ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 696 จู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ดนัยยังคงหน้าแดงตาเยิ้ม
สายตาของหัสดินจ้องมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า“มีอะไร?”
หญิงสาวรู้สึกเก้อเขิน ใบหน้าเห่อแดงเล็กน้อย จากนั้นก็เกี่ยวปอยผมไปทัดที่ใบหู“ฉันอยากจะขอบคุณ คุณดนัยค่ะ ”
“นี่นายไปเป็นฮีโร่ช่วยสาวงามตั้งแต่ตอนไหน?”
หัสดินไม่เข้าใจ กระแทกไหล่ใส่ดนัยเบาๆ
เห็นชัดว่า เขาได้ลืมเรื่องที่หญิงสาวเคยมานั่งดื่มกินกับเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว
เมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาที่หยาดเยิ้มของดนัยก็หรี่ลงแล้วมองตรงไป จากนั้นก็สบเข้ากับดวงตาสุกใสที่มีเงาสะท้อนของหญิงสาว เขาเหมือนพอจะจำได้รางๆ
ภายใต้การจ้องมองมา ใบหน้าของหญิงสาวก็เห่อร้อนมากขึ้น ราวกับดอกไม้แรกแย้ม“เหตุการณ์เมื่อครู่ ต้องขอบคุณคุณดนัยมากๆ ”
มองดูใบหน้าที่อ่อนโยนของหญิงสาว เขาตอบรับเสียงเบา นิ้วมือที่เรียวยาวนวดคลึงไปที่ขมับ ไม่ได้สนใจจะพูดคุยกับหญิงสาวอีกต่อไป ต้นขาเรียวยาวที่ชวนหลงใหล ก้าวเท้ายาวไปข้างหน้า
หัสดินรีบเดินตามหลังไป นี่ยังไง เตะมั่วๆไปสองสามทีก็กลายเป็นฮีโร่ได้ด้วย!
“แต่จะว่าไป การเป็นฮีโร่ของนายแบบนี้ต่อไปห้ามทำอีกนะ นาโนของนายเป็นแม่เสือดุ ยอดหญิงแกร่ง หากเธอรู้เข้า นายกับฉันต้องมีร้อนๆหนาวๆกันบ้างแหละ อีกอย่าง มีบทเรียนจากความล้มเหลวของฉันเป็นตัวอย่างแล้ว นายยัง——”
คำพูดของหัสดินยังไม่ทันจะได้พูดจบ ตะแคงหันมองข้างๆ กลับเห็นดนัยนอนหลับไปแล้ว และยังส่งเสียงกรนเบาๆด้วย
“บ้าเอ๊ย!กว่าจะบิ้วอารมณ์ได้ขนาดนี้ นายไม่ไว้หน้าฉันเลย!”
พูดพร่ำอยู่สักพัก ก็พาดนัยที่นอนหลับเป็นตายขึ้นไปบนรถ จากนั้นก็ขับตรงไปยังโรงพยาบาล
หญิงสาวยังคงยืนอยู่กับที่ ดวงตาที่สุกใสจับจ้องไปที่ร่างนั้น
ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา แตกต่างกับผู้ชายคนอื่นที่มาเที่ยวหาความสุขสำราญกันที่นี่ !
“ไปยืนคิดอะไรอยู่ตรงนั้น !คนอย่างประธานดนัย เธอเอื้อมไม่ถึงหรอก!”
“อยากจะให้ท่าผู้ชายก็ต้องส่องกระจกดูสารรูปตัวเองก่อน อย่าคิดว่ามีคนชมว่าหน้าตาดีแค่ไม่กี่คน ก็จะตัวลอยขึ้นมา!”
“……”
บาร์บี้ไม่ได้พูดอะไร หันหลัง แล้วกลับไปทำงานต่อ
หลังจากที่ขับมาถึงที่โรงพยาบาล หัสดินใช้แรงทั้งหมดที่มีพาตัวดนัยมาถึงยังห้องคนไข้อย่างทุลักทุเลได้ในที่สุด
นาโนเข้ามาช่วยพยุงไปที่ข้างเตียง หัสดินทนไม่ไหวอีกต่อไป ล้มตัวลงในทันที
บ้าชิป ดนัยแม่งตัวหนักจริงๆ!
“ดื่มกันไปเท่าไร?”ผมลอนยาวของนาโนถูกมัดมันอย่างลวกๆ ช่างดูสวยงามมาก
ภายใต้ความงามและมีเสน่ห์แบบนี้ หัสดินรู้สึกราวกับคมมีดเล็งมาที่เขา ร่างกายของเขาสั่นไหว“ไม่ได้ดื่ม”
“แล้วเขาจะเมาแบบนี้ได้เหรอ?”นาโนก็เหล่มองเขาอีกครั้ง
สายตาของผู้หญิงคนนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ !
หัสดินกระแอมไอแล้วพูดว่า“ดื่มจริง แต่ฉันยืนยันได้ ว่าดื่มไปแค่นิดเดียวเท่านั้น!”
แต่สิ่งที่ทำให้หัสดินรู้สึกประหลาดใจก็คือ นาโนไม่ได้เอาเรื่องอะไรกับเขา และไม่ได้ถามอะไรต่อ
“งั้นฉันไปก่อนนะ ”
หัสดินลุกขึ้น และจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แบบลวกๆ กำลังจะเดินออกจากห้องไป เสียงของนาโนก็ดังขึ้นมา“ตอนที่เขากินเหล้าด้วย ได้บ่น ได้พูดอะไรหรือเปล่า ?”
แม่มดยังไงก็คือแม่มด หัสดินส่ายหน้า“อารมณ์เขาหงุดหงิด เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่ม จะเอาเวลาไหนมาพูดบ่น”
นาโนตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็พูดต่อว่า“ช่วงนี้เขาอารมณ์ไม่ค่อยดี บางทีอาจจะชวนนายไปดื่มอีก ยังไงก็ดูแลเขาหน่อยแล้วกัน ”
ได้ยินนาโนคนที่เป็นดั่งแม่มดร้ายพูดคำพูดเหล่านี้ออกมา มันเป็นอะไรที่หาได้ยากยิ่ง !
หัสดินคิดว่าตัวเองหูแว่วไป!
เพื่อนของดนัยจะว่ามากก็ไม่มาก จะว่าน้อยก็ไม่น้อย แต่ที่สนิทที่สุดก็มีออกัสกับหัสดิน
ตอนนี้ออกัสมีครอบครัวแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปดื่มกับเขาทุกวัน ดังนั้นก็เหลือหัสดินแค่คนเดียว
ไม่ว่าก่อนหน้านั้นหัสดินจะเคยทำเรื่องอะไรมาก่อน แต่ตอนนี้ ดนัยก็หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขาจริงๆ
นาโนเทน้ำอุ่นมาแก้วหนึ่ง ยังไม่ทันได้ดื่ม ผู้จัดการที่ร้านอาหารก็โทรเข้ามา“วัสดุดิบบางอย่างที่ร้านมีปัญหา ลูกค้าหลายรายมีอาการท้องเสีย”
วางสายแล้ว นาโนหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ดนัย มองดูเวลา นี่ก็สามทุ่มกว่าแล้ว
เธอหยิบกุญแจรถมา สตาร์ทรถ แล้วรีบขับไปที่ร้านอาหาร
ไม่รู้เหมือนกันว่าวัตถุดิบรอบไหนที่มีปัญหา ลูกค้าส่วนใหญ่ในร้านอาหารต่างก็เอามือกุมท้อง และบางคนก็พูดไปด่าไป
ดำเนินการทันที นาโนใช้เส้นสายที่ตัวเองกับดนัยมี ติดต่อให้โรงพยาบาลส่งรถพยาบาลมาห้าคัน แล้วพาคนป่วยไปโรงพยาบาลในคราเดียว
แม่มดยังไงก็คือแม่มด หัสดินส่ายหน้า“อารมณ์เขาหงุดหงิด เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่ม จะเอาเวลาไหนมาพูดบ่น”
ที่ว่างของโรงพยาบาลนั้นเต็มหมดแล้ว นาโนไปคุยกับผู้อำนวยการของโรงพยาบาลในทันที ขอให้เขาช่วยแบ่งโซนรักษาให้เธอออกมาหนึ่งชั้น
ผู้อำนวยการโทรหาหมอที่ทำการรักษา ไม่นานนักก็มีหมอกว่าสิบคนเข้ามาทำการรักษาให้ ตรวจหาสาเหตุ และให้น้ำเกลือ
ในที่สุด คนไข้ทุกคนก็มีเตียงและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่มีใครถูกทิ้งเอาไว้
อันที่จริง เพราะใกล้ได้เวลาปิดร้าน ดังนั้นลูกค้าที่อยู่ในร้านก็จึงไม่มากเท่าไร ในตอนนี้ลูกค้าที่มีอาการท้องเสียก็ได้พักรวมกันในห้องขนาดใหญ่
เมื่อทุกคนต่างรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้น นาโนก็จึงไปยืนที่กลางห้อง พูดด้วยสีหน้าท่าทีที่จริงจังว่า
“ช่วงนี้ ทุกคนต่างก็รู้กันเป็นอย่างดีว่าคุณแม่ท่านเป็นลมหมดสติไป ในตอนที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้ที่ร้านก็มีฉันเข้ามาดูแลให้ชั่วคราว เพราะต้องคอยดูแลที่โรงพยาบาลและร้านอาหารด้วย บางครั้งก็จึงสะเพร่าและดูแลได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงก่อให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา”