Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 613 ฉันไม่เชื่อหรอก

  1. Home
  2. ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง
  3. บทที่ 613 ฉันไม่เชื่อหรอก
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 613 ฉันไม่เชื่อหรอก

ตอนเขาพูดเหตุผลอยู่ด้วยกัน เธอไม่มีการตอบสนอง ไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น
ทว่าประโยคสุดท้ายตะเกียบในมือพนาวันก็ชะงักค้าง เกิดประกายแสงแวบผ่านดวงตา ซึ่งสว่างเจิดจรัสยิ่ง ทว่าก็หายไปในเสี้ยววินาทีต่อมา
ถ้าเมื่อก่อนเขาพูดเช่นนี้ เธอต้องซาบซึ้งกินใจและรู้สึกรื่นรมย์ใจแน่
ทว่าตอนนี้……
เสียดายบนโลกนี้ไม่มีคำว่า ถ้า
“ผมรู้ว่าคุณยังติดใจเรื่องผมจะฆ่าคุณในห้องหนังสือ มันไม่ใช่เจตนารมณ์ของผมเลย ตอนนั้นอารมณ์ผมปั่นป่วน ผมควบคุมตัวเองไม่ได้”
“หมอบอกว่าผมป่วยทางจิต คุณรู้แต่ว่าดาหวันตายแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตายยังไง”
อาคิระลุกขึ้นนั่งขอบเตียง และสบตากับเธอ
เขาจ้องมองเธอ ก่อนจะเล่ารายละเอียดการตายของดาหวันให้เธอฟัง
พนาวันฟังแล้วก็กำตะเกียบในมือไว้แน่น ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย
ผู้หญิงดี ๆ คนหนึ่งต้องจบชีวิตด้วยสภาพเช่นนั้น ช่างน่าเวทนาและวังเวงมาก
เธอสวยขนาดนั้น แต่กลับต้องตายอย่างน่าสงสารปานนั้น
“ผมคิดเสมอว่า ถ้าวันนั้นผมไม่ส่งรูปถ่ายให้คุณแม่ธันยวีร์ คุณแม่ธันยวีร์ก็คงไม่ไปหาดาหวัน แล้วโศกนาฏกรรมวันนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น”
“ผมคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ดาหวันตาย ผมคือคนผิด ดังนั้นผมถึงฝันร้ายทุกคืน ฝันร้ายตอนเธอตายอย่างน่าเวทนา จึงมักจะนอนไม่หลับเสมอ……”
เขาพูดอย่างเชื่องช้า
“จวบจนถึงตอนนี้ผมไปหาหมอจิตแพทย์ เมื่อได้ยานอนหลับมา ผมถึงจะหลับสนิทถึงเช้า”
“ภาพก่อนตายของเธอซึมเข้ากระดูกผมแล้ว อารมณ์ผมจึงพลุกพล่าน ทำเรื่องน่ากลัวแบบนั้น”
“ยังมีอีกเรื่องที่คุณไม่รู้ ตอนผมอยู่ที่เมือง S ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ถึงขั้นลักพาตัวยู่ยี่ไปบนภูเขารกร้าง และผมเกือบฆ่ายู่ยี่ตายด้วย”
“โชคดีที่สุดท้ายฉันทัชมาถึง หลังจากผมมีสติ ผมก็แจ้งความจับตัวเอง จึงถูกขังในเรือนจำเมือง S”
“ฉันทัชเห็นแก่มิตรภาพความเป็นเพื่อน ปล่อยผมออกจากเรือนจำ และเขายังสั่งปิดเรื่องนี้อีกด้วย จึงไม่มีใครรู้……”
นิ้วมือพนาวันสั่นระริกเล็กน้อย ทันใดนั้นก็นึกถึงสภาพเขากลับถึงคอนโดในเฮทเคทันที
เนื้อตัวสกปรกโสโครก ใบหน้ามีแต่รอยแผลบาดและเถ้าฝุ่น ลักษณะไม่ต่างจากยาจกเลย
พนาวันไม่ได้ส่งเสียงพูดจา
เธอหลุบตากินโจ๊กต่อ
จริงอยู่ เธอรู้เพียงเรื่องผิวเผินเท่านั้น ไม่รู้ถึงตื้นลึกหนาบางเลยสักนิด
“จริงอยู่ที่ก่อนหย่า ฉันเคยพยายามเข้าไปในชีวิตของคุณ
ถ้าคุณพูดก่อนหย่ากับฉัน ฉันคงดีใจจนนอนไม่หลับหลายคืน”
อยากปัดเป่าความเหงาและโดดเดี่ยวของคุณทิ้ง
“รู้จักคุณเก้าปี แต่งงานแปดปี เป็นครั้งแรกที่คุณเปิดอกเล่าเรื่องในใจ แล้วฉันจะไม่ซาบซึ้งได้ยังไง?”
“แต่มันก็เป็นเมื่อก่อน ตอนนี้คุณกับฉันไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว สำหรับฉันแล้ว คุณไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น”
เธอเงยหน้ามองเขาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฉันอยากลืมอดีตจริง
ๆ และอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดังนั้น
คุณไม่ต้องพูดแบบนี้กับฉัน”
เลิกคิ้ว อาคิระจ้องเธอแบบไม่ละสายตา
“เคยได้ยินคำนี้ไหม น้ำที่สาดออกไปแล้วมันเก็บกลับมาไม่ได้ ไม่ว่าจะเคยพูดอะไร
ทำอะไรไว้บ้าง แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ผมย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้
ทำยังไงคุณถึงจะปล่อยวางเรื่องพวกนั้นได้?”
น้ำเสียงของผู้ชายเคร่งขรึม ไม่ได้หงุดหงิดและไม่ได้แข็งกระด้าง
มีเพียงความหดหู่ใจและรู้สึกหมดหนทาง
“ไม่มีอะไรปล่อยวางไม่ได้ ไม่มีการให้อภัยหรือไม่ให้อภัย มันผ่านไปแล้ว และฉันก็ลืมไปแล้วด้วย”
พนาวันทำหน้าเรียบเฉย ชวนให้รู้สึกไม่มีสิ่งใดแปรเปลี่ยนความคิดเธอได้
และไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเล่าเมื่อครู่ เธอได้ยินกี่ประโยคและเก็บใส่ใจกี่ประโยค
ความเรียบเฉยและความเย็นชาของเธอ ยั่วโมโหอารมณ์อาคิระสำเร็จ
และสิ่งที่มากว่านั้นคือ ความรู้สึกจนปัญญา
เธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่สะทกสะท้านสิ่งใด แล้วเขาจะทำอะไรเธอได้?
หน้าอกเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรัวแรงชั่ววูบ
จากนั้นก็ปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่เป็น คงจะระเบิดอารมณ์ออกมา
ซึ่งคนสิบคนยังเอาเขาไม่อยู่เลย
“ข้าวเช้ากินอิ่มไหม? ถ้าไม่อิ่มผมจะไปซื้อที่ตลาดอีก
ใช่แล้ว กลางวันกินอะไรดี?
ผมเข้ามาจะแวะซื้อมาให้”
อาคิระในอดีต เวลานี้คงระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไม่ต้องสงสัย
จะพูดจาไพเราะด้วยใบหน้าอ่อนโยนอย่างนี้ได้เช่นไร?
พนาวันหลุบตาลง
ก่อนจะหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็กลับมาสุกใสเช่นเดิมแล้ว
“เดี๋ยวพยาบาลจะหามาให้ฉันกินเอง ไม่รบกวนคุณแล้ว อีกอย่างฉันเกือบลืมขอบคุณคุณเลย”
ถ้อยคำที่เหินห่าง แยกระยะห่างพวกเขาออกไปไกลเพิ่มได้อย่างง่ายดาย
มือข้างลำตัวของอาคิระกำแน่น เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปากพูด
เขากำลังระงับอารมณ์ของตัวเองอยู่
เขาออกไปแล้ว ในห้องคนไข้เหลือเพียงพนาวันคนเดียวเท่านั้น
พยาบาลช่วยเปิดหน้าต่างห้องให้ ซึ่งตำแหน่งของห้องนี้ดีมาก สามารถมองเห็นพื้นเขียวขจีและทะเลสาบเปล่งประกายแสงได้
เธอจ้องทิวทัศน์ด้านนอกอย่างเหม่อลอย ความคิดล่องลอยไปไกล
ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ พนาวันก็ออกจากห้องผู้ป่วยแล้วตรงไปยังห้องตรวจของคุณหมอ
“ผมคิดว่าเริ่มรักษามะเร็งขั้นตอนแรกได้แล้วครับ ยิ่งเร็วยิ่งดีครับ คุณหายจากหวัดเมื่อไหร่ก็เริ่มรักษาได้เลยครับ”
“ค่ะ”
ครุ่นคิดดูแล้ว พนาวันจึงถามว่า“มีโอกาสรักษาหายกี่เปอร์เซ็นต์คะ?”
“บอกไม่ถูกครับ ต้องดูอาการและการฟื้นฟูของร่างกายด้วยครับ
ซึ่งอาการของคุณไม่ค่อยดีนัก
เพราะไม่ใช่มะเร็งระยะแรกแล้วครับ” คุณหมอกล่าว
พนาวันนิ่งเงียบ
เธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่สะทกสะท้านสิ่งใด แล้วเขาจะทำอะไรเธอได้?
เธอรู้สึกว่า แม้คุณหมอจะไม่พูดตรง ๆ แต่กลับแอบสื่อให้รู้ว่าอาการของเธอไม่สู้ดีนัก
หน้าอกเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรัวแรงชั่ววูบ
ซึ่งคนสิบคนยังเอาเขาไม่อยู่เลย
“ระวังสุขภาพของตัวเองให้ดีนะครับ
และพักผ่อนเยอะ ๆ ด้วย
อย่าให้เป็นหวัดอีกนะครับ ให้เริ่มมารักษาในอีกสองวันข้างหน้านี้นะครับ”
“ข้าวเช้ากินอิ่มไหม? ถ้าไม่อิ่มผมจะไปซื้อที่ตลาดอีก
ผมเข้ามาจะแวะซื้อมาให้”
คุณหมอกำชับอีกครั้ง
อาคิระในอดีต เวลานี้คงระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนกลางวันเธอให้พยาบาลจัดอาหารมาให้
จะพูดจาไพเราะด้วยใบหน้าอ่อนโยนอย่างนี้ได้เช่นไร?
เธอเตรียมจะกิน ทว่าลุงสินก็มา
พนาวันหลุบตาลง
เขาถือกล่องเก็บอุณหภูมิมาด้วย เขาพูดด้วยรอยยิ้ม“คุณชายให้ผมส่งมาครับ”
ก่อนจะหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็กลับมาสุกใสเช่นเดิมแล้ว
พนาวันบอกว่าตัวเองมีของกินแล้ว กินสองชุดไม่ไหว ดังนั้นชุดนั้นก็ให้ลุงสินเอากลับไปกินเถอะ
“เดี๋ยวพยาบาลจะหามาให้ฉันกินเอง ไม่รบกวนคุณแล้ว อีกอย่างฉันเกือบลืมขอบคุณคุณเลย”
ได้ยินดังนั้นลุกสินก็ยิ้มออกมา
ถ้อยคำที่เหินห่าง แยกระยะห่างพวกเขาออกไปไกลเพิ่มได้อย่างง่ายดาย
เขาฉวยโอกาสตอนเธอไม่ทันสังเกต
แย่งกล่องกับข้าวในมือเธอไป เขายิ้มแล้วเริ่มหยิบตะเกียบขึ้นมากิน “ผมยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงพอดีเลยครับ ไม่เกรงใจแล้วนะครับ อาหารกลางวันที่คุณชายส่งมาเป็นอาหารบำรุงสำหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะครับ ถ้าไม่ได้เป็นอะไร
ไม่เหมาะที่จะกินครับ ดังนั้นผมกินชุดนี้จะดีกว่าครับ”
มือข้างลำตัวของอาคิระกำแน่น เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปากพูด
เขากำลังระงับอารมณ์ของตัวเองอยู่
ถ้าคุณชายรู้ว่าเขากินอาหารบำรุงร่างกาย เขาต้องแบกรับความหงุดหงิดของเจ้านายแน่
เขาออกไปแล้ว ในห้องคนไข้เหลือเพียงพนาวันคนเดียวเท่านั้น
พนาวัน“……”
ตอนเย็นอาคิระไปรับหมีพูลที่โรงเรียน แล้วพาไปยังโรงพยาบาล
“นับจากวันนี้ ลูกพักอยู่กับแม่นะ ถ้าเก็บเสื้อผ้าได้แล้ว พ่อจะสั่งคนส่งมาให้”
“ทำไมจู่
ใบหน้ารูปไข่ของเขาจึงเริ่มแดงก่ำ และอดส่งเสียงบอกว่าเผ็ดไม่ได้
ๆ ก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ครับ?” หมีพูลกำลังกัดกินคอเป็ดอยู่ เพราะว่าเผ็ดมาก
“ช่วงนี้แม่ลูกเดินไม่สะดวกและยังไม่สบายอีกด้วย ถ้าไม่มีคนดูแล พ่อไม่วางใจ” กล่าวจบเขาก็เลี้ยวไปทางซ้าย

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 613 ฉันไม่เชื่อหรอก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย