หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 76
เวลาเกือบ 2โมง ที่เหยาซื่อมาถึงเจียหยวน
จงอี้กำลังรออยู่อย่างเงียบ ๆ ในห้องทำงานของเหยาซื่อใบหน้าบูดบึ้ง
“นายแน่ใจเหรอ?”
เหยาซื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขาและตรงไปที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารโดยไม่หยุดพักเพื่อดื่มน้ำ
“นายไม่เชื่อฉันเหรอ?” จงอี้เลิกคิ้ว
เหยาซื่อยิ้มและไม่พูดอะไร เขารู้จักจงอี้ดี ผู้ซึ่งไม่เคยขาดความรักของผู้หญิงและมีแฟนมากมาย จงอี้ไม่เคยรู้สึกหดหู่ใจเลยราวกับว่าเขาไม่สามารถอยู่ได้ปราศจากผู้หญิงสักคน
“พอกันที! บ้าเอ้ย! เธออุ้มท้องลูกของฉัน และมาปรากฏตัวต่อหน้าฉันทุกวัน แต่ฉันไม่สามารถเข้าถึงเธอได้เลย! ฉันไม่เคยรู้สึกหดหู่ใจขนาดนี้มาก่อนเลย!”
จงอี้บ่นอย่างขุ่นเคือง เสียใจมากเมื่อจำได้ว่าซูเหยาเหยาปั่นหัวเขา!
“ทำไมนายถึงไปยุ่งกับเธอล่ะ? อะไรกันหะ ยอมรับความจริงไม่ได้งั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องเต็มใจเชื่อฟังนายสักหน่อย”
เหยาซื่อพูด ทำให้จงอี้เหงื่อตกอย่างหนักด้วยความวิตกกังวล
“นายช่วยฉันหน่อยสิ”
“ช่วยอะไร? นายคิดว่าภรรยาของฉันจะทำอะไรบ้าง เชื่อไม่ล่ะถ้าเธอรู้ว่านายทำให้เพื่อนรักของเธอท้องและไม่รับผิดชอบนะ เธอฆ่านายโดยไม่ลังเลแน่!”
เหยาซื่อส่ายหน้าในความเงียบ ขบขันเมื่อนึกถึงท่าทางโกรธของซือโย่ว เขาไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนรู้เห็น ที่จะทำให้ภรรยาของเขาต้องโกรธ
“ไม่ใช่ภรรยาของนาย!” จงอี้เดินมาหาเหยาซื่อและทุบโต๊ะ
“ส่งคนของนายไปดูหน่อยว่าตอนนี้ซูเหยาเหยากำลังทำอะไรอยู่”
เหยาซื่อถามกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “มารบกวนฉันด้วยเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ทำไม? นายน้อยตระกูลจงไม่สามารถจัดการได้เองหรือไง”
จงอี้เม้มริมฝีปากด้วยความอับอาย เขาหายไปเป็นเวลาหนึ่งปีและไม่ได้กลับไปในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ โดยปกติไม่มีอะไรให้ทำนอกจากความบันเทิง ทำให้เขาถึงกับลืมบ้านไป
“เอาน่า ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
จงอี้ถามเหยาซื่ออย่างจริงจัง และในใจเขาตัดสินใจที่จะตรวจสอบเพื่อนคนนี้อีกครั้ง
“ฉันช่วยก็ได้ แต่นายต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเธอ ไม่งั้นภรรยาฉันเขาจะเสียใจ”
เขาพยายามที่จะรักในสิ่งที่ซือโย่วรักด้วย เพื่อทำให้ซือโย่วมีความสุข เหยาซื่อจะเป็นห่วงทุกคนที่อยู่รอบตัวเธอ
“ได้! เธอเป็นผู้หญิงของฉัน! ฉันจะทำอย่างนั้นกับเธอได้ยังไง”
จงอี้โบกมืออย่างกระวนกระวายและบอกเหยาซื่อว่าต้องการรู้อะไรจากนั้นก็รีบออกไป
เหยาซื่อจัดคนหลายคนให้ติดตามซูเหยาเหยาอย่างลับ ๆ จากนั้นอุทิศตัวให้กับงานของเขา เขาแทบรอไม่ไหวที่จะกลับบ้านไปหาภรรยา
ซือโย่วเตรียมอาหารตั้งแต่บ่ายสาม โดยทุ่มพลังทั้งหมดลงในอาหารมื้อนี้ เมื่อดูซือโย่วที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่วุ่นวายอยู่ในครัว เจียงเฟิงอี้พูดคุยกับพ่อบ้านอย่างมีความสุข
“ฉันบอกแล้วว่าเธอเป็นหลานสะใภ้ที่ดีใช่ไหมล่ะ? ดูสิเธอดีกับอาซื่อมากเลย!”
พอ่บ้านยังตอบอย่างมีความสุข เขาชอบหญิงสาวคนนี้มาก ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่ บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น เหยาซื่อและคุณย่าของเขาใช้เวลาอยู่ในบ้านด้วยกันมากขึ้น
ซือโย่วสามารถยืนขึ้นได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผลแล้ว ด้วยการเคลื่อนไหวที่ยังไม่แข็งแรง เธอสามารถยืนได้นานเท่าที่ต้องการ แม้คนรับใช้จะชักชวนให้พัก แต่ซือโย่วยืนยันที่จะทำอาหารทุกจานด้วยตัวเอง
อาหานจานสุดท้ายเพิ่งเสิร์ฟบนโต๊ะ เมื่อเหยาซื่อกลับมาถึง ซือโย่วเตรียมอาหารเย็นอย่างสุดฝีมือ เหยาซื่อมองไปที่อาหารนึ่งรู้สึกสะเทือนใจ
‘แบบนี้สินะที่เรียกว่าบ้าน’
“อาซื่อกลับมาแล้ว มา ๆ มานั่ง”
เจียงเฟิงอี้กวักมือเรียกเหยาซื่อเข้ามา
“หน่ายน่าย” เหยาซื่ออารมณ์ดี เจียงเฟิงอี้กระซิบบางอย่างที่ข้างหูของเขา
“เข้าใจแล้วหน่ายน่าย”
เหยาซื่อมองไปที่ซือโย่วในความเงียบ หน่ายน่ายพูดถูก พวกเขาแต่งงานกันมานาน ยังไม่ได้จัดงานแต่งงานเลย ตอนนี้เขาตัดสินใจที่จะเรียนรู้ที่จะรักซือโย่วแล้ว แล้วเขาจะไม่ปิดบังเรื่องของเธออีกต่อไป เขาจะประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่านี่คือคุณผู้หญิงเหยา ภรรยาของเขา!
ซือโย่วถูมือของเขานั่งลงข้าง ๆ เหยาซื่อ ตักปลาลงในชามของเขา
“ปลาตุ๋นที่คุณชอบไง ลองดูสิคะ?”
ซือโย่วแสดงรอยยิ้มที่ยิ้มแย้มสดใส ครั้งแรกที่เธอทานอาหารเย็นร่วมกับคุณย่า เธอสังเกตเห็นว่าเหยาซื่อมักจะกินปลาตุ๋นเป็นส่วนใหญ่ เหยาซื่อหยิบมันขึ้นมาด้วยตะเกียบและยัดเข้าปากของเขา รสชาติดีและนุ่มนวล ช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่สาวฉลาดคนนี้ถึงกับแอบจดจำว่าเขาชอบอะไร!
“หน่ายน่ายทานสิค่ะ!”
ซือโย่วตักอาหารลงในจานให้กับเจียงเฟิงอี้ อย่างยิ้มแย้มและวางไว้หน้าเธอ เจียงเฟิงอี้ยิ้มหน้าบาน พอใจกับหลานสะใภ้ของเธอจริง ๆ
“ทำไมวันนี้คุณมีความสุขจัง” เหยาซื่อถามเบา ๆ
“มีข่าวดีล่ะ! ฉันได้เป็น CA แล้ว!” ซือโย่วกระซิบอย่างภาคภูมิใจ
“ใช่เหรอ?”
เห็นได้ชัดว่าเหยาซื่อเดาเหตุผลได้อยู่แล้ว แต่เขาจงใจถามซือโย่ว เขาเพิ่งพบว่าซือโย่วน่ารักมากในตอนนี้ ความสุขแบบนั้นจากก้นบึ้งของหัวใจของเธอ ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และทำให้เขามีความสุขอย่างสุดขีด
“เหยาซื่อ พรุ่งนี้ฉันจะพาคุณไปทานข้าวข้างนอกนะคะ”
ซือโย่วบอกเหยาซื่อ เกี่ยวกับการสนทนาของเธอกับซูเหยาเหยา ดูเหมือนว่าเหยาซื่อจะตั้งใจ ทว่าเขากำลังคิดบางอย่างด้วยตัวเอง
ดูเหมือนเธอจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซูเหยาเหยา
“คุณคิดว่าไง”
ซือโย่วขัดจังหวะความมึนงงของเขาอย่างกระวนกระวายใจ รู้สึกผิดกับความต้องการของเธอ เพราะเธอสัญญากับเหยาซื่อไว้แล้วว่าจะอยู่แต่บ้าน
“ได้ ผมจะไปกับคุณ” เหยาซื่อได้ชิมอาหารครบทุกจาน บอกตามตรงว่าฝีมือการทำอาหารของหญิงสาวคนนี้ยอดเยี่ยมมาก
…
“เอาล่ะ…”
ซูเหยาเหยาไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมแม่ของเธอ และนอนดึกเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งแท็กซี่กลับ ตอนนี้เวลาจึงล่วงเลยมาถึง 4ทุ่มแล้ว เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน
จากจุดที่เธอลงรถไปยังบ้านของเธอ ใช้เวลาเดินเท้าต่ออีกประมาณ 5 นาที ความรู้สึกว่ามีคนบางคนเดินตามมาตลอดทาง
‘ทำไมกัน..?’
อาจเพราะการตั้งครรภ์ ซูเหยาเหยาจึงใช้มือปิดหน้าท้องส่วนล่างของเธอโดยไม่รู้ตัว ‘นี่เป็นเส้นทางที่คุ้นเคยและฉันก็มักจะเข้ากับเพื่อนบ้าน ทำไมฉันต้องทำตัวงี่เง่าแบบนี้ด้วย’
หลังจากสงบลงในที่สุดซูเหยาเหยาก็ฮัมเพลงดัง ๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเอง ขณะที่เธอเดินช้า ๆ กลับบ้าน
เมื่อถึงประตูบ้าน ซูเหยาเหยาหยิบกุญแจออกมาในความมืด ทว่าเธอถูกกอดจากด้านหลังโดยร่างใครบางคนเมื่อประตูเปิดออก
“อา!” ซูเหยาเหยาโยนกุญแจออกไปและทุบตีชายคนที่อยู่ข้างหลังด้วยกระเป๋าของเธอโดยไม่รู้ตัว
“ฉันเอง!”
จงอี้อธิบายอย่างเย็นชาในขณะที่อดทนต่อการโจมตีของซูเหยาเหยา ใบหน้าของเขาขุ่นมัว
“มีอะไร?” ซูเหยาเหยาพูดกับเขา “คุณแอบตามฉันมากลางดึกแบบนี้ เกือบทำให้ฉันหัวใจวาย”
“คุณมาทำอะไรที่นี่?” ซูเหยาเหยาเปิดไฟให้จงอี้ ‘เป็นไปได้ไหมที่เขาตามฉันมาตลอดทาง?’
ซูเหยาเหยามองเขา ทำให้เธอนึกถึงฝีเท้าที่อยู่ข้างหลังเธอ
“คนวิปริต…” ซูเหยาเหยาพึมพำ