หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 88
“ไม่ แต่ถ้าคุณกล้าช่วยเหยาซื่อทำร้ายโย่วโย่ว ก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องลูกอีก!”
ซูเหยาเหยาไม่สนใจว่าเขาจะเป็นเจ้านายหรือไม่ ใครก็ตามที่ตั้งใจจะทำร้ายโย่วโย่วถือเป็นศัตรูกับเธอ
จงอี้รู้สึกประหลาดใจ เขามีความหวังอันริบหรี่แล้วใช่ไหม!
เหยาซื่อถือโทรศัพท์ของเขา เขาต้องการโทรหาซือโย่ว แต่เขาทำไม่ได้ ราวกับว่ามือของเขาถูกใครบางคนกดทันไว้ คำพูดของจงอี้ก้องอยู่ข้างในหูของเขา เขานึกถึงฉากตอนที่เขาไปที่ห้องเมื่อเช้านี้และดวงตาของซือโย่วเป็นสีแดงและบวมด้วยคราบน้ำตาบนใบหน้าของเธอ เหยาซื่อค่อนข้างรำคาญกับความคิดนี้
ปัง!
เหยาซื่อโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
ผู้ช่วยหลี่ตกใจ ขณะยืนอยู่ข้าง ๆ หลังจากวางแฟ้มไว้ที่บนโต๊ะทำงานให้เหยาซื่อ เขาไม่กล้าทำอย่างอื่นอีกเลย
เขารู้ว่าเจ้านายกำลังโกรธ!
เมื่อกินอิ่มจนพอใจแล้ว ซือโย่วจึงนอนคว่ำบนเตียงและจ้องมองกล่องอัญมณีที่เธอนำกลับมาจากบ้านแม่
มันเป็นกล่องที่สวยงามจริง ๆ และยิ่งเธอมองมันมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งชอบมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงตั้งใจที่จะหาช่างทำกุญแจเพื่อเปิดกล่อง
เมื่อคืนเธอคิดว่าเหยาซื่อคงโกรธมากจนขังเธอไว้ในห้องตลอดเวลา แต่เขาเปิดประตูได้ในตอนเช้า
ทว่าปีศาจสาวกลับไม่รู้สึกขอบคุณหรอก! เขาไม่มีทางขังเธอได้! ไม่มีทาง!
การทะเลาะกับเหยาซื่อไม่ได้ทำให้ซือโย่วเสียงชื่อเสีง แต่ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นแทน ซือโย่วเลือกชุดเดรสสีแดงจากตู้เสื้อผ้าอย่างเบามือ มันดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์ จากนั้นเธอก็อดทนกับการแต่งหน้าที่บอบบาง เมื่อเทียบสไตล์เรียบง่ายตามปกติของเธอ ซือโย่วจงใจทำให้ตัวเองดูน่าสนใจในวันนี้
เมื่อเห็นหญิงสาวที่บันได เสี่ยวชิงก็ตกตะลึง หญิงสาวในชุดสีแดงเพลิงอุ้มสุนัขสีขาวราวกับหิมะไว้ในอ้อมแขน เธอมัดผมไว้ครึ่งหนึ่ง ผมของซือโย่วยาวเลยไหล่ของเธอทำให้ทั้งหลังของเธอเผยอออกมาให้เห็น เสี่ยวชิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เรียกซือโย่วว่า ‘เด็กไร้เดียงสา’ ที่จริงเธอไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา แต่เป็นผู้หญิงที่น่าดึงดูด!
“ฉันจะออกไปข้างนอกตอนนี้” ซือโย่วกล่าวอย่างไม่แยแส
“ฉันจะไปกับเธอ” เสี่ยวชิงละทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ทันที โดยมุ่งความสนใจไปที่ซือโย่วอย่างเต็มที่
ซือโย่วยิ้ม “ยังไงก็ได้!”
ตอนที่เหยาซื่อได้รับภาพที่เสี่ยวชิงส่งมาให้ เขาโกรธมากจนหักปากกาในมือ
“ซือโย่ว เธอกล้ามาก!”
เธอไม่ควรแต่งตัวแบบนั้นออกไปข้างนอก! แม้ว่าเธอจะดูน่าทึ่ง ทว่าเหยาซื่อก็อดไม่ได้ที่จะอยากเอาชนะใครสักคนในทันทีที่เขานึกถึงรอยยิ้มที่น่าเบื่อของคนเหล่านั้น เมื่อซือโย่วเดินอยู่บนถนน!
ดูเหมือนว่าการลงโทษของเขา ยังห่างไกลพอสมควรกับซือโย่ว เหยาซื่อสวมเอโค้ทของเขาตั้งใจจะกลับบ้านในทันที แต่ถูกผู้ช่วยหลี่หยุดไว้ เมื่อนึกถึงสิ่งที่สำคัญมากที่ต้องจัดการในวันนี้ เขาต้องนั่งลงอีกครั้ง
“เอาเสื้อคลุมให้เธอหน่อยสิ!” เหยาซื่อส่งข้อความถึงเสี่ยวชิง
เขาต้องจัดตู้เสื้อผ้าใหม่ทั้งหมดในคืนนี้เมื่อกลับถึงบ้าน เพราะเขาไม่รู้ว่าซือโย่วชอบเสื้อผ้าแบบไหนมาก่อน เขาจึงเตรียมชุดสองชุดสำหรับแต่ละสไตล์ หลังจากคิดได้เขาก็ตัดสินใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าในตู้ให้เป็นแขนยาวทั้งหมด!
มีอารมณ์ที่ซับซ้อนบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา เขาเกือบจะถูกซือโย่วทำให้รำคาญแทบตาย
อันที่จริงการแต่งตัวในวันนี้ค่อนข้างไม่เหมาะกับซือโย่ว เธอไม่เคยนุ่งน้อยห่มน้อยและไม่เคยสวมรองเท้าส้นสูงแบบนี้มาก่อน
“นี่. สำหรับเธอ!” เสี่ยวชิงโยนรองเท้าส้นแบนให้เธอ
เธอกล้าทำตัวแบบนั้นขณะที่ขาเป็นแผลได้ยังไง? แม้ว่าเธอจะพิการ ก็ควรจะทำแบบนี้
ซือโย่วรู้สึกอับอายมากเช่นกัน เธอไม่จำเป็นต้องโกรธขนาดนี้และตอนนี้หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความเสียใจ
“คุณค่ะ คุณช่วยเปิดกล่องนี้ให้หน่อยได้ไหมค่ะ”
ซือโย่วหาร้านทำกุญแจและยื่นกล่องให้เขา
ช่างทำกุญแจสูงวัยสวมแว่นสายตายาวและเห็ฯได้ชัดว่าเขากำลังตกใจ กับสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าเขา
ในไม่ช้าสายตาของคนรอบข้าง ก็จับจ้องไปที่ซือโย่ว เสี่ยวชิงถอดเสื้อคลุมของตนเองและสวมโค้ทให้กับร่างกายของเธอในทันที ก่อนที่สิ่งที่น่าอาจจะเกิดขึ้น
“ขอบ-ขอบคุณ…”
ซือโย่วรู้สึกอยากจะตบตัวเอง! เธอต้องเสียสติไปแล้วที่แต่งตัวแบบนี้ออกมา เธอกลายเป็นจุดดึงดูดสายตา…
ช่างทำกุญแจเก่ารีบเปิดล็อคและส่งคืนให้กับซือโย่ว
หลังจากชำระเงินแล้ว ซือโย่วแทบรอไม่ไหวที่จะกลับไปที่รถ เพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ในรถบ้าง
มันเป็นกล่องอัญมณีของคุณยาย จึงมีสิ่งที่น่าจดจำอยู่ข้างใน
ซือโย่วเปิดมัน แม้จะฝุ่นลอยออกมามากมาย
ฝุ่นเหล่านั้นทำให้เธอสำลัก จนไอออกมา
มันถูกเก็บไว้นานมาก กระทั่งมีฝุ่นอยู่ข้างใน
ซือโย่วเช็ดอย่งระมัดระวังและพบว่ามีเพียงตัวอักษรและรูปภาพอยู่ในนั้น
ซือโย่วหยิบภาพขึ้นมาและจ้องมองอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแสงแดด
“คุณปู่!” ซือโย่วร้องเสียงดัง! เสี่ยวชิงตกใจ มองไปที่เธออย่างช่วยไม่ได้
ซือโย่วขยี้ตาของเธอ พิงกระจกรถและมองดูภาพอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็นภาพขาวดำ เก่า ๆ ที่ถ่ายไว้เมื่อ 40 ปีก่อน แต่ซือโย่วจำชายในภาพนั้นได้
ตอนนี้เขาคนนั้นคือปู่ของเธอ ผู้อาวุโสฉิน!
เหตุผลที่เอจำเขาได้ก็คือครั้งหนึ่ง เธอเคยเห็นภาพแบบนี้ที่บ้านตระกูลฉิน มักจะมีภาพที่เหมือนกันกับภาพนี้ในลิ้นชักข้างเตียงของผู้อาวุโสฉินและยังมีเข็มกลัดผม
แม้จะมองเห็นโครงร่างเลือนรางของผู้หญิงในภาพ ทว่าเธอดูมีความสุขมากและกำลังยิ้ม
“เธอเป็น…คุณยายของฉันเหรอ?” จิตใจของซือโย่วว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
ทำไม? ทำไมรูปของคุณปู่จึงมาอยู่ในกล่องอัญมณีของคุณยายได้ล่ะ
ซือโย่วคิดไม่ออก กระทั่งเธอเปิดอ่านจดหมาย เธอรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า…
ใบหน้าของซือโย่วซีดลงและเสี่ยวชิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
“มีอะไร? เธอไม่สบายหรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไร! ไม่เป็นไร…” ซือโย่วตะโกน
“กลับบ้านกันเถอะ! ตอนนี้เลย!”
รถกำลังแล่น ทันทีที่มันถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเหยา ซือโย่วรีบออกไปจากรถ แม้แต่ตูตู เธอยังลืม ทิ้งมันไว้ในรถ
เมื่อมองไปที่ร่างของซือโย่ว เสี่ยวชิงอุ้มตูตูออกมาด้วยความสงสัย สัญชาตญาณอันเฉียบคมของเธอบอกว่าซือโย่วต้องมีอะไรแน่ ๆ!
ซือโย่วรีบวิ่งไปที่ห้องนอนของเธอทันทีพร้อมกับกล่องอัญมณีที่อยู่ในมือ หลังจากเดินไปที่เตียง เธอคุกเข้าลงบนพรมแล้ววางกล่องลงบนเตียง
เธอยังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์และปลอบใจตัวเองให้ยอมรับความจริงเกี่ยวกับคุณยายและคุณปู่
ทว่าเธอไม่รู้จะบอกแม่อย่างไร ชีวิตของซือเหนียนถูกทำลายโดยตระกูลฉิน และแม้แต่ซือโย่วเองก็เกือบได้รับบาดเจ็บไปด้วย
เธอจะพุดกับแม่และลุงของเธอได้อย่างไร?
ลุงของเธอที่เพิ่งกลับมาก็ให้ความสำคัญกับเธอ เขาเป็นพี่ชายที่ดีของแม่ และเป็นลูกชายของผู้อาวุโสฉิน…
ซือโย่วรู้สึกว่าหนังศีรษะของเธอชาและหัวใจเต้นเร็วมาก จนรู้สึกเจ็บที่หน้าอก หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว ซือโย่วพบว่าเธอไม่มีแรงพอที่จะลุกขึ้นยืน
ซือโย่วเฝ้าถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าการเปิดกล่องเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่
ในใจเธอเต้นรัวมาก แต่ก็ไม่พบวิธีใดที่จะกำจัดมันออกไปได้ เธอกังวลมากกระทั่งขมับของเธอยังคงสั่นสะเทือน