำภารกิจเสร็จสิ้น”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 414 ใครกันที่จะตายถ้าไม่ใช่เจ้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย