เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 574 กลับบ้าน (4)
“ขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ!”
ฉินเฟิงกอดอิ่นซินไว้แน่น ด้วยความรู้สึกผิด และเสียใจ ความรู้สึกผิดในสายตาของเขา เขาควรจะอยู่กับอิ่นซินในวันนั้น แต่เขากลับจากไป
เพื่อต้าฮัว!
เขาไปที่สนามรบ
หลังหนึ่งเดือนเท่านั้น เขาถึงจะกลับมาได้ และก็ไม่รู้ว่าอิ่นซินต้องทนทุกข์ทรมานมากแบบนี้
ขอโทษนะ!
ผมมันไม่มีจิตสำนึก!
“ไม่มีจิตสำนึก ยังจะกลับมาอีก”
ตอนแรกอิ่นซินยังใช้แรงทุบจากกำปั้น ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง จากนั้นเธอก็กอดฉินเฟิง และกดหัวของเธอเข้าไปที่หน้าอกของฉินเฟิง กอดแน่นมาก กลัวว่านี้จะเป็นแค่ความฝัน
“ใช่สิ กั่วกั่ว กั่วกั่วยังอยู่กับแม่ของฉัน”
ทันใดนั้น อิ่นซินก็นึกถึงลูกสาวของเธอ
แต่ในเวลานี้ ข้างหลังของฉินเฟิง กั่วกั่วก็ยื่นหัวออกมาและรีบวิ่งไปหาอิ่นซิน “แม่คะ กั่วกั่วอยู่นี่ อย่าร้องไห้นะคะ แม่เป็นคนบอกเอง ว่าร้องไห้แล้วจะไม่สวย”
“ลูกรัก”
อิ่นซินอุ้มกั่วกั่วไว้ในอ้อมแขนของเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา
“หลังจากนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม”
ฉินเฟิงปกป้องพวกเขา
ในเวลานี้ อิ่นซินรู้สึกสบายใจ สามีของเธอก็กลับมา และคนที่สำคัญที่สุดสองคนของเธอก็อยู่เคียงข้างเธอ ในขณะนี้ เธอรักและให้ค่ากับช่วงเวลานี้มาก
“เห้ย คุณเป็นรปภ.คนนั้นใช่ไหม? ได้ยินมาว่าคุณไปเป็นทหารแล้ว ทำไมยังไม่ตายละ ไม่ใช่ว่าหนีทหารมานะ”
อิ่นเสี้ยงสวี่กอดอก พูดเยาะเย้ย
“อาจจะเป็นไปได้”
กู้หยุนเฟยยังพูดต่อ “ฉันได้ยินมาว่า การต่อสู้ที่หนานโจวมันร้ายแรงมาก ตายไปไม่รู้กี่คน คุณไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ต้องหนีทหารออกมาแน่นอน”
“ไม่แปลกเลย ที่บอกว่าคนนี้ไม่เอาไหน ไม่คู่ควรกับลูกสาวฉันเลย ยังมีหน้ากลับมาอีก หึ”
จางลี่กำลังตะลึง เธอไม่คิดเลยว่า ฉินเฟิงจะกลับมา
เธอเกือบจะสำเร็จแล้ว แต่ว่าผู้ชายคนนี้ดันกลับมาก่อน เธอจังพลาดไป ทำให้เธออารมณ์เสีย
ไม่ได้เรื่องยังกล้ากลับมาอีก
เหอะ
เธออารมณ์เสียมาก
ก็แค่หมาวัด อย่างจะหวังครอบครองดอกฟ้า
ฝันไปเถอะ!
“คุณกลับมาแล้วจริงๆด้วย”
สิ่งที่ซับซ้อนที่สุด คืออิ่นหยวนความประทับใจที่ดีต่อฉินเฟิงอยู่แล้ว ตอนแรกมีนัดกันเจอ แต่เพราะฉินเฟิงต้องไปเป็นทหาร เขายังบอกเลย แค่ฉินเฟิงกลับมา เขาก็จะยอมรับในตัวฉินเฟิง
แต่ว่า ความเปลี่ยนแปลงมักมาเร็วกว่าแผน
คุณท่านอิ่นบอกแล้ว แค่ส่งมอบบริษัทกึ่งซานหยวนกรุ๊ป ให้พวกเขากลับตระกูลหลัก นี่คือความฝันสำหรับเขา เขาตกลงแล้ว แต่ถ้ามอบบริษัทกึ่งซานหยวนกรุ๊ป ก็เท่ากับว่าไม่มีอำนาจที่จะต่อต้านตระกูลกู้แล้ว
ตระกูลกู้ ต้องการลูกสาวของตัวเอง ตัวเองจะเอาอำนาจที่ไหนมาขัดขวาง?
ดังนั้น เขาจึงได้ยอมรับในเรื่องนี้
จนถึงตอนนี้ฉินเฟิงได้กลับมา แต่ว่า พอได้ยินพวกเขาบอกว่าฉินเฟิงหนีทหาร หลังจากหนีกลับมา เขาก็มองไปที่ร่างกายของฉินเฟิง และพบว่าฉินเฟิงไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลยจริงๆ ดูแล้ว หนีทหารมาจริงๆด้วย
“หนีทหาร ไม่คู่ควรกับลูกสาวฉันนะ”
อิ่นหยวนก็พูดเหมือนกัน
ไม่ว่ามันจะเป็นหรือไม่ก็ตาม เขาได้ยอมรับความจริงนี้แล้ว อย่างไรก็ตามฉินเฟิงไม่มีอำนาจอะไรเลย จะทนต่อตระกูลกู้ได้อย่างไร ใครจะไปรู้อยู่ดีๆเขาก็อาจจะทนไม่ไหวก็
คุณท่านอิ่นนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ลูบเคราและเหล่มองดู
นี่สิคือสิ่งที่เขาชอบดู
สิ่งที่เขาอยากเห็น
“พ่อของหนู ไม่ได้หนีทหาร พ่อเป็นวีรบุรุษ ฮีโร่ที่ใหญ่ที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด แม่ของหนูเป็นคนบอกหนู พวกคุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใส่ร้ายพ่อของหนู…”
เวลานี้ มีเสียงเด็กก็ดังขึ้น
มันคือเสียงของกั่วกั่วที่อิ่นซินกำลังอุ้มอยู่ มองดูคนไม่ดีพวกนี้ด้วยท่าทางแก้มป่อง
ใช่
คนไม่ดี
แม่ของหนูเป็นคนพูดอย่างชัดเจนเองว่า พ่อของหนูเป็นวีรบุรุษ แต่พวกเขาบอกว่าพ่อของฉันเป็นคนหนีทหาร คนไม่ดี คนไม่ดีทั้งหมดเลย
“ฮ่าฮ่า หลานนอกคอก หนูเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมายุ่ง…..”
อิ่นเสี้ยงสวี่หัวเราะเยาะเย้ย ด้วยใบหน้าที่หยาบคาย เพียงแค่ต้องการประชด แต่ก่อนที่คำพูดจะจบลง เสียงที่คมชัดก็ดังขึ้น ใบหน้าของอิ่นเสี้ยงสวี่ มีรอยมือแดงๆปรากฏขึ้นมา
“หลานนอกคอก?”
เพี้ยะ!
ตบอีกรอบ!
“เป็นใครกัน!”
เพี้ยะ
ตบอีกรอบ!
“มีสิทธิ์อะไร!”
เพี้ยะ!
ตบอีกครั้ง
“คุณมันเป็นใครกัน แล้วมีสิทธิ์อะไรมาด่าลูกสาวของฉัน”
สี่ตบติดต่อกัน
โจมตีอิ่นเสี้ยงสวี่โดยตรง ทั้งคนตกตะลึงอย่างมาก โดนตีจนนั่งลงกับพื้น ใบหน้าบวมเหมือนหัวหมู และไม่สามารถบอกได้ว่าหน้าตาตอนนี้เป็นอย่างไร
คนใช้กำลัง คือฉินเฟิง
“กล้าดียังไง! บอดี้การ์ด!”
กู้หยุนเฟยตะลึงเมื่อเห็นแบบนี้ และพูดทันที
ในฐานะลูกชายของตระกูลใหญ่ ออกไปไหนมักจะมีบอดี้การ์ดด้วย หลังจากเสียงของเขา ก็มีบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างหลังเขาเคลื่อนไหวทันที แต่วินาทีต่อมา ก็หยุดลง
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงรัศมีอาฆาตที่อยู่ตรงหน้าเขา!
อาฆาตมากแค่ไหน?
เหมือนอยู่ท่ามกลางภูเขาซากศพ
เขาไม่เคยเห็นอะไรที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน จนกระทั่งฉินเฟิงมองมาที่เขา ดวงตาพวกนั้นเหมือนกับยมทูตในนรก ซึ่งทำให้คนกลัว และน่าสะพรึงกลัว
หลังจากนั้น บอดี้การ์ดก็บ้าไปเลย
ใช่
กลัวจนเป็นบ้า
“ผม…ผมจะไปหาแม่…แม่…แม่อยู่ไหน?”
บอดี้การ์ดน้ำลายไหล วิ่งออกไปด้วยใบหน้าที่กลัว ทั้งกอดและกระโดดไปที่เสา และในที่สุดก็วิ่งไปที่ถนน ตะโกนออกไป ทำให้ผู้คนสับสน
และกู้หยุนเฟยก็ตะลึง เมื่อเห็นแบบนี้
“เกิดอะไรขึ้น ตระกูลส่งบอดี้การ์ดผีบ้ามาให้ฉันเหรอ?”
เขานึกว่า บอดี้การ์ดคนนี้เป็นผีบ้า ไม่ได้คิดไปถึงฉินเฟิงเลย
ถึงอย่างไรแล้ว เขาก็เป็นแค่รปภ.ธรรมดา
มีอะไรให้ใส่ใจกันล่ะ
“คุณ….คุณ……”
อิ่นเสี้ยงสวี่ปิดใบหน้าด้วยมือข้างหนึ่ง และชี้ไปที่ฉินเฟิงด้วยมืออีกข้าง ต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นก็ได้จองกับสายตาอาฆาตของฉินเฟิง เลยทำให้ไม่กล้าพูดอะไร ใช้แรงทันหมด คลานไปหากู้หยุนเฟย
ดวงตาของฉินเฟิงเต็มไปด้วยความอาฆาต
เขาต้องการที่จะฆ่าคนพวกนี้
แต่ว่า ฆ่าพวกเขาแล้ว น่าจะง่ายเกินไป ตายแบบนี้ สบายเกินไป ยิ่งกว่านั้น ต่อหน้ากั่วกั่ว ฉินเฟิงไม่อยากฆ่าคน เลือดของคนพวกนี้จะทำให้ดวงตาของลูกสาวที่มีค่าของเขาต้องสกปรก
ทันใดนั้น ฉินเฟิงก็พูดว่า “ทุกคน อีกสี่วัน ก็จะเป็นวันเกิดของภรรยาผม และงานแต่งงานของภรรยาผม ตอนนี้ผมขอเชิญพวกคุณไปร่วมงาน สถานที่คือ โรงแรมตี้เหา”
ทรมานอย่างช้าๆ
ตายเร็วไป มันสบายไปสำหรับพวกเขา
เกล็ดมังกรกลับหัว ถ้าแตะต้องตาย!
“เหอะ ได้ ใช่สิ ฉันลืมบอกคุณไปว่า งานแต่งฉันกับเสี้ยงสวี่ ก็จัดอยู่ที่โรงแรมตี้เหาเหมือนกัน บนชั้นสี่ มีทั้งหมดห้าชั้น ชั้นห้าไม่เคยเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้า และ ชั้น 4 เป็นเกียรติที่สุด ถึงเวลาแล้ว งานแต่งงานจัดสองงาน ให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงความแตกต่างของฉันกับของคุณ”
กู้หยุนเฟยหัวเราะเยาะเย้ย
ตอนนี้บอดี้การ์ดไม่อยู่ เขาไม่กล้าเล่นกลกับคนนี้ แต่เมื่อให้เทียบกับทรัพยากรทางการเงินและเส้นสายของเขาแล้วกู้หยุนเฟยไม่เคยกลัวใคร และเมื่อถึงเวลาการมาของคนใหญ่คนโตที่นับไม่ถ้วน แต่ละคนก็น่ากลัว และเขาสามารถทำให้เด็กคนนี้กลัวตายไปได้เลย