ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 708 หัวใจดวงนี้นับวันยิ่งห่างไกลออกไปทุกที
ต้าเป่าอะไรกัน ไร้รสนิยมจริงๆ เราไม่ได้จะขายเครื่องสำอางกันซะหน่อย ชื่อต้าเป่างั้นเหรอ งั้นคงต้องเจอกันทุกวันซะแล้วล่ะมั้ง!
นาโนบังเอิญเดินออกมาพอดี เสียงที่ดังออกมาจากในโทรศัพท์เธอเองก็ได้ยิน
ในตอนกลางคืน ทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน เชอร์รีนนอนไม่ค่อยจะหลับ แต่นาโนกลับหลับสนิทตลอดทั้งคืน
อาหารเช้าของพวกเขาทั้งสองก็คืออาหารข้างทางที่อยู่ตรงข้ามกับโรงแรม
เพียงแค่พริบตา อาทิตย์หนึ่งก็ผ่านไปแล้ว
นาโนไปที่คอนโดของตัวเอง เห็นรถเบนท์ลีย์ยังจอดอยู่ที่โรงรถ นั่นหมายความว่าดนัยยังไม่ได้ไปทำงาน
มือหนึ่งผลักประตูห้อง จังหวะที่จะก้าวเท้าเข้าห้องก็ชนเข้ากับดนัยที่กำลังเดินมาพอดี ทั้งสองต่างก็ชะงักฝีเท้าลง
“ คุณบินไปดูงานที่อเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่? ”
“ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนวันที่ 14 ” ดนัยแสดงสีหน้าเฉยเมย
นาโนมองตรงมาที่สีหน้าของเขา “ คุณไปกับใคร? ”
“ เลขา ” หากเธอถามดนัยก็เพียงแค่ต้องตอบกลับเท่านั้น
“ ได้จูบกันหรือเปล่า? ”
ดนัยขมวดคิ้วเล็กน้อย “เขายังไม่ได้แต่งงาน อายุก็ยังน้อย อย่ามาพูดจาดูถูกคนอื่นลับหลังแบบนี้อีกนะ!”
นาโนตรงมองไปข้างหน้า แล้วจ้องเข้าไปในตาของเขา แต่เพียงแค่แว็บเดียวก็ละสายตาออก แววตานั้นชั่งแหลมคมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คล้ายกับว่าเธอต้องการที่จะขูดรีดอะไรบางอย่างออกมาซะก่อนถึงจะพอใจ
ถึงแม้ว่าเรื่องราวมันจะเป็นไปตามที่เธอคิด แต่มองอะไรสักอย่างออกจากนัยน์ตาคู่นั้นจริงๆ
“เมื่อวานตอนที่ออกไปจากสนามบิน ฉันโทรหาคุณถึง 8 สาย แต่คุณไม่ได้รับแม้แต่สายเดียว ” เธอยังคงพูดกดดันเขา
“สองสายแรกที่โทรมาตอนนั้น ผมกำลังเจรจาเอกสารอยู่กับบริษัททางฝั่งอเมริกา หลังจากนั้นโทรศัพท์ของผมก็แบตหมด มันปิดเครื่องไปเอง”
ขณะที่เขาพูด ดนัยก็ยกข้อมือมองดูนาฬิกาไปด้วยเเว็บหนึ่ง
“ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ผมจะไปบริษัท”
“จำสิ่งที่คุณเคยบอกกับฉันไว้นะ คุณจะไม่มีทางทรยศฉันอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณมีความคิดที่จะทำแบบนั้นจริงๆ คุณจะไม่มีทางปิดบังฉัน จะไม่ให้ฉันรู้เรื่องนั้นเป็นคนสุดท้าย ฉันเชื่อในคำพูดพวกนั้น แต่ว่าดนัย นิสัยของฉันนาโนคูณเองก็รู้ดีนี่! ”
ประโยค ที่เธอกล่าวออกไป มันมีความหมายที่ลึกซึ้ง หรือก็คือหนึ่งประโยค 2 ความหมาย
เท้าของดนัยหยุดชะงัก ตอบรับเสียงเบามาทีหนึ่ง แล้วก้าวขาที่เรียวยาวออกมาจากคอนโดไป
นาโนนั่งอยู่ในคอนโด แล้วโทรศัพท์หายู่ยี่ แล้วก็ยังถามคำถามเดียวกัน ที่นีรดาเป็นลมไป เธอมีความผิดใหญ่ไหม?
หากจะพูดอย่างเป็นกลาง แน่นอนว่าเธอมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
คำตอบที่ยู่ยี่บอกมา ก็เป็นคำตอบเดียวกับของเชอร์รีน
“ เธอเองก็รู้ดีนี่ว่าดนัยเป็นคนกตัญญู นีรดาสำคัญกับเขามากแค่ไหน เธอเองก็ะรู้ดียิ่งกว่าฉัน ตอนนี้นีรดานอนหมดสติอยู่ที่โรงพยาบาล ความรู้สึกแบบนั้นของเขาก็คงพอจะเข้าใจได้ ”
……
หลังจากเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี นาโนยังไม่ได้กินข้าว แต่พูดกับคนในห้องครัวว่า “ แบ่งอาหารเที่ยงไว้สองที่นะ ”
หลังจากนั้น เธอก็ขับรถนำอาหารเที่ยงไปที่เตชะโสภากรุ๊ป
พนักงานต้อนรับรู้จักเธอเป็นอย่างดี จึงไม่ได้ขวาง นาโนเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวของประธาน แล้วขึ้นไปยังห้องทำงานของประธาน
ดนัยที่สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเทา กำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่
ได้ยินเสียงดังพลันเงยหน้าขึ้น เห็นว่าคนที่มาคือนาโน เขาขมวดเล็กน้อย ประหลายใจจริงๆ
“ ถึงเวลาทานอาหารเที่ยงแล้ว ฉันเอาอาหารเที่ยงมาด้วย มากินด้วยกันเถอะ ” นาโนนั่งลงบนโซฟาอย่างถือวิสาสะ แล้วเปิดกล่องข้าวทั้งสองออก
ดนัยเดินเข้าไป สีหน้ายังคงไร้อารมณ์ ไม่ได้กล่าวคำใด แต่หัวคิ้วก็ยังขมวดอยู่เล็กน้อย
อาหารเที่ยงทั้งสองกล่องเป็นอย่างเดียวกัน เป็นอาหารที่พ่อครัวทำเอาไว้ หน้าตาของกับข้าวทั้งหมดล้วนสวยงาม และน่ารับประทาน เขาจึงนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
ในตอนนั้นเอง ประตูของห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เสียงฝีเท้าลอยมา ตามมาด้วยเสียงเล็กแหลมเสียงหนึ่ง “ ประธานคะ ฉันนำอาหารเที่ยงมาให้แล้วค่ะ… ”
คำพูดยังไม่ทันพูดออกจาปาก หลังจากที่เห็นนาโนที่นั่งอยู่บนโซฟาเข้า ก็พลันหยุดชะงักลง บาร์บี้ถือกล่องข้าวมาสองกล่อง
“ดนัยคุณให้เลขาบาร์บี้ไปซื้ออาหารกลางวันมาเหรอ? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ตอนนี้ฉันเองก็เอาอาหารกลางวันมาแล้วด้วยสิ รบกวนคุณเลขาบาร์บี้แล้วจริงๆ ค่ะ แต่ตั้งแต่นี้ไปคุณไม่ต้องเตรียมอาหารกลางวันไว้แล้วนะคะ เพราะหลังจากนี้ฉันจะมาหาเขาทุกกลางวันเลยค่ะ”
นาโนยกขาที่ถูกกระโปรงสีขาวคลุมเอาไว้มาไขว่ห้างด้วยท่วงท่าที่สง่างามแล้วพูดกล่าว
มีทั้งการฉุกละหุกและความน่าอึดอัดใจ บาร์บี้กัดปากล่าง แล้วพยักหน้า “ ได้ค่ะ ถ้างั้นฉันจะไม่รบกวนเวลาทานอาหารของท่านประธานและคุณนายแล้วค่ะ ”
เธอเดินถือกล่องข้าวเดินออกไป ในใจสั่นสะท้านเบาๆ เพราะที่จริงแล้วอาหารกลางวันพวกนี้เป็นเธอที่เตรียมมาเองต่างหาก
ท่านประธานเคยพูดกับเธอว่า เขาชอบอาหารที่เธอทำมากๆ
เมื่อวานตอนเที่ยงเธอก็เตรียมอาหารมาเหมือนกัน ท่านประธานไม่ได้ปฏิเสธ หรือรังเกียจใดๆ เขาส่งรอยยิ้มบางๆ ที่แสนอบอุ่นให้ และก็ทานข้าวพร้อมกับเธอด้วย
ดนัยเงยหน้าขึ้นมองผ่านไหล่ของนาโนที่นั่งอยู่ตรงข้าม กวาดสายตามองแผ่นหลังของบาร์บี้ที่กำลังเดินจากไป
หลังทานข้าวเที่ยงเสร็จ นาโนยังอยากอยู่เล่นที่นี่อีกสักหน่อย แต่เวลากลับไม่เอื้ออำนวย งานมากมายในห้องอาหารยังรอให้เธอไปจัดการอยู่
เธอไม่ได้อยู่ต่อ และเดินออกจากบริษัทไป ดนัยไม่ได้พูดอะไรมากมาย แต่ก็พาเธอไปส่งที่ด้านล่างอาคาร และขับรถไปส่งเธอที่ร้านอาหารด้วย
หลังจากที่จัดการงานทุกอย่างที่ร้านอาหารเสร็จ เธอไปที่โรงพยาบาลรอบหนึ่ง นีรดาไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้น ยังคงนอนหลับสนิท หมอบอกกับเธอว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคงจะไม่ดีแน่ เพราะเกรงว่าเธออาจจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา
นาโนหนังตากระตุก เธอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นดังที่เธอหวัง
หมอที่ออกัสส่งมาก็มาแล้วรอบหนึ่ง หมอที่ฉันทัชเป็นคนเลือกมาเองก็ทำการตรวจสอบและประเมินร่างกายของเธอไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีประโยชน์อะไร
ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ยังเหมือนเดิม เธอจะฟื้นขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัด
บางทีอาจจะอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรืออาจจะอีกหลายปี หรือบางทีก็อาจจะไม่ฟื้นกลับมาอีกเลยก็เป็นได้……
ตกกลางคืน เธอไม่ได้กลับไปที่โรงแรม แต่กลับไปที่คอนโดแทน
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ดนัยก็กลับมาพอดี ในมือยังถือเค้กมาด้วย
มองไปที่เค้กนั่น นาโนก็ตั้งใจย้อนคิดว่าวันนี้เป็นวันพิเศษอะไรรึเปล่า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก เลยเอ่ยถามขึ้น “ วันนี้เป็นวันสำคัญอะไรเหรอ? ”
ที่จริงไม่ถามประโยคออกไปน่าจะดีกว่า เพราะการถามออกไปครั้งนี้ ดนัยกลับหน้าเปลี่ยนสีหน้า ใบหน้านั้นแขวนไปด้วยความเยอะเย้ยแบบสุดๆ “ ก็จริง วันแบบนี้คนอย่างเธอจะไปจำได้ได้ยังไง? ”
หลังจากนั้น เขาก็เดินเข้าห้องทำงาน แล้วปิดประตูห้องทำงานต่อหน้าเธอ
หัวใจของนาโนเต้นแรงขึ้น แต่เธอไม่ได้โกรธ
กลับเข้าห้องเปิดดูปฏิทิน จึงนึกขึ้นได้ว่า วันนี้เป็นวันเกิดของนีรดา
เธอเปลี่ยนชุด แล้วมายืนอยู่ที่หน้าห้องทำงาน กำมือแล้วเคาะประตูห้องเบาๆ “จะไปโรงพยาบาลด้วยกันไหม? ”
“ คนก็ยังไม่ตื่น ไปโรงพยาบาลให้ได้อะไรขึ้นมา? ” น้ำเสียงอันเฉยเมยของเขาดังออกมา แล้วพูดต่อว่า “ ยังมีเอกสารไม่น้อยของบริษัทที่ฉันต้องจัดการ เธอไปนอนก่อนเถอะ ไม่ต้องรอ ”
เมื่อได้ยินดังนั้น นาโนก็ไม่ได้ตอบอะไร หันหลังกลับ แล้วเดินเข้าห้องนอน เธอเอนกายไปหัวเตียง มองดูมือของตัวเอง
เมื่อก่อน เธอจะไปทำเล็บใหม่ทุกๆ สองวัน ส่วนเวลาอื่นๆ ก็จะไปต่อเล็บเจลให้ดูสวยงาม
พอมานั่งคิดดีๆแล้ว นี่เธอก็ไม่ได้ทำเล็บมาตั้งหลายเดือนแล้ว
หากเทียบกันแล้ว มือในตอนนี้ยังคงขาวสะอาดและเกลี้ยงเกลาเหมือนเดิม แต่มันกลับหยาบกระด้างขึ้นมากหลายส่วน บนฝ่ามือก็มีเนื้อด้านๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย
รอประมาณครึ่งชั่วโมง เขาก็ยังไม่เข้ามา แต่นาโนรู้สึกง่วงแล้ว จึงห่มผ้านอน แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไป
ดนัยจัดการเอกสารไปไม่น้อย แล้วมองเอกสารมากมายที่ตั้งเป็นกองพะเนินอยู่ตรงหน้า เขาผลักมันออก นิ้วเรียวยาวนวดคลึงที่บ่าเบาๆ ส่วนในจิตใจก็ยังหงุดหงิดขุ่นเคืองอยู่เป็นระยะๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นบาร์บี้ที่โทรมา
เขากวาดสายตาไปมอง โค้งตัวอันเรียวยาวลงเล็กน้อย รับสายนั้น ริมฝีปากบางยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความขุ่นเคืองในใจสลายหายไปหลายส่วน แปรเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง
บาร์บี้โทรมาถามเรื่องงาน แล้วก็ปัญหาเรื่องเอกสารนิดหน่อย
หลังจากคุยเรื่องงานเสร็จ พวกเขาสองคนก็พูดคุยกันต่ออย่างปกติ