Ancient Strengthening Technique เทพอสูร บรรพกาล - บทที่ 2322 – จบสิ้นในพริบตา ทักษะเคลื่อนดารา
- Home
- Ancient Strengthening Technique เทพอสูร บรรพกาล
- บทที่ 2322 – จบสิ้นในพริบตา ทักษะเคลื่อนดารา
บทที่ 2322 – จบสิ้นในพริบตา ทักษะเคลื่อนดารา
กระบี่อัดแน่นไปด้วยพลังแกร่งกล้า ทว่าชิงสุ่ยกลับดูไม่ได้สนใจ คลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากกระบี่พิรุณยังคงเพิ่มขึ้น และบีบรัดตัวชิงสุ่ยให้เหมือนถูกสะกด
ตูมมมม!!
กระบี่ฟาดเข้าใส่ชิงสุ่ยแต่ช่างน่าเศร้าที่มันไม่สามารถทะลุการป้องกันของเขาไปได้ ชิงสุ่ยจึงค่อยๆยกมือขึ้น และฟาดเขาด้วยทักษะเคลื่อนดารา
ปังงงงง!!!
ด้วยการเสริมพลังป้องกันอันแข็งแกร่ง ทักษะเคลื่อนดาราจึงกลายเป็นขุมพลังอันน่าสะพรึงกลัวสามารถระเบิดร่างของชายชราได้โดยตรง
ยังไม่ทันจะรู้ตัว ทักษะเคลื่อนดาราของเขาก็กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวไปอย่างสิ้นเชิง มันครอบครองพลังโจมตีสูงเกินระดับ 4 ล้านล้านเต๋า และสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของคู่ต่อสู้ไปได้ แม้ว่าฉลาดจะทุ่มสุดตัวเพื่อสกัดการโจมตี ร่างกายของเขาก็ถูกระเบิด สูญสิ้นไปอย่างเปล่าประโยชน์
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เหมือนระเบิดที่แช่แข็งเวลา ทุกคนที่อยู่รอบข้างตกอยู่ในความเงียบสงัด ทุกคนมองดูด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ชายชราผู้แข็งแกร่งถูกฆ่าตายภายในชั่วพริบตา!! ชายชราผู้นี้คือผู้ทรงพลังแห่งนิกายพิรุณสวรรค์ ไม่น่าเชื่อเลยว่าชีวิตของเขาจะต้องจบแบบนี้
แน่นอนว่าคนที่ประหลาดใจที่สุดจะต้องเป็นชือหยาง เขาถึงกับอ้าปากกว้างระดับที่ว่าสามารถใส่ไข่เข้าไปในปากได้ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าปรมาจารย์ผู้ทรงพลัง ผู้ที่คนในโลกของเขานับถือจะถูกฆ่าตายง่ายเหมือนฆ่ามด
ทุกคนในตระกูลชือเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน สำหรับคนที่มากับชายชราชุดทองคำ ฟันกรามแทบจะแยกออกจากศีรษะ พวกเขาเป็นฝ่ายเอาชนะผู้อื่นมาโดยตลอด เวลาก็ผ่านมานานมากแล้วนับตั้งแต่ที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับผู้อื่น แต่ในครั้งนี้ผู้ที่ถูกทำลายเป็นถึงผู้อาวุโสผู้แข็งแกร่ง
ชิงสุ่ยมองดูด้วยสายตาไม่ให้ค่า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงดังสนั่นและปรบมือว่า “ข้าให้โอกาสพวกเจ้า ทำสิ่งที่ควรทำ มิฉะนั้น ชีวิตของพวกเจ้าจะต้องเอามาทิ้งไว้ที่นี่“
ทุกคนจากนิกายพิรุณสวรรค์เริ่มแสดงสีหน้าหวาดกลัว พวกเขาไม่เคยถูกคนนอกดูถูกและรังแกแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตอนที่พวกเขามารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก
“เอาล่ะ ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าพวกเจ้ายังไม่ไสหัวออกไป ข้าก็จะเริ่มมหกรรมสังหารหมู่!!“ชิงสุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงใจเย็น
คนเหล่านี้ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความภูมิใจทั้งหมดถูกทำลายเหลือแค่ความอัปยศที่จะนำกลับไปหานิกายพิรุณสวรรค์ หากยังไม่รีบหนี พวกเขาอาจจะถูกฆ่าตายจริงๆ!!
“หนึ่ง!!“
“สอง!!“
“ฟุบบบบบ!!“
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นผู้นำในการหลบหนี แต่สิ่งที่ทุกคนรู้คือการเริ่มหลบหนีเอาชีวิตรอดโดยไม่สนผู้ใด ก่อนที่ชิงสุ่ยจะนับสาม ทุกคนก็ได้หนีหายกระเจิงท่ามกลางเสียงตะโกน “วิ่งงงให้เร็ววว แล้วรีบกลับไปรายงาน!!“
“เขามันปีศาจ!! ผู้อาวุโสเย่ถูกฆ่าตาย!!“
“มีคนกล้าลงมือฆ่าผู้อาวุโสของนิกายพิรุณสวรรค์!!“
…………………
“ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะเอาชนะพวกนิกายพิรุณสวรรค์ได้ โดยเฉพาะกับกลุ่มที่นำโดยผู้อาวุโสชุดทอง“ชายคนหนึ่งร้องอุทาน
“ครั้งนี้ผลลัพธ์เกินคาดเดาจริงๆ ชายหนุ่มผู้นั้นเพียงแค่สะบัดมือก็ทรงพลังยิ่งนัก“ “เรื่องนี้มันซับซ้อน ไม่มีใครกล้ารุกรานนิกายพิรุณสวรรค์ ไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกหรือผิดก็ตาม นิกายขึ้นสวรรค์คงไม่มีทางยอม มิฉะนั้น ชื่อเสียงที่พวกเขาทำมาก็จะพังทลาย“
………………….
นิกายพิรุณสวรรค์จากไป คนของตระกูลชือต่างพากันร้องตะโกนเพราะครั้งนี้ไม่มีการสูญเสียใดๆเกิดขึ้น นอกจากนี้ผู้เฒ่าที่เป็นผู้นำกลุ่มก็ยังถูกบดขยี้เหมือนมดตายอยู่หน้าคฤหาสน์ หากเป็นอดีต ผู้อาวุโสคนนี้เพียงแค่คนเดียวก็สามารถกวาดล้างตระกูลชือได้
ครั้งเมื่อในอดีต ความแข็งแกร่งของชือหยางอยู่เพียงแค่ระดับ 1 ล้านล้านเต๋า แน่นอนว่าผู้อาวุโสชุดทองคำพูดนั้นแข็งแกร่งกว่าเขาถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบจากข้อเท็จจริง ตระกูลชือย่อมต้องตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างความแข็งแกร่งของ 2 ขุมกำลัง
ฉะนั้นความแข็งแกร่งของตระกูลชือ จึงเทียบไม่ติดกับความแข็งแกร่งของนิกายพิรุณสวรรค์ แต่ตอนนี้ ผู้อาวุโสของนิกายพิรุณสวรรค์ถูกชิงสุ่ยกำจัดทิ้งไปอย่างง่ายดาย การฆ่าในชั่วพริบตา ช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับตระกูลชือ แม้กระทั่งถ้าหากมีคนพูดว่าชิงสุ่ยสามารถกวาดล้างนิกายพิรุณสวรรค์ได้ หลายต่อหลายคนก็เชื่อสุดใจ
ชิงสุ่ยรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์กำลังมาถึงช่วงเวลาสำคัญ ครั้งต่อไปที่นิกายพิรุณสวรรค์มา มันจะกลายเป็นช่วงเวลาตัดสิน ทุกอย่างจะต้องถึงจุดจบ และหลังจากนั้น ชือโอ๋กับชือเฟิงก็จะได้กลับมาหาครอบครัว กลับมาหารากเหง้าของตัวเอง พร้อมกับกลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์
ตัวของตระกูลชือก็รู้อยู่แก่ใจว่าการต่อสู้ครั้งต่อไปจะเป็นการต่อสู้ที่ยากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะต้องเจอ อย่างไรซะพวกเขาก็เชื่อมั่นในตัวชิงสุ่ย
หลังจากกลับมาที่ลานเล็กๆหน้าบ้านของตัวเอง ชิงสุ่ยก็เห็นหญิงสาวทั้งสองคนกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในศาลาพัก ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาโล่งใจ เขาได้ยินเสียงหัวเราะเสียงพูดคุย ทั้งสองดูเข้ากันดีกว่าเดิม
และเมื่อเห็นชิงสุ่ยมาถึง หญิงสาวทั้งสองคนก็หน้าแดงโดยไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดแล้ว เหตุการณ์หรรษาที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยังคงตราตรึงใจของพวกเธอ มันเป็นความหวานหอมที่ไม่มีใครอธิบายเป็นคำพูดได้
เขานั่งระหว่างหญิงสาวทั้งสองคน และหยิบถ้วยน้ำชาออกมารินน้ำชาขึ้นมาดื่ม “พวกเจ้าสองคนพูดอะไรกันอยู่เหรอ? ทำไมถึงดูมีความสุขนัก!!“
เป่ยฮวงฟ่านตอบว่า “พี่สาวบอกกับข้าว่านางอยากมีลูกชาย!!“
“น้องฟ่าน เจ้าช่าง…..“เฉินหวงเขินอายเกินกว่าจะโต้เถียง
“เดี๋ยวข้าจะขยันขันแข็ง ค่อยๆลองทีละอย่าง มันจะต้องสำเร็จแน่ไม่ต้องรีบ“ชิงสุ่ยหัวเราะคึกคัก “เจ้าคนพาล!! เจ้านั้นแหละที่รีบ!!“เฉินหวงทั้งโกรธและเขิน
“ก็ได้ก็ได้ เป็นเพราะข้าเอง!“ชิงสุ่ยยิ้ม
…………………..
สิ้นพายุย่อมเป็นวันสงบสุข ตระกูลชือกลายเป็นตระกูลอิทธิพล แต่ก็มีคนไม่มากนักที่อยากจะข้องเกี่ยวกับตระกูลชือ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลชือยังต้องฝ่าฟันอันตรายครั้งสุดท้ายไปให้ได้ ซึ่งไม่มีใครอยากจะเสี่ยง
แน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่กลัวตาย หลายต่อหลายคนตัดสินใจเล่นพนันฝั่งตระกูลชือ ด้วยความเชื่อที่ว่าพวกเขาจะสามารถฝ่าปัญหานี้ไปได้
นอกจากนี้ ชิงสุ่ยอยากได้ส่งคนออกไปรวบรวมข่าวสารเพิ่มเติมรอบๆเมือง 8 รกร้าง เขาอยากจะรู้ข่าวเกี่ยวกับพระราชวังสวรรค์และประตูอสูร
หลังจากได้รับข่าวกรอง เขาก็พบว่าทั้งสองฝ่ายมีอยู่ในเมือง 8 รกร้างจริงๆ แต่ข้อมูลมันช่างน้อยนิดมาก จากที่ได้รับดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ขุมกำลังอ่อนแอ ไม่ได้มีความสำคัญอะไร ทว่าชิงสุ่ยก็ยังคงตัดสินใจตามหาต่อ ตราบใดที่เขาเจอคนที่เหมาะสม เขาก็พร้อมจะชักชวน เพื่อมาเสริมความแข็งแกร่งให้พระราชวังสวรรค์ของเขา
ทางด้านของประตูอสูรเองก็ดูเหมือนจะอยู่ในระดับเดียวกับพระราชวังสวรรค์ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าแต่ละพื้นที่ที่หน่วยข่าวกรองไปถึง หากที่ใดมีประตูอสูรที่นั่นจะมีพระราชวังสวรรค์ ต่างฝ่ายต่างยังคงเป็นปรปักษ์กัน
นี่คือความสมดุล มิฉะนั้น อีกฝ่ายจะกลายเป็นผู้ทำลาย!!
ชิงสุ่ยทราบข่าวเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของพระราชวังสวรรค์ โชคดีที่มันตั้งอยู่ในเมืองแปดรกร้าง ดังนั้นการเดินทางใช้เวลาไม่นาน เมื่อเห็นขนาดของคฤหาสน์พระราชวังสวรรค์ ชิงสุ่ยก็เข้าใจเหตุผลว่าทำไมพระราชวังสวรรค์ที่นี่ถึงถูกพิจารณาว่าเป็นเพียงกองกำลังชั้นรองเท่านั้น แม้แต่ในแง่โครงสร้างอาคาร พวกเขาอ่อนแอกว่ามาก
“เจ้าเป็นใคร? ที่นี่คือพระราชวังสวรรค์!!“ชายคนนึงพูดขณะที่เขาหยุดชิงสุ่ยไว้ที่ทางเข้า
“ไปบอกผู้นำพระราชวังสวรรค์ของเจ้า ว่ามีเพื่อนมาหา“ชิงสุ่ยกล่าว
ชิงสุ่ยพูดแค่เพียงสั้นๆ และรู้สึกว่าเพียงแค่คำพูดของเขาก็น่าจะมากพอไม่ต้องให้เขาไปรายงานผู้นำ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เขาคิดผิดเพราะอีกฝ่ายตอบว่า “เอาล่ะ โปรดรอสักครู่“
มีเพียงทหารยามแค่สองคนเท่านั้นที่เฝ้าประตูทางเข้า ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเซียนเทียนถือว่าเป็นระดับทั่วไป การที่ใช้ผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนเป็นทหารยาม ในสายตาเมืองอื่นนับว่าเป็นขุมกำลังระดับสูง แต่ที่นี่คือเมือง 8 รกร้าง พวกเขาถือว่าห่างไกลจากตัวตนระดับตระกูลเชอหรือตระกูลหวู่มาก และเทียบไม่ได้กับตระกูลชือ
ชายคนนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วโดยมีคน3 คนตามหลังมา คนที่เป็นผู้นำมีผิวพรรณออกไปทางสีม่วง คิ้วหนา ตากลม จมูกโด่ง ค่อนไปทางน่าเกลียดเล็กน้อย
เขาคือเทพสงครามทองคำ สายเลือดทองคำม่วง เทพสงครามโลหิตม่วง
ส่วนชาย 2 คนที่อยู่ด้านหลัง คนนึงผอมสูงประมาณ 2.5 เมตร สวมเสื้อผ้าหลวม ลักษณะท่าทางในการเดินเหมือนกำลังเลื้อย น่าแปลกใจที่ดวงตาของชิงสุ่ยส่องประกายลุกวาวเมื่อเห็นชายร่างผอมสูง
บทที่ 2323 – เขาคือเทพสงครามล้างเผ่าพันธุ์
ชายร่างสูงคนนี้ผอมในระดับที่เรียกว่าหนังหุ้มกระดูก ยิ่งไปกว่านั้นสีผิวก็ยังซีดเหมือนคนตาย ชิงสุ่ยยิ้มกว้างเมื่อเห็นภาพลักษณ์ของเขา ชายคนนี้ช่างเหมือนกับภาพจำลองเทพสงครามที่เคยปรากฏขึ้นในความทรงจำของเขาไม่ผิดเพี้ยน
เขาก็คือผู้สืบทอดเทพสงครามล้างเผ่าพันธุ์
ชิงสุ่ยตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่ได้คาดหวังว่าเทพสงครามล้างเผ่าพันธุ์จะเป็นเช่นนี้ ส่วนใหญ่คนที่สืบทอดพลังจะถูกผนึกพลังเอาไว้ และจะกลายเป็นยอดยุทธผู้แข็งแกร่งได้ก็ต่อเมื่อตอนที่ผนึกถูกปลดพัฒนาการ
เทพสงครามล้างเผ่าพันธุ์!! เพียงแค่จากชื่อก็บอกได้ถึงความกระหายสงคราม ภูเขาเป็นเทพยุทธ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับจอมอสูรมากที่สุด ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่