ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1180 ผมไม่เก่ง แต่ผมเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของฉางห ยางเกมส์
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 1180 ผมไม่เก่ง แต่ผมเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของฉางห ยางเกมส์
บทที่ 1180 ผมไม่เก่ง แต่ผมเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของฉางห ยางเกมส์
หลังจบการประชุม ความคิดของคนในบริษัทก็เป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน ก่อนหน้านี้ทุกคนมีอคติกับเมิ่งชั่ง แต่พอเมิ่งชั่งวิเคราะห์ความตั้งใจของบอสเผย ได้อย่างถูกต้องแม่นยํา ทุกคนก็เชื่อว่าเขาทําตามแนวทางการประชาสัมพันธ์ของบอส เผยอย่างเคร่งครัด ถ้าเป็นแบบนั้น จะมีอะไรให้ต้องกังวลอีก ก่อนหน้านี้หลายคนย้ายมาแพลตฟอร์มเจาลู่ด้วยความไม่มั่นใจ เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่าบอสเผยมีทัศนคติยังไงกับแพลตฟอร์มนี้ ถ้าบอสเผยให้การสนับสนุนเต็มที่ ทําไมต้องซ่อนความสัมพันธ์กับเถิงต๋าและให้
เริ่มต้นจากศูนย์ในโหมดยากระดับนรกด้วย แต่ถ้าบอสเผยไม่สนับสนุน ทําไมต้องทุ่มเงินสร้างแพลตฟอร์มและย้ายพนักงาน
หลักจากกิจการต่างๆ มาดูแลด้วยล่ะ มันดูขัดแย้งกันมาก แต่พอได้ฟังที่เม่ิงชั่งอธิบาย ทุกคนก็เข้าใจ ปรากฏว่าบอสเผยไม่ใช่แค่สนับสนุนและใส่ใจแพลตฟอร์มเกมนี้ แต่ยังมีแผนการ ที่ลึกซึ้งกวา่นั้น!
ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ขอแค่ทุกคนทํางานที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดี แพลตฟอร์มเกมก็จะเป็นที่นิยม แน่นอนในอนาคต บอสเผยมีพลังพิเศษแบบนั้น!
ด้วยเหตุนี้พอกลับถึงโต๊ะทํางาน ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาทํางานกันอย่างขยันขันแข็ง ถังอี้ซู่กับหลี่หย่าต๋ากลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง พื้นที่สํานักงานนี้มีห้องทํางานแยก หลี่หย่าต๋าเลยตั้งใจจะให้ถังอี้ซู่ใช้เป็นห้อง
ทํางานส่วนตัวเพราะเป็นผู้ดูแล แต่ถังอี้ซู่ค้านหัวชนฝาและยืนกรานว่าจะนั่งทาํงานร่วมกับหลี่หย่าต๋าในโซนทํางาน หลี่หย่าต๋าโน้มน้าวยังไงก็ไม่สําเร็จ เลยต้องเปลี่ยนห้องทํางานแยกเป็นห้องรับรอง
แทน เอาไว้ใช้ต้อนรับคนจากบริษัทอื่น ถึงจะมีห้องประชุมขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่มักรับแขกแค่สองสามคน ห้องประชุม
ใหญ่กว้างขวางเกินไป ห้องเล็กตรงนี้จึงเหมาะทําเป็นห้องรับรองมากกว่า หลังจากนั่งประจําโต๊ะ หลี่หย่าต๋าก็เล่าให้ถังอี้ซู่ฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับบริษัทเกมสอง
แห่งที่จะแวะมาวันนี้ บริษัทหนึ่งมีเกมวางขายบนแพลตฟอร์มและช่องทางจําหน่ายต่างๆ ดําเนินงานกัน
อย่างเสถียรมาได้ระยะหนึ่งแล้ว คุณภาพของเกมก็เป็นที่ยอมรับ สําหรับผู้พัฒนาเกมไม่เคยมีคําว่าช่องทางจําหน่ายเยอะเกินไป เพราะยิ่งปล่อย
หลายช่องทาง ผู้เล่นก็จะเยอะข้ึน รายได้ก็จะเพิ่มขึ้น อีกบริษัทยังพัฒนาเกมอยู่ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบสุดท้าย ถึงคุณภาพจะ
กลางๆ และไม่ใช่ผลงานที่ดึงดูดความสนใจมากนัก แต่เป็นเกมใหม่ หลี่หย่าต๋าเล่าพื้นเพของทั้งสองบริษัทและระบบการเล่นพื้นฐานของทั้งสองเกมให้
ถังอี้ซู่ฟัง
โชคดีที่ระบบเกมค่อนข้างเรียบง่าย ถังอี้ซู่จึงเข้าใจได้ง่าย หลี่หย่าต๋าตั้งใจจะทําหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดี ระหว่างการเจรจากับบริษัทเกมอื่นๆ เธอ
จะไม่เข้าไปรว่มคุยด้วยและไม่แม้แต่จะปรากฏตัวให้เหน็ เพราะหน้าที่ที่บอสเผยมอบให้เธอคือเป็นผู้ชว่ยที่ดี นอกจากนั้นยังเป็นการป้องกันข้อมูลรั่วไหล ตามหลักแล้วบริษัทเกมจนีส่วนใหญ่ในจิงโจวไม่รู้จักหลี่หย่าต๋า เพราะหลี่หย่าต๋าไม่ได้ทําตําแหน่งหัวหน้านักออกแบบมานานแล้ว แถมยังชอบเก็บ ตัว ไม่ค่อยโผล่หน้าให้ใครเห็น เถิงต๋าเองก็ไม่เคยติดต่อกับบริษัทเกมรายอื่น เรื่อง การร่วมมือยิ่งไม่ตอ้งพูดถึง หลี่หย่าต๋าไม่เคยติดต่อกับคนจากบริษัทอื่นเลย และไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหน
ข้อมูลเกี่ยวกับเธอจึงแทบไม่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้นถ้าพูดถึงเถิงต๋า คนที่ทุกคนให้ความสนใจมากท่ีสุดมักเป็นบอสเผย เหมือนกับสตูดิโอที่มีผลงานดีเย่ียม ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับโปรดิวเซอร์เป็นอย่างดี
แต่ใครจะสนใจลูกนอ้งมือหนึ่งของโปรดิวเซอร์คนนั้น แถมลูกน้องมือหนึ่งท่ีว่ายังเปลี่ยนคนอยู่บ่อยๆ แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ เพื่อความปลอดภัย หลี่หย่าต๋าตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปร่วมคุยด้วย และปล่อยให้
คนอื่นคิดว่าเธอเป็นเพียงพนักงานธรรมดาทั่วไป ทําแบบนี้จะปลอดภัยกว่า
เห็นได้ชัดว่าถังอี้ซู่กังวลมาก
เพราะเธอไม่เคยมีประสบการณ์เจรจากับบอสจากสองบริษัทเกมมาก่อน หลี่หย่าต๋าปลอบ “ไม่ต้องคิดมากๆ “ตอนนี้คนที่ให้บริการช่องทางการขายเป็นขาใหญ่ในวงการเกมจีน ผู้พัฒนาทั่วไป จะเกรงใจน้องมาก น้องไม่ต้องกลัวว่าจะไปทําอะไรผิดใจพวกเขา อย่างมากก็แค่เสีย เกมไปหนึ่งเกม ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” จริงตามที่เธอพูด ในจีนผู้พัฒนาที่หัวรั้นและไม่พึ่งช่องทางจําหน่ายอื่นๆ นอกจากแพลตฟอร์ม
ทางการอย่างเถิงต๋ามีน้อยมาก สําหรับผู้พัฒนารายย่อยส่วนใหญ่ ผลงานของพวกเขาไม่ดีพอที่จะโดดเด่นขึ้นมา บนแพลตฟอร์มทางการ พวกเขาจึงต้องพยายามหาช่องทางจําหน่ายเพิ่ม เพื่อเพิ่ม โอกาสในการทําเงิน เมื่อผู้พัฒนาไม่มีความสามารถในการแข่งขันสูงพอ ผู้จัดจําหน่ายย่อมมีอํานาจใน
การต่อรองมากกว่า เพราะช่องทางจําหน่ายกมุทรัพยากรและผู้เล่นไว้ในมือ ตอนนี้ไม่เว่อร์เกินไปเลยที่จะบอกว่าผู้จัดจําหน่ายรายย่อยในจีนเขี้ยวลากดินกัน
สุดๆ หลายเจ้าขอส่วนแบ่งมากกว่า 70% ดังนั้นถึงอัตราส่วนแบ่ง 50:50 ของแพลตฟอร์มเจาลู่จะดูหน้าเลือด แต่ก็ไม่ได้
สูบเลือดสูบเนื้อกันขนาดนั้น อยู่ที่ว่าเอาไปเทียบกับใคร ถังอี้ซู่พยายามจําข้อมูลพื้นฐานที่หลี่หย่าต๋าเล่าให้ฟัง แต่ยังไม่ทันจะจําได้แม่น พนักงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเรียก “ผู้อํานวยการถัง ตัวแทนจากบริษัทแรกมาถึงแล้ว ค่ะ อาจเพราะวันนี้รถไม่ติดก็เลยมาถึงก่อนเวลาสิบนาที” วิธีเรียกถังอี้ซู่ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน ส่วนใหญ่นอกจากไม่กี่คนในเถิงต๋าที่ถูกเรียกว่าบอส X ทุกคนจะเรียกกันด้วยชื่อ หรือไม่ก็มีพี่นําหน้า เพราะบรรยากาศการทํางานในเถิงต๋าค่อนข้างสนิทสนมกลม เกลียว ไม่มีการแบ่งลําดับชั้นมากนัก แค่ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองและดูแล งานที่แตกต่างกันไป แต่ปัญหาคือถังอี้ซู่เด็กกว่าและมีประสบการณ์น้อยกว่าพนักงานกลุ่มน้ี จะเรียกว่า ‘พี่’ ก็ฟังดูไม่เหมาะ แต่ถ้าเรียกชื่อเฉยๆ หรือเรียก ‘น้องถัง’ ก็ไม่เหมาะอีก เหมือนกัน ดังนั้นตามธรรมเนียมของเถิงต๋า กรณีนี้ให้เรียกว่า ‘ผู้อํานวยการถัง’ ซึ่ง หมายความว่าถังอี้ซู่เป็น CEO ของบริษัทในนาม แต่ในทางปฏิบัติเป็นตัวแทนที่บอส เผยส่งมาดูแลกิจการแทน ถังอี้ซู่รีบตอบด้วยความตกใจ “อะไรนะคะ หนูยังจําไม่ได้เลย…” หลี่หย่าต๋าพูดขึ้น “ไม่เป็นไร จําไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาเกรงใจน้องอยู่แล้ว ไม่ต้อง
กลัว ไปพบแขกที่ห้องรับรองเถอะ อย่าปล่อยให้เขารอนาน” ถังอี้ซู่ลังเลเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปพบกตัวแทนของบริษัทเกมด้วยความ
หวั่นวิตก
…
พนักงานยกชามาเสิร์ฟในหอ้งรับรอง ถังอี้ซู่นั่งอยู่บนโซฟา พยายามบังคับตัวเองนั่งตัวตรงให้มมีาดของผู้ดูแลกิจการ คนที่นั่งตรงข้ามกับเธอเริ่มหัวล้านเล็กน้อย ดูเหมือนจะอายุสามสิบกว่าๆ เขามีออ
ร่า ‘มั่นใจในตัวเองสูง’ รอบตัว ทําให้ถังอี้ซู่รู้สึกประหม่าเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ทําไมถึงประหม่าน่ะเหรอ
อาจเพราะออร่าแบบนี้ไม่เข้ากับออร่าของเถิงต๋า!
ไม่ว่าจะประสบความสําเร็จมาแล้วกี่ครั้ง พนักงานของเถิงต๋าก็จะถ่อมตัวอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าคนนั้นจะเก่งกาจและมีผลงานโดดเด่นขนาดไหน ตราบใดที่คิดว่ามีบอส เผยอยู่เหนือกว่า พวกเขาก็ย่อมถ่อมตัวกันเป็นธรรมดา ถังอี้ซู่พยายามแสดงความเคารพอย่างเต็มที่แม้ออร่าจะแตกต่างกัน เพราะเธอไม่
สามารถปฏิเสธใครเพราะความประทบัใจแรกพบติดลบได้
“สวัสดีครับผู้อํานวยการถัง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ เรียกผมว่าหัวหน้าหลิวก็ได้ ครับ
“ช่วงนี้บอสของเรายุ่งมาก เพราะผลประกอบการของเกมใหม่ไปได้สวย ตอนนี้ อยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อธุรกิจ ปลีกตัวมาไม่ได้จริงๆ ก็เลยส่งผมที่เป็นหัวหน้าฝ่าย ออกแบบมาแทน
“คุณน่าจะไม่รู้จักผม จริงๆ แล้วผมก็ไม่ใช่คนเก่งอะไร แต่เคยเป็นหัวหน้าฝ่าย วางแผนของฉางหยางเกมส์มาก่อนครับ
“แล้วก็เกมของเราวางขายในหลายช่องทางแล้วและมียอดขายที่ดีมาก ผมเชื่อว่า การร่วมมือของเราจะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายครับ!” หัวหน้าหลิวพูดกับถังอี้ซู่อย่างมั่นใจ อันที่จริงครั้งแรกที่เห็นถังอี้ซู่ เขาแปลกใจและถึงกับผิดหวังเล็กน้อย สาวน้อยคนนี้เป็นบอสบริษัทนี้เหรอ ไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกว่ามบีางอย่างไม่ถูกต้อง!
ถ้าจะทําแพลตฟอร์มเกมจริงๆ ก็ต้องมีเงินหรือไม่ก็ทรัพยากร
ถ้าไม่มีสองอย่างนี้ ก็ต้องมีคุณสมบัติมากพอที่จะดึงดูดเงินจากนักลงทุนหรือ
รวบรวมทรัพยากรจากเส้นสายที่มี แต่ถังอี้ซู่ดูเด็กมาก เธอจะมีทรัพยากรหรือคุณสมบัติแบบนั้นได้ยังไง เห็นได้ชัดว่าคําอธิบายเดียวคือเธอมีเงินถุงเงนิถัง คงเป็นพวกทายาทตระกูลร่ํารวย เอ๊ะ ทําไมเหมือนเดจาวู…
ชัดเจนว่าการรวมกันขององค์ประกอบอย่างบริษัทใหม่ บอสอายุน้อย และทายาท
ตระกูลรํ่ารวยทําให้ความทรงจําไมด่ีของหัวหน้าหลิวผุดขึ้นมา ย้อนกลับไปตอนที่เขาไปสัมภาษณ์หลังเถิงต๋าเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน เขาโดนการ
รวมกันขององค์ประกอบเหล่านี้หลอกให้ลาออกและตอ้งกินแกงหน้าประตูปิด[1]
ทําให้หัวหน้าหลิวรู้สึกว่าแพลตฟอร์มเจาลู่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่พอคิดดูอีกทีก็อาจเป็นเรื่องดี ถ้าบอสแพลตฟอร์มเกมน้ีเป็นแค่เด็กสาวหน้าใส ก็หมายความว่าน่าจะหลอกง่ายสิ ถึงจะโม้เกินจริงไปสักนิด อีกฝ่ายก็ไม่น่าจะมองออก ดังนั้นหัวหน้าหลิวจึงงัดไพ่ตายออกมาใช้ทันที และบอกไปเลยว่าเคยเป็นหัวหน้า
ฝ่ายออกแบบที่ฉางหยางเกมส์ ตอนนี้ฉางหยางเกมส์มีช่ือเสียงมากในจิงโจวและแม้แต่ในแวดวงเกมจีน ถ้าบอกไปว่าเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผนที่ฉางหยางเกมส์ ทุกคนจะมองเขาใน
มุมมองที่ต่างออกไป
ว่ากันตามตรงหัวหน้าหลิวก็ไม่ได้โกหก เขาเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบที่ฉางห
ยางเกมส์จริงๆ แต่เป็นตอนก่อนที่เถิงต๋าจะเข้ามาซื้อกิจการตอ่ ถ้าบอกไปแบบนั้น อีกฝ่ายจะคิดว่าทั้งเขาและโปรเจ็กต์ที่พัฒนาอยู่น่าจะสุดยอด
มากๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอํานาจในการต่อรอง แต่ถังอี้ซู่กลับไม่แสดงอาการใดๆ จริงๆ แล้วเธอกําลังงงมาก แต่ไม่ได้แสดงออก ฉางหยางเกมส์…มีคนชื่อหลิวด้วยเหรอ แถมยังแก่ขนาดนี้ด้วย ไม่เห็นคุ้นเลย ถังอี้ซู่ไม่ได้แวะไปท่ีฉางหยางเกมส์บ่อยเท่าไหร่ แต่ก็ได้ฟังรายงานจากผู้ปัดงาน ฝึกผลาญอยู่ตลอด เธอพอจะรู้ข้อมูลพื้นฐานของฉางหยางเกมส์ หลินหวาน เย ว่จือโจว และหวังเสี่ยวปินเป็นคนดแูลที่นั่น ไม่มีใครแซ่หลิวเลยสักคน พอเห็นสหีน้าของถังอี้ซู่ หัวหน้าหลิวก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ตามหลักแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ได้รู้ลึกมาก อย่างน้อยก็จะแสดงท่าทางสุภาพตอบ แต่สาวน้อยคนนี้กลบัไม่แสดงอาการอะไร ไม่รู้เลยว่ากําลังคิดอะไรอยู่ หรือว่าสาวน้อยคนนี้จะบังเอิญมขี้อมูลวงในของฉางหยางเกมส์ ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ หรือว่า…เธอจะไม่เคยได้ยินชื่อฉางหยางเกมส์มาก่อน เลยไม่รู้ว่าบริษัทนี้สุดยอด ขนาดไหน
แบบนั้นก็บ้าเกินไปหน่อยรึเปล่า! จะทําแพลตฟอร์มเกมแท้ๆ แต่กลับไม่เคยได้ยิน
ชื่อฉางหยางเกมส์เนี่ยนะ
อ่อนหัดเกินไปแล้ว!
เรื่องนี้ยิ่งทําให้เขามีอคติกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น เขารู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่
น่าเชื่อถือเลย หัวหน้าหลิวหมดความสนใจทันทีและเปลี่ยนเรื่อง “โอเคครับ… ผู้อํานวยการถัง
เราไปดูเกมกันเลยดีไหมครับ”
ถังอี้ซู่ยังงงอยู่แต่ก็พยักหน้า “ได้ค่ะ”
[1] เป็นสํานวน หมายถึงถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ