เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 548 เติ้งเยว่หัว “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!”
- Home
- เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน
- บทที่ 548 เติ้งเยว่หัว “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!”
“เฮือก……”
ไอ้กาดำตัวสั่นระริก เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ชั่วพริบตาเดียว แค่ชั่วพริบตาเดียวจริงๆ เขาก็ถูกเหยียบหน้าอกไว้แล้ว จากนั้นก็รู้สึกเหมือนภูเขามาทับที่หัวไว้
ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้เลย
ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงความตายที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เขาสังหรณ์ใจว่า ถ้าเขาขัดขืนล่ะก็ อาจจะตายจริงๆ ก็ได้ ทันใดนั้น ไม่ว่าจะเป็นเติ้งเยว่หัว หรือสาวสวยที่ไหน แฟนเก่าอะไร ก็ไม่เกี่ยวกับเขาทั้งนั้น
ตอนนี้เขาแค่อยากมีชีวิตรอดเท่านั้น
ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะดิ้นเพียงเล็กน้อย กลัวฉินเฟิงจะออกแรงเหยียบลงไปที่หัวของเขา
“เป็นไง?”
ฉินเฟิงเงยหน้า แล้วก็ยิ้มเบาๆ
เติ้งเยว่หัวก็ค่อนข้างตกใจ ผู้ชายแข็งแกร่งมากเลย เป็นผู้ชายที่น่าเกรงขาม แล้วหัวใจของเธอก็ถูกดึงดูดไปแล้ว จากนั้นเติ้งเยว่หัวก็ดื่มเหล้าในแก้วไปจนหมด ใบหน้าก็เริ่มแดง
จากนั้นก็มาฟุบลงที่ตัวของฉินเฟิง สายตาออดอ้อน มือดึงที่คอเสื้อของฉินเฟิง แล้วก็พูดออกมากลิ่นหอมๆ ว่า “โรงแรมอยู่ข้างๆ”
“ครับ”
ฉินเฟิงยิ้ม แล้วก็อุ้มเติ้งเยว่หัวออกไป
ส่วนไอ้กาดำคนนั้น ก็ยังไม่กล้าขยับตัว นอนนิ่งอยู่ที่พื้น หายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ ตาเหลือกออกมา มีความกลัวอย่างสุดขีด ไม่มีใครรู้หรอก ว่าเมื่อครู่นี้เขาเจอกับอะไร
ราวกับว่า มันอยู่ห่างจากนรกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ก้าวเดียวเท่านั้น
ก้าวเดียวจริงๆ
ถ้าเขาขยับตัวแม้แต่น้อย ก็ตายแน่
“ให้ตายเถอะ นี่มันใครกันวะเนี่ย ถึงได้เข้ามาที่เมืองเปียนไห่”
ไอ้กาดำนอนอยุ่ที่พื้น เขาอยู่ในวงการผู้มีอิทธิพลของเมืองเปียนไห่มา20กว่าปี เจออะไรมาหมดแล้ว แต่ไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย เป็นเหมือนมารร้าย เป็นเหมือนปีศาจร้าย
ที่ทำให้คนหวาดกลัว
แต่ว่า ถ้าฉินเฟิงเอาหน้ากากเขี้ยวออกมาล่ะก็ เกรงว่าเขาคงจะต้องตกใจมากกว่านี้แน่นอน
Mr.X ถึงจะเป็นปีศาจร้ายตัวจริง
และในตอนนี้ ฉินเฟิงก็กำลังอุ้มเติ้งเยว่หัวไปยังโรงแรมนั้น สีหน้าค่อนข้างเมา สายตาล่องลอย ซบอยู่บนหัวไหล่ของฉินเฟิง หายใจอุ่นๆ ออกๆ
เธอเป็นผู้หญิง เธอรู้ดี ว่าจะทำอย่างไรให้ฉินเฟิงเกิดความเร่าร้อนขึ้นมาได้
แต่ว่า เธอกลับไม่รู้ว่า ตอนที่เธอและฉินเฟิงจะเข้าประตูไปนั้น มีคนถ่ายรูปเอาไว้ได้หนึ่งรูป
และจากนั้น ฉินไพล่หลังก็เปิดห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท จากนั้นก็เดินเข้าไป เอาตัวเติ้งเยว่หัวนอนลงบนเตียง จากนั้นเติ้งเยว่หัวก็รั้งแขนของฉินเฟิงไว้ คิดจะจูบฉินเฟิง
เพราะว่า ถึงฉากสวีทแล้ว
แต่ว่า ฉินเฟิงไม่ได้รับจูบนั้นไว้ แต่กลับปัดมือของเติ้งเยว่หัวออก “รีบร้อนทำไม วันนี้ยังมีเวลาอีกเยอะ พวกเราค่อยๆ ทำกันไป บุหรี่ผมหมด เดี๋ยวผมลงไปซื้อบุหรี่หน่อย”
“ได้ค่ะ”
เติ้งเยว่หัวก็ไม่ได้สนใจ
มีอะไรต้องไปสนใจ ก็แค่ไปซื้อบุหรี่ซองเดียว เพราะว่าเดี๋ยวถอดเสื้อผ้าไปแล้ว ก็ขี้เกียจลงไปแล้ว เธอรู้ว่าพวกผู้ชาย พอเสร็จกิจบนเตียงแล้ว ก็จะชอบสูบบุหรี่
เธอก็เจอมาก่อน
ดังนั้น ก็เลยโบกมือ เพื่อให้ฉินเฟิงลงไป
และจากนั้น เธอก็ไปอาบน้ำ
พอฉินเฟิงออกประตูมา องครักษ์หมาป่าก็เข้ามารายงาน “นายพลครับ ถ่ายรูปไว้ได้แล้วครับ กล่องวงจรปิดบริเวณนี้ พวกเราก็ได้จัดการทำให้พังไปหมดแล้ว แถวนี้ไม่มีคนติดตามมาครับ”
“ดี ไปเถอะ”
ฉินเฟิงโบกมือ
เสร็จภารกิจแล้ว ก็เผ่นล่ะ
และหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง เติ้งเยว่หัวก็อาบน้ำจนสะอาดทุกซอกทุกมุม จากนั้นก็สวมเสื้อคลุมอาบน้ำสุดเซ็กซี่เดินออกมาจากห้องน้ำ จากนั้นก็เป่าผมไปด้วย รอฉินเฟิงไปด้วย
จากนั้น
10นาทีผ่านไป
20นาทีผ่านไป
30นาทีผ่านไป
“ไปไหนเสียล่ะ?”
เติ้งเยว่หัวนอนอึ้งอยู่บนเตียง เธอรอมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว ไปซื้อบุหรี่แค่ซองเดียว ไปซื้อที่มณฑลอื่นหรือไง?
ทำไมยังไม่กลับมาอีก
เติ้งเยว่หัวพลิกตัวไปมาบนเตียง เธอก็ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของฉินเฟิงเสียด้วย และไม่รู้ว่าฉินเฟิงชื่ออะไรเสียด้วยซ้ำ เธอยังสวมเสื้อคลุมอาบน้ำอยู่เลย เติ้งเยว่หัวก็สับสนวุ่นวายไปหมด
“คนคนนี้มาหลอกเอาเงินงั้นหรือ? แล้วทำไมถึงไม่มาหลอกเอาความสวยไปด้วยล่ะ”
เติ้งเยว่หัวเกาหัว แล้วก็หัวเสียไป
นี่มันอะไรกันแน่
ไปไหนเสียแล้วล่ะ
หรือว่าจะมาหลอกเอาเงินจริงๆ?
เติ้งเยว่หัวก็รีบตรวจดูสิ่งของในกระเป๋าตนเองทันที จากนั้น ก็ไม่พบว่ามีอะไรหายไป แล้วเติ้งเยว่หัวก็อึ้งไป “ก็ไม่ได้มาหลอกเอาเงินนี่นา ตั้งชั่วโมงนึงแล้ว ทำไมยังไม่มีอีก”
เงินก็ยังอยู่นี่
ความสวยก็ยังอยู่ที่นี่
แต่ว่า ไปไหนเสียล่ะ?
เติ้งเยว่หัวรับสวมเสื้อผ้า แล้วก็ลงไป เติ้งเยว่หัวรีบมาพูดที่หน้าเคาท์เตอร์ว่า “ผู้ชายที่ปุ้มฉันกลับมาก่อนหน้านี้ ไปไหนแล้ว?”
“คุณผู้ชายท่านั้น ไปแล้วค่ะ”
“ไปแล้วงั้นหรือ?”
เติ้งเยว่หัวก็รู้ว่าไปแล้ว แต่เธออยากรู้ว่าไปไหน ก็เลยรีบถามว่า “” แล้วเขาไปที่ไหนคะ?
“ดิฉันไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เขาเดินออกประตูไปเลย จากนั้นก็ไม่กลับมาเลย” พนักงานที่เคาน์เตอร์ตอบ
“ฉันขอดูกล้องวงจรปิดหน่อยค่ะ”
เติ้งเยว่หัวขมวดคิ้ว
กล้องวงจรปิดไม่ได้มีไว้ถ่ายที่ทางเดินในโรงแรมเท่านั้น ยังติดไว้ด้านนอกด้วย ขอเพียงได้ดูกล้องวงจรปิด ก็พอจะรู้ได้ว่าชายคนนี้ไปที่ไหนแล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้น อย่างไรเสียที่หน้าประตูก็มีที่ให้ซื้อบุหรี่มากมาย
และที่เคาน์เตอร์เองก็มีบุหรี่ขาย
เพียงแต่ว่า พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็ส่ายหัว “ต้องขอโทษด้วยนะคะ วันนี้กล้องวงจรปิดเสียค่ะ พวกเรากำลังทำการซ่อมแซมอยู่ค่ะ”
“กล้องเสียงั้นหรือ?”
เติ้งเยว่หัวเกาหัว แล้วก็หน้าบึ้ง
นี่มันอะไรกันแน่
มาหลอกเอาเงินหรือเปล่า?
หรือมาหลอกปล้นสวาท?
ก็ล้วนไม่ใช่ แล้วจะอุ้มเธอมาที่โรงแรมทำไมกัน อุ้มมาเล่นๆ หรือไง?
“ให้ตายเถอะ”
เติ้งเยว่หัวเดินวนอยู่ที่เดิม คิดไม่ตกจริงๆ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง เธอมั่นใจ ว่าฉินเฟิงกำลังล้อเล่นกับเธอ เธอก็เลยรีบโทรออกไปทันที “เอ่อ…….ช่วยฉันสืบหน่อย………เอ่อ”
เธอนึกขึ้นได้ ว่าเธอไม่รู้จักชื่อ ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อของผู้ชายคนนั้นเสียด้วยซ้ำ และตอนนี้กล้องวงจรปิดก็เสีย เธอไม่มีรูปเลยสักบานเดียว
เจ็บไข่แล้วสิ
ไม่
เธอไม่มีไข่ให้เจ็บ
“ไปหาคนในผับที่ได้เห็นหน้าตารูปพรรณสัณฐานของผู้ชายคนนั้น แล้ววาดออกมา จากนั้นไปหาตัวมาให้ฉัน” เติ้งเยว่หัวกล่าว
เธอโทรหาคนของตระกูลเติ้ง
มีเพียงวิธีโง่ๆ แบบนี้เท่านั้น ไม่มีวิธีอื่นแล้ว
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”
เติ้งเยว่หัวเกาหัว แล้วก็เดินออกโรงแรมไปหน้าเหวอๆ นี่มันเรื่องอะไรกัน เธอมาที่นี่ด้วยอารมณ์เต็มเปี่ยม จากนั้นชายคนนั้นก็กลับออกไป แถมยังไม่ได้มาหลอกเอาเงินหรือเอาตัวเธอเลย
งงจริงๆ
โดยที่เธอไม่รู้ว่า เวลานี้ฉินเฟิงใช้โทรศัพท์สาธารณะข้างทางโทรหาติงป่าวซาน
“ใคร?”
ในสายมีเสียงของติงป่าวซานส่งออกมา
“ฉินเฟิงก็ทำเสียงต่ำ ทำเป็นเสียงแหบๆ “ผมคือพวกขายข่าว มีข่าวจะมาขายให้กับคุณ ราคา5ล้าน ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นตายกับตระกูลติงของพวกคุณ และมีเวลากระชั้นชิดมาก มีเวลาให้คุณตัดสินใจ10นาที อ่อแล้วก็ คุณอาจจะไม่เชื่อผม แต่ในกระถางต้นไม้หน้าบ้านคุณ มีของสิ่งหนึ่ง คุณเห็นแล้วก็จะเชื่อผมเอง”
พูดจบ ฉินเฟิงก็วางสายไป
ได้เหยื่อมาแล้ว เหลือแค่รอให้ปลามากินเบ็ด