หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 101
จงอี้เบื่อที่จะเปิดเว่ยป๋อ เพราะรูปที่เหยาซื่อส่งมาให้ดู
ในรูปนั้นมีเขากับซือโย่วยิ้มให้กันและกัน ฉากหลังเป็นสวนสุดแสนโรแมนติกและแสงไฟราวกับความฝัน
จงอี้สำลักและเหนื่อยแทบตายจนพูดไม่ออก เหยาซื่อสมัครไมโครบล็อกนี้เพื่อทำโฆษณาธุรกิจของเขาอย่างเป็นทางการมาเป็นเวลานาน แต่ดูสิ เขาแสดงความรัก และเปิดเผยต่อสาธารณะ!
ซูเหยาเหยามองดูอย่างอยากรู้อยากเห็นและรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าจงอี้ในทันที
“ว้าว!” ดวงตาของซูเหยาเหยาช่างโรแมนติก เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของซือโย่ว ทำให้อารมณ์ของเธอผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก
“ชอบเหรอ ไว้ผมจะพาไปบ้าง”
“ลืมมันไปเถอะ…” ซูเหยาเหยากลับไปที่ของตัวเอง ก้มศีรษะลงและไม่พุดอะไร หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวลทำให้คนเป็นทุกข์
จงอี้วางโทรศัพท์มือถือของเขาลง ปิดทีวี และพาซูเหยาเหยากลับไปที่ห้องนอน
วันนี้เขาอยากคบหากับเธออย่างเปิดเผย เธอเป็นภรรยาของเขา ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!
………..
ในวิลล่าทรงเตี้ยย้อนยุค ชายร่างสูงเพรียวยืนอยู่เพียงลำพังข้างหน้าต่างพร้อมกับไวน์ในมือ ฟ้าร้องนอกหน้าต่างไม่เพียง แต่ฟ้าร้องเท่านั้น ทว่าพายุฝนกำลังกระหน่ำลงมา ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังซิงเฉินซี่ระบุเบาะแสของเหยาซื่อ ในช่วงไม่กี่วันและเวลาที่ผ่านมาสำหรับเขา
ยากเกินไปที่จะหาทางเล่นงานเหยาซื่อ อู้เซ่อเยียนยากที่จะจินตนาการได้มากกว่าที่ซิงเฉินซี่จินตนาการไว้ ทว่าสภาพแวดล้อมของซิงเฉินซี่ อยู่ภายในเหยาซื่อ เขาไม่สามารถแม้แต่จะเคลื่อนไหวได้เลยแม้แต่น้อย
หากเป็นเช่นนี้เขาจะไม่มีทางเอาชนะเหยาซื่อได้ และซิงเฉินซี่ก็ไม่มีอะไรทำนอกจากปล่อยให้คนติดตามเขา
“ซือโย่วเหรอ?”
ซิงเฉินซี่พึมพำกับตัวเองว่าเขาสามารถเริ่มต้นจากผู้หญิงคนนี้ได้เท่านั้น
ซิงเฉินซี่ เป็นผลมาจากความรักนอกสมรสของบิดาของเหยาซื่อ
เขาอาศัยอยู่กับป้าของเขาตั้งแต่เขาจำความได้ ตอนอายุหกขวบ แม่ของเขาฆ่าตัวตาย ตอนนั้นเหยาซื่ออายุได้แปดขวบ หากเดือนต่อมาพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนที่แม่ของซิงเฉินซี่จะฆ่าตัวตาย เธอเหลือเพียงบ้านและเงินจำนวนหนึ่งเท่านั้น ป้าของเขาส่งซิงเฉินซี่ไปยังครอบครัวเหยาหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอก็ถูกตระกูลเหยาหันหลังให้
พวกเขาไม่เสียด้วยซ้ำว่าซิงเฉินซี่มีตัวตนอยู่ พ่อของเหยาซื่อเคยพูดต่อหน้าซิงเฉินซี่ว่าทุกอย่างในตระกูลเป็นของเหยาซื่อ ตอนที่แม่ของซิงเฉินซี่เสียชีวิต เขาคุกเข่าอยู่บ้านตระกูลเหยาและอ้อนวอนขอร้องให้พ่อไปพบแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่กระทั่งร่างแม่ของซิงเฉินซี่ถูกฝัง พ่อเหยาก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็ฯเลย
ต่อมาเมื่อเขาอายุมากขึ้น เขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพียงลำพัง
เขาเลือกเรียนหมดเพื่อช่วยชีวิตคน แม่ของเขาเสียชีวิตเพราะได้รับการรักษาที่ล่าช้า เรื่องนี้จึงเป็นแผลในใจของเขามาตั้งแต่ยังเยาว์
ชีวิตของเขาในต่างแดนเจ็บปวดและหมดหนทาง เมื่อตอนเป็นเด็ก เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการเยาะเย้ย เขาต้องขโมยของกิน ถูกคนอื่นเหยียบย่ำ เขาถูกเจ้าของบ้านขับไล่ ไร้ที่พักพิง
เพราะอะไรเล่า? ทำไมเขาต้องแบกรับเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร้เดียงสา! พ่อเหยาในฐานะพ่อของเขาไม่รับผิดชอบต่อเขาเลย แถมยังเรียกตัวเองว่าทหารเสียอีก!
แม่ที่น่าสงสารของเขา ถูกหัวเราะเยาะ ทำให้เสียใจและเสียชีวิตตั้งแต่วัยสาว ในขณะที่ครอบครัวเหยาอยู่อย่างไร้กังวล!
ดังนั้นซิงเฉินซี่จึงเลือกกลับมาที่นี่ในเวลานี้ เข้าสู่ธุรกิจ เขาไม่ชอบเอาเสียเลย ที่ต้องเลิกล้มกับความฝันที่จะเป็นหมอของตัวเอง
เขาต้องการเอาทั้งหมดที่ควรเป็นของเขาคืนมา เขาเชื่อมั่นว่าจะเอาชนะเหยาซื่อได้ เป็นหนี้ก็ควรจะจ่ายคืนเป็นสองเท่าสิ ถึงจะถูก
ซิงเฉินซี่จำได้ว่าเขาได้เพิ่งบัญชี wechat ของซือโย่ว แต่พบว่าเขาถูกเธอลบทิ้งไปแล้ว ประสบการณ์ขีวิตของซือโย่วก็ไม่ดีนักเช่นกันนี่!
ไม่รู้ว่าตระกูลฉินจะทำอย่างไรกับลูกนอกสมรสที่ไม่เป็นที่ยอมรับคนนี้ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ซิงเฉินซี่ได้เข้าใจข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับซือโย่ว
ในช่วงไม่กี่วันที่เหยาซื่อไม่อยู่ ซิงเฉินซี่จะคว้าทุกโอกาสเพื่อดำเนินตามแผนของเขา เขาไม่มีอะไรต้องกังวล เขาต่อสู้เพียงลำพังไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จหรือพ่ายแพ้ ยิ่งพบจุดอ่อนของเหยาซื่อมากเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเขา
อันหลิงรับคำสั่งจากซิงเฉินซี่และถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ เธอเป็นอีกคนที่อาศัยในบ้านหลังนี้กับซิงเฉินซี่และป้าแก่ ๆ ของเขา
อันซิงมารับซิงเฉินซี่ในตอนนั้น เธออายุเพียง 20ปี เป็นลูกครึ่งจีนและออสเตรเลีย หลังจากพ่อแม่ของเธอเสียชีวิต อันหลิงก็ถูกครอบครัวของลุงขับไล่ ซิงเฉินซี่พบกับเธอที่มุมหนึ่งใต้สะพานลอย และพาเธอกลับมาอยู่ด้วย นี่ก็ผ่านมา สิบปีแล้ว
ซิงเฉินซี่เล่าประสบการณ์ทั้งหมดและแผนการแก้แค้นของเขา
งานของอันหลิงนั้นง่ายมาก คือการช่วยซิงเฉินซี่ให้ได้สิ่งที่ต้องการกลับคืนมา
หลังจากกลับบ้านได้ไม่กี่เดือน ซิงเฉินซี่ไม่มีคำแนะนำอื่นใด นอกจากให้เขาติดตามเหยาซื่อ อันหลิงไม่กล้าถามคำถามเพิ่มเติม หลังจากฝึกฝนมาหลายปี เธอก็เป็นนักฆ่าที่มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม
………….
เหยาซื่อและซือโย่วนั่งเล่นในคฤหาสน์เกือบเที่ยงคืน กระทั่งซือโย่วเริ่มหาว พวกเขาเดินจับมือกันกลับมาอย่างช้า ๆ
“อ่า ง่วงอะไรขนาดนั้น นี่ก็เพิ่งนอนกลางวันไปไม่ใช่เหรอ…” ซือโย่วหลุบตามองและเขย่าแขนของตนเอง เธอกำลังจะกลายเป็นหมูจริง ๆ นอกจากกินแล้วเธอก็อยากจะนอน
“นั่นเป็นเพราสามีของเก่งยังไงล่ะ” ดวงตาของเหยาซื่อตื้นและเหล่มอง หัวของเขาเชิดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อโย่วโย่วมองไปที่ดวงตาคู่นั้นของเขา และฟังคำพูดดี ๆ เหล่านั้น ทำให้เธอเป็นปลื้มอยู่ร่ำไป
“เป็นสัตว์นี่นะ” ซือโย่วหัวเราะอย่างขมขื่น คิดว่าคืนนี้จะปล่อยให้เหยาซื่อนอนบนพื้นดีหรือไม่
“นั่น สำหรับคุณถือเป็นสัตว์ร้ายหรือไงกัน” เหยาซื่อหน้าไม่อายและโอบแขนของซือโย่ว เช่นเดียวกับสาวน้อยขี้อาย
ซือโย่วเคยชินกับพฤติกรรมที่ผิดปกติของเหยาซื่อ เห็นได้ชัดว่าเขายังทำตัวหล่อเหลาในเวลาก่อนนี้เพียงวินาทีเดียว และกลายเป็นคนขี้โกงในเวลาต่อมา จะว่าไปแล้ว ผู้ชายก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เร็วไม่ต่างจากผู้หญิง!
……….
กลับมาที่โรงแรม เมื่อโย่วโย่วแช่น้ำอุ่นอย่างสบายตัว เหยาซื่อนั่งบนโซฟามองดูข้อความที่ส่งมา แล้วครุ่นคิดอย่างหนัก
“พี่ชาย! ขอบคุณนะ ตอนนี้ผมพร้อมประจันหน้ากับแม่ของลูกแล้วล่ะ ขอให้โชคดี”
แม่ของลูก? เหยาซื่อรีบซ่อนโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว ถ้าซือโย่วรู้เข้า เขาต้องถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ แน่
“อะ เมื่อกี้เธอหาฉันเหรอ ฉันไม่ได้รับ..” เมื่อโย่วโย่วมองไปที่โทรศัพท์ที่ไม่ได้รับสาย เธอไม่ค่อยชอบเล่นโทรศัพท์ ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างเดินทาง เธอไม่ได้สนใจโทรศัพท์ของเธอเลยด้วยซ้ำ
โย่วโย่วจึงรีบโทรกลับไปหาซูเหยาเหยา แต่อีกฝ่ายได้รับสาย
“คงหลับไปแล้วมั้ง..” ซือโย่วพูดกับตัวเอง
เหยาซื่อพิจารณาว่าจะบอกควาจริงกับซือโย่วดีหรือไม่ หลังจากคิดได้แล้ว เหยาซื่อคิดว่ารอจนกว่าทริปนี้จะจบ แล้วค่อยบอกดีกว่า เขาไม่อยากทำลายบรรยากาศที่สวยงามระหว่างพวกเขาในตอนนี้
“เราอยู่โรงแรมเพียงห้องเดียวเหรอ” ซือโย่วสังเกตเห็นว่ามีเพียงลูกค้าเพียงสองคนเท่านั่นที่อยู่ที่นี่ ทั้งวันเธอไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน
“ใช่แล้วล่ะ ที่นี่ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ” เมิ่งเยียนเพิ่งถูกสร้างขึ้น
เหยาซื่อพาซือโย่วมาสัมผัสก่อน หากไม่มีปัญหาจะเปิดตัวในเดือนหน้า
“เป็นเจ้านายนี่ช่างตามใจตัวเองเสียจริง..” โย่วโย่วกระซิบ
เหยาซื่อเลิกคิ้ว เขาไม่เห็นจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดแปลกตรงไหน
“เป็นเจ้าของไม่ดีเหรอไง?”
โย่วโย่วทำตามองบน “เป็นเถ้าแก่จะไม่น่าสนใจได้ไง ถ้าฉันมีเงิน ฉันก็อยากจะทำธุรกิจของตัวเองเหมือนกัน”