เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 550 สวี่เทียนโย่ว “ช่วยเหลือตระกูลเติ้งเต็มกำลัง!”
- Home
- เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน
- บทที่ 550 สวี่เทียนโย่ว “ช่วยเหลือตระกูลเติ้งเต็มกำลัง!”
“งั้นหรือ?”
ติงป่าวซานสีหน้าเปลี่ยนทันที แต่เขาก็ยังรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติไว้ “อย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ผมอาจจะต้องไปซ่อนตัวที่อื่น เรื่องการบุกโจมตีคงจะต้องให้คุณจัดการแล้วล่ะ เดี๋ยวทางผมจะคอยช่วยเหลือด้านข้างให้”
“ได้”
เติ้งหลินเฟิงพยักหน้า จากนั้นสองคนก็ปรึกษากัน แล้วติงป่าวซานก็วางสายไป
พอวางสายไปแล้ว ติงป่าวซานก็หน้าเสียมาก กำโทรศัพท์ไว้แน่น สายตาเผยรังสีการฆ่าออกมา “เติ้งหลินเฟิง พวกมึงนี่มันกล้ามากเลยนะ มีใครอยู่บ้าง”
“ครับ”
ลูกน้องของติงป่าวซานก็เข้ามาจากด้านนอก
“ประกาศออกไป ว่าหลังจากนี้15นาที บุกโจมตีไปที่ตระกูลเติ้งทั้งหมด โดยเฉพาะพวกนักฆ่าที่จ้างมา ให้มุ่งหน้าเข้าไปที่ตระกูลเติ้งเลย ห้ามออมมือ ใครฆ่าเติ้งหลินเฟิง จะมีรางวัลให้อย่างงาม”
ติงป่าวซานสั่งการลงไป
ลงมือก่อนเป็นยอดดี ชักช้าจะเป็นต่อ
เขาไม่อยากให้ตระกูลติงต้องจบสิ้น เขาก็มีแต่ทางนี้แล้วเท่านั้น
และในเวลานี้ ก็มีลูกน้องเข้ามารายงาน “รายงานครับ พวกนักฆ่าที่ด้านนอก เริ่มเร่งความเร็วกันเข้ามาแล้วครับ”
“ดูเหมือนว่า เติ้งหลินเฟิงได้สั่งพวกมันแล้ว”
ติงป่าวซานหัวเราะเสียงเย็นออกมา
ทางฝั่งเขา เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งบอกไปว่าอาจจะไปหลบซ่อนตัวที่อื่น นักฆ่าพวกนี้ก็เร่งมือกันเร็วขึ้นมาทันที เดิมทีนั้นแอบซ่อนตัวเคลื่อนตัวช้าๆ แต่ตอนนี้พวกนักฆ่าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว
ก็เลยบุกเข้ามาเลย
“เหอะ เติ้งหลินเฟิง มึงมันไร้คุณธรรมเองก่อน อย่ามาโทษกูก็แล้วกัน”
ติงป่าวซานจับเก้าอี้แน่น สายตาเต็มไปด้วยไฟโกรธ
ครั้งนี้ เขาเสียอะไรไปเยอะ ทั้งจ้างนักฆ่า ติดต่อกับคนใหญ่คนโตในวงการ คนพวกนั้นล้วนไปรวมกันที่ตระกูลเติ้งแล้ว แต่กำลังหลักของตระกูลติง ยังอยู่ที่นั่น
แต่พอผ่าน15นาทีนี้ไป ตระกูลติงของพวกเขา ก็จะใช้กำลังภายนอกทั้งหมดที่มีมุ่งหน้าไปยังตระกูลเติ้ง
บุกฆ่าไปยังตระกูลเติ้งอย่างบ้าคลั่ง
พลังของทั้งตระกูล
มีเพียงวิธีนี้ ถึงจะมีความหวัง
และในเวลานี้ สงครามที่เกิดขึ้น ก็ยังดำเนินต่อไป แถมยังรุนแรงกันมาก กองกำลังทั้งสามตระกูลใหญ่ตะลุมบอนกัน ทำเอาเมืองเปียนไห่วุ่นวายไปหมด
แต่ตระกูลสวีในเวลานี้
ในบ้านพักของตระกูลสวี มีบอดี้การ์ดมากกว่าปกติ ตั้งเวรยามกันหนาแน่นมาก สวี่เทียนโย่วอยู่ตรงกลาง รอบๆ มีคนคอยจับตามองเขาอยู่ เพราะว่าเขาเป็นผู้นำตระกูล ลูกน้องกำลังรอฟังคำสั่งของเขา
รวมทั้งสวี่ซวนซวนด้วย
สวี่เทียนโย่วไม่ได้เอาตัวสวี่ซวนซวนไปซ่อนไว้ที่อื่น ที่อื่นล้วนไม่ปลอดภัย มีเพียงเอามาอยู่ข้างกายเขาเท่านั้น ถึงจะปลอดภัยที่สุด
“ท่านผู้นำตระกูลครับ ตลาดหุ้นของเราถูกสองบริษัทใหญ่กดดันอย่างมาก ตอนนี้หุ้นกำลังตกอย่างมาก ใกล้จะตกลงไป200จุดแล้วครับ”
“ท่านผู้นำตระกูลครับ ด้านนอกมีคนบุกฆ่าเข้ามาแล้ว เป็นคนของตระกูลเติ้งครับ”
“ท่านผู้นำตระกูลครับ กองกำลังที่ขึ้นกับเราถูกดึงตัวไปแล้วครับ ถูกตระกูลเติ้งดึงตัวไปเป็นพวกด้วยแล้ว ตอนนี้กำลังมาล้อมพวกเราเอาไว้”
เหล่าลูกน้องก็เข้ามารายงานต่อสวี่เทียนโย่วไม่ขาดสาย
คนในห้องนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกน้องคนสนิทของสวี่เทียนโย่ว เป็นคนบ้านเดียวกัน แต่เวลานี้ พวกเขาล้วนเป็นกังวล เพราะว่าตระกูลสวีนั้นใหญ่โต แต่อีกสองตระกูลนั้นเล็ก
สองตระกูลร่วมมือกัน ใช้กำลังทั้งหมดในตระกูล ทำให้ตระกูลสวีต้านทานไว้ไม่ไหวจริงๆ
ยิ่งเข้าสู่ขั้นวิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
สวี่เทียนโย่วก็เช่นเดียวกัน ขมวดคิ้วมองดูข้อมูล แต่ว่าเขาไม่ได้ร้อนรน อย่างไรเสียก็เป็นถึงผู้นำตระกูล ถ้าเขาร้อนรน เหล่าลูกน้องในตระกูลจะทำอย่างไร แต่ว่าแรงกดดันนี้ มันก็หนักมากเสียจริง
“พ่อคะ”
สวี่ซวนซวนเห็นว่าสวี่เทียนโย่วมีสภาพเป็นแบบนั้น เธอก็ปวดใจ เรื่องนี้ ตามจริงก็เกิดขึ้นเพราะเธอ จากนั้นก็เป็นเพราะฉินเทียน และอีกสองตระกูลร่วมมือกันมาโจมตีตระกูลสวี
พวกเขาไม่มีทางต้านทานได้ไหวเลย
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ตระกูลสวีของพวกเขาคงจะต้องจบสิ้นแล้วจริงๆ
แต่ฝั่งตรงข้าม เอ่ยข้อเสนอมาหนึ่งอย่าง ให้ส่งตัวฉินเทียนออกไป แล้วพวกเขาก็จะล้มเลิกการโจมตีตระกูลสวี อย่างนั้นก็จะสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ สามตระกูลคานอำนาจกันเหมือนเดิม ส่วนต่งเซิงนั้น
ผู้ชายคนนี้ไม่ควรอยู่ในเมืองเปียนไห่
เขาแค่ถูกส่งตัวมา
แต่ว่า สวี่ซวนซวนรักฉินเทียน เธออยากจะอยู่กับฉินเทียนไปตลอดชีวิต แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้น ตระกูลสวีของพวกเขากำลังจะจบสิ้นแล้ว พ่อของเธอก็จะตายแล้ว สิ่งนี้ทำให้จิตใจของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมาก
เธอไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี
เธอกำลังลำบากใจ
เธอควรทำอย่างไรดี
จะส่งตัวฉินเทียนออกไป
หรือว่า ทำให้ตระกูลสวีจบสิ้น ทำให้สวี่เทียนโย่วผู้เป็นพ่อของเธอต้องตาย
“ท่านผู้นำตระกูลครับ แย่แล้วครับ นักฆ่าได้บุกเข้ามาในเขตบ้านพักพวกเราแล้ว อีกทั้งยังมีสองในสี่มหาราชาของตระกูลสัณฐานนำทีมมาด้วย ดูจากท่าทางแล้ว คงจะกวาดล้างตระกูลสวีของเราให้ได้เลย”
มีลูกน้องเข้ามารายงาน ตอนนี้วิกฤติมาก
และในเวลานี้ สวี่ซวนซวนก็หน้าซีดขึ้นมาทันที เธอตัดสินใจได้แล้ว เลยเดินไปข้างๆ สวี่เทียนโย่ว แล้วพูดด้วยความลำบากใจว่า “พ่อคะ พวกเรา……..พวกเราเอาตัวฉินเทียนให้ไปเถอะ………”
เธอยอมแล้ว
น้ำเสียงมีความสับสนหลายอย่าง และหัวใจแตกสลาย
เธอไม่อาจจะทำให้พ่อของตนเองต้องตายไป
แต่ว่า เธอยังพูดไม่จบ ด้านนอกก็มีคนหนึ่งเข้ามา แล้วรายงานว่า “ท่านผู้นำตระกูลครับ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นครับ คนของตระกูลติงอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนเป้าหมายไป กลับไปโจมตีตระกูลเติ้งแล้ว และบริเวณใกล้ๆ ตระกูลเติ้งก็มีนักฆ่าซุ่มอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน แล้วก็พวกหวางเหล่าชีทั้งหลาย ตอนนี้ก็บุกไปยังฝั่งหวางเหล่าชี ตระกูลสวีเรารอดแล้วครับ”
พอพูดแบบนี้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่สีหน้าของมุกคนก็ผ่อนคลายลงบ้าง
รอดแล้ว
แต่ว่า เวลานี้สีหน้าของสวี่เทียนโย่วก็ซีดขึ้นมา สายตาดูหวาดกลัว “ถ่ายทอดคำสั่งไป ให้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังตระกูลเติ้ง ไปขวางคนของตระกูลติงไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
ครับ
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ในเวลานี้ ทุกคนก็อึ้งไป ก่อนหน้านี้ตระกูลเติ้งเพิ่งจะลงมือกับพวกเขาอยู่เลย สถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นเพราะตระกูลเติ้งทำขึ้นทั้งหมด แต่ว่าตอนนี้จะให้กลับหัวไปช่วยปกป้องตระกูลเติ้งอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าจะไม่ควรได้พักผ่อนเสียหน่อย
หรือนั่งรอรับผลประโยชน์ที่ควรได้หรือไง?
ทุกคนไม่เข้าใจคำสั่งนี้ รวมทั้งสวี่ซวนซวนด้วย แต่เวลานี้ สีหน้าของสวี่เทียนโย่วก็ร้ายขึ้นมา “บอกว่าให้ทุกคนไปปกป้องตระกูลเติ้งไงล่ะ”
ตอนนี้อำนาจบารมีของผู้นำตระกูลก็ถูกปล่อยออกมาเต็มที่
ทำให้ทุกคนตัวสั่นไปตามกัน
“ครับ”
ทันใดนั้นกองกำลังทั้งหลายก็ออกไปจัดการ
สุดท้าย ก็เหลือแค่สวี่ซวนซวน แต่สวี่ซวนซวนกลับเดินไปทางสวี่เทียนโย่ว แล้วก็ถามสั่นๆ ว่า “พ่อคะ เอ่อ…..เพราะอะไรคะ……..”
“บางเรื่อง เธอก็ไม่ควรรับรู้ งั้นก็ไม่ต้องรู้แล้วกัน”
สวี่เทียนโย่วพูดออกมาด้วยสายตาเย็นชา แล้วก็ออกไปจากที่นี่
“พ่อคะ”
สวี่ซวนซวนมองแผ่นหลังของสวี่เทียนโย่วเดินจากไป เย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับไม่ใช่พ่อที่เคยรักเธอคนเดิมแล้ว
และพอสวี่เทียนโย่วจากไป เขาก็มาถึงยังห้องลับแห่งหนึ่ง แล้วก็หาโทรศัพท์ใหม่มาหนึ่งเครื่อง ซิมใหม่อีกหนึ่งซิม แล้วก็โทรออกไป “เกิดเรื่องแล้ว ตระกูลติงบุกฆ่าไปยังตระกูลเติ้งแล้ว แถมยังยกกำลังทั้งตระกูลไปเลยด้วย เหมือนว่าจะพบอะไรบางอย่าง ผมได้ส่งคนออกไปแล้ว ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?”
“รอฟังคำสั่ง”
ในสายโทรศัพท์เป็นเสียงของโจ้วเหวินหัวส่งออกมา
เหมือนกับที่ฉินเฟิงคาดเดาไว้ เบื้องบนของสวี่เทียนโย่วคือโจ้วเหวินหัว แต่โจ้วเหวินหัวคนที่เขาจะติดต่อด้วยก็ต่อเมื่อเป็นช่วงเวลาที่วิกฤติที่สุด
โจ้วเหวินหัวใช้อำนาจคนเดียว ปกครองทั้งตระกูลสวีและตระกูลเติ้งสองตระกูลใหญ่