Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 409 เจ้ากล้ามาก

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 409 เจ้ากล้ามาก
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 409 เจ้ากล้ามาก

“ข้าตั้งใจจะกินก๋วยเตี๋ยวสักชามก่อนไป”

คำพูดของเหลียงไคก้องอยู่ในหูของจีเฉิงเสวี่ย เขาผงะไปเล็กน้อย ทว่าไม่นานนักก็ตระหนักได้ว่าเหลียงไคผู้นี้สนใจก๋วยเตี๋ยวอาละวาดของเถ้าแก่ปู้

ก๋วยเตี๋ยวอาละวาดช่วยเสริมพลังของผู้ฝึกตนระดับแปดขั้นเทพแห่งสงครามให้เทียบเท่าขั้นเซียนเทพได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะสะกิดใจยอดฝีมือผู้นี้

ทว่าการยอมให้ผู้ที่กำราบแม่ทัพเซียวเหมิงได้อย่างง่ายดายกินก๋วยเตี๋ยวอาละวาด ก็เท่ากับเสี่ยงให้พลังของคนผู้นี้แข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่น่าสะพรึง งได้

พลังของฝ่ายตรงข้ามอาจพุ่งไปถึงขั้นที่ทำให้หัวใจของจีเฉิงเสวี่ยสั่นไหวรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

“หือ อะไร เจ้าลังเลรึ”

เหลียงไคยิ้มให้จีเฉิงเสวี่ย แต่รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นกลับดูน่าพรั่นพรึงในสายตาของจักรพรรดิหนุ่ม

จีเฉิงเสวี่ยมีสีหน้าเป็นทุกข์ ภายใต้พลังกดดันที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมของเหลียงไค กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายของจักรพรรดิหนุ่มจึงสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขารู้สึกอึดอัดหายใจไ ไม่ออก

ตึง…

บนกำแพงเมือง เหล่ายอดฝีมือของอาณาจักรถูกพลังกดดันบังคับให้คุกเข่าลง สีหน้าของพวกเขาซีดเผือดไม่ต่างกัน

ยอดฝีมือผู้ก้าวลงจากยานรบมีระดับปราณน่าเกรงขามยิ่ง บนยานรบเบื้องบน เซียวเหมิงพยายามพยุงตัวขึ้นจากดาดฟ้าเรืออันเย็นเฉียบ แววตาฉายร่องรอยของความสิ้นหวัง

เซียวเหมิงไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าเขาจะพ้นขั้นเซียนเทพไปแล้ว ‘ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้อยู่ขั้นใดกันแน่’ ความคิดของเซียวเหมิงยุ่งเหยิง

เขาคิดจะคว้าโอกาสสุดท้าย แต่ก็ถูกเหล่าศิษย์สำนักมหาพิภพบนยานรบกำราบไว้ก่อนจะทันได้ขยับตัวด้วยซ้ำ ระดับปราณของคนพวกนี้แข็งแกร่งพอจะข่มเซียวเหมิงได้

ชาวเมืองทุกคนในนครหลวงเกิดอาการสับสน ก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งตื่นเต้นขนาดโห่ร้องยินดีตอนเห็นแม่ทัพเซียวเหมิงเล่นงานศัตรูอย่างดุเดือด แต่เพียงไม่นานแม่ทัพเซียวเหมิงก็ถูกฝ่ายตร รงข้ามตบปลิวขึ้นไปบนยานรบ

เซียวเหมิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายมีมากเกินไป

ชาวเมืองที่กำลังตกตะลึงต่างตื่นตระหนักเมื่อเห็นเหลียงไคลอยตัวอยู่กลางอากาศ

เหลียงไคเดินทอดน่องไปในท้องฟ้าทีละก้าว การมาถึงของเขาเหมือนหินก้อนยักษ์ที่กดทับหัวใจจีเฉิงเสวี่ยและคนอื่นๆ บีบบังคับให้พวกเขาต้องถอยร่นหน้าถอดสี

เหล่าผู้ที่อ่อนแอกระอักเลือดออกมาแล้วหมดสติลงทันที

เหลียงไคลงมายืนข้างๆ จีเฉิงเสวี่ยพลางตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ

“บอกหน่อย เจ้าไปได้… ก๋วยเตี๋ยวนี่มาจากไหน” เหลียงไคพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

จีเฉิงเสวี่ยรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั้งดวงตาตอนที่โลกรอบตัวเริ่มหมุน จิตของเขาเปลี่ยนเป็นเลอะเลือน ราวกับว่าทั้งจิตใจและร่างกายตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย ศีรษะหนักอ อึ้งและมึนงง เมื่อตั้งสติได้ ใบหน้าที่กำลังยกยิ้มจอมปลอมก็ปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า อาการตระหนกทำให้ชายหนุ่มฟื้นคืนสติเต็มที่

“เจ้าทำอะไรข้า” หัวใจของจีเฉิงเสวี่ยเหมือนถูกบีบรัด

รอยยิ้มค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าของเหลียงไค เขาเหลือบมองจีเฉิงเสวี่ยแวบหนึ่งก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา

เหลียงไคสะบัดแขนเสื้อฟาดจีเฉิงเสวี่ยกระเด็นทันที

ร่างของจีเฉิงเสวี่ยกระแทกกำแพงเมืองอย่างรุนแรงก่อนจะกระอักเลือดออกมา

“ฮึ… เป็นแค่จักรพรรดิของสนามฝึกซ้อม บังอาจปิดบังข้อมูลจากนายน้อยอย่างข้าหรือ” เหลียงไคหัวเราะ

สายตาของเขาเปลี่ยนไปจับจ้องด้านล่างของกำแพงเมือง ก่อนจะมองออกไป เป้าหมายคือทิศทางที่ตรงไปยังร้านเล็กๆ ของฟางฟาง

ปู้ฟางเคี้ยวกุ้งตั๊กแตนขั้นเซียนเทพที่นึ่งเสร็จใหม่ๆ ตุ้ยๆ

แม้ว่ากลิ่นหอมของเนื้อกุ้งตั๊กแตนจะมีความคาวและความเค็มของน้ำทะเล ทว่าเนื้อของมันก็หอมหวาน เนื้อสัมผัสแปลกประหลาดทำให้ปู้ฟางตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมพลางเคี้ยวไม่หยุด

บนกำแพงเมือง สายตาเกรี้ยวกราดที่พุ่งไปยังร้านแทบปรากฏเป็นลำแสงสายหนึ่ง

ปู้ฟางเองก็มองกลับไปอย่างเยือกเย็น สองสายตาปะทะกันกลางอากาศโดยปราศจากเสียง

เหลียงไคหัวเราะ เขาพบเป้าหมายแล้ว

นั่นหรือร้านที่จักรพรรดิเอ่ยถึงหลังถูกเขาสะกดจิต

น่าสนใจยิ่งนัก

เมื่อได้ตำแหน่งของเป้าหมายแล้ว เหลียงไคก็ไม่ไยดีจีเฉิงเสวี่ยอีก เขาตบเท้าลอยตัวขึ้นจากนั้นก็ลงสู่พื้น แล้วสืบเท้าไปที่ร้านโดยไม่รอช้า

ไม่นานนักเหลียงไคก็มาถึงหน้าร้าน

ปู้ฟางยังเคี้ยวกุ้งตั๊กแตนขั้นเซียนเทพไม่หยุดขณะมองเหลียงไคด้วยสายตาเย็นชา

เซียวเสี่ยวหลงและคนอื่นๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอยกลับเข้าไปในร้าน โอวหยางเสี่ยวอี้หลบอยู่หลังปู้ฟาง พิจารณาชายผู้น่าเกรงขามแต่รูปงามด้วยความหวาดกลัว

“เจ้าทำก๋วยเตี๋ยวที่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้อย่างนั้นรึ”

เหลียงไคมองปู้ฟาง ยกมุมปากขึ้นพลางเอ่ยถาม

ปู้ฟางไม่ได้ตอบกลับทันที แต่เลือกกัดเนื้อกุ้งตั๊กแตนที่แทบจะส่องประกายในมืออีกหนึ่งคำ

เขากินอย่างเปรมปรีดิ์ ทั้งตัวจมอยู่กับความเพลิดเพลิน

เมื่อหนำใจแล้ว ปู้ฟางจึงปรายตามองเหลียงไคก่อนจะตอบกลับ “ใช่”

“ข้าขอสักชาม” เหลียงไคยิ้ม

“ชามละหนึ่งร้อยผลึก” ปู้ฟางตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หนึ่งร้อยผลึกไม่ใช่ราคาที่สูงเกินไป

กระนั้นราคาของมันก็พิกลไปมากสำหรับก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม

เหลียงไคเลิกคิ้ว เขาไม่เคยเห็น… ก๋วยเตี๋ยวราคาชามละหนึ่งร้อยผลึกมาก่อน ชายหนุ่มโบกมือสองข้างเรียกถุงผลึกออกมา เหลียงไคมองปู้ฟางก่อนจะโยนถุงไปให้ ผลึกถุงนั้นลอยตรงไปหาปู้ฟ ฟาง

ปู้ฟางกำกุ้งตั๊กแตนด้วยมือข้างหนึ่ง ยื่นมืออีกข้างรับถุงผลึกไว้ แต่สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีตอนที่ยื่นมือออกไป

ปู้ฟางตระหนักได้ว่าถุงผลึกที่เหลียงไคโยนให้ถูกพลังมหาศาลตรึงเอาไว้กลางอากาศ ก่อนจะลอยกลับเข้ามือของเหลียงไคไป

ปู้ฟางขมวดคิ้ว ส่วนเหลียงไคฉีกยิ้มจอมปลอม

“ข้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้… เหตุใดข้าต้องให้ผลึกเจ้าด้วย เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะได้ผลึกของนายน้อยผู้นี้ หากข้าสั่งให้ทำ… เจ้าก็ต้องทำ ยังมีหน้ามารับผลึกจากข้าอีกรึ”

เหลียงไคมองปู้ฟางพลางเปล่งคำพูดสบประมาทออกมา

คำพูดขอชายผู้นี้สามหาวเสียจนโอวหยางเสี่ยวอี้ที่หลบอยู่หลังปู้ฟางถึงกับโกรธขึ้นมาทันที

และอารมณ์ฉุนเฉียวของเด็กหญิง… ไม่อาจยับยั้งได้

ก่อนที่โอวหยางเสี่ยวอี้จะปะทุความโกรธออกมา ปู้ฟางก็ดันศีรษะนางกลับไปเสียก่อน สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึก มองพิจารณาเหลียงไคด้วยสายตาเย็นชา เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าหยอกเขาเช่ นนี้ จิตใจภายใต้ใบหน้าที่เยือกเย็นของปู้ฟางแผดเผาไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธ เขาสูดหายใจเข้าลึก

ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจ เขาจะอัดหมอนี่ให้มีสภาพเหมือนหมูถูกทารุณเลย

‘ลองดูซิว่าหมอนี่จะยังขี้โอ่ได้อยู่หรือไม่ หลังจากถูกซ้อมจนกลายเป็นหมูแผ่น’

“เจ้ากล้ามาก” ปู้ฟางจ้องเหลียงไคพลางพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ปู้ฟางกัดกุ้งตั๊กแตนขั้นเซียนเทพอีกหนึ่งคำ เขาสะบัดมือแล้วโยนเนื้อกุ้งตั๊กแตนที่เหลือเข้ากระเป๋าคลังเก็บ

เหลียงไคผงะไป ไม่คิดไม่ฝันว่าคนที่อ่อนด้อยราวมดปลวกจะกล้าต่อปากต่อคำกับตนเช่นนี้ เขาหรี่ตามองปู้ฟางที่มีสีหน้าไร้ความรู้สึก

“เจ้าคือคนที่สองที่กล้าพูดกับข้าเช่นนี้ คนแรกนั้น… ตอนนี้กำลังนอนเหมือนซากสุนัขอยู่บนยานรบ และทำได้เพียงมองข้าอย่างเจียมตัว เจ้ามันก็แค่คนขี้แพ้ในสนามฝึกซ้อม ไปกิ นดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนจึงกล้าพูดกับข้าเช่นนี้” เหลียงไคหัวเราะอย่างเดือดดาล

ชายหนุ่มเริ่มปล่อยพลังกดดันของชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมา พลังกดดันนั้นรุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนสีของสายลมและหมู่เมฆได้เลยทีเดียว

เกิดลมกระโชกแรงภายในพริบตา

เศษหินกระเด้งกระดอนขึ้นมาจากพื้นประหนึ่งว่าถูกดึงไปบนอากาศด้วยพลังที่มองไม่เห็น หินทั้งหลายแตกกระจายภายใต้พลังอันน่าหวาดกลัวจนเหลือเพียงฝุ่นผงแล้วถูกลมพัดลอยไป นี่คือพลั งกดดันของปราณระดับสิบขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียนเทพยังต้องศิโรราบราวคนไร้ฝีมือให้กับพลังกดดันนี้

เหลียงไคอยากเห็นว่าคนท้องถิ่นขั้นเทพแห่งสงครามที่ไร้ค่าผู้นี้ ยังกล้ามองเขาอย่างโอหังอยู่อีกหรือไม่

เหลียงไคเชื่อว่าคนท้องถิ่นในสนามฝึกซ้อมที่มีปราณเพียงระดับแปดต้องฟุบลงกับพื้นภายใต้พลังกดดันของเขา ไม่อาจขยับตัวได้ สีหน้าของคนผู้นี้จะต้องแสดงอาการหวาดกลัว แล้วทำตัว วอ่อนน้อมถ่อมตนขึ้นมาทันที

กระนั้นก็ดีเมื่อเหลียงไคปรายตามองปู้ฟาง ลูกตาดำของเขาก็ขยายกว้าง หัวใจสั่นสะท้าน พลางตะลึงงันไป

“เจ้าขี้แพ้นี่ควรนอนตัวสั่นอยู่บนพื้นไม่ใช่รึ เกิดบ้าอะไรถึงยังยืนตรงอยู่ได้

“ท่าทางจะแข็งแกร่งไม่เบา ข้าเข้าใจแล้ว…” เหลียงไคหัวเราะเสียงเย็น เขาพลันเกิดความรู้สึกชื่นชมที่หาได้ยากต่อปู้ฟาง

พลังกดดันที่ออกมาจากร่างของเหลียงไคขยายใหญ่ขึ้น เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมถนนที่แตกร้าว มันแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังมหาศาล

เส้นผมของเหลียงไคปลิวไสวตามสายลม สายตาอำมหิตจับจ้องปู้ฟาง เขาต้องการเห็นปู้ฟางตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวภายใต้รัศมีพลังของตน

ทว่า…

ไม่ว่าเหลียงไคจะปลดปล่อยพลังออกมาเพียงใด คนที่อยู่ตรงหน้าก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ทั้งยังมองกลับมาด้วยสายตาที่เห็นเขาเป็นไอ้โง่ ปู้ฟางไม่ได้รับผลกระทบจากพลังกดดันของเขาสักนิด ด พลังซึ่งเรียกได้ว่าเกินต้านทานสำหรับขั้นเซียนเทพกลับไม่สามารถจัดการคนท้องถิ่นที่มีปราณระดับแปดได้

หึ่ง…

คลื่นพลังที่มองไม่เห็นกระจายอยู่ภายในร้าน ร่างหนึ่งพุ่งออกจากครัวด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ ดวงตาสีแดงของมันเปลี่ยนเป็นสีม่วงในเสี้ยวพริบตา ตอนพุ่งออกมา ดวงตาสีม่วงก็แปล เปลี่ยนเป็นสีเทาคล้ายน้ำแข็ง

“กำจัดให้สิ้นซาก!!”

เจ้าขาวตวาดออกมาสั้นๆ ขณะที่ร่างของมันทะยานตรงไปราวลมพายุ มันเหวี่ยงหมัดขนาดยักษ์ ก่อนจะกระทืบเท้าลงพื้นบดขยี้ก้อนหินเบื้องล่าง คลื่นพลังพลุ่งพล่านส่งเสียงหวีดหวิว

หมัดของเจ้าขาวกำลังจะซัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาของเหลียงไค

ลมแรงพัดผ่านใบหน้าของชายหนุ่มจนผมของเขาปลิวไสว

ทว่าเหลียงไคกลับไม่ยี่หระแม้แต่น้อย เขาไม่รู้สึกกระวนกระวายใจแต่อย่างใด ใบหน้ากลับมีร่องรอยของความซุกซนปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่ง

ขณะที่หมัดอันทรงพลังของเจ้าขาวกำลังจะฟาดลงมา เหลียงไคก็ยกฝ่ามือขึ้น

เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

คลื่นพลังกระจายไปทั่ว

หมัดของเจ้าขาวไม่ระคายเคืองเหลียงไคแม้แต่น้อย

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 409 เจ้ากล้ามาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย