Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 558 มาพร้อมกัน กลับไม่พร้อมกัน-2

  1. Home
  2. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  3. บทที่ 558 มาพร้อมกัน กลับไม่พร้อมกัน-2
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 558 มาพร้อมกัน กลับไม่พร้อมกัน-2

ทุ่มเทแรงกายแรงใจตั้งมากมาย ที่แท้แล้วเขาก็เพียงต้องการได้ใกล้ชิดกับเจี่ยงหลินหลินเท่านั้น ส่วนเรื่องผ้าชั้นดีปูพื้น อาหารชั้นเลิศล้วนเป็นสิ่งของนอกกาย ขอเพียงแลกมาซึ่งความพึงพอใจของเจี่ยงหลินหลิน อย่าว่าแต่ไม่กินของพวกนี้ ต่อให้เอาไปให้สุนัขกิน คุณชายเซี่ยก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด

ทันใดนั้นคุณชายเซี่ยจึงบอกให้ผู้ติดตามนำอาหารทั้งหมดที่อยู่ภายในหีบออกมา และยังให้เสี่ยวเอ้อร์ต่อโต๊ะสองตัวเข้าด้วยกัน อาหารทั้งหมดยี่สิบสี่อย่างจัดวางพร้อมสรรพ แต่คุณชายเซี่ยก็ยังควักกระเป๋าสั่งสุราชั้นดีให้บ่าวติดตามของเจี่ยงหลินหลินอีกสองไหด้วย

เพียงแต่เมื่อสุรานี้จัดวางบนโต๊ะ สีหน้าของคนงานแม่น้ำจักรพรรดิทั้งสองก็เปลี่ยนไปทันใด เห็นชัดว่าพวกเขาลำบากใจอย่างยิ่ง ต่างเบนสายตาไปยังเจี่ยงหลินหลินโดยไม่ตั้งใจ คนที่ทำงานในแม่น้ำจักรพรรดิ ไหนเลยจะมีคนคออ่อน เพียงแต่การออกมาข้างนอกคราวนี้ นับเป็นครั้งแรกของแม่น้ำจักรรพรรดิ ย่อมสำคัญยิ่งกว่าสำคัญ

สูงส่งตั้งแต่ประมุขแม่น้ำ ล่างลงมาจนถึงเจี่ยงหลินหลินต่างก็กำชับว่าตลอดการเดินทางห้ามดื่มสุราโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเกินคาด ความวุ่นวายและเสียการสำคัญ

เพราะเหตุนี้ไหสุราที่วางอยู่บนโต๊ะกลับเป็นอุปสรรคสำคัญในสายตาของทุกคน ทั้งที่อยากดื่มแต่กลับต้องคอยคำนึงถึงข้อห้าม

“ในเมื่อเป็นน้ำใจของคุณชายเซี่ยพวกเจ้าก็เปิดออกดื่มเถิด! แต่จำไว้ว่าห้ามดื่มจนเมาเป็นพอ”

เจี่ยงหลินหลินเอ่ย

เมื่อทุกคนได้รับคำสั่งจากเจี่ยงหลินหลินก็มีท่าทีผ่อนคลายขึ้นมาทันใด พากันยื้อแย่งเปิดไหสุราออกและรินให้ตนเองจนเต็มจอก นับแต่พวกเขาออกมาจากแม่น้ำจักรพรรดิ ตลอดทางทั้งไปกลับล้วนไม่ได้แตะต้องสุราสักหยด ทำให้อยากสุราจนหน้ามืดตามัว ไม่สบายไปทั่วตัวมานานแล้ว เมื่อได้เห็นสุราในเวลานี้ช่างราวกับหยาดฝนรดลงบนผืนดินแตกระแหง ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มให้พวกเขา

เจี่ยงหลินหลินเห็นทุกคนเบิกบานใจก็ยิ้มแย้มพลางพยักหน้าน้อยๆ เพียงแต่สายตาของนางกลับทอดมองไปยังเจ้าหมิงหมิงกับหลิวรุ่ยอิ่งโดยไม่ตั้งใจ

นางสละให้ที่นั่งหลักของตนแก่คุณชายเซี่ย

ตอนแรกนั้นคุณชายเซี่ยยังปฏิเสธ แต่จนใจที่มือและแขนงามของเจี่ยงหลินหลินกลับวางอยู่ที่หัวไหล่เขา พร้อมกดลงเบาๆ กระดูกของคุณชายเซี่ยก็ผ่อนคลายลง สติล่องลอย สองขาอ่อนแรงและต้องนั่งลงทันใด ทว่าเจี่ยงหลินหลินกลับไม่ได้นั่ง แต่ยืนปรนนิบัติดูแลเช่นสาวใช้อยู่ข้างกายคุณชายเซี่ยอย่างว่าง่าย

เวลานี้เองเสี่ยวเอ้อร์ก็ยกอาหารที่คนงานแม่น้ำจักรพรรดิสั่งเอาไว้ล่วงหน้ามาจัดวางบนโต๊ะ นับว่าหลากหลายมากมายจริงๆ อย่างน้อยในเมืองแห่งนี้ก็ไม่มีทางหาที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว ไม่เพียงเนื้อหมู วัว แกะ ไก่ ห่านและสัตว์อื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วไปเท่านั้น ยังมีปลาหลีตัวโตยาวเกือบหนึ่งฉื่อที่ท้องอ้วนพีด้วย เสี่ยวเอ้อร์บอกว่าในท้องของปลาตัวนี้เต็มไปด้วยไข่ปลา

“นี่กลับแปลกยิ่ง…เวลานี้ไม่น่าจะถึงฤดูกาลกระมัง”

เจี่ยงหลินหลินถาม

สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในแม่น้ำจักรพรรดิก็คืออาหารจากแม่น้ำ พวกเขาจึงมีความเข้าใจเรื่องปลาแต่ละชนิดเป็นที่สุด แม้เจี่ยงหลินหลินไม่ไต้องไปจับปลาหรือทำอาหารเอง แต่พอนานวันเข้าก็จะรู้เรื่องต่างๆ ได้เอง

“แม่นางกล่าวถูกต้องแล้วขอรับ! เวลานี้ไม่ใช่ฤดูวางไข่ของปลาหลี แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุใด หลังจากนายท่านทั้งสองมาสั่งอาหารเมื่อครู่นี้ ข้าน้อยก็สั่งให้คนงานหลังร้านรีบไปจับปลามา แต่หลังจากทอดแหติดต่อกันสองสามครั้งกลับจับไม่ได้สักตัว ด้วยความรีบร้อนจึงได้แต่ต้องเปลี่ยนมาใช้เหยื่อชั้นดีมาตกปลาแทน ปรากฏว่าใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาก็มีปลากินเหยื่อ หลังจากยกคันเบ็ดขึ้นมาก็เป็นปลาตัวนี้ขอรับ”

เสี่ยวเอ้อร์กล่าว

“นี่กลับเป็นเรื่องที่ประหลาดจริงๆ!”

เจี่ยงหลินหลินมองท้องของปลาตัวนั้นและเอ่ยขึ้น

“แม่นางเจี่ยง ในหล้านี้มักมีเรื่องขัดต่อธรรมชาติและไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ!”

คุณชายเซี่ยกล่าว

พูดจบก็หยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมจะควักไข่ปลาในท้องปลาออกมาทั้งหมด ของชนิดนี้ไม่เพียงบำรุงร่างกายดียิ่ง ยังเป็นอาหารชั้นเลิศที่เหมาะจะดื่มกับสุราอีกด้วย โดยเฉพาะปลาที่นำไปทอดก่อนจึงนำไปตุ๋นน้ำแดง ไข่ในท้องจะต้องหอมหวานนุ่มนวล ฉ่ำไปด้วยน้ำแกงเป็นแน่

“คุณชายเซี่ยเจ้าคะ!”

ในขณะที่เขากำลังจะใช้ตะเกียบปักเข้าไปในท้องปลา เจี่ยงหลินหลินกลับจับข้อมือเขาไว้เบาๆ เพื่อยั้งมือเขาไว้

“แม่นางเจี่ยงมีอันใดหรือ”

คุณชายเซี่ยถาม

แต่ทันใดนั้นกลับรู้สึกว่าข้อมือของตนราวกับถูกปกคลุมด้วยความเย็นเฉียบ! คิดไม่ถึงว่าเจี่ยงหลินหลินที่ดูเป็นคนกระตือรือร้นอบอุ่นเช่นเพลิงร้อน แต่มือทั้งคู่กลับเย็นเฉียบเช่นนี้…ความสงสารในใจคุณชายเซี่ยพลันพรั่งพรูออกมาอย่างอดไม่ได้ เวลานี้ต่อให้เจี่ยงหลินหลินให้เขาไปกินอุจจาระ เกรงว่าเขาก็คงจะทำโดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วด้วยซ้ำ

ชาวบ้านว่ากันว่ามือร้อนใจเย็นเฉียบ มือเย็นใจอบอุ่น ส่วนที่สำคัญที่สุดในร่างกายคนไม่ใช่มือ แต่เป็นหัวใจ หัวใจนี้อาจสำคัญเล็กน้อยเช่นปลายผมและอาจยิ่งใหญ่ไปจนถึงฟ้าดิน ทั่วทั้งโลกหล้าไม่ว่าจะล่องลอยหรือบิดเบือน ล้วนเป็นเพราะใจคนทำให้เป็นทั้งสิ้น ต่อให้เป็นเหล่าอสูรที่หลังจากเริ่มมีปัญญา ก็จะต้องมีพลังที่หัวใจเพิ่มมากขึ้นก่อน จึงจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์และเข้ามาในแดนมนุษย์ได้

สองมือของเจี่ยงหลินหลินเย็นเฉียบ แต่ในใจอบอุ่น ข้อนี้สามารถมองออกได้จากที่นางเอาใจใส่บรรดาบ่าวของนางถึงเพียงนี้

“แม้ว่าปลาตัวนี้จะผิดธรรมชาติ คิดว่าก็คงมีจุดจบที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แต่วันนี้ถูกภัยจากมนุษย์จึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในอาหารของพวกเรา เรื่องนี้ทำให้ข้าอดสงสารไม่ได้…คุณชายเซี่ยก็เป็นผู้ที่ร่ำเรียนมามาก คงรู้ว่าแม้ใต้หล้านี้จะไร้น้ำใจ แต่จะอย่างไรก็ยังเหลือโอกาสรอดเล็กน้อยให้สรรพชีวิต หากว่าวันนี้ ข้าไม่ได้มาที่นี่ ก็จะไม่มีคนไปตกปลา จุดจบของมันอาจจะเปลี่ยนไป ข้าเห็นปลาตัวนี้แล้วอดสงสารไม่ได้ ขอให้คุณชายเซี่ยโปรดเข้าใจข้าด้วยเจ้าค่ะ”

เจี่ยงหลินหลินกล่าว

“ข้าใคร่ครวญไม่มากพอ…แต่ก็คิดไม่ถึงว่าแม่นางจะมีใจเมตตากรุณาเพียงนี้ เช่นนั้นเมื่อพวกเราทานอาหารเสร็จแล้ว มิสู้ไปยังริมแม่น้ำที่ตกปลาตัวนี้ขึ้นมาและฝังมันเสีย แม่นางว่าเป็นเช่นใด”

คุณชายเซี่ยกล่าว

“ขอบคุณที่คุณชายเซี่ยทำตามคำขอเจ้าค่ะ!”

เจี่ยงหลินหลินยิ้มหวาน เอาแต่กล่าวขอบคุณ

คนทั้งสองกินดื่มอย่างครึกครื้น ถ้อยคำสนิทสนมหวานชื่นยิ่งนัก ทำให้แขกสองโต๊ะที่นายท่านสวีร่วมโต๊ะอยู่มองอย่างอิจฉาตาร้อน แต่เขาก็รู้ว่าด้วยฐานะของคุณชายเซี่ยนั้นพวกตนไม่อาจไปล่วงเกินได้ ทว่าพอคิดดูอีกครั้ง แต่แรกนั้นแม้ว่าเจี่ยงหลินหลินจะงามตะลึง แต่พอมองนานเข้าทั้งตัวนางกลับมีแต่กลิ่นแป้งและชาดจนรู้สึกเลี่ยน ไม่น่ามองนานๆ เหมือนเจ้าหมิงหมิงที่อยู่ข้างหลัง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่เจ้าหมิงหมิงไม่เพียงกินและดื่มของที่เขาเป็นคนซื้อแล้ว อีกประเดี๋ยวยังจะต้องไปซื้อม้าที่ตลาดของตนด้วย ติดหนี้น้ำใจผู้อื่นแล้วต้องทำตามสิ่งที่ผู้อื่นร้องขอ นายท่านสวีคิดว่าแม้ตนเองจะไม่มีทางได้ใกล้ชิดเจี่ยงหลินหลิน แต่การไปดื่มสุรากับเจ้าหมิงหมิงสักจอกก็พอจะสมเหตุสมผลอยู่

ครั้นแล้ว เขาจึงส่งสายตาให้คนรอบตัว ถือจอกสุราแล้วเดินไปทางโต๊ะของหลิวรุ่ยอิ่ง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็เอื้อมมือออกไปจะลูบตัวเจ้าหมิงหมิง ด้วยความสามารถของคนเช่นเขา ไหนเลยจะหลบประสาทสัมผัสของเจ้าหมิงหมิงไปได้ เห็นเพียงนางลดหัวไหล่ลง หันตัวไปเล็กน้อย ทำให้นายท่านสวีคว้าได้แต่ความว่างเปล่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตนเองคำนวณพลาดหรือว่าดื่มสุรามากเกินไป อีกทั้งเจ้าหมิงหมิงก็ไม่ได้มีท่าทีใส่ใจใดๆ เพียงหัวเราะ ‘เหอะๆ’ เท่านั้น

นายท่านสวีกล่าว

หลิวรุ่ยอิ่งกับเจ้าหมิงหมิงมองเขาอย่างประหลาดใจ เมื่อครู่คนผู้นี้พูดจาคล่องแคล่วเป็นน้ำไหลไฟดับ สนทนากับนักดื่มสองโต๊ะนั้นอย่างสำราญ เหตุใดแค่เวลาชั่วพริบตากลับติดอ่างขึ้นมาเสียแล้ว

“พะ…พวกเจ้าไม่ต้อง…คะ…คิดมาก! ตะ…แต่เล็กข้าก็ตะ…ติด…อ่าง! ภะ…ภายหลังรักษาหายแล้ว ตะ…แต่พอดะ…ดื่มสุรา…ก็จะ…จะเป็นอีก!”

นายท่านสวีกล่าว

หลิวรุ่ยอิ่งกับเจ้าหมิงหมิงฟังเขาพูดแล้วต่างแอบเป็นกังวลแทนเขา เห็นเขาพูดจาลำบากเช่นนี้ ถ้าไม่คิดว่าเสียมารยาทก็คงหัวเราะออกมาแล้ว

ไม่ทันที่หลิวรุ่ยอิ่งกับเจ้าหมิงหมิงตั้งตัวทัน นักดื่มทั้งสองโต๊ะนั้นก็เริ่มซุบซิบกันว่านายท่านสวีดื่มมากแล้ว ทว่าเขาก็มีข้อดีที่ผู้อื่นต้องอิจฉา นั่นก็คือเมาเร็วก็สร่างเร็ว! ไม่ถึงครึ่งชั่วยามสามารถดื่มจนเมามาย แต่แค่วางจอกสุราลงไม่นาน เขาจะกลับมาเป็นปกติ คนเช่นนี้หากจะบอกว่าคอไม่แข็งก็ถูกต้อง แต่ถ้าร่วมดื่มกับเขาต่อไป แค่ช่วงเวลาไปถ่ายเบา นายท่านสวีก็จะสร่างเมาแล้ว ฉะนั้นไม่ว่าผู้ใดย่อมไม่อาจดื่มสู้เขาไหว

เมื่อพูดประโยคนี้จบ นายท่านสวีก็ย้ายเก้าอี้ตัวหนึ่งจากข้างๆ มา หลังจากนั่งลงแล้วก็ให้เสี่ยวเอ้อร์รินน้ำชาร้อนให้จอกหนึ่ง เป่าไอร้อนไปพลางจิบคำเล็กๆ ไปพลาง หลิวรุ่ยอิ่งกับเจ้าหมิงหมิงก็ไม่ได้พูดสิ่งใด อย่างไรเสียย่อมไม่มีใครอยากพูดกับคนติดอ่าง…แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเมื่อนายท่านสวีดื่มน้ำชาในมือหมดแล้วก็กลับมีเรี่ยวแรงสดชื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“เมื่อครู่ให้ทุกท่านต้องขบขันเสียแล้ว…โรคนี้รักษายากนัก แค่ยามปกติไม่กำเริบขึ้นมาก็ต้องจุดธูปไหว้แล้ว!”

นายท่านสวีกล่าว

เวลานี้เขากลับมาคล่องแคล่วเหมือนเดิมแล้ว

“ไม่เป็นไรขอรับ เพียงแต่ความสามารถในการสร่างเมาของนายท่านสวี ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตายิ่ง!”

หลิวรุ่ยอิ่งกล่าว

“ทุกท่านมาจากที่ใดหรือ”

นายท่านสวีถาม

เขากลับไม่ได้ดึงดันจะถามชื่อแซ่ของเจ้าหมิงหมิงต่อ เมื่อครู่นี้ดื่มสุราหนักเกินไป ถูกฤทธิ์สุราทำเอาหน้ามืดตามัว ไม่เพียงกลับมาติดอ่างอีกครั้ง เขายังรู้สึกว่าตนเองรุ่มร่ามจนน่ารังเกียจอีกด้วย

ถึงแม้ว่านายท่านสวีจะไม่มีสกุลรุนชาติ แต่เขาก็บุกเบิกการค้าด้วยตนเองมาตลอดหลายปี จึงนับว่ามีสมบัติจำนวนมาก บุรุษผู้หนึ่งที่มีครอบครัวแล้ว ทำงานหาเงินมาย่อมต้องตระเตรียมไว้ให้ทายาท แต่หากเป็นชายโสด เมื่อมีเงินทองย่อมนำไปใช้ในหอนางโลม ตลอดหลายปีมานี้ แม้ไม่อาจพูดได้ว่านายท่านสวีสามารถเรียกลมเรียกฝนในเมืองแห่งนี้ได้ แต่อย่างน้อยหากหมายตาสตรีคนใด ก็ไม่มีสักคนที่เขาเอาไปขึ้นเตียงไม่ได้

แม้เขาจะรู้ว่าเจ้าหมิงหมิงต่างจากผู้อื่น แต่คนที่พบเจอแต่ความราบรื่นเสมอมาเช่นเขาก็กลับมีความมั่นใจอย่างน่าประหลาด ยิ่งไปกว่านั้น เขามองว่าหลิวรุ่ยอิ่งกับหวาหนงเป็นเพียงเด็กหนุ่มไม่ประสีประสาเท่านั้น

คนหนุ่มพวกนี้ ไหนเลยจะเข้าใจจิตใจของสตรี ยิ่งไม่มีทางรู้ว่าทำเช่นใดสตรีจึงจะรู้สึกสบาย คำว่าสบายนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ทานอาหารดื่มสุรา สนทนาสัพเพเหระ ที่มากกว่านั้นก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากปิดประตูและเอาวางลงบนฟูกปูเตียง

“พวกเรามาจากอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋อง”

หลิวรุ่ยอิ่งกล่าว

“โอ้ เช่นนั้นก็ต้องเดินทางมาหลายวันแล้ว!”

นายท่านสวีกล่าว

“ก่อนหน้านี้เร่งรีบเดินทางจนรถม้าชำรุด จึงได้แวะพักที่ร้านแห่งนี้ และถือโอกาสอยากจะซื้อม้าชั้นดีสองตัวไปด้วยขอรับ”

หลิวรุ่ยอิ่งกล่าว

แม้ว่าปากของนายท่านสวีจะเอาแต่สอบถามไม่หยุด แต่ความคิดทั้งหมดของเขากลับอยู่ที่เจ้าหมิงหมิง และเอาแต่ขยับตัวเข้าไปใกล้เจ้าหมิงหมิง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่ได้ดูสง่าผ่าเผยอีกแล้ว

“ต้องขอบคุณสุราชั้นดีของนายท่านสวี อีกประเดี๋ยวตอนไปซื้อม้าก็ต้องขอให้ช่วยดูแลด้วยเจ้าค่ะ!”

เจ้าหมิงหมิงทนไม่ไหว ทำได้เพียงยกจอกสุราขึ้นมาเอ่ยกับเขา

“ดูแลสิดูแล! ต้องดูแลอยู่แล้ว! แม่นางเป็นคนบอก ไหนเลยจะมีเหตุผลไม่ทำตาม”

นายท่านสวีกล่าวอย่างเบิกบานใจยิ่ง

และยกจอกสุราขึ้นมาชนกับเจ้าหมิงหมิงเบาๆ เพียงแต่ก่อนที่จอกทั้งสองจะแยกจากกัน มืออีกข้างของเขากลับรุ่มร่ามจะเข้าไปแตะข้อมือของเจ้าหมิงหมิง

ว่ากันว่าหนแล้วหนเล่าไม่มีหนต่อมา ท่าทางเจ้าชู้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ เจ้าหมิงหมิงอดทนต่อไปไม่ไหวจริงๆ จึงหมุนข้อมือที่ถือจอกสุรา เสียงดัง ‘ปึก’ หนหนึ่ง จอกสุราพลันกดมือที่ถือจอกสุราของนายท่านสวีเอาไว้บนโต๊ะอย่างแน่นหนา นายท่านสวีเจ็บปวดจนเอาแต่ร้อง ‘อ๊ากๆ’ ดังลั่น

………………………………………

เรียนคุณนักอ่าน

เนื่องด้วยทางทีมงานประสบปัญหาในการจัดการภายใน จึงมีความจำเป็นต้องระงับการลงตอนใหม่ของนิยายเรื่อง ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา ชั่วคราว

หลังจากแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว ทางทีมงานจะรีบกลับมาเผยแพร่ตอนใหม่อีกครั้ง

ขออภัยในความไม่สะดวกและขอขอบคุณที่ติดตามผลงานของ ProjectZyphon เสมอมา

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 558 มาพร้อมกัน กลับไม่พร้อมกัน-2"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย